สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2019 สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลธรรมดา

วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2019 สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลธรรมดา

🍉 จิตใจของข้าเอ๋ย
จงกตัญญูต่อพระเจ้าของเจ้า....
จงระลึกถึงสิ่งดีที่ทรงทำเพื่อเจ้า...ครั้งแล้วครั้งเล่า
จงตอบแทนพระคุณ...ด้วยความรัก...สิ้นสุดจิตใจ

📚บทอ่านประจำวันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2019
สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลธรรมดา
https://www.youtube.com/watch?v=7sfdaXiFDiI&t=7s

🌷 In His Hands
http://youtu.be/wlxURaitWlI

🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀

วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2019
สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลธรรมดา
อ่าน :
ปฐก 4:1-15,25
มก 8:11-13

จิตใจที่แข็งกระด้างของฟาริสี
เมื่อพวกเขา แสดงออก ด้วยการ
โต้เถียงกับพระเยซู ขอให้พระองค์ทรงแสดงเครื่องหมาย
มิใช่เพื่อความเป็นหนึ่งเดียว แต่ต้องการทดสอบ
ว่าตนอยู่เหนือ สุดท้ายพวกเขาก็ไม่เหลือสิ่งใด

ในปฐมกาล พระเจ้าทรงเตือนมนุษย์ที่พระองค์ทรงสร้าง
ถ้าพวกเขาทำดี ย่อมเป็นที่เชิดหน้าชูตา
แต่ถ้าทำไม่ดี ก็จะรับผลกรรมที่ทำเช่นกัน

หมายเหตุ..
การทำดีนั้นทำยาก และเห็นผลช้า
แต่ก็จำเป็นต้องทำ เพราะหาไม่แล้ว
ความชั่วซึ่งทำได้ง่าย จะเข้ามาแทนที่
และจะพอกพูนขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยไม่ทันรู้สึกตัว

แต่ละคนจึงต้อง ตั้งใจและเพียรพยายามให้สุดกำลัง
ในการสร้างเสริมและสะสมความดี
(*พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว)

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”
วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2019
สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“คนยุคนี้แสวงหาเครื่องหมายอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่ออะไร...” (มก 8:11-13)

พระเจ้าทรงสร้างเรามา
ทรงพระกรุณาเป็นที่สุด
สร้างเป็นมนุษย์ให้สุดประเสริฐกว่าสิ่งใด
ทรงสร้างเป็นสิ่งสุดท้าย
แต่ว่าทรงตั้งพระทัย
และใส่สิ่งที่มีคุณค่าไว้ในใจเรา...

สิ่งนั้นคือความดี คือเมตตาธรรม...

สิ่งนั้นคือหมายสำคัญ
ที่พระเจ้าทรงใส่ไว้ในชีวิตเรา...

วันนี้ ฉันเห็นเครื่องหมายนั้นอย่างไร
ฉันเข้าใจอะไร อย่างไร...
หรือฉันยังต้องการเครื่องหมายใดๆ อีก...

________________

จากบทอ่านที่หนึ่ง หนังสือปฐมกาล (ปฐก 4:1-15,25) เรื่องราวของอาชญากรรมในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ที่พระเจ้าเข้ามาเรียกร้องความเป็นธรรมในชีวิตมนุษย์นั้น เมื่อกาอินได้ฆ่าอาแบล พระองค์ได้ตามหาความชอบธรรมที่เสียงของอาแบลร้องไปถึงพระองค์ พระองค์ตรัสถามกาอิน เป็นการรื้อฟื้นความรับผิดชอบว่า “อาแบล น้องชายของเจ้าอยู่ไหน” พระองค์ทรงเรียกร้องดังกับเป็นหน้าที่ที่เขาไม่อาจตอบได้เลยว่า “ข้าพเจ้าไม่ทราบ ข้าพเจ้าเป็นผู้ดูแลน้องชายของข้าพเจ้าด้วยหรือ” ... แต่พระองค์ทรงตอกย้ำ “อาแบล น้องชายของเจ้าอยู่ไหน” คือ “น้องชายของเจ้า” เพราะอาแบลคือน้องชายของเขา... ที่เขาต้องรับครับ ต้องรับผิดชอบครับ... ผมเคยสงสัยเสมอว่า องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงทำเครื่องหมายอะไรไว้ที่ตัวของกาอินหรือ เพื่อใครๆ ที่พบเขาจะต้องไม่ฆ่าเขา และใครที่ฆ่าเขา นั่นคือโทษหนัก คือเรียกว่าเป็นบาปต่อพระเจ้าเลยล่ะ นั่นหมายความว่าอะไร และอะไรคือเครื่องหมายนั้น ...

ในพระวรสารวันนี้ มีสิ่งที่เรียกว่า “เครื่องหมาย” อีก... สิ่งที่พวกเขาวอนขอต่อพระเยซูเจ้า ให้แสดงเครื่องหมายจากฟ้า... แต่พระเยซูเจ้าไม่ได้มอบเครื่องหมายอะไรให้พวกเขาเลย เพราะที่ผ่านมา พระองค์เองต่างหากที่เป็นเครื่องหมายของสิ่งสร้างประเสริฐสุดนี้ ด้วยในความเป็นมนุษย์ สิ่งสร้างสุดท้ายนี้ คือศักดิ์ศรีแห่งการสร้างทั้งหมด ที่ปรากฏชัดในการรับสภาพมนุษย์ของพระเยซู พระบุตรของพระเจ้า ผู้ได้เสด็จมาภายหลัง...

ในพระวรสารในวันธรรมดา จากสัปดาห์ก่อนจนถึงวันนี้ เราเห็นกิจการดีมากมายของพระเยซูเจ้า นั่นคือเครื่องหมายที่พระเจ้าทรงใส่ไว้ในความเป็นมนุษย์ครับ... คิดถึงเพลงที่คุณพ่ออนุสรณ์แต่งไว้ในปีศักดิ์สิทธ์แห่งเมตตาธรรมนะครับ (https://www.youtube.com/watch?v=TMWy0g_m9bU)

... ... ... พระเจ้าทรงสร้างเรามา ทรงพระกรุณาเป็นที่สุด สร้างเป็นมนุษย์ให้สุดประเสริฐกว่าสิ่งใด ทรงสร้างเป็นสิ่งสุดท้าย แต่ว่าทรงตั้งพระทัย และใส่สิ่งที่มีคุณค่าไว้ในใจเรา... สิ่งนั้นคือความดี คือเมตตาธรรม คือความงดงาม คือความรัก คือการแบ่งปัน...

พี่น้องที่รักครับ นี่คือหมายสำคัญในชีวิตมนุษย์ครับ นี่คือหมายสำคัญที่พระบุตรผู้ทรงรับสภาพมนุษย์ทรงเสด็จมาฟื้นฟูมนุษย์ครับ ในพระวรสารในวันเหล่านี้ เราพบแต่เครื่องหมายแห่งเมตตาธรรมในชีวิตของพระเยซูไม่ใช่หรือ อัศจรรย์ต่างๆ ที่ทรงกระทำเพราะพระเมตตา ไม่รู้ซิ พวกเขาต้องการเครื่องหมายอะไรอีก และวันนี้ พระเยซูเจ้าตรัสว่า “คนยุคนี้จะไม่ได้รับเครื่องหมายอะไรเลย” เพราะบุตรแห่งมนุษย์คือเครื่องหมาย และหมายสำคัญนั้นในพระองค์เองอยู่แล้ว... วันเสาร์ที่แล้ว พระทัยอ่อนโยนของพระองค์ เกิดการเลี้ยงอาหารอย่างอัศจรรย์ในที่เปลี่ยว นั่นคือศักดิ์ศรีของมนุษย์ครับ ที่พระเจ้าตรัสว่า “เราสงสารประชาชน” คือพวกเขาอยู่กับเรามาสามวันแล้ว และเวลานี้ไม่มีอะไรกิน... นี่คือการไม่เมินเฉยในความทุกข์ยากของประชากรของพระองค์ครับ มันตรงกันข้ามกับพฤติกรรมของกาอินไม่ใช่หรือ ที่เขาถามพระเจ้า “ข้าพเจ้าเป็นผู้มีหน้าที่ต้องดูแลน้องชายของข้าพเจ้าด้วยหรือ...” เราพบคำตอบชัดเจนมาในพระวาจาของพระเจ้าวันนี้... นี่คือหน้าที่ และนี่คือศักดิ์ศรีของมนุษย์ที่ไม่อาจล่วงละเมิดได้เด็ดขาด เราถูกเรียกร้องให้รับผิดชอบต่อกันและกันครับ

พี่น้องที่รักครับ อาชญากรรมเกิดขึ้นทุกวัน เป็นข่าวประจำวันไปแล้ว... แต่การไตร่ตรองวันนี้ เราไม่ต้องไตร่ตรองไปไกลนักหรอก... ผมกลับมานั่งไตร่ตรองประโยคนี้มากกว่า คือประโยคที่กาอินได้ตอบกับพระเจ้า “ข้าพเจ้าไม่ทราบ ข้าพเจ้าเป็นผู้ดูแลน้องชายของข้าพเจ้าด้วยหรือ” ... แต่พระเจ้าทรงตอกย้ำ “อาแบล น้องชายของเจ้าอยู่ไหน” คือพระองค์ตอกย้ำครับ “น้องชายของเจ้า” เพราะอาแบลคือน้องชายของเขา... ที่เขาต้องรับผิดชอบครับ...

พี่น้องที่รัก นี่คือหมายสำคัญครับ ชีวิตมนุษย์คือภาพลักษณ์ของพระเจ้าครับ เราลบหลู่ดูหมิ่นไม่ได้เด็ดขาด... บทไตร่ตรองในวันนี้ที่ผมไตร่ตรองและอยากแบ่งปันก็คือ... พี่น้องครับ มีกี่ครั้ง ที่เราหมิ่นประมาทต่อศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ที่เป็นภาพลักษณ์ของพระเจ้า เป็นหมายสำคัญของความรักของพระเจ้า... ไม่เพียงเรื่องอาชญากรรมเท่านั้น แต่คงหมายถึงเรื่อง ความละเลยต่อศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ในความเป็นลูกของพระเจ้าเหมือนๆ กัน เราละเลยกันและกันบ้างหรือเปล่า หรือยังเฝ้าทูลพระองค์ว่า “ข้าพเจ้าไม่ทราบ ข้าพเจ้าเป็นผู้ดูแลน้องชายของข้าพเจ้าด้วยหรือ” ... และวันนี้ พระองค์ตอบเราชัดครับ นี่คือเครื่องหมายศักดิ์สิทธิ์ในชีวิตมนุษย์ที่ละเมิดไม่ได้ครับ... วันนี้ พระเจ้าได้ตรัสถามฉัน... “น้องชายของเจ้าอยู่ที่ไหน พี่น้องของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง...” หรือฉันได้ทำลายเครื่องหมายศักดิ์สิทธิ์ในชีวิตของกันและกัน อันเป็นศักดิ์ศรีที่พระเจ้าทรงใส่ไว้ในชีวิตกันและกัน ด้วยคำตอบแบบนี้หรือ “ข้าพเจ้าไม่ทราบ ข้าพเจ้าเป็นผู้ดูแลน้องชายของข้าพเจ้าด้วยหรือ” ...

โปรดทรงพระเมตตาเถิดพระเจ้าข้า เพราะข้าพเจ้าทั้งหลายได้ทำบาป...คือบาปของการละเมิดศักดิ์ศรีของกันและกัน พระเจ้าข้า อภัยลูกเถิด ขอเมตตาธรรมจงมีในใจของลูกเถิด...

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 19 สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน ปฐก 4:1-15,25 / มก 8:11-13
ขณะที่ฟาริสียืนยันขอเครื่องหมายสำคัญจากพระเยซูเจ้า แต่พระองค์ได้ตรัสว่า จะไม่มีเครื่องหมายใดมอบให้แก่คนยุคนี้ แน่นอน พระเยซูเจ้าสามารถที่จะทำเครื่องหมายมากมาย ตามที่ฟาริสีได้เรียกร้อง แต่พระองค์ทรงรู้ว่า หัวใจของพวกเขาแข็งกระด้างเกินไป และไม่ยอมเปิดรับเครื่องหมายใดๆทั้งสิ้น เพื่อแสดงว่า พระองค์เป็นพระเมสสิยาห์ คนที่ขอร้องข้อพิสูจน์หรือเครื่องหมาย คือ คนที่ไม่มีวันพอใจในข้อพิสูจน์หรือเครื่องหมายใดๆทั้งสิ้น จึงไม่มีประโยชน์ ที่จะโต้เถียงกับบุคคลอย่างนี้ และนี่คือ วิธีการที่พระเยซูเจ้าทรงปฏิบัติต่อพวกฟารีสี ที่เป็นคนหัวแข็งอย่างนี้
แทนที่จะขอเครื่องหมายใดๆ ขอให้เราสวดภาวนา เพื่อขอพระหรรษทาน ให้เราเปิดหัวใจและตัดสินใจ ที่สามารถมองเห็นได้มากกว่าเครื่องหมายภายนอก และยอมรับว่า มีเครื่องหมายมากมายที่พระเป็นเจ้าทรงกระทำกับเราทุกวัน เราเป็นคนที่ไม่ยอมเชื่ออะไรได้ง่ายๆใช่หรือไม่? เราเชื่อในพระเยซูเจ้า เพราะเราได้เห็นเครื่องหมายภายนอกใช่หรือไม่?
พระเยซูเจ้าทรงเผยแสดงและทำให้เราเห็นพระองค์ ด้วยวิธีการมากมาย เช่น ในพระวาจาของพระองค์ ที่เป็นข่าวดีที่พระองค์เสด็จมามอบให้แก่เรา และในศีลมหาสนิท ที่พระองค์เป็นปังทรงชีวิต ในพระศาสนจักร ที่เป็นพระกายทิพย์ของพระองค์ นอกจากนี้ พระองค์ยังเผยแสดงพระองค์ในบรรดาสิ่งสร้างทั้งหลาย และแม้แต่ในสภาพแวดล้อมต่างๆในชีวิตของเรา พระองค์ก็ยังตรัสกับเรา และคอยนำทางเรา ถ้าเราแสวงหาพระองค์ เราจะพบพระองค์อย่างแน่นอน และเรามีความไว้ใจในพระองค์ว่า พระองค์จะประทานสิ่งที่เราต้องการ เพื่อตอบสนองพระประสงค์ของพระองค์ ในการเจริญชีวิตของเรา และเหนือสิ่งอื่นใด พระเยซูเจ้าทรงให้ความมั่นใจแก่เราว่า พระองค์จะประทับอยู่กับเรา และทรงสัญญาว่า พระองค์จะไม่ทอดทิ้งเราไป...ข้าแต่พระเยซูเจ้า โปรดให้ลูกยอมรับการประทับอยู่ของพระองค์ในชีวิตของลูก และโปรดอย่าลืมคำสัญญา เมื่อลูกต้องเผชิญกับการทดลองและความยากลำบากต่างๆ.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view