สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันจันทร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2019 ระลึกถึงแม่พระประจักษ์ที่เมืองลูร์ด

วันจันทร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2019 ระลึกถึงแม่พระประจักษ์ที่เมืองลูร์ด

🍒ข้าแต่องค์พระผู้สร้าง
ขอบพระคุณที่ทรงสร้างโลกนี้
ให้มีสรรพสิ่งอันงดงาม
ขอบพระคุณที่ทรงสร้างเรา
ตามพระฉายาของพระองค์
ทุกสรรพสิ่งที่ทรงสร้าง …
ล้วนมีลายเซ็นของพระองค์กำกับอยู่

📚บทอ่านประจำวันจันทร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2019
ระลึกถึงแม่พระประจักษ์ที่เมืองลูร์ด
https://www.youtube.com/watch?v=dvOKpOGWQVw&t=6s

🍇พระสัญญา
https://youtu.be/tv0XbUqKtkk


🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼

วันจันทร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2019
ระลึกถึงแม่พระประจักษ์ที่เมืองลูร์ด
อ่าน :
ปฐก 1:1-19
มก 6:53-56

ประชาชนที่เมืองเยนเนซาเร็ธ
จำพระเยซูเจ้าได้ไม่ลืม เพราะ
ชื่อเสียงของพระองค์ ในการทำความดี
ที่มีพร้อมกับ อำนาจในการรักษาโรค
คนที่มีความเชื่อ เพียงสัมผัสพระเยซูเจ้า
ผู้ทรงความดี เขาก็หายจากโรค

ปฐมกาล บอกเล่า เมื่อแรกเร่ิม
การเนรมิตสร้างของพระเจ้านั้น
อำนาจของพระองค์ แสดงออกให้เห็นโดย
เพียงพระองค์.. “ตรัส”.. ทุกสิ่งก็บังเกิดขึ้น
และทุกสิ่งที่ทรงสร้าง ทรงเห็นว่า.. “ดี”..
แม้จะถูกเบียดเบียน ทรมาน แต่ด้วย
พลังอำนาจ การยึดมั่นในความดี

การระลึกถึงแม่พระประจักษ์ที่เมืองลูร์ด
ชวนให้คิดถึง แบบอย่างของแบร์นาแด๊ต
ในการรักษาคำมั่นสัญญา พร้อมกับคำภาวนา
ออกแรงทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับแม่พระ
จนเธอสามารถกลับกลายเป็นผู้สื่อสาร
นำพระพร สำหรับคนทั่วโล

หมายเหตุ..
ความศรัทธา...ในตัวของใครนั้น
มาจากความดีที่ทำให้เห็น
มิใช่เป็นเพราะ อำนาจ หน้าที่

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”
วันจันทร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2019
สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“จำพระองค์ได้ทันที...” (มก 6:53-56)

เพราะไม่มีใครเหมือนพระองค์
พระองค์น่ารัก พระองค์ทรงช่วยเหลือทุกคน
คำเทศน์สอนของพระองค์ทรงอำนาจ

เพราะพระองค์เสด็จมาเพื่อการนี้
ชีวิตของพระองค์
เพื่อพระเจ้า และเพื่อบรรดาเพื่อนพี่น้อง...

________________

เมื่อพระเยซูเจ้าเสด็จขึ้นฝั่งที่เยนเนซาเร็ธ ประชาชนที่ตามเสด็จพระองค์ไปที่นั่นก็จำพระองค์ได้ทันที... พระเยซูเจ้าเป็นที่จดจำ เพราะอัตลักษณ์ของพระองค์ สิ่งที่พระองค์ทรงสั่งสอน คือคำสั่งสอนที่ไม่เหมือนคนอื่นๆ ไม่เหมือนแม้บรรดาธรรมาจารย์ของพวกเขา เป็นคำสั่งสอนที่ท้าทาย เป็นมาตรฐานที่สูงกว่ามาตรฐานของพวกเขา เป็นการก้าวออกไปไกลกว่าเดิม เพื่อทำสิ่งที่ดีกว่า นอกนั้น พระองค์ยังทรงแสดงความเมตตาสงสารประชาชน พระองค์ทรงทำอัศจรรย์ช่วยเหลือทุกคนที่เข้ามาหาพระองค์... บรรยากาศที่เราเห็นพระเยซูเจ้าและบรรดาศิษย์เหนื่อยมาก บรรยากาศที่พระวรสารบอกเราว่า พระองค์แทบไม่มีเวลาทานอาหาร พระองค์ไม่มีเวลาส่วนตัวเลย เพราะมีคนไปมาหาสู่พระองค์มากมายเหลือเกิน

และนี่แหละคือชีวิตของพระบุตรของพระเจ้า คือชีวิตที่เสด็จมาเพื่อทำพันธกิจของพระบิดาเจ้า คือการรับใช้พระเจ้าและเพื่อนพี่น้อง คือความรักความอบอุ่น คือความเมตตาสงสาร ความช่วยเหลือและการแบ่งปัน แม้จะยุ่งสักเพียงใด พระองค์ก็ยังมีเวลาเพื่อทุกคน ไม่มีคำว่ายุ่งเกินไป จน “ไม่มีเวลา”

จากสภาวะที่พระเยซูเจ้าและบรรดาศิษย์ต้องเผชิญเมื่อมีคนไปมาหาสู่มากมายเหลือเกิน จนไม่มีเวลาจะทานอาหารนั้น กลับเป็นเรื่องที่พระองค์และบรรดาศิษย์ต้องอาศัยแรงผลักดันในหัวใจ เพื่อเลือกทำสิ่งที่จำเป็นและคงเป็นสิ่งที่มาก่อน คำว่า “ไม่มีเวลา” อาจจะเป็นอุปสรรคในการทำงานของพระองค์ คำว่า “ไม่มีเวลา” คำนี้ สอนใจผมมาก ผมจะยอมให้คำนี้เข้ามามีอุปสรรคในชีวิตการทำงานเพื่อพระเจ้าและเพื่อเพื่อนพี่น้องหรือ เราเห็นการทำงานของพระเจ้าในการสร้างสิ่งต่างๆ อาศัยบทอ่านที่หนึ่งในวันเหล่านี้ (ปฐก 1:1-19) พระองค์ทรงมีขั้นตอนในการทำงานของพระองค์ที่แม้เราจะอธิบายทางวิทยาศาสตร์ไม่ได้ แต่พระโดยพระวาจาของพระองค์ที่ได้ตรัส สิ่งต่างๆ ได้เกิดขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป จนเราทราบดีว่า ทุกอย่างที่พระองค์ทรงกระทำนั้น พระองค์กำลังเตรียมไว้เพื่อลูกของพระองค์ พระองค์กำลังทำสิ่งที่เกินความต้องการของพระองค์ แต่นั่นเป็นการแบ่งปันความรักที่เปี่ยมล้นในพระองค์ ประทานมาสู่มนุษย์ นั่นหมายความว่า ในพระเจ้าผู้ทรงเป็นความดีบริบูรณ์นั้น พระองค์ไม่ได้มีความจำเป็น หรือต้องการสิ่งใด แต่นี่คือความรักที่เปี่ยมล้นในพระองค์มาสู่มนุษย์

วันนี้ ผมกำลังอยู่ในบรรยากาศของการปลงศพสัตบุรุษท่านหนึ่ง ที่เป็นผู้มีพระคุณของผมและเพื่อนๆ เมื่อครั้งเป็นเณรเล็กของสังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี เป็นบิดาของรุ่นพี่คนหนึ่งที่เรารัก ทำให้ผมคิดถึงเพลงของบ้านเณรแสงธรรมเพลงหนึ่งที่ผมชอบมาก แต่เวลานี้ก็ถูกตัดออกจากสารบบไปแล้ว เพราะความหมายของเพลงนั้นอาจจะสูงเกินความเข้าใจของคนส่วนใหญ่... เป็นเพลงที่กล่าวถึงความตายว่า เป็นพระทัยดีของพระองค์ที่ทรงยกเราจากโลกนี้ ครั้งหนึ่งทรงให้ชีวิต บัดนี้ทรงรับคืนไป เมื่อมีทารกเกิดมา เราพากันร่วมยินดี ไฉนจงเศร้าโศกี เมื่อมีคนหนึ่งตายลง... คริสตชนที่ความเชื่อ ความตายมิใช่เสื่อมสูญ... แต่เพราะพระเจ้าทรงสร้างเรามาเพื่อให้เรากลับสู่พระองค์ เพื่อรับความรักอันเปี่ยมล้นจากพระองค์ เป็นสิ่งที่โลกไม่อาจให้ได้...

แต่คำถามที่น่าไตร่ตรองของผมเช้านี้อยู่ที่ว่า... วันนี้ ชีวิตของผมเป็นเช่นใด ผมยังคงเป็นที่จดจำหรือเปล่า ในความเป็นลูกของพระเจ้า ความเป็นคริสตชนของผมยังเป็นอัตลักษณ์นั้นที่ทุกคนจำได้หรือไม่ ว่าผมคือศิษย์พระเยซู และเมื่อผมจะกลับบ้าน ผมจะกลับไปในความเป็นลูกของพระเจ้าหรือเปล่า หรือภาพลักษณ์ของผมเป็นเช่นใดไปแล้ว ผมยังคงเป็นเหมือนพระเยซูหรือเปล่า คือผู้ที่ทุกคนจดจำได้ในความรักและความดีในตัวผม

“จำพระองค์ได้ทันที” ประชาชนที่ห็นพระเยซูเจ้า เพราะพระองค์ไม่เหมือนคนอื่น และทุกคนก็จดจำพระองค์ได้ในทันที... พี่น้องที่รัก เราคริสตชน เรามีอะไรที่แตกต่างกับคนของโลกหรือเปล่า ที่เป็นอัตลักษณ์ที่ทุกคนเห็นและจดจำไว้ตลอดไป พูดถึงความรักและความดี ความมีเมตตาและการแบ่งปัน นั่นเป็นสิ่งที่ทุกคนจดจำเราในความเป็นคริสตชนใช่หรือไม่ ... พี่น้องที่รัก วันนี้ คนในโลกเขามองคริสตชนอย่างไร พูดถึงคริสตชน ชาวคริสต์ ที่เราบอกว่าเราเป็นศิษย์พระเยซูนั้น... ชาวโลกเขามองเห็นเราเป็นเช่นใด... ยังมีอะไรในตัวฉัน ที่ทำให้ทุกคนจดจำได้บ้างไหมว่า ฉันคือศิษย์ของพระเยซู ฉันคือกำลังใจ ฉันคือความรัก ฉันคือความเมตตา ฉันคือสิ่งดีๆ ที่คนทุกคนจะพบและมีกำลังใจ มีความสุขและความยินดี

ข้าแต่พระเยซูเจ้า ความเป็นพระคริสตเจ้าของพระองค์นั้น คือสิ่งที่ทุกคนแสวงหา คือความสุขและความชื่นชมยินดีของทุกคน... พระเจ้าข้า พระองค์ทรงเรียกพวกลูกให้มาอยู่ใกล้ชิดพระองค์ เพื่อเรียนรู้จากพระองค์ ในการมอบทั้งชีวิตที่มี เพื่อพระเจ้าและเพื่อนพี่น้อง ขอให้ชีวิตของพวกลูกเป็นที่จดจำของทุกคน ในภาพลักษณ์ของชีวิตที่ละม้ายคล้ายคลึงกับพระองค์ด้วยเถิด.

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันจันทร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 19 แม่พระประจักษ์ที่ลูร์ด
บทอ่าน ปฐก 1:1-19 / มก 6:53-56
ในปี 1992 นักบุญยอห์น ปอลที่ 2 ได้กำหนดให้วันที่ 11 กุมภาพันธ์ วันแม่พระประจักษ์ที่ลูร์ด เป็นวัน”คนป่วยสากลโลก” โดยพระองค์ได้ทรงอธิบายว่า “วันนี้ เป็นวันพิเศษในการสวดภาวนา และเป็นวันที่เราถวายการเจ็บป่วยของเรา เพื่อความดีของพระศาสนจักร”และเพื่อเตือนเราทุกคน ให้มองดูพี่น้องชายหญิง ที่เป็นเสมือนใบหน้าของพระเยซูเจ้า ซึ่งได้รับชัยชนะ เพื่อความรอดของมนุษยชาติ อาศัยพระมหาทรมาน การสิ้นพระชนม์ และการกลับคืนชีพของพระองค์ นอกจากนี้ วันนี้ยังเป็นวันพิเศษ เมื่อเรามีความเข้าใจที่ถูกต้องถึงการสวดภาวนาแห่งการบำบัดรักษา ที่ได้มีขึ้นในพระศาสนจักรสมัยแรก
บทอ่านที่หนึ่งในวันนี้เป็นบนอ่านจากหนังสือปฐมกาล ที่ปรากฏว่าทุกสิ่งทุกอย่างเป็นสิ่งที่ดีงามตั้งแต่เริ่มแรก แต่ในบทที่สามได้ปรากฏว่าความเย่อหยิ่งจองหอง และความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ ได้ทำลายความสมดุล และพระเป็นเจ้าได้ทรงเรียกทุกสิ่งกลับไปหาพระองค์ พระเยซูเจ้าได้ทรงรับทุกสิ่ง ที่กล่าวใว้ในหนังสือปฐมกาลไว้ในตัวของพระองค์เอง เมื่อประชาชนได้ตามหาพระองค์ เพราะว่าพระองค์ได้มอบความหวังให้แก่พวกเขา
ในทุกวันนี้ พระเยซูเจ้ายังทรงมีชีวิตอยู่ผ่านทางพระศาสนจักร ที่มีรายงานการรับใช้คนเจ็บป่วย และคนที่ทนทุกข์ทรมาน โดยอาศัยอำนาจและการสวดภาวนาให้คนป่วย ผ่านทางสมาชิกของพระศาสนจักร คุณพ่อแมกมานัส พระสงฆ์ชาวไอริส ซึ่งทำงานอยู่ในประเทศสก๊อตแลนด์ ได้กล่าวไว้ในหนังสืออำนาจแห่งการบำบัดรักษา และศีลศักดิ์สิทธิ์ตอนหนึ่งว่า “ทุกวันนี้ พระศาสนจักรเชื่อในการบำบัดรักษาของพระเป็นเจ้าหรือไม่? เราสามารถตอบว่าเป็นความจริง โดยมีเหตุผลว่า อาศัยพิธีกรรม พระศาสนจักรยังคงสวดภาวนาสำหรับสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ...เราเชื่อในพระแม่มารีอา ทรงช่วยเหลือเรา ในสิ่งที่เราต้องการ เช่นเดียวกับที่พระบุตรของพระแม่ได้ทรงช่วยเหลือ พระแม่ได้ประจักษ์ที่ลูร์ด และได้เผยว่า พระแม่คือผู้ปฏิสนธินิรมล พระแม่คือผู้ไม่มีบาปกำเนิด พระแม่สนิทกับพระบุตรของพระแม่ ซึ่งทรงช่วยเหลือเรา.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view