สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2019 สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลธรรมดา

วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2019 สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลธรรมดา

🍓 เพียงดวงตาฉายแววแห่งรัก
ดวงใจก็ทายทักรับรักให้
เพียงมีพระองค์อยู่ในใจ
สิ่งอื่นใดใหญ่ยิ่งนั้นไม่มี

📚บทอ่านประจำวันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2019
สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลธรรมดา
https://www.youtube.com/watch?v=qWLj-0HdCU8&t=8s

🍉ให้พระองค์เป็นหนึ่ง
https://youtu.be/-5O61i42shQ

🍏🍏🍏🍏🍏🍏🍏🍏

วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2019
สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลธรรมดา
อ่าน :
ยรม 17:5-8
1 คร 15:12, 16-20
ลก 6:17, 20-26

เมื่อเข้ามาเป็นศิษย์ติดตามพระคริสตเจ้า
แม้บรรดาศิษย์ จะพบความยากลำบาก
แต่พวกเขาเป็นสุข ด้วยความหวัง
ในพระคริสตเจ้า

จดหมายนักบุญเปาโล นำเสนอ...
ภาพของพระเยซูคริสตเจ้า ผู้เป็นผลแรก
ในแผนการณ์ของพระเจ้า ตอกย้ำความเชื่อ
ของคริสตชน ในการกลับคืนชีพเช่นเดียวกับพระองค์

เสียงของพระเจ้าผ่านทางประกาศกเยเรมีย์
พระเจ้าทรงสำรวจจิต ทดสอบใจ
เพื่อตอบแทนแต่ละคนตามความประพฤติของเขา

หมายเหตุ..
ทำตัว ให้เหมือนอยู่ในสวรรค์
ด้วยการทำทุกวัน ให้เป็นวันสุข..
แค่นี้ สวรรค์ ก็อยู่ที่ตัวเรากำหนด

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”
วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2019
สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ท่านทั้งหลายที่ยากจนย่อมเป็นสุข...” (ลก 6:17, 20-26)

คริสตชนเอ๋ย...
เธอเป็นเช่นต้นไม้ที่ปลูกไว้ริมธารา ค่าอนันต์
เกิดผลตามฤดูกาล
ณ สายธารน้ำที่ไม่เคยเหือดแห้ง
คือผู้ที่เจริญชีวิตตามพระวาจาของพระเจ้า
เพราะพระเจ้าทรงเป็นพลัง
ความสุขและความยินดีทุกประการของเธอ... (เทียบ สดด 1:1-6)

________________

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วพระวรสารได้นำเราไตร่ตรองชีวิตคริสตชนในเรื่องของกระแสเรียกของเรา ที่เป็นดังการเรียกที่พระเยซูเจ้าทรงเรียกเปโตรและบรรดาศิษย์กลุ่มแรก... ชีวิตชาวประมงที่ดูเชี่ยวชาญในหน้าที่การงานของเขา เมื่อต้องเผชิญหน้ากับลูกชายของช่างไม้ ที่ดูไม่น่าจะมีความรู้หรือประสบการณ์อะไรเลยในชีวิตชาวประมง แต่อยู่ๆ มาสั่งให้พวกเขาถอยเรือออกไปในที่ลึก ถอยออกไปในเวลาที่มันไม่ใช่เวลาหาปลา คือถอยออกไปในเวลาเช้า นั่นคือเวลาที่กำลังจะกลับบ้าน กลับไปพัก... แต่สุดท้าย เขาได้ปลามากมาย

ภาพนี้ที่ผมไตร่ตรองพระวาจาของพระเจ้าสัปดาห์ก่อน คือภาพของพระวรสารอาทิตย์ที่แล้ว และภาพของพระเยซูเจ้าหลังการกลับคืนชีพ เมื่อพระองค์ทรงอยู่ที่ชายฝั่งอีกครั้ง... คือภาพของคนที่ทำงานมาทั้งคืน แต่ไม่ได้อะไรเลย ชาวประมงที่เชี่ยวชาญที่ไม่มีผลอะไรเลยจากการทำงานของตน แต่ลูกช่างไม้ กลับมีปลาย่างไว้บนไฟสำหรับพระองค์และสำหรับพวกเขาด้วย ???

ชีวิตการเป็นฟรันซิสกันที่ไม่ง่ายนักของผมที่ประจวบฯ สี่ปีเกือบห้าปี มันอาจะเป็นชีวิตที่ยากกว่านั้น เมื่อผมตัดสินใจเรียนรู้จากชีวิตที่ต้องอยู่ตามลำพังจริงๆ เพราะไม่มีสมาชิกที่เพียงพอที่จะให้อยู่สองคนขึ้นไปได้ และเร็วๆ นี้ ผมจะได้กลับบ้านแล้วครับ จะได้กลับไปอยู่กับหมู่คณะของผมจริงๆ ดังที่รอคอยมานานนับปี จบแล้วครับ บทเรียนที่มีค่ายิ่งนี้...

คืนที่ผ่านไป หลังจากกลับถึงวัดแล้ว หลังจากทำความสะอาดวัด กวาดใบไม้ เตรียมมุมกาแฟ ล้างห้องน้ำ เตรียมสถานที่สำหรับมิสซาวันอาทิตย์เช้านี้แล้ว เมื่อทำวัตรเย็นและค่ำต่อกัน จึงมีโอกาสทานอาหารเย็นเบาๆ ก่อนที่จะกลับไปทำงานบนสื่อไอที... ผมได้มีโอกาสสนทนากับพี่น้องสัตบุรุษท่านหนึ่ง ที่ผมประทับใจท่านมาโดยตลอด ในชีวิตที่ทำทั้งงานบ้าน งานพระ ทำทุกอย่างอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เป็นสตรีท่านหนึ่งที่น่ารักจริงๆ ที่ผมมักชื่นชมท่านดังสตรีที่เป็นคนสนิทของพระเยซูเจ้า คือ “สตรีหน้าพระคูหา” ในเวลาที่บรรดาศิษย์กลัว หนี ไม่กล้าไปไหน แต่พวกเธอกลับออกไปแต่เช้าตรู่ เพื่อทำสิ่งที่หัวใจรักของเธอเรียกร้อง... เราพูดถึงชีวิต ร่างกาย สุขภาพ ที่เราต้องหมั่นดูแลด้วย ต้องมีเวลาพักบ้าง... ซึ่งจริงๆ ผมและท่านก็อยู่ในสภาพไม่ต่างกันหรอก เราทำงานหนัก ทั้งด้านร่างกายและด้านจิตวิญญาณ และการพักผ่อนของเราคืออะไร... พลังของเรามาจากไหน... จำได้ว่า ประโยคสุดท้ายที่ผมตอบท่านคือ... “กำลังคืนให้พระครับ เพราะพระองค์ให้มากจริงๆ แต่ยิ่งคิดจะคืน พระองค์ก็ยิ่งให้”

ใครจะว่าไงก็เถอะ... แต่มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ครับ ชีวิตคริสตชน เป็นชีวิตที่เป็นแบบนั้นจริงๆ พลังของเรามาจากพระเจ้าครับ เราอาจจะใช้เพื่อการดำเนินชีวิต หลายครั้งเหนื่อยครับ จะมีเวลาที่ไหนไปทำงานเพื่อพระอีก... แต่นี่แหละ คือคำตอบ คือบทไตร่ตรองชีวิตของผู้ที่พระองค์ทรงเรียกครับ เพราะความสามารถของเราทั้งหมดมาจากพระองค์จริงๆ พลังของเราทั้งหมดอยู่ที่การฟังพระองค์ครับ “จงถอยเรือออกไปในที่ลึก” เราเหนื่อย แต่ทุกอย่างพอดีกับชีวิตเราเสมอครับ และความภูมิใจของเราคริสตชนอยู่ที่ตรงนี้เองครับ “ความวางใจในพระเจ้า” และการเข้าพึ่งพระองค์ครับ ทุกอย่างจึงเป็นไปได้... และมันจะเป็นไปได้อย่างไร นี่เป็นความคิดที่สุดโต่งเกินไปหรือเปล่า หากวันนี้ สุขาพฉันแย่ลง ฉันกำลังหมดแรง... แต่เอ... เรี่ยวแรงที่มีใช้ทุกวันก็มาจากพระเจ้าไม่ใช่หรือ เป็นพระองค์ที่ประคับประคองเราอย่างพอดิบพอดีไม่ใช่หรือ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับเรามันจึงมีคุณค่าเสมอมิใช่หรือ แม้ความเจ็บไข้ได้ป่วยบ้าง อุปสรรคในชีวิตบ้าง มันมีค่ามากสำหรับเราคริสตชนไม่ใช่หรือ เมื่อพระเยซูเจ้าได้ตรัสในวันนี้ว่า “ท่านทั้งหลายที่ยากจน ย่อมเป็นสุข เพราะอาณาจักรของพระเจ้าเป็นของท่าน”

มันจะเป็นไปได้อย่างไร... แต่เพราะความยากจน เพราะคนที่มีใจยากจนเท่านั้น ที่รู้ซึ้งถึงความจำเป็นในการเข้าพึ่งพระเจ้า... ความวางใจในพระองค์คือสิ่งที่ท้าทายในชีวิตของคริสตชน ความยากลำบากต่างๆ ความท้าทายต่างๆ คงไม่ได้หนักเกินไป สำหรับคนที่ฟังเสียงของพระองค์... และดังนี้ ความเชี่ยวชาญของเราฝ่ายโลกจะมีค่าอะไร เมื่อพระเจ้าที่เราอาจมองพระองค์ว่า “พระองค์ไม่เข้าใจฉันหรอก” เมื่อพระองค์ที่เป็นช่างไม้ จะสั่งชาวประมงผู้เชี่ยวชาญอย่างฉันให้ถอยเรือออกไปหาปลาในเวลาเช้า แต่เป็นการถอยออกไปในที่ลึก ลึกในการฟังพระวาจาของพระองค์ และดำเนินชีวิตตามพระวาจานั้นจากหัวใจที่มอบความไว้วางใจในพระเจ้าอย่างจริงใจ

พี่น้องที่รักครับ คนยากจนของพระเจ้า คือคนที่ตระหนักถึงการต้องเข้าพึ่งพระองค์จริงๆ ปราศจากพระองค์เขาก็ไม่อาจมีชีวิต เหมือนกับคนขอทานยากจนมากๆ ที่สุด หากไม่มีใครยื่นมือเข้าช่วย เขาก็อยู่ไม่ได้ครับ และใครเล่าที่ยื่นพระหัตถ์ประคับประคองเราเสมอ ใครกันเล่า...

อีกครั้งหนึ่ง ที่ผมพูดตลอดกับสัตบุรุษของผมจนหลายคนจำได้ แต่อาจจะยาก และท้าทายในภาคปฏิบัติครับ... “เป็นคริสตตัง ไม่ต้องกลัวอดตาย... เวลาตาย คือเวลาที่พระเจ้าทรงเรียกเรากลับไป... ดังนั้น ลูกที่รัก เป็นคริสตังไม่ต้องกลัวอดตาย แต่จงกลัวอิ่มตายโดยไม่มีพระเจ้าอยู่เคียงข้าง... อดตาย โดยมีพระเจ้าอยู่เคียงข้าง เป็นความตายที่น่ายินดีนะลูก... ดังนั้น เป็นคริสตัง ไม่ต้องกลัวอดตายหรอก...”

ถ้าเรามีความหวังในพระคริสตเจ้าเพียงเพื่อชีวิตนี้เท่านั้น เราก็เป็นมนุษย์ที่น่าสงสารที่สุด (1คร 15:12, 16-20) แต่เพราะความหวังในพระคริสตเจ้า เป็นความหวังของเราเพื่อชีวิตนิรันดร ชีวิตในโลกนี้จึงเป็นเพียงทางผ่าน ที่เราต้องเรียนรู้และผ่านมันไปให้ได้เท่านั้นเอง แต่สิ่งที่เราต้องรักษาไว้ คือความหวังในพระคริสตเจ้า ที่จะนำเราสู่ชีวิตนิรันดรต่างหาก

ข้าแต่พระเจ้า ไม่ว่าจะเหนื่อยยากเพียงใด ไม่ว่าจะเคยท้อแท้แค่ไหน ท้อแท้สักกี่ครั้ง ชีวิตและพลังของลูกมาจากพระองค์ พระเจ้าข้า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ขอให้ลูกฟังพระวาจาของพระองค์ และอย่าให้ลูกพรากจากพระองค์เลย...

สุขสันต์วันพระเจ้าครับ


ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 19 สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน ยรม 17:5-8 / 1คร 15:12,16-20 / ลก 6:17,20-26
มหาบุญลาภ 8 ประการเป็นเครื่องมือในการนำการดำเนินชีวิต เป็นสิ่งที่ง่ายๆ ทุกคนรู้จักความยากจน ความหิวโหย ความน่าสงสาร ความเกลียดชัง ความรุนแรง การถูกสบประมาท และการถูกดูหมิ่น เป็นปัญหาที่มีในทุกแห่งบนโลก และยากที่จะขจัดมันออกไป อย่างไรก็ตาม พระเป็นเจ้าจะทรงประทานสิ่งที่ดีงาม ความพึงพอใจ ความสุข ความรัก และการสรรเสริญ เมื่อพระองค์ได้ครองราชย์ในหัวใจของมนุษย์ พระองค์จะจัดการกับแผนการทั้งหลาย ถ้าเราต้องล้มลง อย่างที่นักบุญออกัสตินได้เคยกล่าวว่า พระเป็นเจ้าจะไม่ช่วยเรา ถ้าเราไม่ช่วยตัวเอง บรรดานักบุญและมรณสักขี คือ ประจักษ์พยานในเรื่องที่กล่าวมา บางท่านได้จำศีลอดอาหารนานนับสัปดาห์ เดือน หรือปี บางท่านได้เจริญชีวิตสันโดษและสวดภาวนา พวกท่านได้ถูกเบียดเบียน ถูกทรมาน และถูกฆ่าตาย ท่านอาจจะไม่มีชีวิตอยู่ต่อไป แต่การที่ท่านมีความมั่นคง คือ ประจักษ์พยาน สำหรับการดำเนินชีวิต ที่พวกท่านได้เลือก
นอกจากนี้ ยังมีคนจำนวนมากที่ดูเหมือนว่ามีทุกสิ่ง เป็นคนเฉลียวฉลาด ใจดี หน้าตาดี มีพื้นฐานทางครอบครัวที่ดี มีสถานภาพทางสังคมที่ดี เป็นครอบครัวที่มีพระพร เพราะมีลูกหลานได้บวชเป็นพระสงฆ์ และนักบวชจำนวนมาก บางคนทำงานสังคมสงเคราะห์ เพราะตัวเองและลูกๆมีสถานะทางเศรษฐกิจที่มั่นคง และถ้าใครก็ตามไม่มีสิ่งที่กล่าวมา ถือว่าคนๆนั้นเป็นคนที่โชคร้าย
จงยิ้มมากขึ้น วิตกน้อยลง มีความเมตตามากขึ้น ตัดสินคนอื่นน้อยลง มีพระพรมากขึ้น มีความเครียดน้อยลงมีความรักมากขึ้น มีความเกลียดน้อยลง...จะมีบางคนที่ทำร้ายท่าน ดูถูกท่าน นินทาท่าน ไม่ให้ความสนใจกับความสำเร็จของท่าน และตัดสินท่าน เป็นความจริงว่า ทุกคนจะต้องประสบสิ่งที่กล่าวมา อย่างไรก็ตาม ถ้าท่านคิดว่า พระเป็นเจ้าเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของท่าน ที่ยืนอยู่เคียงข้างท่าน เมื่อคนอื่นโยนก้อนหินใส่ท่าน ท่านอย่ากลัว อย่าคิดว่าตัวเองหมดคุณค่า และอย่ารู้สึกว่า ตัวท่านเองโดดเดี่ยว...ไม่สำคัญว่าคนอื่นจะคิดถึงท่านอย่างไร พระเป็นเจ้าต่างหากทรงรู้ว่า ท่านเป็นใคร.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view