สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ 2019 ระลึกถึงนักบุญซีริล นักบวช และ นักบุญเมโทดิโอ พระสังฆราช

วันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ 2019 ระลึกถึงนักบุญซีริล นักบวช และ นักบุญเมโทดิโอ พระสังฆราช

❤รักคนที่น่ารัก...ใคร ๆ ก็ทำได้
แต่พระเจ้าทรงเรียกร้องให้เรา "รัก"
แม้กระทั่ง "ศัตรู"
รักเหมือนที่พระเยซูทรงรัก...เรา

📚บทอ่านประจำวันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ 2019
ระลึกถึงนักบุญซีริล นักบวช และ
นักบุญเมโทดิโอ พระสังฆราช
https://www.youtube.com/watch?v=NmZgSNBcypY&t=7s

💞เพราะรักมั่นคง
https://youtu.be/W6kLp-wmjmE

🌹🌹🌹🌹🌹🌹🌹🌹

วันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ 2019
ระลึกถึงนักบุญซีริล นักบวช และ
นักบุญเมโทดิโอ พระสังฆราช
อ่าน :
ปฐก 2:18-25
มก 7:24-30

ความรักที่หญิงชาวไทระ มีต่อบุตรสาว
ทำให้เธอยอมทำทุกอย่าง ด้วยความบริสุทธิ์ใจ
อย่างสุภาพ นอบน้อม เพื่อขอให้พระเยซูช่วยรักษา
บุตรของนาง

ปฐมกาล บอกเล่ามนุษย์ เป็นนายเหนือสิ่งต่างๆ ในโลก
เพราะอิสระที่พระเจ้ามอบให้ แต่กับมนุษย์ด้วยกันนั้น
เขาต้องเป็นผู้ช่วยเหลือ เกื้อกูลกันและกัน

แม้นว่า นักบุญซีริล และนักบุญเมโทดิโอ
จะมาจากครอบครัวชนชั้นสูง หน้าที่การงานที่ดี
แต่อาศัยการเพาะบ่มความเชื่อ พร้อมกับ
คุณธรรมความดี ได้นำท่านทั้งสองให้สละทุกสิ่ง
เพื่อติดตามรับใช้พระเจ้าในฐานะนักบวช
เป็นธรรมฑูต ท่ามกลางพี่น้องต่างวัฒนธรรม ความเชื่อ

หมายเหตุ...
ผ่านทาง การช่วยเหลือผู้อื่น
เราก็จะเรียนรู้ว่า จะช่วยเหลือตัวเองอย่างไร

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”
วันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ 2019
สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลธรรมดา
ระลึกถึงนักบุญซีริล นักบวช และเมโทดิโอ พระสังฆราช

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“แต่ลูกสุนัขที่อยู่ใต้โต๊ะ ก็ยังได้กินเศษอาหารของลูกๆ...” (มก 7:24-30)

เพราะพระเจ้าคือองค์ความดี
คือท่อธารความรัก
เพื่อทุกคนที่เข้าหาพระองค์...

________________

บทอ่านที่หนึ่งจากหนังสือปฐมกาลวันนี้ (ปฐก 2:18-25) เรามองเห็นชีวิตหมู่คณะที่พระเจ้าทรงประทานให้กับมนุษย์ เพราะชายมาอาจอยู่คนเดียว การอยู่คนเดียวเป็นเรื่องที่ไม่ดีเลย จากชีวิตสู่ชีวิต พระเจ้าได้ประทานหญิง คือมนุษย์อีกคนหนึ่งที่อยู่เคียงข้าง คือความรักและความห่วงใยที่เดินเคียงข้างกันและกัน แบบไม่เคยทอดทิ้งกัน คือความเหมาะสมแก่กันและกัน นั่นคือ มนุษย์กับมนุษย์ ไม่ใช่กับสิ่งสร้างอื่นๆ ที่พระเจ้าทอดพระเนตรแล้วเห็นว่า ไม่เหมาะสมกับความเป็นมนุษย์ที่พระองค์ทรงสร้างมา

แต่ในพระวรสาร เราพบการแบ่งแยกของมนุษย์เอง ที่ดูเหมือนว่าศักดิ์ศรีของมนุษย์นั้นดูจะไม่เท่ากัน ชาวยิวและคนต่างชาติเช่นหญิงชาวซีโรฟีนีเซียคนนี้ แต่เฉพาะพระพักตร์พระเจ้า เขาคือลูกของพระองค์ทั้งสิ้น... เมื่อหญิงชาวต่างชาติเข้ามาหาพระเยซูเจ้าที่เป็นชาวยิว เพื่อขอให้พระองค์ช่วยเหลือลูกของเธอที่ถูกปีศาจสิง... พระวาจาของพระเยซูเจ้าที่ตรัสตอบเธอนั้นดูจะรุนแรงเหลือเกิน เหมือนศักดิ์ศรีของชาวต่างชาติคนนี้ไม่ต่างอะไรกับลูกสุนัขเลย... แต่เพราะพระเจ้าไม่ใช่มนุษย์ พระองค์ทรงรักสิ่งสร้างของพระองค์ทุกสิ่ง โดยเฉพาะในความเป็นมนุษย์ที่พระองค์ทรงสร้างมาอย่างประเสริฐสุดตามภาพลักษณ์ของพระองค์ ทำให้พระองค์ทรงประทับใจในคำตอบของหญิงชาวต่างชาติคนนี้ เมื่อพระองค์ดูเหมือนจะปฏิเสธนาง... “ให้ลูก ๆ กินอิ่มเสียก่อน เพราะไม่สมควรที่จะเอาอาหารของลูกมาโยนให้ลูกสุนัขกิน”... บัดนี้นางจะตอบอย่างไร... เมื่อคำตอบนี้ไม่ได้ทำให้นางท้อถอย และหนีไปจากพระองค์เลย... นางทูลพระองค์ว่า... “แต่ลูกสุนัขที่อยู่ใต้โต๊ะ ก็ยังได้กินเศษอาหารของลูกๆ...”

พระวาจาตอนนี้ ทำให้ผมไตร่ตรองถึงพระพรของพระเจ้าที่ประทานให้เรามากมายในการเป็นคริสตชน ในการเป็นลูกของพระองค์ เราอาจจะมีหลายอย่างที่ต้องทำ เราอาจจะมีบางสิ่งที่พิเศษ และดูเหมือนว่าจะสูงกว่ามาตรฐานของชาวโลกด้วย แต่พระพรของพระเจ้าดูเหมือนจะประทานมาเพื่อค้ำจุนบรรดาบุตรของพระองค์เสมอ คือเคียงข้างเสมอนั่นเอง... คือ ให้ลูกของพระองค์ทานอิ่มก่อน แล้วค่อยให้คนอื่นได้รับสิ่งเหล่านั้น คือยังมีอาหารที่ตกจากโต๊ะของบรรดาบุตร นั่นคือภาพของอาหารที่มากมายเหลือเกิน จนมีบางส่วนตกหล่นไปสู่คนอื่นๆ ได้ นั่นคือพระพรนั้นมากมายเหลือเกิน

แต่สิ่งที่น่าไตร่ตรองในเช้าวันนี้สำหรับผมที่จะแบ่งปันกับพี่น้องคืออะไร สิ่งนั้นคือพระพรที่ผมอาจจะละเลยหรือเปล่า คือพระพรที่ผมกำลังเหมือนขโมยไปจากคนอื่นๆ ด้วยหรือเปล่า... สิ่งนี้เองทำให้ผมหวนคิดถึงคำสอนของพระสันตะปาปาฟรันซิสว่า “เมื่อเราโยนอาหารของเราทิ้ง เราก็กำลังขโมยอาหารของคนจน” (เทียบ Laudato sii 50)

พี่น้องที่รักครับ เมื่อชาวต่างชาติได้รับพระพรจากพระเจ้าด้วยเช่นเดียวกัน นั่นไม่ใช่พระเจ้าไม่มีพระพรสำหรับลูกของพระองค์ แต่นั่นคือพระพรทุกอย่างนั้นมีเพียงพอ มากมายจนมากล้นสำหรับลูกของพระองค์... แต่ฉันที่เป็นลูกของพระองค์ ฉันกล้าเข้าหาพระองค์ด้วยความจริงใจหรือ เพื่อวอนขอความช่วยเหลือจากพระองค์ เพราะชาวต่างชาติที่มีความเชื่อในพระเจ้า ยังได้รับความช่วยเหลือจากพระองค์ และฉันที่เป็นลูกของพระองค์ที่พระองค์ทรงเรียก พระองค์จะทอดทิ้งฉันหรือ...

แต่ลูกของพระเจ้าควรเป็นเช่นใด... นี่อาจเป็นผลการไตร่ตรองที่ต้องต่อยอดออกไปอีก ลูกของพระเจ้ามั่นใจในความเป็นบิดาของพระองค์มากน้อยเพียงใด ลูกของพระเจ้ามองเห็นพระองค์ในสายตาของเขามากน้อยเพียงใด เขามองเห็นพระองค์เป็นใครกัน... และเขามองเห็นเพื่อนพี่น้องเป็นใครกัน เมื่อบรรดาพี่น้องเหล่านั้น คือผู้ที่พระเจ้าทรงบันดาลมีชีวิตเคียงข้างกันและกัน วันนี้ พระองค์ไม่ได้ทอดทิ้งชาวต่างชาติผู้เข้ามาพึ่งพระองค์ แต่วันนี้ ฉันทอดทิ้งใครไปบ้างหรือเปล่า ฉันยังมองพี่น้องบางคนต่ำต้อยกว่าฉันหรือเปล่า... ในพระพรมากมายที่พระเจ้าประทานให้นั้น ฉันเคยเห็น และรับไว้ อีกทั้งแบ่งปันไปสู่เพื่อนพี่น้องของฉันบ้างไหม หรือนอกจากฉันจะไม่สนใจพระพรที่พระประทานมาแล้ว ฉันอาจจะยังไม่เคยคิดแบ่งปันพระพรนั้นแก่บรรดาพี่น้องของฉันอีกหรือเปล่า... ท่าทีของลูกของพระเจ้าควรเป็นเช่นใด เมื่อพระทัยเมตตารักของพระองค์นั้น ทำให้พระพรมากมายเอ่อล้นจากพระทัยของพระองค์ไปสู่ทุกคน... วันนี้ ฉันรักและช่วยเหลือ แต่เฉพาะคนที่ฉันรักเท่านั้นหรือเปล่า ฉันเก็บพระพรประการใดไว้เพื่อตนเองเท่านั้นหรือเปล่า หรือหนักกว่านั้น ฉันไม่สนใจพระพรนั้นเลย และไม่เคยคิดจะนำไปแบ่งปันให้แก่ผู้อื่นเลย ฉันเคยเป็นเช่นนี้หรือไม่... เพราะมันช่างตรงกันข้ามกับพระทัยของพระเจ้าที่แสนอ่อนโยนนะ

ข้าแต่พระเจ้า การได้มีพระองค์เป็นพระเจ้า การได้มีพระองค์เป็นบิดานั้น สำหรับลูกนั้น นี่คือพระพรมากมายและยิ่งใหญ่เหลือเกินแล้ว ขอให้ลูกเรียนรู้ศักดิ์ศรีของการเป็นลูกของพระองค์ ที่พระองค์ทรงประทานชีวิตของลูกจากความรักเอ่อล้นแห่งดวงพระทัยของพระองค์ เพื่อลูกจะสามารถนำผู้อื่นเข้ามาพึ่งพระองค์ โดยปราศจากเงื่อนการและการแบ่งแยกใดๆ .

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันพฤหัสที่ 14 กุมภาพันธ์ 19 สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน ปฐก 2:18-25 / มก 7:24-30
พระสงฆ์องค์หนึ่งได้เล่าเกี่ยวกับประสบการณ์ของการไล่ผีดังนี้: วันหนึ่งคุณแม่ที่เป็นมุสลิมได้มาท่านที่วัด พร้อมกับบุตรสาววัยรุ่น นางได้บอกว่า บุตรสาวของนางถูกปิศาจสิง และขอร้องให้ท่านทำพิธีไล่ผีให้แก่บุตรสาวของนาง ซึ่งมีอาการทุรนทุราย มีนัยน์ตาขวาง และพูดภาษาแปลกๆ ไม่เหมือนภาษาพื้นเมืองของเธอ เนื่องจากพระสงฆ์ท่านนี้ไม่มีประสบการณ์มาก่อน และไม่แน่ใจว่าจะทำอะไรได้ จึงได้นำเด็กสาวไปหาพระสงฆ์เจ้าวัดอาวุโส และท่านได้แนะนำให้นำเด็กสาวไปหาอิหม่าม เพื่อทำพิธีให้ คุณแม่ของเด็กสาวได้บอกว่า นางได้นำลูกสาวไปให้อิหม่ามทำพิธีแล้ว แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ที่สุด พระสงฆ์ท่านนั้นได้ตัดสิใจ ใช้น้ำเสกพรมไปที่ตัวเด็กสาว โดยคิดว่า ถ้าท่านไม่ทำอะไรบางอย่าง คุณแม่ท่านนั้นคงจะไม่ยอมจากไป นางรู้สึกพอใจ และบุตรสาวของนางก็มีอาการสงบลง ต่อมาทั้งสองแม่ลูกได้จากไป ส่วนพระสงฆ์ท่านนั้นได้สวดภาวนา เพื่อขอให้เด็กสาวมีอาการดีขึ้น และไม่ถูกปิศาจรบกวนอีกต่อไป
ในพระวรสารวันนี้ พระเยซูเจ้าได้ทรงทำพิธีไล่ปิศาจเช่นเดียวกัน เมื่องหญิงชาวฟีโรฟีนีเซีย ที่เป็นชาวต่างชาติ ได้นำบุตรสาวมาให้พระเยซูเจ้า ที่เป็นชาวยิว เพื่อให้พระองค์รักษา เราจะเห็นว่าคุณแม่ท่านนี้และคุณแม่ชาวมุสลิมได้ขอความช่วยเหลือจากพระเป็นเจ้า เพื่อขอให้บุตรสาวมีสุขภาพดีขึ้น และบุตรสาวของนางทั้งสองก็ได้รับการบำบัดรักษาจากพระเยซูเจ้า
แน่นอน หญิงชาวฟีโรฟีนีเซียคนนี้รักบุตรสาวของตนอย่างมาก เช่นเดียวกับหญิงมุสลิม แต่นางก็ยอมนำบุตรสาวมาหาพระเยซูเจ้า แม้ไม่แน่ใจว่า พระองค์จะยินดีรักษาบุตรสาวของนางหรือไม่ เพราะนางไม่ใช่ชาวยิว แต่นางก็ไม่สนใจ นางทำทุกอย่างที่นางทำได้ ด้วยทีท่าที่มั่นคง พยายามทำให้พระองค์ยินยอมไปรักษาบุตรสาวของนาง และนางก็ได้รับในสิ่งที่นางต้องการ พระเยซูเจ้าเองทรงรู้สึกประหลาดพระทัย ที่นางมีความไว้วางใจว่า พระองค์สามารถขับไล่ปิศาจที่สิงอยู่ในบุตรสาวของนาง “ถูกแล้ว พระเจ้าข้า แต่ลูกสุนัขที่อยู่ใต้โต๊ะก็ยังได้กินเศษอาหารของลูกๆ”

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view