สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ 2019 สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลธรรมดา

วันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ 2019 สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลธรรมดา

🌺การสวดภาวนา คือ แสงสว่างของวิญญาณ
การสวดภาวนาไม่ใช่ “ล้อรถสำรอง”
ที่จะใช้ต่อเมื่อคุณประสบความยากลำบาก
แต่เป็น”ล้อรถขับเคลื่อน” …
ที่นำทางคุณไปในหนทางที่ถูกต้อง

📚บทอ่านประจำวันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ 2019
สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลธรรมดา
https://www.youtube.com/watch?v=O0jNXk3JD2E&t=9s

🐚ในพระองค์...ขอทรงนำทาง
http://youtu.be/vm5PlYcIBSk

🌹🌹🌹🌹🌹🌹🌹🌹

วันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ 2019
สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลธรรมดา
อ่าน :
ปฐก 6:5-8,7:1-5,10
มก 8:14-21

ท่ามกลางสังคมที่มีการแก่งแย่ง
อำนาจแห่งความชั่วร้าย
ความดีน้อยนิด ที่แทรกซึมอยู่นั้น
สามารถเบ่งบาน หากได้รับการใส่ใจ ดูแล รักษา

ปฐมกาลบอกเล่า ท่ามกลางความชั่วร้ายนานาชนิด
ชีวิตของโนอาห์ ที่ติดตามพระเจ้า รักษา
เมล็ดพันธ์แห่งความเชื่อ โดยการปฎิบัติตาม
พระประสงค์ของพระเจ้า สามารถรักษาเผ่าพันธ์มนุษย์
สิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ให้ดำรงคงอยู่ ดำเนินต่อไปได้

หมายเหตุ..
เพียงแค่ เพาะบ่ม
ความคิดที่ดี แล้วทำดี
ก็ไม่มีใคร มาทำลาย “ความดี” ของเราได้

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”
วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2019
สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“จงระวังให้ดี จงระวังเชื้อแป้งของชาวฟาริสี...” (มก 8:14-21)

เชื้อของโลกคือ “อัตตา” ในชีวิตของแต่ละคน
ที่บางที สิ่งเหล่านั้นเป็นอุปสรรค
ของการเติบโตในจิตตารมย์ของพระคริสตเจ้า

บนเรือของพระองค์
เพียงมีพระองค์เท่านั้นก็พอ
อยู่กับพระองค์ผู้ทรงทวีขนมปังมากมาย
แม้ขนมปังก้อนเดียว ก็มากเกินพอแล้ว
เพื่อความอิ่มหน่ำของเราทุกคน

แต่วันนี้ อะไรกันแน่ล่ะ ที่ฉันกำลังกังวล
ฉันลืมพระองค์ในเรือหรือเปล่า...

________________

“ท่านยังไม่เข้าใจอีกหรือ ท่านยังมีใจแข็งกระด้างกันอีกหรือ”... พระวาจาของพระเยซูเจ้าเมื่อบรรดาศิษย์มีขนมปังเพียงก้อนเดียว... เราทราบจากพระวรสารฉบับอื่นว่า “พวกเขาลืมเอาขนมปังไปด้วย” ... พี่น้องที่รักครับ เวลาเราเดินทาง หลายครั้งเราพยายามจัดเตรียมทุกอย่างอย่างดีที่สุด แต่อีกหลายๆ ครั้ง มันก็พลาดได้ครับ ลืมโน้นลืมนี่... ผมเองพลาดบ่อยเช่นกัน และหลายๆ ครั้งก็ต้องไปหาซื้อของบางอย่างที่มีแล้ว แต่เวลานั้นมันจำเป็นต้องใช้ แต่ใจก็พร้อมที่จะแสวงหา และมันทำให้ผมต้องเดินเข้าไปในห้องบ้าง ใน Seven Eleven หรือร้านสะดวกซื้อหลายๆ ที่ และอีกบางครั้ง ที่ต้องซื้อของมาใช้ก่อน แม้จะเป็นแบบที่ไม่ดีนัก และไม่อยากซื้อเลย แต่เพื่อประคองความต้องการที่จำเป็นต้องใช้ หลายๆ ครั้ง ผมก็ต้องเลือกนำมาใช้ในความจำเป็นนั้นก่อน

วันนี้ บรรดาศิษย์ลืมคิดถึงเรื่องขนมปัง ในขณะที่อยู่กับผู้ที่ทวีขนมปังเลี้ยงคนมากมาย แต่ดูเหมือนว่า สิ่งที่ขาดหากไป อาจจะไม่ใช่ขนมปังซะแล้ว แต่ทว่าสิ่งนั้นคือผลจากประสบการณ์ที่เราอยู่กับพระเยซูเจ้า ที่จะทำให้ใจเราสามารถมีความกล้าหาญและเผชิญหน้ากับความจริงด้วยรอยยิ้มได้เสมอ...

เมื่อวานนี้ น้องที่กำลังเตรียมแต่งงานเข้ามาหาผม หน้าตาเครียดมากเลย ผิดหูผิดตาจากการพบกับเขาหลายๆ ครั้ง ซึ่งผมสัมผัสเขาได้จากการคุยกันในไลน์ และผมตัดสินใจไม่พูดอะไรอีก แต่ให้เรานัดพบกัน คุยกันดีกว่า... เหตุก็เพราะว่า เราสามคน คือเขากับแฟนและผมด้วย เราสามคนกำลังเผชิญหน้ากับอนาคต ที่เราอาจจะคิดไปเอง วาดไปเอง และทำให้เราเป็นห่วงกังวลมากมาย จนภาวะความตรึงเครียดเข้ามาทำให้เราไม่มีความสุขเลย เรากังวลไปซะทุกเรื่อง ซึ่งหลายครั้งมันอาจจะไม่ได้ยากกว่าที่คิดก็ได้ เมื่อ...

เมื่อเราอยู่ในเรือพร้อมกับพระเยซูเจ้าครับ... นั่นคือสิ่งที่จะไม่มีอะไรยากอย่างที่เราคิดกังวล นั่นคือสิ่งที่จำเป็นเพียงสิ่งเดียวที่เราลืมต้องไม่ลืมใช่ไหม ไม่ว่าจะไปไหน ลืมอะไรก็ไม่สำคัญเท่าลืมพระคริสตเจ้า ลืมอะไรก็ไม่สำคัญ เท่ากับการลืมตนเอง... การลืมอัตลักษณ์ของตนเองที่พระเจ้าทรงสร้างเราไว้เป็นสิ่งล้ำค่าที่สุดในบรรดาสิ่งสร้างทั้งหลาย

ในบทอ่านที่หนึ่ง เราพบประชากรของพระเจ้าที่เดินทางมาไกล และกำลังลืมว่าตนเองเป็นใคร ในการสร้างของพระเจ้าที่พระองค์ทรงทำให้พวกเขาเป็นภาพลักษณ์ของพระองค์ ในความดีของพระองค์ ความรักและความเมตตา (เทียบ บทอ่านที่หนึ่งวันนี้ ปฐก 6;5-8, 7:1-5, 10) และนี่คือสิ่งที่ทำให้พระเจ้าต้องชำระล้างบ้าง... บทอ่านที่หนึ่งเขียนว่า พระเจ้าทรงเสียพระทัยที่สร้างมนุษย์... คำนี้น่าไตร่ตรองมาก... แล้วทำไมมนุษย์ที่พระเจ้าทรงสร้างมาอย่างดีที่สุดนั้นกลับเป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงเสียพระทัย ทำไมพระทัยดีของพระเจ้าที่แบ่งปันความรักที่เปี่ยมล้นในพระองค์ลงในการสร้างสิงสร้างประเสริฐสุดนี้ กลับเป็นสิ่งที่ทำให้พระองค์เสียพระทัย... เอาล่ะ แต่สุดท้าย มนุษย์ก็ไม่ได้สิ้นไปจากโลก แต่มันคือการชำระล้าง และยอมไม่ได้ ที่จะให้สิ่งสร้างประเสริฐสุดนี้มีด่างพร้อยต่างหาก

พระเยซูเจ้าในพระวรสารวันนี้ พระองค์ตรัสเตือนบรรดาศิษย์ด้านจิตวิญญาณ พวกเขาต้องไม่ลืมที่จะนำไปทุกที่ นั่นคือจิตตารมย์ของคริสตชน จิตตารมย์ของลูกของพระเจ้า ที่แสนอ่อนโยน เพราะหลายครั้ง ผมกำลังรู้สึกว่า เชื้อแป้งที่ต้องระวังมากกว่าเชื้อแป้งของฟาริสี และเชื้อแป้งของโลก อาจจะกลับเป็นเชื้อแป้งในตัวเราที่เรียกว่า “อัตตา” นั่นต่างหาก นี่ต่างหาก ที่มันเข้ามาปะปนอยู่ในชีวิตของผู้ที่เป็นศิษย์พระเยซู แล้วมันก็ทำให้ใจเราดื้อกระด้าง ขาดความวางใจในพระเจ้า ลืมมีพระองค์ประทับอยู่ในชีวิตเรา ลืมประสบการณ์ดีๆ ที่เราเคยมีกับพระเจ้า ที่ไม่ต่างกับเรื่องราวบนเรือของบรรดาศิษย์วันนี้ ที่พวกเขาอยู่กับผู้ทวีขนมปัง และดังนั้น แม้เขาจะมีเพียงขนมปังก้อนเดียว หรือลืมอะไรไป ก็คงไม่ปัญหาของผู้ที่มีหัวใจคริสตชนในจิตวิญญาณของเขา มันคงไม่ใช่เวลาของความห่วงกังวล มันคงไม่ใช่เวลาตั้งคำถามว่ามันเป็นความผิดของใคร ใครกันที่มีหน้าที่ต้องเตรียมแล้วกลับลืมเอาไป แต่สิ่งที่สำคัญคือ การมีพระคริสตเจ้าประทับอยู่ตรงนั้นต่างหาก ที่ทำให้ขนมปังเพียงก้อนเดียว เพียงพอกับทุกคน... คำถามชวนไตร่ตรองคือ วันนี้ ไม่ว่าฉันจไปไหน ฉันมีพระเยซูเจ้าอยู่ในชีวิตของฉันหรือเปล่า หรือฉันทิ้งพระองค์ไว้ที่วัดอย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย และไม่ได้เอาพระองค์ไปด้วย... ตรงกันข้าม ฉันกลับไม่เคยลืม และไม่กล้าทิ้งไว้บ้าง ซึ่งสิ่งที่เป็น “อัตตา” หรือ “EGO” ของฉัน นั่นแหละปัญหาบนเรือของพระเยซู

ข้าแต่พระเจ้า ลูกอาจจะกำลังหลงลืมมากมายหลายอย่างที่จำเป็น แต่ไม่ว่าลูกจะหลงลืมอะไร ขออย่าให้ลูกลืมพระองค์เลย ขอให้ลูกจดจำพระเมตตาพระองค์ในชีวิตของลูกไว้เสมอ เพื่อขับร้องสรรเสริญพระองค์ตลอดไป

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ 19 สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน ปฐก 6:5-8,7:1-5,10 / มก 8:14-21
พระวราสารในวันนี้ พระเยซูเจ้าทรงสรุปว่า “ท่านยังไม่เข้าใจดอกหรือ?”บรรดาสานุศิษย์ได้เข้าใจผิดพระเยซูเจ้า เมื่อพระองค์ได้ทรงเตือนพวกเขา ให้ระวังเชื้อแป้งของชาวฟาริสี และเชื้อแป้งของกษัตริย์เฮโรด บรรดาสานุศิษย์เข้าว่า การที่พระองค์ทรงเตือนพวกเขา เพราะว่าพวกเขาไม่มีขนมปังในขณะนั้น
พระเยซูเจ้าทรงต้องการอะไร เมื่อพระองค์ทรงเตือนให้ระวังเชื้อแป้งของชาวฟาริสี และเชื้อแป้งของกษัตริย์เฮโรด? พระเยซูเจ้าทรงให้กำลังใจเรา ให้เอาใจใส่ดูแลตัวเราเอง เพื่อมิให้เราปล่อยให้การยกย่องชมเชย สถานภาพในชีวิต หรือใบปริญญาบัตรทางการศึกษา เข้ามาในหัวเรา เพราะสิ่งต่างๆล้วนเป็นสิ่งชั่วคราว และมันจะทำให้เราเพิ่มความเย่อหยิ่งจองหอง ทำให้เราดูถูกคนอื่น และทำให้เรามองไม่เห็นความต้องการของพวกเขาเหล่านั้น
บรรดาฟาริสีและกษัตริย์เฮโรดคิดว่า โลกทั้งหมดอยู่ในมือของพวกเขา ตัวอย่าง บรรดาฟาริสีคิดว่า พวกเขาเหนือกว่าชาวยิวทุกคน แต่ทุกสิ่งเป็นเหมือนอากาศ เพราะความหน้าซื่อใจคด และคิดว่าตัวเองมีความชอบธรรม เพราะฉะนั้นพวกเขาจึงเกลียดพระเยซูเจ้า เพราะพระองค์ได้เปิดเผยอัตตลักษณ์ที่แท้จริงของพวกเขา พระเยซูเจ้าทรงเตือนเราให้หลีกเลี่ยง การเจริญชีวิตแบบบรรดาฟาริสี พระเยซูเจ้าทรงสอนเราว่า เราควรจะเจริญชีวิตอย่างไร เพื่อเป็นคริสตชนที่แท้จริง และต้องนำสิ่งที่พระองค์ทรงสอน ไปปฏิบัติในชีวิตจริง พระองค์ทรงถามเราว่า “ท่านยังไม่เข้าใจดอกหรือ?”
ท่านปล่อยให้ความวิตกกังวล หรือความกลัวครอบงำท่านมิให้วางใจในพระญาณสอดส่องของพระเป็นเจ้า ในชีวิตของท่านหรือไม่? พวกอัครสาวกเป็นกังวล เพราะพวกท่านลืมนำขนมปังในขณะเดินทาง เพราะทุกอย่างดำเนินต่อไปด้วยดี เมื่อพระเยซูเจ้าได้ทวีขนมปังเลี้ยงคนห้าพันคน (มก 6:41-44,มธ 14:17-21) ต่อมา พระองค์ได้ทวีขนมปังเช่นเดียวกัน เพื่อเลี้ยงคนสี่พันคน (มก 8:1-10,มธ 15:34-38) เราเองก็ได้ลืมอย่างง่ายดาย สิ่งที่พระเป็นเจ้าได้ทรงกระทำให้เรา และสงสัยในสิ่งที่พระองค์ทรงสัญญา จะทำเพื่อเรา.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view