สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันพฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ 2019 ระลึกถึงนักบุญเปโตร ดามีอานี พระสังฆราชและนักปราชญ์ แห่งพระศาสนจักร

วันพฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ 2019 ระลึกถึงนักบุญเปโตร ดามีอานี  พระสังฆราชและนักปราชญ์ แห่งพระศาสนจักร

☘ทุกสิ่งเป็นไปได้ .. สำหรับคนที่เชื่อ
ทุกสิ่งดูง่ายขึ้น .. สำหรับคนที่มีความหวัง
และง่ายกว่านั้นอีก .. สำหรับคนที่มีความรัก
และยิ่งง่ายขึ้นไปอีก .. สำหรับคนที่มีทั้ง
ความเชื่อ .. ความหวัง และความรัก

📚บทอ่านประจำวันพฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ 2019
ระลึกถึงนักบุญเปโตร ดามีอานี
พระสังฆราชและนักปราชญ์ แห่งพระศาสนจักร
https://www.youtube.com/watch?v=aunf-DLxw5g&t=10s

🌹My Peace I unto you
http://youtu.be/oP4Yd7a9f5k

🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷

วันพฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ 2019
ระลึกถึงนักบุญเปโตร ดามีอานี
พระสังฆราชและนักปราชญ์ แห่งพระศาสนจักร
อ่าน :
ปฐก 9:1-13
มก 8:27-33

ในพันธกิจ แม้นจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลาย
พระเยซูเจ้าทรงใช้เทคนิค “รับฟัง” ความคิดเห็น
ของผู้ร่วมงาน ด้วยคำถามที่ว่า “ท่านล่ะ”..คิดอย่างไร

ปฐมกาลบอกเล่า เทคนิคสำคัญในการอยู่ร่วมกัน
ระหว่างมนุษย์กับพระเจ้า และสิ่งสร้างต่าง ๆ นั้น
จำเป็นต้องมีกฎเกณฑ์ การเคารพเชื่อฟัง ให้เกียรติกัน
และปฎิบัติตามคำสัญญาที่ได้ให้ไว้

นักบุญเปโตร ดามีอานี เมื่อได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ปกครอง
ดูแลพระศาสนจักร ในฐานะพระสังฆราช - คาร์ดินัล
เพื่อปฎิรูปพระศาสนจักรนั้น ท่านเริ่มจากการยอมรับ
ปรับปรุงตัวเอง ด้วยการเจริญชีวิตที่เคร่งครัดศักดิ์สิทธิ์
เพื่อเป็นตัวอย่างให้กับคนอื่น

หมายเหตุ..
เพราะ ทัศนคติ ที่แตกต่างกัน
การ “รับฟัง” ของเราจึงไม่เหมือนกัน
แม้นเรา จะมีใบหู ที่คล้าย ๆ กัน

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”
วันพฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ 2019
สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ถอยไปข้างหลัง...” (มก 8:27-33)

ถอยไปข้างหลัง

เจ้าเป็นศิษย์
อย่ายืนผิดที่
อย่าเล่นผิดบทบาท

Back to Origin
กลับไปในบทบาทของตน
สำนึกนั้น ว่าเจ้าเป็นใคร
และผู้ที่เจ้ากำลังติดตามนั้นเป็นใคร...

________________

ตั้งแต่เมื่อวานนี้ ผมได้มีโอกาสกลับมาอยู่ที่บ้านศูนย์กลางของคณะที่ลำไทร เหมือนได้ถูกนำกลับมาที่บ้านหลังนี้ พร้อมกับความผิดพลาดบางอย่างในชีวิตนักบวช ที่ตนเองอาจจะไม่ได้เจตนาให้มันเกิดขึ้น แต่มันก็ได้เกิดขึ้น และมันกลับเป็นแรงบันดาลใจให้ผมกลับบ้านครับ ให้ผมได้กลับมา ณ ที่ที่ให้กำเนิดผมในชีวิตนักบวช... เมื่อวานนี้ ก่อนเข้าไปที่บ้านศูนย์กลางของคณะ เมื่อถึงลำไทร ผมแอบกลับเข้าไปที่วัดพระวิสุทธิวงส์ ที่ลำไทรอีกครังหนึ่ง แอบกลับไปคิดถึงความหลังของตนเองครับ แอบกลับเข้าไปในวัด และไปหมอบราบที่หน้าพระแท่นอีกครั้ง ณ จุดที่ผมได้เคยหมอบราบลงในวันปฏิญาณตนตลอดชีพ และในวันบวชเป็นพระสงฆ์ (เกือบหลับไป... ฮิฮิ) เพื่อคิดถึงวันนั้น วันที่ผมยอมจำนนทุกสิ่งกับพระเจ้า และเมื่อลุกขึ้นมา ก็เหมือนเริ่มจะมองเห็นหนทางใหม่ ที่เป็นไปแบบค่อยเป็นค่อยไป ดังการเรียนรู้หลังการมองเห็น เมื่อได้รับการรักษาจากพระเยซูเจ้า ดังในพระวรสารเมื่อวานนี้

เดินตามพระเยซูเจ้าจนวันนี้ หากพระองค์หันกลับมา และถามผมว่า “ท่านล่ะ ว่าเราเป็นใคร” แล้วผมจะตอบอย่างไรเนี่ย... มันก็คงต้องอาศัยประสบการณ์ที่มีกับพระองค์นี่แหละ ที่อาจจะทำให้ผมตอบว่า “พระเจ้าของข้าพเจ้า ทรงเป็นทุกสิ่งของข้าพเจ้า” ... มันคงเป็นคำตอบที่สวยหรูนะในจิตตารมณ์ของเราฟรันซิสกัน เพราะนี่คืออุดมคติของเราฟรันซิสกันครับ... ผมอาจจะได้รับคำชมหรือเปล่านะ แต่ที่สุด ตัวปัญหาก็มาถึงครับ “อัตตา” ครับ สิ่งที่ผมไตร่ตรองสองวันก่อน มันทำให้ผมหลงลืมทั้งหมด ลืมแม้กระทั่งตนเอง เมื่อผมบังอาจไปขวางทางของพระอาจารย์ผู้ซึ่งผมกำลังเป็นศิษย์ ติดตามพระองค์... “เจ้านี่ ผิดซีนไปหรือเปล่า... ยืนผิดที่ เล่นผิดบทบาทไปหรือเปล่าล่ะ...”

“ถอยไปข้างหลัง” พระวาจานี้สะท้านใจจริง... คือ อย่ายืนผิดที่! อย่าเล่นผิดบทบาท! อย่าแย่งซีนใครเขา! ... “ถอยไปข้างหลัง” คือพระวาจาที่นำหัวใจให้ผมตระหนัก บางทีบนหนทางที่เดินไปกับพระองค์ หนักๆ เข้า เป็นไปได้ไหม ที่ผมเองอาจจะทำตัวเป็นผู้นำพระองค์ไปเสีย แทนที่จะเป็นศิษย์ที่มีหน้าที่เดินตาม ผมกลับไปแย่งซีนของพระองค์เสียเล่า... “ถอยไปข้างหลัง” คือถอยกลับไปยืนในที่ของเจ้า และสำนึกไว้ว่าเจ้าเป็นใคร

ทรงกำชับมิให้กล่าวเรื่องเกี่ยวกับพระองค์แก่ผู้ใด... คือหากยังไม่เข้าใจจริง หากยังไม่รู้จริง อย่าเพิ่งครับ อย่าเพิ่งด่วนแพร่งพรายให้ใครรู้เลย แต่กิจการดีที่พระเจ้าทรงเริ่มในตัวเรานี้ คือสิ่งที่ต้องได้รับการชี้นำจากองค์พระคริสตเจ้า พระอาจารย์ จงเรียนรู้จักพระองค์ดีๆ บนหนทางสายนี้ และอย่าได้ไปยืนผิดที่ เล่นผิดบทบาทเลย... แต่จงถอยกลับไป และยืนในที่ของตนเถิด เพื่อจะได้รับรู้ เรียนรู้ และซึมซับอย่างแท้จริง ซึ่งการเป็นศิษย์แท้พระเยซู

วันนี้ ฉันเดินตามพระเยซูเจ้ามาไกลแล้วล่ะ... เดินกับพระองค์มาจนบัดนี้แล้ว เรียนรู้อะไรบ้างจากพระองค์ ฉันคิดว่าฉันรู้จักพระองค์มากน้อยเพียงใด ฉันยอมรับพระองค์ในความเป็นพระองค์ หรือฉันพยายามอยากจะรับพระองค์ในสิ่งที่ฉันอยากให้พระองค์เป็น ตกลงฉันเป็นใคร ฉันเป็นศิษย์ หรือเป็นอาจารย์

ข้าแต่พระเยซูเจ้า ขอให้ลูกเป็นศิษย์ที่เดินตามพระองค์เถิด ลูกขอบคุณที่พระองค์ทรงตักเตือนลูก... “ถอยไปข้างหลัง...” พระเจ้าข้า ลูกเป็นศิษย์ที่ต้องติดตามพระองค์ ลูกขอติดตามพระองค์ และลูกต้องเดินตามพระองค์.

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันพฤหัสที่ 21 กุมภาพันธ์ 19 สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน ปฐก 9:1-13/ มก 8:27-33
พระเยซูเจ้าได้ทรงตั้งคำถามกับบรรดาสานุศิษย์ของพระองค์ว่า “คนทั้งหลายว่าเราเป็นใคร?” ทุกคนต่างบอกว่าพระองค์เป็นคนโน้นคนนี้ ยกเว้นแต่เปโตรคนเดียวที่ไม่ได้พูด ดูเหมือนว่าท่านจะไม่ออกความเห็น ความจริงท่านได้ติดตามพระเยซูเจ้า เหมือนกับบรรดาสานุศิษย์ที่เหลือ ท่านฟังพระองค์ สวดภาวนาพร้อมกับพระองค์ รับใช้ประชาชนพร้อมกับพระองค์ และได้เป็นประจักษ์พยาน ในเรื่องความขัดแย้งระหว่างพระเยซูเจ้า และบรรดาผู้นำทางศาสนา ท่านจึงมีทีท่าที่ไม่เหมือนกับคนอื่น เพราะการที่ท่านได้อยู่กับพระเยซูเจ้า ซึ่งได้เตรียมท่านให้เข้าใจพระองค์ ที่แตกต่างจากคนอื่น ท่านได้เห็นว่า ในพระเยซูเจ้านั้น มีอะไรที่ไม่เหมือนประกาศก อาจารย์ หรือผู้สามารถทำอัศจรรย์ได้ ท่านได้มองลึกลงไปในรหัสธรรมของพระองค์ “พระองค์เป็นพระเมสสิยาห์” แต่พระเยซูเจ้าทรงทราบดี ถึงความเข้าใจอันสันสนของเปโตร ในฐานะเป็นพระเมสสิยาห์ ดังนั้น พระองค์จึงได้เริ่มสั่งสอนเกี่ยวกับ พระบุตรแห่งมนุษย์ เพื่อจะเปลี่ยนการคาดหวังเรื่องพระเมสสิยาห์ของพวกเขา
“...ท่านล่ะ ว่าเราเป็นใคร”เป็นคำถามที่เราทุกคนจะต้องตอบ เหมือนกับบรรดาสานุศิษย์ของพระองค์ในสมัยนั้น ที่จะต้องทำให้เรามีจิตสำนึกว่า เรามองพระเยซูเจ้าอย่างไร เราเคยมีเวลาอยู่กับพระองค์:รับประทานอาหารบนโต๊ะศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ ในศีลมหาสนิท ได้ฟังพระวาจาของพระองค์จากหนังสือพระคัมภีร์ ได้สวดภาวนาพร้อมกับพระองค์ และทำงานพร้อมกับพระองค์ เพื่อรับใช้ประชาชน เราได้อุทิศตัวเองให้พระองค์ แต่บางที เราจะต้องเข้าใจพระองค์ให้มากขึ้น ที่เราจะมองพระองค์ตอนที่เรามีความผิดหวัง เหมือนกับผู้สามารถทำอัศจรรย์ได้ในชีวิตของเรา หรืออาจเป็นไปได้ว่า เราพยายามที่จะปรับความเข้าใจในพระองค์ ให้สอดคล้องกับความคิดของเราเท่านั้น ข่าวดี คือ เวลาที่เราจะได้รับการไถ่กู้ โดยมีความรู้เกี่ยวกับตัวของพระองค์เอง และในตอนนั้น ที่เราจะเห็นว่าพระองค์เป็นใคร เหมือนอย่างที่เปโตรได้ตอบว่า “พระองค์ คือ พระคริสตเจ้า”

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view