สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันพฤหัสบดีที่ 7 กุมภาพันธ์ 2019 สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลธรรมดา

วันพฤหัสบดีที่ 7 กุมภาพันธ์ 2019 สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลธรรมดา

🌻 วางภาระของ "พรุ่งนี้" ลงเสียเถิด
และจงวางใจพระเจ้าสำหรับ "วันนี้"

📚บทอ่านประจำวันพฤหัสบดีที่ 7 กุมภาพันธ์ 2019
สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลธรรมดา
https://www.youtube.com/watch?v=SiWCnkDPF_E&t=8s

🌺 The Lord Is My Shepherd, Psalm 23
http://youtu.be/A-qLa_2GPcM

🍊🍊🍊🍊🍊🍊🍊🍊🍊

วันพฤหัสบดีที่ 7 กุมภาพันธ์ 2019
สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลธรรมดา
อ่าน :
ฮบ 12:18-19, 21-24
มก 6:7-13

อัครสาวกของพระเยซูเจ้า ประสบความสำเร็จ
ในพันธกิจ ที่ถูกส่งให้ไปทำ นั่นเพราะพวกเขา
“ทำตาม” คำที่พระเยซูเจ้าบอก คือ
“วางใจ” ในการนำของพระเจ้า

หมายเหตุ...
เพื่อจะพบความสบายใจ..
ไม่ว่าจะทำสิ่งใด...
จงทำให้เป็นที่ไว้วางใจ..

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันพฤหัสบดีที่ 7 กุมภาพันธ์ 2019

สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ทรงเริ่มส่งเขาเป็นคู่ ๆ ประทานอำนาจเหนือปีศาจ  ทรงกำชับเขามิให้นำสิ่งใดไปด้วย นอกจากไม้เท้าเท่านั้น ไม่ให้มีอาหาร ไม่ให้มีย่าม  ไม่ให้มีเศษเงินใส่ไถ้  ให้สวมรองเท้าได้ แต่ไม่ให้เอาเสื้อสำรองไปด้วย...” (มก 6:7-13)

ธรรมชาติของคริสตชน คือการเป็นธรรมทูต

ดูเหมือนว่า สิ่งจำเป็นมีเพียงสิ่งเดียว

หาไช่เงินทอง หรือเสื้อผ้าอาภรณ์ไม่

แต่สิ่งนั้นคือ ชีวิตที่มีเพื่อนร่วมทาง

คือ ชีวิตหมู่คณะนั่นเอง

ที่จะทำให้ชีวิตธรรมทูตมีความเป็นไปได้...

________________

ในวันเหล่านี้ ผมกำลังสอนคำสอนให้กับผู้สนใจวิถีชีวิตของการเป็นคริสตชน นี่เป็นช่วงเวลาที่ทำให้ผมไตร่ตรองชีวิตคริสตชนไปด้วย... ในมุมหนึ่งของการไตร่ตรอง ผมและน้องที่มาเรียนคำสอน เราพบว่า คำสอนของพระเยซูเจ้านั้นดี น่ารัก อ่อนโยน เป็นมาตรฐานที่สูงกว่ามาตรฐานของใครๆ... แล้วสิ่งที่ถามกันก็คือ มันจะเป็นไปได้อย่างไร ในการเจริญชีวิตบนมาตรฐานที่สูงส่งขนาดนั้น เรียกว่า ชีวิตคริสตชน ไม่มีวันครบครันได้เลยจนวันตาย แต่อยู่ในความพยายามที่สูงที่สุดตลอดเวลา ที่จะเข้าไปสู่ความสำเร็จครบครัน ในการเจริญชีวิตตามคำสอนของพระเยซู มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย... และมันจะเป็นไปได้อย่างไร...

มากกว่านั้น สิ่งหนึ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือ ชีวิตชุมชนคริสตชน ที่หลายครั้ง ก็ใช่ว่า พวกเราจะครบครันในการเป็นแบบอย่างให้กับคริสตชนใหม่ หรือแม้แต่เป็นแบบอย่างให้แก่กันและกัน สิ่งที่น่าเป็นห่วง หลายครั้งที่สิ่งนั้นคือ ชีวิตที่แตกแยกกัน เมื่อศาสนาที่เน้นความรักเป็นหลักของการดำเนินชีวิต กลับกลายเป็นสิ่งที่ไม่สามารถพบประจักษ์พยานในชีวิตจริง หากผู้ที่กำลังสนใจศาสนาคริสต์ ได้เข้ามา และพบความแตกแยกกัน การนินทาว่าร้ายกัน การเอารัดเอาเปรียบกัน ซึ่งก็ไม่ได้ทำให้คริสตชนต่างจากคนอื่นๆ เท่าไรนัก และหลายครั้ง มันก็เป็นสิ่งที่มาชวนศรัทธา ที่ภายหลัง มันก็ส่งผลทำให้คนที่เพิ่งเป็นคริสตชน หรือกำลังสนใจการเป็นคริสตชนนั้นถอยออกไป เมื่อเราคริสตชน ไม่ได้มีความแตกต่างจากคนอื่นๆ เท่าไรนัก แล้วเขาจะเป็นคริสตชนไปทำไมกัน...

พี่น้องที่รัก ศาสนา มักเป็นเรื่องที่ถูกคาดหวังสิ่งที่ดี สิ่งที่น่าประทับใจ หลายๆ ครั้ง เมื่อเข้าไปไม่ถึง เมื่อไม่พบสิ่งที่เป็นคำตอบ การทิ้งไปก็เป็นสิ่งที่ไม่ยากนัก การใครไม่ได้ศึกษาและเข้าใจแก่แท้ของชีวิตและการมีศาสนาเป็นเครื่องช่วยเหลือในการดำเนินชีวิตแล้ว ศาสนาอาจจะไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้นได้เลย

วันนี้ เราพบคำสอนที่เป็นท่าทีการทำงานธรรมทูตของพระเยซูเจ้า เมื่อพระองค์ทรงส่งธรรมทูตออกไป พระองค์ไม่ให้มีสิ่งใดๆ ที่ไม่จำเป็น และดูเหมือนจะไม่มีอะไรจำเป็นสำหรับชีวิตธรรมทูตเลยจริงๆ กระนั้นแล แต่สิ่งเดียวที่เหมือนว่า เป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตธรรมทูต คือชีวิตของการเป็นคริสตชน การเป็นศิษย์พระเยซูเจ้านั้น มีสิ่งหนึ่งที่น่าสังเกตคือ การส่งศิษย์ของพระองค์ออกไปเป็นคู่ๆ นี่คือสิ่งจำเป็นและขาดไม่ได้ในชีวิตธรรมทูตจริงๆ ครับ เพราะการขาดอะไรก็ไม่เป็นปัญหามากเท่ากับการขาดเพื่อนร่วมทาง... นั่นคือ ธรรมชาติของคริสตชนคือ “ชีวิตหมู่คณะ” ครับ 

พี่น้องที่รักครับ สิ่งที่ดูยาก และอาจจะไม่สามารถเป็นไปได้เลย ในการเจริญชีวิตแบบพระคริสตเจ้าทรงสอนนั้น คือการเจริญชีวิตที่ครบครันตามคำสอนแห่งพระวรสารนั้น ตัวช่วยที่สำคัญประการเดียวในการเป็นธรรมทูตของพระคริสตเจ้า เป็นผู้นำข่าวดีไปสู่ทุกคน และสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้คริสตชนเป็นผู้ที่ไม่เหมือนคนอื่น บนมาตรฐานที่ไม่เหมือนใครนั้น เราจะบรรลุสิ่งนั้น มาตรฐานนั้นได้ ไม่มีตัวช่วยใดที่สำคัญเท่ากับชีวิตหมู่คณะอีกแล้ว ดังที่เราเห็นพระเยซูเจ้าส่งศิษย์ของพระองค์ออกไปเป็นคู่ นั่นคือ งานของพระองค์ ไม่อาจทำให้สำเร็จคนเดียวได้ และนี่คือความยากลำบากสำหรับผมครับ เป็นความยากลำบากที่ไม่อาจขจัดออกไปได้เลย หากผมเป็นนักบวชที่อยู่คนเดียว... แต่วันนี้ ผมกำลังจะได้กลับไปอยู่เป็นหมู่คณะบ้างแล้วครับ สี่ปีในการเป็นผู้อภิบาลที่ประจวบนั้นไม่เคยสมบูรณ์แบบ และจะไม่สมบูรณ์แบบเลย ด้วยชีวิตที่อยู่คนเดียว มันเป็นไปไม่ได้ในธรรมชาติของธรรมทูต สิ่งที่ผ่านไปนั้น ยังไม่ครบครันสมบูรณ์ในการประกาศข่าวดี และเป็นข่าวดีของทุกคน หากนั่นยังไม่ใช่ชีวิตของการเป็นหนึ่งเดียวกันในหมู่คณะ ในครอบครัวที่เป็นภาพลางๆ ของครอบครัวแห่งสวรรค์

พี่น้องที่รัก หากวันนี้ ผมและพี่น้องได้ไตร่ตรองเรื่องนี้ดีๆ เราจะเข้าใจวิธีการของพระเยซูเจ้าได้อย่างดีว่า นั่นคือความจำเป็นจริงๆ ครับ ชีวิตคริสตชน คือชีวิตแบบครอบครัวแห่งสวรรค์ครับ คือชีวิตที่ต่างคนต่างเดินไม่ได้จริงๆ แต่เป็นชีวิตที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสัมพันธภาพของความเป็นพี่น้องกัน ที่เราทิ้งกันและกันไม่ได้ เราต้องเดินไปด้วยกัน เพื่อประคับประคองช่วยเหลือกันและกัน เหมือนดังที่พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์มาเป็นหมู่คณะที่เหมาะสมแก่กันและกันในปฐมกาล นี่คือธรรมชาติของลูกของพระเจ้า นี่คือธรรมชาติที่เรียกร้องความเป็นหนึ่งเดียวกัน... “กาอิน... อาแบล น้องชายของเจ้าอยู่ที่ไหน...” เสียงพระเจ้าที่ตรัสถามกาอินในปฐมกาล ยังต้องก้องกังวานอยู่ในใจเราเสมอ นั่นคือความรับผิดชอบต่อกันและกันในการเป็นส่วนร่วมของกันและกันเพื่อเป็นข่าวดีของทุกๆ คน

ศิษย์พระคริสตเจริญชีวิตประกาศข่าวดีใหม่... จะเป็นไปได้อย่างไร หากวันนี้ยังมีคริสตชนคนใดรู้สึกโดดเดี่ยว ไม่มีเพื่อนร่วมทาง และไม่ต้องการเพื่อนร่วมทาง... ข่าวดีอะไรที่เราจะประกาศแก่กันและกัน... ดังนั้น “ชีวิตหมู่คณะ”  “ชุมชนคริสตชน” “ครอบครัวคริสตชน” เป็นเอกลักษณ์ของความเป็นศิษย์พระคริสต์ที่เจริญชีวิตประกาศข่าวดีร่วมกัน ในความรักและความเป็นหนึ่งเดียวกัน และดังนี้เอง คำสอน และวิถีชีวิตคริสตชนที่อาจจะดูสูงกว่ามาตรฐานของโลกนั้น ก็จะเป็นไปได้ อาศัยความรักและความเป็นหนึ่งเดียวกันในพระพรที่พระเจ้าทรงประทานให้เราแตกต่างกัน แต่เพื่อกันและกัน

ข้าแต่พระเจ้า ขอพระองค์ทรงฟื้นฟูจิตตารมณ์ของความเป็นลูกพระเจ้า ที่มีพระบิดาเดียวกันในตัวลูกทุกคนเถิด เพื่อลูกๆ ทุกคนของพระองค์ จะเป็นหนึ่งเดียวกัน ประกาศข่าวดีแห่งพระอาณาจักรสวรรค์ได้อย่างแท้จริง ด้วยชีวิตหมู่คณะ การร่วมเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างแท้จริงในครอบครัวของพระองค์

 

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันพฤหัสที่ 7 กุมภาพันธ์ 19 สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน ฮบ 12:18-19,21-24 / มก 6:7-13
การเดินทางเป็นสิ่งที่น่ากลัว ถ้าใครไม่ใช่นักผจญภัย อาจจะมีสิ่งไม่ดีเกิดขึ้น เป็นต้นเวลาที่ขาดความช่วยเหลือ แต่ถ้าเดินทางไปพร้อมกับเพื่อน จะรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น และไม่รู้สึกโดดเดี่ยว พระเยซูเจ้าได้ทรงส่งบรรดาสานุศิษย์ของพระองค์ออกไปทำงานทีละสองคน พระองค์ทรงทราบถึงสิ่งที่ได้กล่าวข้างต้นเป็นอย่างดี พวกสานุศิษย์ได้รับคำสั่งที่เป็นรากฐานที่ดี ในสิ่งที่พวกเขาจะนำไปประกาศ พระเยซูเจ้าทรงทราบว่า การที่ส่งพวกเขาไปทีละสองคน จะทำให้งานที่ได้รับมอบหมายง่ายดายขึ้น เพราะเพื่อนร่วมงานจะให้การสนับสนุน จะช่วยตัดสินใจในสิ่งที่ดีที่สุด เป็นต้นในเวลาที่มีความสงสัยหรือความสับสน แน่นอนบางครั้งเพื่อนร่วมงานอาจจะเป็นตัวสร้างปัญหา แต่ว่าในชีวิตแห่งความเป็นจริง เป็นต้นในงานประกาศข่าวดี เราจะต้องเรียนรู้ที่จะทำงานด้วยกัน เราสามารถทำสิ่งที่น่าประหลาดใจคนเดียว แต่เราจะพบว่าทำงานร่วมกับคนอื่นนั้นเป็นการท้าทายอย่างหนึ่ง การทำงานร่วมกับคนอื่น ทำให้เราสามารถเจริญเติบโตขึ้น
ท่านเห็นคุณค่าของการทำงานร่วมกับคนอื่นหรือไม่? ท่านมีจิตสำนึกที่จะเรียนรู้จากคนอื่น และส่งเสริมให้คนอื่นเจริญเติบโตหรือไม่? พระสงฆ์องค์หนึ่งได้เล่าเรื่องการประกาศพระวรสารว่า อาจจะหมายถึงงานมิชชันนารี แต่ในความเป็นจริง มันหมายถึงการสร้างความเชื่อกับพระเป็นเจ้า การประกาศพระวรสาร จะต้องเป็นการนำความรักของพระเป็นเจ้า ไปยังบุคคลอื่น ไม่ใช่ผ่านทางโครงการต่างๆมากมาย แต่เป็นการสร้างความสัมพันธ์กับประชาชน บางครั้ง ท่านพบว่าชาวนา ชาวประมงจะนำข้าวที่ดีที่สุด ปลาปูที่ดีที่สุด หรือสิ่งอื่นๆที่ดีที่สุดมาให้ท่าน และจะพบว่าการรับประทานอาหารกับคนยากจนนั้น ท่านไม่สามารถพบได้ในที่อื่น ถ้าขาดเงินท่านอาจจะขอยืมคนอื่น บางครั้ง หลังมิสซาท่านอาจจะไปเยี่ยมคนเจ็บ และโปรดศีลเจิมคนไข้ บางครั้งสัตบุรุษจะขอให้ท่านเป็นคนไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ในมิสซาท่านจะทำเครื่องหมายในทุกคนแสดงความเป็นมิตร และคืนดีกัน และทำให้ท่านแน่ใจว่า สัตบุรุษทุกคนเปิดใจ ที่จะรักษาบาดแผลที่เคยมีอยู่.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view