สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันพุธท่ี 20 กุมภาพันธ์ 2019 สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลธรรมดา

วันพุธท่ี 20 กุมภาพันธ์ 2019 สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลธรรมดา

🌼ความวิตกกังวล …
ไม่ได้กำจัดความยากลำบาก
ของวันพรุ่งนี้ให้หมดไป
แต่มันกำจัดสันติสุขของวันนี้ …

📚บทอ่านประจำวันพุธท่ี 20 กุมภาพันธ์ 2019
สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลธรรมดา
https://www.youtube.com/watch?v=EHa_fSzP0sU&t=8s

🌷We Thank Thee 🌷
https://youtu.be/um91iJoZ8b0

🍊🍊🍊🍊🍊🍊🍊🍊🍊

วันพุธท่ี 20 กุมภาพันธ์ 2019
สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลธรรมดา
อ่าน :
ปฐก 8:6-13,20-22
มก 8:22-26

เมื่อพระเยซูเจ้าทรงรักษาคนตาบอด
ทรงทำให้บรรดาศิษย์ได้เห็น และเข้าใจชัดว่า
ในพันธกิจ ถ้าพวกเขา ดำเนินชีวิตติดตาม ใกล้ชิด
สัมผัสกับพระเจ้ามากเท่าใด ก็จะมองเห็นสิ่งต่าง ๆ
ได้ชัดเจนขึ้น

เพื่อแสดงออกถึงการดำเนินชีวิตที่ใกล้ชิดกับพระเจ้า
ปฐมกาลบอกล่า สิ่งแรกที่โนอาห์ได้ทำ เมื่อเขา
ได้สัมผัสกับพื้นดินหลังน้ำลด คือ การสร้างแท่นบูชา
แล้วนำสิ่งดีที่สุด มาถวายแด่พระเจ้า

หมายเหตุ..
บางที ความรักที่แท้
ก็แพ้ ความใกล้ชิด

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”
วันพุธที่ 20 กุมภาพันธ์ 2019
สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ทรงจูงคนตาบอดออกไปนอกหมู่บ้าน...” (มก 8:22-26)

ชีวิตศิษย์ของพระเยซู
ที่หลงเดินนอกทางไปบ้าง
บัดนี้การได้พบกับพระองค์
กลับกลายเป็นการยอมให้พระองค์จูงมือออกไปข้างนอก
เพื่ออยู่กับพระองค์ตามลำพัง
และค่อยๆ มองเห็น
ค่อยๆ เข้าใจ หนทางที่พระองค์ทรงเรียกให้ฉันเดินอย่างแท้จริง

หลังจากนั้น ก็ไม่ใช่การกลับไปที่เดิม
แต่เป็นการ Back to Origin
คือการกลับสู่รากเหง้าของตน...

________________

ที่สุด พระเจ้าทรงคืนทุกสิ่งที่ดีให้กับโลก (เทียบบทอ่านที่หนึ่งวันนี้ ปฐก. 8:6-13, 20-22) ทั้งทรงอวยพระพร คือสิ่งที่ตรงกันข้ามกับการสาปแช่ง... แนวคิดนี้ สำหรับผม หากเราจะมองพระเจ้า ในสิ่งที่เราเรียกว่าพระและการสาปแช่ง... ผมมองเองว่า พระเจ้าไม่ต้องสาปแช่งเราหรอกครับ เพียงพระองค์ไม่ทรงอวยพระพรเรา เราก็ไม่เหลืออะไรแล้ว ดังนั้น หากพระองค์ไม่สาปแช่งเรา นั่นก็คือพระพรยิ่งใหญ่แล้วล่ะครับ ... คือพระพรที่พระเจ้าจะทรงให้โอกาสแห่งการกลับใจสำหรับเราแต่ละคน และสิ่งนี้เอง ที่แสดงว่า พระองค์ไม่ทรงท้อถอยในความอ่อนแอของเราเลย แต่ทรงกอบกู้ และนำกลับมาเสมอ

ในพระวรสารวันนี้ การรักษาของพระเยซูเจ้าคือการจูงคนตาบอดออกไปนอกหมู่บ้าน นี่เป็นการรักษาที่คล้ายๆ กับการที่พระองค์ทรงแยกคนใบ้หูหนวกออกไปจากกลุ่มชนในพระวรสารเมื่อไม่กี่วันก่อน... นี่เป็นวิธีการที่ให้ความหมายในการไตร่ตรองพระวาจาของผมเช้านี้จริงๆ ครับ เพราะการรักษาเพื่อการเปลี่ยนแปลง เพื่อทำให้ดีขึ้น เพื่อนำไปสู่การกลับใจ สิ่งแรก คือการแยกตัวออกจากเชื้อของโลก ที่เราได้ไตร่ตรองพระวาจาเมื่อวานนี้ คือสิ่งที่เราต้องระวัง และต้องไม่ติดกับเชื้อของโลกนี้ครับ แต่ด้วยจิตตารมณ์ของพระคริสตเจ้า ที่ให้ความหมายในชีวิตมนุษย์ตั้งแต่ปฐมกาล เมื่อพระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ให้เป็นสิ่งสร้างที่ประเสริฐสุด ด้วยการมอบชีวิตพระไว้ในชีวิตของเรา ให้เรามีส่วนร่วมในพระหรรษทานที่พระองค์ทรงประทานให้

ความเบี่ยงเบนจากความดีที่พระเจ้าประทานให้ตั้งแต่ต้น มันไม่ต่างอะไรกับสายตาที่มืดบอดและไม่สามารถมองเห็น แม้การพบกับพระเยซูเจ้า จะเป็นการพบในความหวังของการเยียวยารักษา แต่สิ่งที่จำเป็นที่พระองค์ทรงกระทำกับเราคือ ทรงนำเราออกจากความสับสนวุ่นวายของโลกนี้ เพื่อการมองเห็นครั้งแรกของเรา ที่ได้รับการประทานแสงสว่างของพระองค์แบบค่อยเป็นค่อยไปนั้น ที่สุดการเห็นชัดที่สุด จนกลายเป็นปกติ จะหมายถึงการได้มองเห็นพระองค์เป็นบุคคลแรก เห็นพระองค์เป็นความสว่างที่แท้จริงนั่นเอง

วันนี้ แม้เป็นวันที่ผมเองกำลังเดินทางอยู่ มันคือบรรยากาศที่เป็นดังการเดินออกจากโลกเดิมๆ ของผมสักพัก เพื่อกลับไปเผชิญความจริงบางอย่างที่เคยจากมา เพื่อเข้าใจขึ้น เห็นชัดขึ้น และกลับไปเดินให้ถูกทาง และนั่นหมายถึงการกลับไปบ้านในความอบอุ่น ไม่ใช่การกลับไปในโลกเดิมๆ อีก แต่เป็นการกลับไปในสิ่งเป็นเป็นตัวตนของตนเองเมื่อพระเจ้าทรงให้กำเนิดเรา หาใช่ตัวตนของเรา ที่โลกได้หล่อหลอม จนเรากลายเป็นคนตาบอดในประสบการณ์ทั้งหมดที่เรามีกับพระเจ้า

ทรงส่งเขากลับบ้าน และตรัสว่า “อย่าเข้าไปในหมู่บ้าน” ... สิ่งนี้บอกเราชัดว่า หลังจากการรักษาของพระองค์แล้ว เราต้องไม่กลับไปในที่เดิม แต่เราต้องกลับบ้านครับ บ้านที่เราเกิดในความรักของพระเจ้า ชีวิตที่มีเลือดเนื้อเชื้อไขของพระองค์ ดังลูกของพระบิดา

ข้าแต่พระเจ้า ขอให้การเดินจาริกของลูกในโลกนี้ เป็นการเดินสู่พระองค์ และกลับสู่บ้านของพระองค์ ด้วยชีวิตและอาภรณ์ที่พระองค์ทรงประทานมาตั้งแต่แรก หาใช่อาภรณ์ของโลกนี้ไม่

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันพุธที่ 20 กุมภาพันธ์ 19 สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน ปฐก 8:6-13,20-22 / มก 8:22-26
พระเยซูเจ้าได้ทรงบำบัดรักษาคนป่วยจำนวนมาก ในหมู่บ้านต่างๆ เมื่อพระหรรษทานของพระองค์ทำงาน และมีคนหายโรค เราสังเกตว่ามีองค์ประกอบ 2 สิ่งเกิดขึ้น 1. บุคคลที่หายโรค ได้รับการขอร้องจากพระองค์ ให้ทำบางสิ่ง เพื่อให้บุคคลนั้นจะต้องมีส่วนในการบำบัดรักษา 2.สิ่งที่บุคคลนั้นได้รับการขอร้องให้ทำ จะต้องเป็นสิ่งที่มองเห็นได้ และฝูงชนจะสังเกตเห็น องค์ประกอบทั้ง 2 นี้ ชี้ให้เราเห็นว่า อำนาจของพระเยซูเจ้าทำงาน และบุคคลนั้นจะเผชิญหน้ากับพระเป็นเจ้า แสดงว่า พระเยซูเจ้าและพลังแห่งการกอบกู้ของพระองค์เป็นสิ่งที่เห็นและเข้าใจได้
พระเยซูเจ้าทรงจับมือคนตาบอด และนำเขาไปจากหมู่บ้าน คนตาบอดมีความเชื่อในพระเยซูเจ้า และจะเดินตามพระองค์ไปยังทุกที่ ที่พระองค์จะนำเขาไป เราเองจะทำอย่างไร?เมื่อพระองค์ทรงเชื้อเชิญให้เราติดตามพระองค์ไป เรามีความเชื่อที่มั่นคงในพระองค์หรือไม่ เหมือนกับคนตาบอดคนนั้น? เรายินดีติดตามพระองค์ไป แม้เราจะไม่รู้และไม่มั่นใจว่า จะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง
เมื่อพระเยซูเจ้าทรงถามว่า เขาเห็นอะไรบ้าง? คนตาบอดได้ตอบว่า เขาเห็นคนคล้ายกับต้นไม้ ไม่มีการบำบัดรักษาที่เกิดขึ้นทันทีทันใดและครบครัน เขายังคงมองเห็นไม่ชัด เราเองก็ยังมองเห็นไม่ชัด เพราะเราไม่รู้ความจริง หรือเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมด ความตาบอดของเรา ทำให้เราไม่สามารถพบกับพระเยซูเจ้าได้ และกับเพื่อนพี่น้องชายหญิงของเรา ความตาบอดของเราอาจจะเกิดจากอารมณ์แปรปวน การไม่อยากรับผิดชอบ ความคิดเห็นที่เลือกปฏิบัติ อคติ บาดแผลทางอารมณ์ที่รักษาไม่หาย ความรู้สึกขัดแย้งที่เยียวยาไม่ได้ และปัญหาต่างๆอีกมากมาย ขอให้เราวิงวอนขอพระเยซูเจ้า โปรดบำบัดรักษาเรา ให้พ้นจากความตาบอด เพื่อให้เราสามารถมองเห็น และรักพระองค์ และเพื่อนบ้านของเรา ตามที่พระองค์ได้ทรงสั่ง ยังมีจุดบอดในชีวิตของท่าน ที่ปิดบังไม่ให้ท่านเห็นพระเยซูคริสตเจ้า และพระอาณาจักรแห่งความยุติธรรม สันติสุข และความยินดีในพระจิตเจ้าหรือไม่?

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view