สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2019 สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลธรรมดา

วันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2019 สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลธรรมดา

🌺แม้เราทำงานรับใช้ในวันนี้
อาจไม่มีใคร ๆ เขามองเห็น
แต่คงความสัตย์ซื่อทุกเช้าเย็น
พระเจ้าเป็นผู้ประทานบำเหน็จมา

📚บทอ่านประจำวันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2019
สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลธรรมดา
https://www.youtube.com/watch?v=-z5hUvTjnbU

🍁อยู่เพื่อรับใช้
http://youtu.be/9ULuRjmKtwk

🔷🔷🔷🔷🔷🔷🔷🔷

วันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2019
สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลธรรมดา
อ่าน :
อสย 6:1-2, 3-8
1คร 15:1-11
ลก 5:1-11

พระเยซูเจ้าทรงสอนเปโตร และคนที่คิดจะเป็นศิษย์ติดตาม
ให้เข้าว่า พวกเขาจำเป็นต้อง ..“พร้อม”...สละ
ละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งความเป็นตัวของตัวเอง
สมบัติที่ถือครอง แล้วเชื่อฟัง ทำตามที่พระเยซูเจ้าจะบอก

แม้ประกาศกอิสยาห์ จะมีประสบการณ์ของ
การได้เห็น ได้ยินเสียงของพระเจ้า และตระหนักว่า
ตนเองไม่เหมาะสม ต่อหน้าพระเจ้า
แต่เมื่อ พระเจ้าทรงเปิดโอกาส ให้เขาตัดสินใจ
เงื่อนไขประการเดียว ที่พระองค์ทรงต้องการ คือ
ความพร้อมที่จะยอมให้พระองค์ส่งไป

แม้เปาโล จะรู้สึกว่าตนเองไม่เหมาะสมที่จะได้ชื่อว่า
“อัครสาวก” เพราะท่านเคยเบียดเบียนทารุณคริสตชน
แต่ท่านมั่นใจว่า ถ้าเป็นพระพร พระหรรษทาน
งานของพระเจ้า ก็ไม่มีใครสามารถขัดขวางได้

หมายเหตุ...
“มิใช่เป็นท่านที่ได้เลือกสรรเรา
แต่เป็นเราที่ได้เลือกสรรท่าน”...

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”
วันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2019
สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.


“จงแล่นเรืออกไปในที่ลึก และหย่อนอวนลงจับปลาเถิด...” (ลก 5:1-11)

พลังแห่งกระแสเรียก
มาจากพลังแห่งพระวาจา
ที่พระเจ้าได้ตรัสเรียก

ความเป็นไปไม่ได้...
ความเชี่ยวชาญของฉัน...
อุปสรรคมากมาย...

แต่ความสำเร็จทั้งหมด
ขึ้นอยู่กับการฟังพระวาจาของพระเจ้า
และดำเนินชีวิตตามพระวาจานั้น

________________

ในบทอ่านที่หนึ่งวันนี้ เราพบว่ากระแสเรียกแห่งการเป็นประกาศกของอิสยาห์ หาใช่ความเหมาะสมในตัวท่านไม่ แต่ว่าเป็นพลังของพระเจ้าที่เรียกท่าน และตรัสกับท่าน ท่านจึงตอบรับว่า “ข้าพเจ้าอยู่ที่นี่ โปรดส่งข้าพเจ้าไปเถิด” (อสย 6:1-2ก, 3-8)

ในทำนองเดียวกัน เราพบท่าทีและความสำนึกของนักบุญเปาโลในบทอ่านที่สอง ท่านรู้ตัวว่าท่านไม่ได้มีความเหมาะสมในการเป็นอัครสาวกเลย ท่านเป็นดังเด็กที่คลอดก่อนกำหนด แต่ท่านก้เป็นผู้ประกาศข่าวดีที่ยิ่งใหญ่ได้ ทั้งนี้ ท่านได้ยืนยันว่า... “ที่ข้าพเจ้าเป็นดังที่เป็นอยู่นี้ด้วยเดชะพระหรรษทานของพระเจ้า” (1คร 15:1-11)

และอะไรจะเกิดขึ้น เมื่อชาวประมงมืออาชีพ ในยามเช้าที่เพิ่งกลับเข้าฝั่ง และกำลังซักอวน แฝงด้วยความผิดหวัง เพราะการทำงานที่ไม่ประสบความสำเร็จเลยในคืนที่ผ่านไป... แต่เมื่อพระเยซูเจ้าได้ตรัสสั่งให้เปโตร ถอยเรือออกจากฝั่ง แล่นเรือไปในที่ลึก และหย่อนอวนลงเพื่อจับปลา... โอ้ มันคงน่าหัวเราะสิ้นดี... “พระเจ้าข้า พวกเราทำงานมาทั้งคืน แต่จับปลาไม่ได้เลย...” เขาทูลพระเยซูเจ้าด้วยประสบการณ์ของชาวประมง... และนี่ก็เช้าแล้ว มันไม่ใช่เวลาที่จะจับปลาเลย มันไม่มีอะไรเป็นได้เลยนะพระองค์... แต่ทว่า นับว่ายังโชคดี ที่เปโตรยังรู้สึกว่า คนที่กำลังตรัสกับเขานั้น ธรรมดาเลย ที่สุด ท่านได้กล่าวว่า “แต่เมื่อพระองค์มีพระดำรัส ข้าพเจ้าก็จะลงอวน” คือท่านได้ฟังพระวาจาครับ... และท่านก็ได้ปลามากมายอย่างน่าอัศจรรย์

พี่น้องที่รักครับ กระแสเรียกของคริสตชน คือพระกระแสเรียก คือเป็นเสียงเรียกของพระเจ้า ที่ได้เรียกเราเพื่อเป็นคริสตชน เป็นข่าวดีของพระองค์ท่ามกลางประชาชาติ แท้จริงแล้วความเหมาะสมและความสามารถ อีกทั้งความสำเร็จทั้งหมดทั้งสิ้นมาจากการเรียกของพระเจ้าเท่านั้นเอง ขึ้นอยู่กับว่า ฉันได้ฟังพระวาจาที่พระองค์ได้ตรัสอย่างไร ฉันได้ปฏิบัติตามพระวาจานั้นมากน้อยเพียงใด และดังนั้น ก็ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ ตราบที่ฉันยังฟังพระองค์

พี่น้องที่รัก... ความสำเร็จในการเป็นข่าวดี ความสำเร็จของผู้ประกาศข่าวดี ไม่ได้อยู่ที่ความสามารถของเขา แต่อยู่ที่พลังแห่งพระวาจาของพระเจ้าที่ตรัสกับเขา อยู่ที่พลังของพระเจ้าที่ทำงานมาก่อนที่จะเรียกเขา และแม้หลังจากเขาสิ้นชีวิตไปแล้ว พระเจ้าก็ยังทรงทำงานของพระองค์... พี่น้องหลายคนบอกผมว่า ทำไมฉันทำงานแพร่ธรรมไม่สำเร็จ ทำไมบางคนทำสำเร็จ... พี่น้องที่รักครับ ผมก็ทำอะไรสำเร็จไม่มากหรอกครับ ผมเป็นพระสงฆ์ ผมเป็นนักบวช ใช่ว่าผมจะมีความสามารถมากกว่าพี่น้องสัตบุรุษ แต่ว่า... เราต้องตระหนักว่า เราอาจจะเป็นผู้รดน้ำพรวนดิน แต่พระเจ้าเท่านั้น คือผู้บันดาลการเจริญเติบโต... ความสำเร็จทั้งปวงนั้น ขึ้นอยู่กับพลังของพระเจ้าเท่านั้นเอง ส่วนเรา เรามีหน้าที่ในการฟังพระองค์ และอุปสรรคทั้งมวลมากมายที่เราคิดนั้น มันก็ไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ในงานของพระเจ้า หากพระองค์ทรงมีพระประสงค์... ตรงกันข้าม หากเราทำสิ่งที่ตรงกันข้ามกับพระประสงค์ของพระองค์ ต่อให้เราเป็นชาวประมงมืออาชีพ เราก็มือเปล่า ในขณะที่ลูกช่างไม้มีปลาย่างบนตะแกรงตั้งอยู่บนไฟ

ข้าแต่พระเจ้า ขอพระองค์ประทับอยู่กับลูกของพระองค์เสมอเถิด ขอทรงเปิดหู เปิดตา เปิดใจของลูก เพื่อฟังพระวาจาของพระองค์ และกล้าที่จะแล่นเรือออกไปในที่ลึกเพราะพระองค์มีพระดำรัส ขอให้ลูกเชื่อในพลังแห่งพระวาจาของพระองค์ มากกว่าเชื่อมั่นในตนเอง หรือเชื่อมั่นในความเชี่ยวชาญชำนาญของตนเอง เพราะเฉพาะพระพักตร์พระผู้สร้างแล้ว เพียงพระวาจาที่ได้ตรัส ทุกสิ่งก็เกิดขึ้น

สุขสันต์วันพระเจ้า... สุขสันต์วันแห่งครอบครัวของลูกของพระองค์

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 19 สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน อสย 6:1-2ก,3-8 / 1คร 15:1-11/ ลก 5:1-11
มิชชันนารีท่านหนึ่งได้เล่าเกี่ยวกับความใจดีของบรรดาสัตบุรุษ ในการช่วยเหลืองานของท่าน หลายครั้งพวกสัตบุรุษได้ให้ท่านยืมรถ เพื่อทำงานของท่าน ครั้งหนึ่ง ท่านได้ขอยืมรถตู้ เพื่อนำเด็กๆไปเข้าค่ายในฤดูร้อน อีกครั้งหนึ่ง สัตบุรุษคนหนึ่งได้พาท่านไปเยี่ยมคนเจ็บ นอกจากนี้ ยังมีตัวอย่างมากมาย ที่สัตบุรุษที่วัด ยินดีสละเวลาและสิ่งที่จำเป็น เพื่อช่วยงานของวัด
เรื่องดังกล่าวมานี้ ได้เคยเกิดขึ้นในสมัยของพระเยซูเจ้า ในพระวรสารวันนี้ พระเยซูเจ้าได้เสด็จลงไปในเรือของเปโตร และขอให้เขาถอยเรือออกไปจากฝั่ง เพื่อว่าพระองค์จะสามารถเทศนาให้แก่ประชาชน ที่ได้ติดตามพระองค์ เปโตรน่าจะปฏิเสธ เพราะว่าเขาได้ทำงานหาปลามาตลอดทั้งคืน และคงจะเหน็ดเหนื่อย แต่เปโตรได้ยอมทำตามคำขอร้องของพระองค์ และได้พบผลของการทำตามการขอร้องของพระองค์ แม้จะไม่มั่นใจว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง และนั่นคือความเชื่อในการทำงาน เราเองอาจจะไม่มีเรือหรือรถ แต่เราพอมีทรัพยากรอื่น ที่พระเป็นเจ้าจะสามารถใช้ได้ และบางครั้ง พระองค์อาจจะขอร้องให้ท่านช่วยเหลือพระองค์ ให้เผยแผ่พระวาจาของพระองค์ ท่านอาจจะใช้ความสามารถทางด้านดนตรี ท่านอาจจะใช้ความสามารถทางด้านการพูด หรือการสวดภาวนา สิ่งที่สำคัญคือ เราต้องตอบรับการขอร้องและทำสิ่งที่เราทำได้ และเราต้องมีความสบายใจว่า พระเป็นเจ้าช่วยเหลือและนำทางท่าน
เราต้องยินดีทำงานด้วยจิตตารมณ์ของจิตอาสา ที่หมายถึง จิตแห่งการให้ความดีงามทั้งปวงแก่เพื่อนมนุษย์ โดยเต็มใจ สมัครใจ อิ่มใจ ซาบซึ้งใจ ปิติสุข ที่พร้อมจะเสียสละเวลา แรงกาย และสติปัญญา เพื่อสาธารณประโยชน์ ในการทำกิจกรรม หรือสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน และมีความสุขที่ได้ช่วยเหลือผู้อื่น เป็นจิตที่ไม่นิ่งดูดาย เมื่อพบเห็นปัญหา หรือความทุกข์ยากที่เกิดขึ้นกับผู้คน เป็นจิตที่มีความสุขเมื่อได้ทำความดี และเห็นน้ำตาเปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม เป็นจิตที่เปี่ยมด้วย “บุญ” คือความสงบเย็น และพลังแห่งความดี อีกทั้งยังช่วยลด “อัตตา” หรือความเป็นตัวเป็นตนของตนเองลงได้บ้าง.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view