สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ 2019 ระลึกถึงนักบุญอากาทา พรหมจารีและมรณสักขี

วันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ 2019 ระลึกถึงนักบุญอากาทา พรหมจารีและมรณสักขี

🐠 เมื่อใดก็ตามที่ลูกรู้สึกว่า
หนทางของลูกยากลำบาก
จงรู้เถิดว่า...
นั่นคือเวลาที่ดีที่สุดที่ลูกจะวางใจในเรา
และมองเห็นอำนาจในการทำงานของเรา

📚บทอ่านประจำวันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ 2019
ระลึกถึงนักบุญอากาทา พรหมจารีและมรณสักขี
https://www.youtube.com/watch?v=rQnoLuGUB9k&t=7s

☘Lead Me Lord
https://youtu.be/76KsgvKrqnI


🌹🌹🌹🌹🌹🌹🌹🌹🌹

วันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ 2019
ระลึกถึงนักบุญอากาทา พรหมจารีและมรณสักขี
อ่าน :
ฮบ 12:1-4
มก 5:21-43

สิ่งที่ทำให้ไยรัส และหญิงตกเลือด มีกำลังใจ
ไม่ย่อท้อ ในการต่อสู้กับความสิ้นหวัง
คือ ความเชื่อมั่นในพระเยซูเจ้าว่า..
พระองค์ทรงสามารถเปลี่ยนแปลง
ช่วยเหลือพวกเขาได้
เพื่อจะไม่ย่อท้อ หมดกำลังใจในการต่อสู้กับบาป

จดหมายถึงชาวฮีบรู แนะนำ ให้ละทิ้งสิ่งที่ถ่วงอยู่
และบาปที่เกาะแน่น แล้วเพ่งมองไปที่พระเยซู
ผู้ทรงบุกเบิก ความเชื่อ และทรงทำให้
ความเชื่อนั้น สมบูรณ์

สิ่งที่ทำให้ นักบุญอากาทา เป็นที่ดึงดูดผู้คน
ให้เข้ามาหา เคารพ สักการะ คือ
แบบอย่างของการสละชีวิต ยืนยันที่จะ
ปกป้องความบริสุทธิ์ แม้จะต้อง
ถูกย่างบนเตาไฟ นอกจากนี้ตามความเชื่อ
ท่านได้เป็นองค์อุปถัมภ์ สำหรับ
ผู้ที่เจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งหน้าอก และผู้ที่ถูกข่มขืน

หมายเหตุ..
ช่วงหนึ่งของชีวิต
อาจรู้สึกแย่ แต่ถ้าไม่ท้อ
ก็จะพบว่า ไม่มีใครแย่
ไปซะทุกวัน...

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ 2019

สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลธรรมดา

ระลึกถึง นักบุญอากาทา พรหมจารีย์ และมรณสักขี

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ลูกเอ๋ย ความเชื่อของท่านช่วยท่านให้รอดพ้นแล้ว จงไปเป็นสุข หายจากโรคเถิด...” (มก 5:21-43)

สำหรับผู้มีความเชื่อ

ไม่มีอุปสรรคใดที่ทำให้เขาไม่สามารถเข้าใกล้พระเจ้า

เมื่อพระองค์ ทรงเป็นเหตุแรกของความพยายามในชีวิตของฉัน

เมื่อพระองค์ทรงเป็นเป้าหมายสุดท้าย ที่ฉันจะพยายามอย่างที่สุด

และนี่คือความพยายามฟันฝ่าทุกสิ่ง

คือความพยายามที่สุด

เพื่อก้าวออกไป

เพียงเพื่อสัมผัสด้วยความเชื่อที่สุด

แม้เพียงชายฉลองพระองค์

และคนแบบนั้น พวกเขาไม่เคยผิดหวังเลย...

________________

ระหว่างทางที่พระเยซูเจ้าทรงพระดำเนินไปยังบ้านของไยรัสนั้น หญิงคนหนึ่งที่เป็นโรคตกโลหิต เธอได้พยายามรักษาทุกวิถีทาง พระวรสารบันทึกว่า เธอรักษาจนหมดตัว แต่โรคก็ไม่ได้ทุเลาบรรเทาเลย สุดท้าย เธอฝากความหวังไว้กับพระเยซูเจ้า เธอคิดว่า หากเธอเพียงได้สัมผัสเพียงชายฉลองพระองค์ของพระองค์ คือเพียงได้มีโอกาสสัมผัสชายเสื้อของพระองค์เท่านั้น เธอก็จะหายจากโรค และที่สุด ท่ามกลางฝูงชนมากมาย เธอก็พยายามเข้าไปใกล้พระองค์ จนเธอได้สัมผัสพระองค์ และเธอก็หายจากโรคได้เพราะความเชื่อนี้เอง

พี่น้องที่รักครับ ภาพนี้สะท้อนถามชีวิตของผมเอง ในยามที่มีปัญหา ในยามที่มีอุปสรรค ผมวางพระเยซูเจ้าไว้ที่ใดในหัวใจผม... ในเวลาที่หลายๆ ครั้ง ผมพยายามเต็มที่แล้ว แต่ความพยายามของผมดูจะไร้ผล และไม่เกิดอะไรดีขึ้นมาเลย เวลานั้น พระเจ้าอยู่ที่ไหนในชีวิตของผม... ในความพยายามมากมายของผมนั้น ทำไมมันแสนไร้ค่า เมื่อเทียบกับการให้พระองค์เข้ามามีบทบาทในชีวิตของผม... สิ่งนี้ไม่ได้หมายถึงการงอมืองอเท้ารอความช่วยเหลือจากพระเจ้าเท่านั้น แต่นั่นหมายถึงการให้พระเจ้าเข้ามามีบทบาทในชีวิตของตน... เมื่อวานนี้ ปีศาจในชีวิตของคนที่แยกตัวออกจากสังคม ออกจากครอบครัว หมู่คณะและพระศาสนจักร เมื่อพบพระเยซูเจ้า เขาถามพระองค์ว่า “ท่านมายุ่งกับฉันทำไม” แต่วันนี้ เราพบท่าทีของหญิงคนนี้ ที่เธอต้องการให้พระองค์เข้ามาเถอะ ขอพระองค์มายุ่งในชีวิตของเธอบ้างเถอะ เราพบความสิ้นหวังของไยรัส หัวหน้าศาลาธรรม ที่เข้ามาขอพระองค์ ได้เข้ามาในชีวิตของพวกเขาบ้างเถอะ เพราะเวลานี้ พวกเขากลับได้เรียนรู้ว่า ความพยายามมากมายทั้งหลาย ที่ปราศจากพระเจ้านั้น มันกลับไม่มีค่าอะไรเลย

หญิงที่เป็นโรคตกโลหิตคนนี้ ในความหมดหวังของเธอนี้เอง โชคดีของเธอจริงๆ ที่เธอยังมีความหวังในพระเยซูเจ้า และความพยายามสุดท้ายของเธอนี้คือ การพยายามที่จะได้สัมผัสแม้เพียงชายเสื้อของพระองค์เท่านั้น เพียงชายเสื้อนิดเดียวเท่านั้น ขอให้เธอได้สัมผัส เธอมั่นใจว่า เธอจะหายจากโรค... นี่เป็นความโชคดีของเธอจริงๆ มิใช่หรือ ที่ความเชื่อนี้เองได้ทำให้เธอหายจากโรคนี้ได้

พี่น้องที่รักครับ พระวาจาของพระเจ้าในวันนี้ถามใจผมเอง และถามใจพี่น้องด้วย เราต้องการให้พระเจ้าเข้ามามีบทบาทในชีวิตของเราบ้างไหม หรือเรายังต้องการที่จะมีโรคส่วนตัวของเรา ที่เราแสนมั่นใจในตนเอง และไม่จำเป็นต้องพึ่งพระเจ้าในชีวิตของเรา เรายังมั่นใจว่า เราสามารถ และเราทำทุกอย่างได้ด้วยตนเอง จนบางครั้ง มากไปว่านั้น เราอาจจะมองพระองค์เป็นอุปสรรคสำหรับชีวิตของเราด้วยหรือเปล่า และเราไม่อยากจะออกแรงและพยายามอะไรอีกแล้ว เพื่อเข้าพึ่งพระเจ้า แม้ในยามที่สิ้นหวังที่สุด เราก็อาจจะไม่มีพระองค์อยู่ด้วย

พี่น้องครับ ผมประทับใจความพยายามของหญิงคนนี้จริงๆ ในการที่เธอทำทุกวิถีทาง เพื่อเข้าไปใกล้พระเยซูเจ้า ความกลัวที่เธอคงเข้าใจอยู่ว่า เธออาจจะทำให้พระองค์มีมลทินจากการที่เธอเข้าไปสัมผัสพระองค์ ตามกฎของพวกเธอ แต่กระนั้นก็ดี เพราะความเชื่อ เพื่อนำความรอดพ้นมาให้เธอ เธอก็ตัดสินในสัมผัสชายฉลองพระองค์ หรือชายเสื้อของพระเยซู และเธอก็จะหายจากโรค... สิ่งนี้สอนความพยายามและความเชื่อของเราคริสตชนจริงๆ ... เราแต่ละคนีความพยายามแค่ไหน ในความเชื่อที่เรามีต่อพระเยซูเจ้า ฝูงชนมากมายที่คงทำให้เธอรู้สึกยากลำบากในการเข้าไปใกล้พระเยซูเจ้า แต่ก็ไม่ได้ทำให้เธอสิ้นหวังและท้อแท้ ความฝันของเธอต้องเป็นไปได้ ความเชื่อของเธอต้องเป็นความจริง เธอได้พยายามครับ... พี่น้องที่รักครับ... ผมมองตนเองก่อนเลย มีสักกี่ครั้ง ที่เมื่อพบความยากลำบากในการได้มีโอกาสพบกับพระเยซูเจ้า แล้วผมกลับปฏิเสธ ลดละความพยายามที่จะไปพบพระองค์ ไม่อยากออกแรงเพื่อไปหาพระองค์ ภาพของฝูงชนมากมายี่เบียดเสียดพระเยซูเจ้า คงไม่ต่างอะไรกับความวุ่นวายหนาแน่นของโลกเราวันนี้ ที่ล้วนเป็นอุปสรรคที่ทำให้เราเลือกที่จะไม่ออกแรง และไม่พยายามเข้าไปพบพระองค์... สิ่งเล็กๆ น้อยๆ นี้ แท้จริงแล้ว มันทดสอบความเชื่อ ความรัก และความวางใจในพระเจ้าในชีวิตของเราจริงๆ ไม่ใช่หรือ ที่เรียกร้องจากหัวใจเรา ให้เราออกแรง และพยายามทุกทาง พยายามทุกอย่าง เพื่อเข้าไปให้ถึงพระองค์ แต่เราก็อาจจะตัดสินใจว่า “ไม่เป็นไร” “ไม่มีที่จอดรถ” “คนเยอะ”  “ไม่ค่อยว่าง” “สวดที่บ้านก็ได้” หรือ... “ทำเพราะรักพระเจ้า ทำถวายพระองค์ พระองค์คงเห็นและเข้าใจ น่าจะช่วยฉันบ้าง” หลายครั้ง ความยากลำบากที่อยู่ในชีวิตของเรา มันทำให้เรามีข้อแก้ตัวต่างๆ นานา ที่จะเข้ามาพบพระเยซูเจ้าใช่ไหม... การไม่ออกแรงมากพอของฉันใช่ไหม ที่ทำให้ฉันไม่ประสบความสำเร็จที่แท้จริง... วันนี้ ฉันคงต้องถามตนเองอีกครั้ง ฉันต้องการอะไรจริงๆ จากชีวิตแต่ละวันของฉัน ฉันแสวงหาอะไรจริงๆ ในชีวิตที่สักวันหนึ่งก็จะต้องจบลง

ข้าแต่พระเยซูเจ้า ขอให้ความพยายามทุกสิ่งของลูก เริ่มที่พระองค์ และจบลงที่พระองค์เถิด พระเจ้าข้า เพราะพระองค์เท่านั้น คือความจำเป็นและความต้องการทุกอย่างของลูก

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ 19 สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน ฮบ 12:1-4 / มก 5:21-43
ในพระวรสารวันนี้ เราจะเห็นการทำอัศจรรย์ของพระเยซูเจ้า ให้แก่บุคคลสองคน ที่ได้มีประสบการณ์ของความเชื่อแตกต่างกันไป คือ ไยรัสและหญิงตกเลือดเรื้อรัง เรื่องราวทั้งสองเรื่อง ทำให้เราเข้าใจว่าพระเยซูเจ้าทรงเป็นพระเป็นเจ้า ที่มีความเมตตาสงสารต่อทุกคน โดยพระองค์ได้มองดูทุกคน ซึ่งต้องทนทุกข์ทรมาน และถูกตัดจากสังคม ไยรัสถูกผู้ที่ติดตามพระเยซูเจ้าปฏิเสธ เพราะเขาเป็นหัวหน้าของศาลาธรรม และหญิงที่ตกเลือดเรื้อรัง เพราะนางเป็นคนเจ็บป่วย
คำที่ทำให้เราเข้าใจถึงการพบปะกับไยรัสและหญิงตกเลือดเรื้อรัง เป็นสิ่งที่สร้างความประทับใจมาก ไยรัสได้ขอร้องให้พระเยซูเจ้าไปสัมผัสบุตรหญิงของตน ส่วนหญิงตกเลือดเรื้อรังได้พยายามสัมผัสพระองค์ การสัมผัสเป็นเครื่องหมายของความรักและความใกล้ชิดของพระเป็นเจ้า ต่อคนที่ถูกตัดออกจากสังคม ที่กลายเป็นคนแปลกหน้าและกลายเป็นคนที่ถูกปฏิเสธ พระองค์ได้สื่อให้เห็นความเอาใจใส่และความรักของพระเป็นเจ้าต่อพวกเขา ซึ่งจะกลายเป็นคนโดดเดี่ยวอีกต่อไป การยอมเสี่ยง ยังเป็นคำที่ให้ความหมายเช่นเดียวกันในพระวรสารวันนี้ ความเชื่อในพระเยซูเจ้าเรียกร้องให้ทำการเสี่ยง หัวหน้าศาลาธรรมเสี่ยงที่จะเสียอนาคต เพราะอาจจะถูกมองว่าเป็นคนทรยศต่อพวกของเขา ที่ต่อต้านพระเยซูเจ้า ส่วนหญิงตกเลือดเรื้อรัง เสี่ยงที่จะถูกก้อนหินทุ่มให้เสียชีวิต เพราะทำให้พระองค์เป็นมลทิน เพราะการสัมผัสของพระองค์ แต่ทั้งสองกรณี พระเยซูเจ้าได้ทำตัวของพระองค์ ให้เป็นผู้ให้ชีวิตใหม่
เราต้องเลียนแบบไยรัสและหญิงตกเลือดเรื้อรัง ที่พยายามจะสัมผัสพระเยซูเจ้า พวกเขาพยายามที่จะให้ตัวเองได้รับการสัมผัสความรัก และพระเมตตาของพระเป็นเจ้า เพื่อจะประสบกับความสำเร็จ และเลียนแบบทั้งสองคน เราต้องอยากที่จะพิสูจน์ความเชื่อของเรา นั่นคือ เราต้องยอมเสียง เพื่อจะมีประสบการณ์ความรักและพระเมตตาของพระเป็นเจ้า...”ถ้าฉันได้สัมผัสพระองค์เท่านั้น ฉันก็จะหายจากโรค”...”หนูเอ๋ย เราสั่งให้เจ้าลุกขึ้น”.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view