สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2019 สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลธรรมดา

วันอาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2019 สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลธรรมดา

💟 ถ้ามีความรัก ก็มีความอดทน...
แม้เมื่อเขาทำให้เราผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า
เราก็ยังมองที่ส่วนดีของเขาเสมอ
หวังเสมอ เชื่อเสมอ อธิษฐานเผื่อเสมอ

📚บทอ่านประจำวันอาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2019
สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลธรรมดา
https://www.youtube.com/watch?v=W2aGxyHdyWU

♥ความรักในโครินธ์
https://youtu.be/jhsQIxX0c4w

💞💞💞💞💞💞💞💞💞

วันอาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2019
สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลธรรมดา
อ่าน :
ยรม 1:4-5,17-19
1คร 12:31-13:13
ลก 4:21-30

อย่าตกใจ ถ้าประกาศกจะถูกต่อต้าน ปฎิเสธ
จากคนใกล้ชิด เพราะชีวิตที่เคยชิน คุ้นเคย
พระเยซูเจ้าเอง ในฐานะผู้นำประกาศก
ก็เคยประสบเช่นเดียวกัน แต่ที่สุดแล้ว

“ความรัก” ทำให้พระองค์มีอำนาจเหนือทุกสิ่ง
เมื่อพระเจ้าทรงเรียก เยเรมีห์ ให้ทำหน้าที่ประกาศก
ทั้ง ๆ ที่เยเรมีย์ มีความกลัว แต่พระเจ้าทรงให้ความมั่นใจ
กับคนที่พระองค์ทรงเลือก พร้อมกับย้ำว่า “อย่ากลัว”
เพราะพระองค์จะทรง “อยู่ด้วย”

นักบุญเปาโลย้ำเตือน
เพื่อจะทำหน้าที่เป็น “ประกาศกแท้”
ความรัก เป็นสิ่งสำคัญ เพราะ แม้จะมีความรู้
และพูดภาษาต่าง ๆ ได้มากมาย
ถ้าไม่มี “ความรัก” ชักนำ ก็เปล่าประโยชน์

หมายเหตุ..
คุณลักษณะที่แท้ของความรัก คือ
อดทน ให้อภัย มีใจเอื้อเฟื้อ ไม่อิจฉา ไม่โอ้อวดตนเอง
ไม่จองหอง ไม่หยาบคาย ไม่เห็นแก่ตัว ไม่ฉุนเฉียว
ไม่จดจำความผิด ไม่ชื่นชมในความชั่ว ยินดีในความถูกต้อง

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันอาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2019

สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ไม่มีประกาศกคนใดได้รับการต้อนรับอย่างดีในบ้านเมืองของตน...” (ลก 4:21-30)

หลายครั้งที่เราแสวงหาคุณค่าชีวิตจากนอกบ้าน

แต่เราอาจจะไม่เคยเห็นคุณค่าชีวิตของใครบางคนในบ้านของเรา

อีกสักกี่ครั้ง ที่เราแสวงหาพระเจ้า เพราะสิ่งที่เคยได้ยินเกี่ยวกับพระองค์

แต่เรากลับไม่เคยสัมผัสได้ ในวันที่พระองค์ประทับอยู่ท่ามกลางเรา

วันนี้ ฉันพบความรักในครอบครัวของฉันบ้างไหม

วันนี้ ฉันพบการประทับอยู่ของพระเจ้าในชีวิตของกันและกันบ้างไหม

หากว่า บางครั้งสิ่งที่ฉันแสวงหา กลับอยู่ใกล้ฉันที่สุด...

________________

“หมอเอ๋ย จงรักษาตนเองเถิด สิ่งที่พวกเราได้ยินว่าเกิดขึ้นที่เมืองคาเปอรนาอุมนั้น ท่านจงทำที่นี่ในบ้านเมืองของท่านด้วยเถิด”... นี่คือความคาดหวังของชาวนาซาแร็ธต่อพระเยซูเจ้าผู้เป็นคนในบ้างเมืองของพวกเขา พวกเขาไม่ได้ชื่นชมในการประทับอยู่ของพระเจ้าท่ามกลางพวกเขา แต่หวังเพียงสิ่งที่เรียกว่าเป็นสิทธิ์ที่จะได้รับจากคนในบ้านเดียวกัน

หลายครั้งทีเดียว คริสตชนอย่างเราๆ อาจจะเคยได้ยินว่า ที่นั่นที่นี่ มีพี่น้องต่างศาสนาเข้ามาวอนขอความช่วยเหลือจากพระเจ้าของเรา แล้วทำไมเขามีความเชื่อ และเขาก็ได้รับ แต่ทำไมเราที่เป็นคริสตชนเอง เรากลับไม่ค่อยได้รับประสบการณ์เหล่านี้สักเท่าไรเลย...

วันนี้ พระเยซูเจ้าประกาศอีกครั้ง จากเมื่อสัปดาห์ก่อน “พระวาจาของพระเจ้าที่ท่านได้ฟังในวันนี้ สำเร็จลงแล้ว” คือสำเร็จลงในพระองค์ เพราะ ประกาศกย่อมไม่ได้รับการต้อนรับในบ้านเกิดเมืองนอนของตนเอง... 

ชีวิตที่ดำเนินตามพระประสงค์ของพระเจ้า หลายต่อหลายครั้ง ก็ไม่ได้รับการยอมรับ จากคนของตนเอง หลายครั้งที่เป็นคนของเราเองนี่แหละ ที่ต่อต้านสิ่งที่เป็นพระพรท่ามกลางเรา... พระวาจาของพระเจ้าในวันนี้นำใจผมให้ไตร่ตรองว่า ที่ผมรักพระเจ้านั้น เพราะอะไร เพราะพระองค์ทรงเป็นคุณค่าของชีวิตของผมจริงๆ หรือเปล่า หรือเพราะผมต้องได้รับอะไรจากพระองค์ เหมือนกับที่พระองค์ทรงกระทำกับคนอื่นๆ... อะไรคือความรักที่ผมมีต่อพระเจ้าจริงๆ... และวันนี้ แม้ว่า อาจจะมีบางโอกาส ที่คนของพระเจ้า อาจจะไม่ได้รับสิ่งที่ตนเองคาดหวัง แล้วผมจะยังรักพระองค์อยู่หรือเปล่า ความรักของผมต่อพระเจ้านั้นเป็นอย่างไร หรือเมื่อไม่ได้อะไรตามที่ใจต้องการ ก็อาจจะอยากผลักพระองค์ออกไปจากใจของฉันซะงั้น พระเจ้าเป็นอย่างที่ฉันอยากให้พระองค์เป็น หรือฉันยอมรับพระองค์เป็นพระเจ้าอย่างที่พระองค์เป็น และคือพระผู้ทรงประทับอยู่ท่ามกลางฉันกันแน่...

เมื่อพระเจ้าจะเป็นข่าวดีสำหรับทุกๆ คน ... วันนี้ ผมไตร่ตรองจริงๆ ว่า แม้การที่ผมอาจจะไม่ได้รับสิ่งที่ผมต้องการจากพระองค์ อะไรคือสิ่งที่ผมมีความสุขที่มีพระองค์เป็นพระเจ้า ผมต้องการพระองค์ หรือต้องการสิ่งที่พระองค์จะประทานให้...

วันนี้ฉันรักพระเจ้า เพราะพระองค์ทรงอวยพระพรฉัน พระองค์ทรงให้ฉันมีบ้านอยู่ มีอาหารทาน หรือฉันรักพระองค์ที่พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของฉัน... พระวาจาของพระเจ้าวันนี้สะท้านในใจผมอีกครั้ง เมื่อความรักที่มีต่อพระเจ้า เรียกร้องให้ผมรักและภูมิใจที่มีพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของผม ที่มีพระองค์ประทับอยู่ท่ามกลางผม ร่วมทุกข์ยากลำบากกับผม เป็นแบบอย่างให้กับผม แม้ว่าจะมีบางอย่างที่ยังเกินกำลังผมอยู่บ้าง... แต่ความสุขในพระองค์ ไม่ได้อยู่ที่พระพรของพระองค์ที่ทรงประทานให้ แต่อยู่ที่พระองค์ทรงเป็นพระพรของฉัน ไม่ใช่หรือ...

ในชีวิตจริงที่พระเจ้าประทับอยู่ คุณค่าท่ามกลางเรา อาจจะไม่ได้หมายถึงความมีนั่นมีนี่ที่ฉันต้อง การแต่ทว่า มันคือการมีกันและกัน ที่อยู่ด้วยกันตรงนี้มากกว่าหรือเปล่า... วันนี้ ฉันให้คุณค่าของกันและกันอย่างไร ที่การมีชีวิตอยู่ด้วยกัน หรือที่การได้รับสิ่งใดๆ จากกันและกัน อะไรคือคุณค่าของกันและกันจริงๆ ... เพราะหากคุณค่าของใครบางคนอยู่ในสิ่งที่ฉันจะสามารถได้รับ เมื่อไม่สามารถได้รับ เขาก็หมดคุณค่า หมดความหมายไป แต่หากคุณค่าของคนที่ฉันรักนั้น อยู่ที่ความเป็นตัวตนของเขาท่ามกลางหัวใจและชีวิตของฉัน ฉันก็ไม่ต้องการอะไร นอกจากการมีเขาอยู่ที่นี่ อยู่ตรงนี้ไม่ใช่หรือ...

ข้าแต่พระเจ้า ขอพระองค์ทรงอยู่ตรงนี้ อยู่ที่นี่กับลูกก็พอแล้ว ไม่ต้องเป็นทุกสิ่งที่ลูกวอนขอและอยากได้ก็ได้ แต่เพราะพระองค์ทรงเป็นชีวิตของลูก ขอเพียงมีพระองค์ที่นี่ ตรงนี้ก็พอแล้ว พระเจ้าข้า ไม่ว่าลูกจะมีจะได้อะไรเท่าไร คงไม่สำคัญเท่ากับลูกมีพระองค์อยู่ตรงนี้ พระเจ้าข้า ไม่ว่าจะสญเสียอะไรไป ขอเพียงอย่าให้ลูกสูญเสียพระองค์เลย

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)





วันอาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 19 สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน ฮบ ยรม 1:4-5,17-19 / 1คร 12:31-13:13 /ลก 4:21-30
บทอ่านในวันนี้ช่วยให้เรารำพึงถึงเรื่องอะไรบ้าง? ประการที่ 1 เรื่องความรัก ที่นักบุญเปาโลได้กล่าวไว้อย่างดีเลิศในบทอ่านที่ 2 “ ความรักไม่มีสิ้นสุด...ความรักย่อมอดทน มีใจเอื้อเฟื้อ ไม่อิจฉา ไม่โอ้อวดตน ไม่จองหอง ไม่หยาบคาย ไม่เห็นแก่ตัว ความรักไม่ฉุนเฉียว ไม่จดจำความผิดที่ได้รับ ไม่ยินดีในความชั่ว แต่ร่วมยินดีในความถูกต้อง ความรักให้อภัยทุกอย่าง เชื่อทุกอย่าง หวังทุกอย่าง อดทนทุกอย่าง” ประการที่ 2 การยอมรับ ที่พระเยซูเจ้าทรงยอมรับทุกคน ซึ่งอยู่นอกสังคม พระองค์ทรงยืนยันพันธกิจของพระองค์ในพระวรสารว่า :จงประกาศพระวรสารแก่คนยากจน ประกาศอิสรภาพแก่ผู้ถูกจองจำ จงมอบดวงตาคืนให้คนตาบอด จงคืนอิสรภาพแก่คนที่ถูกกดขี่ และหลังจากที่พระองค์ได้อ่านพระคัมภีร์จบลง พระองค์ได้อ้างข้อความที่สอดคล้องกับเหตุการณ์ว่า “ในวันนี้ ข้อความจากพระคัมภีร์ที่ท่านได้ยินกับหูอยู่นี้ เป็นความจริงแล้ว” ประกาศที่ 3 ความรอดเป็นสากล ที่พระเยซูเจ้าได้ตรัสว่า ในตอนสุดท้ายของหนังสือประกาศกเอลียาห์และเอลีชา ซึ่งได้พูดเกี่ยวกับคนต่างศาสนาเรื่องหญิงม่ายที่เมืองศาราฟัต ในระหว่างเวลาสามปีหกเดือนที่ฝนไม่ตก และนาอามานชาวซีเรีย ที่ได้รับการรักษาให้หายจากโรคเรื้อน แสดงว่าความรอดนั้นได้ถูกมอบให้แก่คนต่างชาติทุกคน ไม่จำกัดเฉพาะชาวอิสราเอลเท่านั้น ประการที่ 4 การได้รับการปลดปล่อยของประชากรอิสราเอล ที่ได้รับอิสรภาพจากศัตรู ตามที่ประกาศกเยเรมีย์ได้กล่าวไว้ในบทอ่านที่ 1 “ดังนั้น ท่านจงคาดสะเอว จงลุกขึ้นไปบอกทุกสิ่งที่เราจะสั่งท่าน ให้เขาฟัง อย่ากลัวเขาเลย เพราะเราจะทำให้ท่านไม่พรั่นพรึงต่อหน้าเขา ดูซิ วันนี้ เราทำให้ท่านเป็นเหมือนเมืองป้อม เป็นเหมือนเสาเหล็ก และเป็นเมืองกำแพงทองสัมฤทธิ์ต่อสู้กับทั่วแผ่นดิน กับบรรดากษัตริย์แห่งยูดาห์และเจ้านาย บรรดาสมณะและบรรดาประชากรของแผ่นดิน เขาทั้งหลายจะจะต่อสู้กับท่าน แต่จะไม่ชนะท่าน เพราะเราอยู่กับท่าน เพื่อช่วยท่านให้รอดพ้น องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัส”พระวาจาของพระเยซูเจ้า จึงมีไว้ไม่ใช่สำหรับชาวยิวอย่างเดียว และนี่คือเหตุผลว่า ทำไมพระองค์จึงเสด็จมา สิ้นพระชนม์ และกลับคืนชีพ.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)


view