สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันศุกร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2019 ระลึกถึงนักบุญเยโรม เอมีลานี พระสงฆ์ นักบุญโยเซฟิน บาคีตา พรหมจารี

วันศุกร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2019 ระลึกถึงนักบุญเยโรม เอมีลานี พระสงฆ์ นักบุญโยเซฟิน บาคีตา พรหมจารี

🍉จงให้ความกลัวมนุษย์....
เล็กน้อยกว่าความกลัวพระเจ้า
และจงให้ความเกรงกลัวพระเจ้า
ยิ่งใหญ่กว่าทุกสิ่ง ….

📚บทอ่านประจำวันศุกร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2019
ระลึกถึงนักบุญเยโรม เอมีลานี พระสงฆ์
นักบุญโยเซฟิน บาคีตา พรหมจารี
https://www.youtube.com/watch?v=v_O13tJAGXM&t=6s

🍒 ใจข้าแสวงหา
http://youtu.be/zTeLKPG2QkQ

🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄

วันศุกร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2019
ระลึกถึงนักบุญเยโรม เอมีลานี พระสงฆ์
นักบุญโยเซฟิน บาคีตา พรหมจารี
อ่าน :
ฮบ 13:1-8
มก 6:14-29

เมื่อนางเฮโรเดียส ปล่อยให้ความรู้สึกโกรธ เกลียด
ฝังรากลึก อยู่ภายในจิตใจ จนเปลี่ยนเป็น
ความอาฆาต พยาบาท นางจึงทำได้แม้กระทั่ง
ใช้มือของลูกสาว ฆ่าคนที่บาดหมางกับตนเอง

จดหมายถึงชาวฮีบรู แนะนำวิธีที่จะทำให้สามารถ
รักกัน ฉันท์พี่น้อง คือ รู้จักพอใจในสิ่งที่ตนมี ซื่อสัตย์ต่อกัน
ไม่ละเลยที่จะต้อนรับกันและกัน ไม่ปล่อยให้ความโลภครอบงำ

ด้วยความรักที่ท่านนักบุญ นักบุญเยโรม เอมีลานี มีต่อเพื่อนพี่น้อง
โดยการตระหนักว่า “ทุกคนล้วนเป็นพี่น้อง” 
ได้เปลี่ยนบุคคลิก ชีวิตของท่าน จากความแข็งกร้าว
สู่การเป็นบุคคลที่รับใช้ ช่วยเหลือเพื่อนพี่น้อง

แม้นว่านักบุญโยเซฟิน บาคีตา 
จะต้องประสบความยากลำบาก 
จากการถูกขายเป็นทาส ทำงานรับใช้นายหลายคน
แต่ความรักที่ ท่าน ได้รับจากพระเจ้า ผ่านทาง
ประสบการณ์ส่วนตัว ทำให้ท่าน ไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก
และชีวิตของท่านได้กลายเป็น แบบอย่างความหวัง 
สำหรับชีวิตคริสตชน

หมายเหตุ..
เมื่อใด ยอมให้จิตใจ เต็มไปด้วย
ความโกรธ เกลียด อาฆาต
เมื่อนั้น คุณกำลังทำให้
พื้นที่ความสุข ในจิตใจลดน้อยลง

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันศุกร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2019

สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ยอห์น ผู้ทำพิธีล้างได้กลับคืนชีพจากบรรดาผู้ตายแล้ว ดังนั้นเขาจึงมีอำนาจทำอัศจรรย์ได้...” (มก 6:14-29)

ความจริงไม่เคยตาย

ความจริงไม่ต้องการการปกป้อง

เพราะความจริงเป็นอมตะไม่รู้ตาย

ความจริงจึงเป็นพยานถึงตนเอง

และความจริงปกป้องตนเองได้เสมอ...

________________

เมื่อเราไตร่ตรองถึงชีวิตของยอห์น ผู้ทำพิธีล้าง เราพบว่าท่านเป็นพยานถึงแสงสว่าง และท่านก็เป็นพยานถึงความจริงด้วย นั่นหมายถึงท่านเป็นพยานถึงพระคริสตเจ้า ผู้ได้ตรัส “เราเป็นหนทาง ความจริง และชีวิต” ความตายของท่าน จึงเป็นการเป็นพยานถึงพระคริสตเจ้า ในความจริงแห่งมโนธรรมของสังคม

มันช่างเป็นเรื่องน่าอดสูจริงๆ เมื่อคนบางคนไม่กล้าเผชิญหน้ากับความจริง เมื่อโลกเราวันนี้ หลายครั้ง มันมีแต่ความเสแสร้งหลอกลวง หน้าซื่อใจคด และสิ่งนี้เอง คือการปฏิเสธพระเจ้า คือการไม่ยอมรับพระองค์ในชีวิตของตน การหลีกหนีความจริง คือการหลีกหนีความดี และการหลีกหนีความดี ก็คือการปฏิเสธพระเจ้านั่นเอง

ผมเคยแบ่งปันกับพี่น้องในเรื่องนี้แล้ว คือยอห์นเป็นดังมโนธรรมของสังคม... มาวันนี้ ผมไตร่ตรองที่ความสงสัยของเฮโรด และคนหลายคน ที่กำลังสงสัยว่า พระคริสตเจ้าคือใคร บางคนคิดว่า พระองค์คือยอห์นที่ได้กลับคืนชีพมาอีกครั้ง  เฮโรดเองก็สงสัยว่า พระคริสตเจ้าเป็นใครกัน ยอห์นนั้นได้ถูกตัดศีรษะไปแล้วนี่ แล้วนี่ใครกันอีกล่ะ...

จากความสงสัยผู้คน ทำให้ผมไตร่ตรองอีกครั้งที่คำว่า “ความจริง” โอ้ แม้ยอห์นผู้เป็นพยานถึงความจริง... แม้ผู้เป็นพยานถึงความจริงจะถูกประหารไปแล้ว แต่หลังจากนั้น โลกก็ต้องเผชิญหน้ากับองค์แห่งความจริง แต่สุดท้าย โลกก็ประหารองค์แห่งความจริงอีก... แต่ว่า ... “ความจริงไม่เคยตาย” แม้ผู้ที่เป็นพยานถึงความจริงหลายคนต้องตายจากไป แต่สุดท้าย “ความจริงไม่เคยตาย” ครับ ความจริงคงอยู่ชั่วนิรันดร โอ้ นี่แหละ พระเจ้าผู้ทรงเป็นองค์ความจริง ไม่มีอะไรจะไปทำร้ายความจริงได้เลย

ในวันเหล่านี้ ผมอยู่กับน้องๆ ที่มาเรียนคำสอน เพื่อเรียนรู้ศาสนาคริสต์และคำสอนของพระเยซูเจ้า เรายอมรับว่า คำสอนของพระเยซูเจ้าเป็นความจริงที่สุดเลย เราไม่อาจคัดค้าน แต่หลายครั้งโลกไม่อาจยอมรับความจริงได้ และโลกก็ปฏิเสธความจริงเสีย ผู้ที่อยู่ฝ่ายความจริง มักได้รับความทุกข์ยาก และถูกเบียดเบียน ผู้ที่รักความจริง มักถูกเหยียดหยาม และเพราะความจริงนี้เอง พระเยซูเจ้าก็ต้องสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน แต่นั่นคือการเป็นพยานถึงตัวพระองค์เอง นั่นคือการเป็นพยานถึงความจริง สมดังที่พระองค์ตรัสว่า “เราคือหนทาง ความจริง และชีวิต” พระองค์ทรงเป็นหนทางแท้จริงที่นำไปสู่ชีวิต

“ความจริงไม่เคยตาย” นี่คือสิ่งที่เป็นประสบการณ์ของเราคริสตชน เราไม่อาจปฏิเสธความจริงได้ แม้โลกจะฆ่าผู้ที่เป็นพยานถึงความจริง และได้ฆ่าองค์ความจริงด้วย แต่ความจริงไม่เคยตาย และไม่มีใครทำอะไรความจริงได้... การโกหก ความไม่จริงใจ ความเสแสร้งหลอกลวง จึงไม่ใช่วิถีชีวิตของคริสตชน การเจริญชีวิตที่สวนทางกับความจริง การปฏิเสธความจริง จึงไม่ใช่วิถีชีวิตของเราคริสตชน มันไม่ใช่ครับ... แต่ชีวิตคริสตชน คือชีวิตที่น้อมรับความเป็นจริง และเจริญชีวิตในความเป็นจริงที่พระคริสตเจ้าทรงสอน เราไม่อาจปฏิเสธความจริงได้เลย และเราก็หนีความจริงไม่พ้นด้วย

ผมเคยได้ยินคำว่า มองโลกในแง่ดี... แต่หลายครั้ง ผมคิดว่า เราต้องมองในความเป็นจริงมากกว่า มองที่ความเป็นจริง แล้วค่อยยอมรับว่าดีหรือไม่ดี เพราะการมองในแง่ดีนั้น คือการมองที่ความจริง หากพลาดไปจากความจริง จะหาอะไรดีได้เล่า... แต่การมองโลกตามความเป็นจริง เราจะสามารถยอมรับความจริง เราจะมองเห็นปัญหาที่เป็นปัญหา... บางคนบอกผมว่า อย่ามองว่ามันเป็นปัญหา แต่ผมกลับคิดว่า ให้เรามองปัญหาตามความเป็นจริง เพื่อเราจะมีโอกาสแก้ไขตามความเป็นจริง การมองโลกในแง่ดี หากใช่การหลีกหนีความจริงไม่ แต่ต้องเป็นการยอมรับความจริง และเรียนรู้ที่จะอยู่ในความเป็นจริง เราคงต้องจำไว้เสมอว่า เราหนีความจริงไม่ได้ครับ แต่เราต้องกล้าที่จะเผชิญความจริง ความรัก ความดี ความเมตตา ความจริงใจ มีพื้นฐานที่ความจริงมิใช่หรือ เพราะคนที่ไม่กล้าเผชิญความจริง เขาก็ไม่มีวันที่จะสามารถก้าวสู่ความศักดิ์สิทธิ์ได้ คนที่พบความจริง และต้อนรับความความจริง “ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ” คือทำให้เราพบแสงสว่าง ว่าควรเจริญชีวิตเช่นใด

สุดท้ายของการไตร่ตรองวันนี้... หากจะกลับไปที่คำว่า “มโนธรรม” ... มโนธรรมต้องมีพื้นฐานที่ความจริง การฟังเสียงของมโนธรรม คือการฟังเสียงของพระเจ้าที่ตรัสในใจเราอย่างเหมาะสมและทันเวลา ดังนั้น การหล่อหลอมมโนธรรม จึงเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่ง เพราะมนุษย์พบพระเจ้าได้ในมโนธรรมของตน ณ ที่นั่นเป็นสักการะสถานของจิตใจ ที่มนุษย์อยู่ต่อหน้าพระเจ้า และเขารู้ว่าเขาเป็นใครเขาได้ทำอะไรลงไป... ดังนั้น การหล่อหลอมมโนธรรม จึงเป็นสิ่งที่ต้องทำตลอดชีวิต เพื่อเราจะรู้ว่า เราควรเลือกทำสิ่งใด สิ่งใดที่เป็นพระประสงค์ของพระเจ้า... แต่ปัญหาเดียวที่น่าไตร่ตรองคือ... มีสักกี่ครั้ง ที่เราไม่สามารถยอมรับความจริง มีสักกี่ครั้ง ที่ชีวิตของเราไม่กล้าเผชิญหน้ากับความจริง และเราก็หนีความจริงอยู่ตลอดเวลา...

ข้าแต่พระเจ้า ขอพระองค์ทรงตรัสในจิตวิญญาณของลูกเสมอ ขอทรงประทานพลังใจที่กล้าหาญ เพื่อลูกจะสามารถเปิดหัวใจยอมรับความจริง ณ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่เรียกว่า “มโนธรรม” ที่พระองค์ได้ตรัส ณ จิตวิญญาณที่ฟังพระองค์... ข้าแต่พระเจ้า ขอให้ลูกชื่นชมยินดีในความสัตย์จริง แม้ว่าจะเจ็บปวดบ้าง แต่ความจริงจะทำให้ลูกเป็นอิสระ และความจริงจะรักษาลูกไว้ในความรักและความดีของพระองค์ ขอให้ลูกสัตย์ซื่อต่อความจริงของพระองค์ตลอดไป

 

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันศุกร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 19 สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน ฮบ 13:1-8 / มก 6:14-29
ใครคนใดคนหนึ่งที่มีอำนาจ อาจจะรู้สึกหวั่นไหว เมื่อมีการคุกคามมาใกล้ตัว เรามีความรู้สึกว่า เราต้องการเป็นที่หนึ่งเสมอ และไม่ต้องการสูญเสียเอกสิทธิ์พิเศษ หรือต้องมีสถานะเป็นอันดับสอง เฮโรคได้เกิดความคิดว่า เขาจะต้องให้ความสำคัญกับพระเยซูเจ้า ซึ่งกำลังเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง เพราะคำสั่งสอนและกิจการที่น่าพิศวงของพระองค์ ความจริงเฮโรดคิดว่า พระเยซูเจ้า คือ ยอห์นผู้ได้กลับคืนชีพ ตามคำสั่งประหารชีวิตของพระองค์ เราจะมองข้ามความวิตกกังวลของเฮโรดไปไม่ได้ และพระองค์กำลังคิดว่าจะต้องทำอะไรบางอย่างในไม่ช้า อำนาจของมนุษย์จะจบลงอย่างแน่นอน เพราะมีแต่อำนาจของพระเยซูเจ้าเท่านั้น ที่จะคงอยู่ต่อไป ที่สุด อำนาจอะไรก็แล้วแต่ที่เรามี ก็จะต้องมอบคืนให้แก่พระเป็นเจ้า ซึ่งเป็นผู้มอบอำนาจนั้นให้แก่เรา
ยอห์น บัปติสต์ได้ตกเป็นเหยื่อของความแค้นของนางเฮโรเดียส เพราะท่านได้ตำหนิที่เฮโรดซีงได้เอานางมาเป็นมเหสีอย่างไม่ชอบธรรม ท่านจึงเหมือนกับบรรดาประกาศกในพระธรรมเก่า ที่เป็นผู้ปกป้องความชอบธรรม ท่านเป็นผู้นำหน้าพระผู้ไถ่ ไม่ใช่เฉพาะในเรื่องการเกิดหรือการเทศนาสั่งสอน แต่ท่านเป็นประจักษ์พยานด้วยชีวิต และในเรื่องการกลับคืนชีพด้วย คริสตชนทุกคนได้รับกระแสเรียก ให้ประกาศความรอด ด้วยการเป็นประจักษ์พยานตลอดชีวิต และมีส่วนร่วมในความตายของพระเยซูเจ้า และในการกลับคืนพระชนม์ชีพของพระองค์
การที่รู้ว่า พระวรสารคือความจริง เป็นองค์ประกอบของการเป็นประจักษ์พยาน จงเป็นคนที่ซื่อสัตย์ต่อพระวรสาร ที่เป็นองค์ประกอบที่สำคัญของการกลับใจ...บางครั้ง คำพูดเพียงประโยคเดียว สามารถเปลี่ยนเหตุการณ์ในชีวิตของใครคนใดคนหนึ่ง ตลอดชีวิตของเขา...พระเป็นเจ้าที่เรานมัสการ ไม่ใช่พระเป็นเจ้าที่อ่อนแอหรือไม่มีอำนาจ พระองค์สามารถทำลายคลื่นของการต่อต้าน และทำให้ภูเขาของความชั่วร้ายที่สูงเด่นเตี้ยลง การเป็นประจักษ์พยานของความเชื่อคริสตชน คือ พระเป็นเจ้าสามารถทำได้.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view