สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอังคารที่ 12 กุมภาพันธ์ 2019 สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลธรรมดา

วันอังคารที่ 12 กุมภาพันธ์ 2019 สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลธรรมดา

💧ชีวิตมาจากพระเจ้า
ดำรงอยู่เพื่อพระองค์
และกลับคืนสู่พระองค์

📚บทอ่านประจำวันอังคารที่ 12 กุมภาพันธ์ 2019
สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลธรรมดา
https://www.youtube.com/watch?v=Z0j1MAD8MLk&t=10s

🌍You are My World
https://youtu.be/PxtM9Fbf-6k

🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺

วันอังคารที่ 12 กุมภาพันธ์ 2019
สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลธรรมดา
อ่าน :
ปฐก 1:20-2:4ก
มก 7:1-13

พระเยซูเจ้าทรงตำหนิ ฟาริสี และธรรมาจารย์
กลุ่มคนที่พยายามทำตน ให้มีภาพลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์
ใกล้ชิดพระเจ้า ด้วยการนมัสการพระเจ้า
โดยใช้เพียงปาก แต่มิได้มาจากใจ เพราะ
พวกเขาตัดสินเพื่อนพี่น้อง ที่ปฎิบัติแตกต่าง
จากกลุ่มของตน

ปฐมกาล ย้ำเตือน เมื่อพระเจ้าทรงสร้างมนุษย์
ตามภาพลักษณ์ของพระองค์นั้น ทรงต้องการ
ให้เขาเป็นผู้จัดการดูแล ไม่ใช่ผู้ตัดสินบาปบุญ คุณโทษ

หมายเหตุ..
หากมัว แต่ตัดสินคนอื่น..
เพียงเพราะ นิสัย ความคิด
ชีวิต ที่ไม่เหมือนกับเรา
แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปรักเขา..

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”
วันอังคารที่ 12 กุมภาพันธ์ 2019
สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ท่านช่างชำนาญในการละเมิดบทบัญญัติของพระเจ้า เพื่อถือขนบธรรมเนียมของท่านเองเสียจริง...” (มก 7:1-13)

เพราะแท้จริงแล้ว
มนุษย์นี่แหละ สิ่งสร้างเจ้าปัญหา
เมื่อสติปัญญาที่พระเจ้าประทานให้
เพื่อสามารถคิดแสวงหาพระประสงค์ของพระองค์
กลับกลายเป็นสติปัญญาที่คิดแสวงหาน้ำใจของเขา
และดังนี้ มนุษย์เจ้าปัญญานี้เอง ก็กลายเป็นมนุษย์เจ้าปัญหาไป...

________________

ในปฐมกาล วันนี้พระเจ้าทรงเสร็จงานสร้างสรรค์ของพระองค์ เมื่อทรงเตรียมทุกสิ่งทุกอย่าง ดังการวางรากฐานของครอบครัว เพื่อให้กำเนิดลูกน้อย สิ่งสร้างสุดท้ายที่พระเจ้าทรงสร้างมาอย่างดีที่สุด นั่นคือการสร้างตามภาพลักษณ์ของพระองค์ และทรงประทานทุกสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง ให้อยู่ภายใต้การดูแลของพวกเขา (เทียบ ปฐก 1:20-2:4ก)

มีเพียงมนุษย์เท่านั้น ที่พระเจ้าทรงประทานสติปัญญาให้สามารถคิด และแสวงหาความจริงและความดี ทรงประทานอำเภอใจให้พวกเขา ในการเลือกด้วยเหตุผล และแท้จริงแล้ว พระองค์ทรงสร้างมนุษย์มาประเสริฐกว่าสิ่งสร้างทั้งมวลดังนี้เอง

เมื่อครั้งเราพูดถึงความสามารถสร้างสรรค์ของมนุษย์ที่พระเจ้าทรงประทานสติปัญญาให้พวกเขาคิดสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ เรามั่นใจว่าสติปัญญานี้เอง คือสิ่งที่พระเจ้าทรงใส่ไว้ในชีวิตมนุษย์ เพื่อแสวงหาความจริง และความดี... ... ... สัตบุรุษคนหนึ่งถามผมว่า หากเช่นนั้นแล้ว จะมีสิ่งใดที่มาจากความคิดของมนุษย์จะเป็นสิ่งที่ไม่ดีได้หรือ แล้วทำไม มนุษย์จะไม่มีสิทธิ์ที่จะคิดในการใช้ชีวิตของตนเองอย่างคุ้มค่า เช่น ผลการคิดค้นทางวิศวะพันธุ์กรรม หากมาจากสติปัญญาของมนุษย์ที่พระเจ้าประทานความสามารถให้ดังนั้นแล้ว ทำไมสิ่งเหล่านี้จึงเป็นสิ่งที่พระศาสนจักรสอนว่า เป็นการละเมิดงานสร้างสรรค์ของพระเจ้าเล่า ทำไมเราจึงโคลนนิ่งมนุษย์ไม่ได้ ทำกิ๊ฟก็ไม่ได้ การคุมกำเนิดที่มีมากมายนอกจากการคุมกำเนิดตามธรรมชาติ ทำไมมนุษย์ไม่มีสิทธิ์ทำสิ่งเหล่านี้ด้วยสติปัญญาอันชาญฉลาดที่พระเจ้าทรงประทานให้หรือ... คู่แต่งงานคู่หนึ่งถามผม...

โถ พี่น้องที่รัก ลูกที่รัก... ลูกเข้าใจคำว่าฉลาดแกมโกงไหมครับ... ลูกมีความสามารถในการคิด แต่แทนที่ลูกจะคิดทำสิ่งที่พระเจ้าทรงพอพระทัย ทำสิ่งที่เป็นธรรมชาติที่พระเจ้าทรงสร้างไว้ แล้วทำไมลูกจะคิดแบบคนฉลาดแกมโกง เพื่อจะเอาชนะพระเจ้าเล่า... ใช่ซิ ลูกมีความสามารถในการคิด พระเจ้าทรงประทานสติปัญญาให้ลูกคิด แต่ทำไมลูกจึงคิดหักล้างกับสิ่งที่พระเจ้าทรงมีพระประสงค์เล่า... ลูกรัก ลูกเข้าใจคำว่า ฉลาดแกมโกงไหมล่ะลูก...

วันนี้ เราพบท่าทีของมนุษย์เราเช่นนี้ในพระวรสาร เมื่อพระเยซูเจ้าได้ตรัสกับชาวฟาริสีและธรรมมาจารย์ที่มาทูลถามพระองค์เรื่องการธรรมเนียมต่างๆ ของบรรพบุรุษ... “พวกเขานมัสการเราแต่ปาก แต่ใจเขาอยู่ห่างไกลเรา เขานมัสการเราอย่างไร้ความหมาย...”

พี่น้องที่รักครับ วันนี้ เราไตร่ตรองพระวาจาร่วมกัน ขณะที่ผมกำลังอยู่กับบรรดาสมาชิกฟรันซิสกันในเขตเอเชียที่มาประชุมร่วมกัน มาเพื่อร่วมขบคิด ใช้สติปัญญาร่วมกันเพื่อแสวงหาความดีและความจริง ความถูกต้อง เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ เสริมสร้างสิ่งที่พระเจ้าทรงประทานไว้ให้ตามหนทางแห่งพระประสงค์ของพระองค์... พระเจ้าไม่ได้ประทานสติปัญญาให้เรามาเพื่อคิดคดโกงกัน พระองค์ไม่ได้ให้ความสามารถเหล่านี้แก่เราเพื่อเอารัดเอาเปรียบกัน แต่เพื่อประคับประคองช่วยเหลือกัน... แล้วใยท่าทีของเรา มักจะฉลาดแกมโกงอยู่ร่ำไป เพื่อที่จะเอารัดเอาเปรียบ หากผลประโยชน์เข้าตนเองฝ่ายเดียว

หากเราเอาสิ่งที่ต้องมอบให้เพื่อกันและกันไปถวายพระเจ้า... จากนั้นแล้ว เราอาจจะบอกว่า “ถวายพระเจ้าก่อนเถอะ...” แต่ในทางกลับกัน เราก็ปล่อยให้พี่น้องขาดแคลนสิ่งที่จำเป็น...

โอ้ วิญญาณข้าเอ๋ยฯ พระเจ้าได้ประโยชน์อะไรจากของถวายของท่านหรือ... แท้จริงแล้วพระวาจาวันนี้ของพระองค์ช่างน่าคิดเสียนี่กระไร หากเราเลือกที่จะแบ่งปันกับพี่น้อง แล้วกลับกล้าก้าวออกไปถวายของมากมายแด่พระเจ้า ทำบุญหลายสิบวัด แต่ไม่เคยให้เวลากันและกัน แล้วพระเจ้าจะได้อะไรจากสิ่งที่ฉันได้ทำกระนั้นหรือ...

พระสันตะปาปาฟรันซิส ตรัสไว้อย่างน่าคิด... อย่าเอาเงินที่ท่านหน้าเลือด เอารัดเอาเปรียบพี่น้องมาถวายพระศาสนจักร... เอาเงินนี้คืนไปเถิด พระศาสนจักรไม่ต้องการ...

พี่น้องที่รัก จริงทีเดียวใช่ไหม ที่หลายครั้ง เรานมัสการพระเจ้าอย่างไร้ความหมาย เรามีเงินถวายพระเจ้ามากมาย ทำบุญหลายสิบวัด แต่เราหวงสิ่งที่เรามี และไม่ยอมแบ่งปันกับพี่น้องเลย... เราอาจจะภาวนาเช้าค่ำ ศรัทธากันเหลือเกิน แต่คุยกับพระเยซูเจ้าผู้ประทับอยู่ในกันและกันคนละภาษาเสมอเลย คือคุยกันไม่เคยจะรู้เรื่อง หรือไม่เคยมีเวลาคุยกันเลย และอีกกี่ครั้งที่เราจำศีลอดอาหารอย่างศรัทธาเหลือเกิน แต่กลับแยกเขี้ยวใส่กันและกัน ดังจะกินเลือดกินเนื้อกันเสียให้ได้กระนั้นแล้ว... แล้วเช่นนี้หรือ ที่สติปัญญาของเจ้าคิดว่านี่คือบุญกุศล... ฉันคงต้องถามตนเองใหม่ล่ะว่า “ฉันเอาอะไรคิดอ่ะ...ใช่หรือ ที่เป็นสติปัญญาที่พระเจ้าประทานให้อ่ะ...”

ข้าแต่พระเจ้า ขอพระปรีชาญาณของพระองค์ คือความสามารถในความเข้าใจพระประสงค์ของพระองค์ในชีวิตจริงของลูกเสมอเถิด ขออย่าให้ลูกชำนาญในการฉลาดแกมโกง ด้วยสติปัญญาที่ทรงประทานให้เลย แต่ขอให้ลูกคิดอย่างพระเยซู พระบุตรของพระองค์เถิด พระเจ้าข้า.
...

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันอังคารที่ 12 กุมภาพันธ์ 19 สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน ปฐก 1:20-2:4ก / ลก 7:1-13
พระสงฆ์องค์หนึ่งได้เล่าว่า ในสมัยเป็นเด็ก ท่านได้อาศัยอยู่ในหมู่บ้าน ท่านมักจะไปดูพวกชาวนาที่รับประทานโดยไม่ได้ล้างมือ เป็นต้น ในตอนอาหารกลางวัน พวกเขาปฏิเสธที่จะแตะน้ำ ในขณะที่มือเท้ายังเมื่อยล้าอยู่ และการที่พวกเขาปฏิบัติตัวอย่างนั้น ทำให้มีชีวิตยืนยาวกว่าคนที่ทำตัวให้สะอาดตลอดเวลา
พระวรสารวันนี้ได้กล่าวถึงความหน้าซื่อใจคดของพวกฟาริสีและคัมภีราจารย์ พวกเขาได้พยายามถามวิธีการที่พระเยซูเจ้าปฏิบัติต่อบรรดาสานุศิษย์ เมื่อพวกเขาได้รับประทานอาหาร ด้วยมือที่ไม่สะอาด ที่ขัดต่อธรรมประเพณี แต่พระเยซูเจ้าทรงเห็นความคิดที่เลวร้ายของพวกเขา จึงได้โต้ตอบทันทีทันใด โดยชี้ให้เห็นถึงความหน้าซื่อใจคดของพวกเขา ภาพดังกล่าวยังเป็นสิ่งที่เราเห็นในทุกวันนี้ เราทุกคนพยายามลืมความบกพร่องของตัวเอง เพราะเรามัวแต่มองดูความบกพร่องของคนอื่น พระเยซูเจ้ากำลังตรัสกับเรา ให้มองไกลกว่าที่สายตาของเราเห็น เราต้องมองดูสิ่งที่ดีงามในคนอื่นตลอดเวลา คนที่หน้าซื่อใจคดคิดว่าเขาเป็นศูณย์กลางของโลกนี้ และนี่คือเหตุผล ที่พวกเขามองเห็นกิจการของคนอื่นผิดไปจากมุมมองของเขา
พระเยซูเจ้าทรงเห็นหัวใจของเรา พระองค์ไม่คุ้นเคยกับธรรมประเพณี ที่ขัดขวางไม่ให้คนอื่นมาใกล้ชิดกับพระองค์ พระองค์ทรงต้องการ ให้เราทำให้มิตรภาพกับพระองค์ให้ลึกซึ้ง ผ่านทางความสัมพันธ์ที่ดีกับคนอื่น เราสามารถที่จะสร้างมิตรภาพที่ดีกับคนอื่นได้อย่างไร? เราไม่ควรจะมองดูเราว่าดีกว่าคนอื่น เราไม่ควรจะมองดูคนอื่นในแง่ร้าย แต่ควรมองว่า ทุกคนเท่าเทียมกับเรา ในฐานะเป็นบุตรของพระเป็นเจ้า และด้วยวิธีนี้เอง เราจะมีสันติสุข เราจะไม่มองดูความผิดพลาดของคนอื่น แต่ให้พื้นที่แก่คนอื่น และช่วยเหลือคนอื่น ถ้าเขาผิดพลาดไป.
“ตั้งแต่เริ่มต้นของพันธกิจของพ่อที่มหาวิหารนักบุญเปโตร พ่อคิดว่างานพระเมตตาเป็นงานพิเศษของพ่อ พระญาณสอดส่องได้กำหนดให้พ่อมาทำหน้าที่นี้เพื่อเพื่อนมนุษย์ เพื่อพระศาสนจักร และเพื่อโลก เป็นงานที่พ่อต้องทำต่อหน้าพระเป็นเจ้า”(นักบุญยอห์น ปอลที่ 2 เมื่อวันที่ 22 พศฤจิกายน 1981)

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view