สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2019 ฉลองธรรมาสน์นักบุญเปโตร อัครสาวก

วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2019 ฉลองธรรมาสน์นักบุญเปโตร อัครสาวก

💧ขอพระคุณแห่งปรีชาญาณ
โปรดประทานแก่ดวงใจลูกเถิด
ให้แสงแห่งธรรมจงบังเกิด
ส่องสว่างทางประเสริฐของพระองค์

📚บทอ่านประจำวันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2019
ฉลองธรรมาสน์นักบุญเปโตร อัครสาวก
https://www.youtube.com/watch?v=olWaMl9rWcQ

💠The Lord is my Shepherd (Psalm 23)
https://youtu.be/zFoY5SE3_eM

🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷

วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2019
ฉลองธรรมาสน์นักบุญเปโตร อัครสาวก
อัครสาวก
อ่าน :
1ปต 5:1-4
มธ 16:13-19

สิ่งที่ทำให้เปโตร ได้รับความไว้วางใจ
และอำนาจจากพระเยซูเจ้า คือ
การรู้จัก รัก และเชื่อในพระคริสตเจ้า

เมื่อได้รับมอบอำนาจ หน้าที่ ความไว้วางใจ
จากพระคริสตเจ้านั้น จดหมายของนักบุญเปโตร
แนะนำ ให้ทำด้วยคามเต็มใจ
ตามพระประสงค์พระเจ้า มิใช่ทำด้วยความจริงใจ
และเป็นแบบอย่างแก่ทุกคน

ฉลองธรรมาสน์นักบุญเปโตร
เตือนใจคริสตชนถึงอำนาจในการสั่งสอน
ของพระสันตะปาปา ในฐานะผู้นำแห่งการรับใช้
เป็นอำนาจหนึ่งเดียว ที่ไม่ผิดพลั้ง

เชิญชวนคริสตชนให้ภาวนาสำหรับพระสันตะปาปา
และมีอำนาจ หน้าที่ทุกคนในพระศาสนจักร

หมายเหตุ..
ศรัทธา...มาจาก ความดีที่ได้ทำ
ไม่ได้มาจาก อำนาจ ตำแหน่ง หน้าที่

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”
วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2019
สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลธรรมดา
ฉลองธรรมมาสน์นักบุญเปโตร อัครสาวก

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“แต่พระบิดาองเราผู้สถิตในสวรรค์ทรงเปิดเผย...” (มธ 16:13-19)

เพราะพระเจ้าทรงเป็นผู้ริเริ่มกิจการดีในตัวเรา
พระองค์ทรงเปิดเผยธรรมล้ำลึกของพระองค์แก่เรา
หาใช่ความสามารถของเราไม่

วันนี้ ฉันมองกระแสเรียกของฉันอย่างไร
ในความเป็นคริสตชนของฉัน
ในความเป็นนักบวชของฉัน
หรือในความเป็นพระสงฆ์ของฉัน

สิ่งเหล่านี้ คือพระเจ้าเท่านั้นมิใช่หรือ
ที่ทรงเริ่มกิจการดีของพระองค์ในตัวฉัน...

________________

นี่คือบทไตร่ตรองอีกครั้งหนึ่งในวันฉลองธรรมมาสน์นักบุญเปโตร เมื่อพระเยซูเจ้าทรงหันหลังกลับมาถามบรรดาศิษย์ของพระองค์... “คนทั้งหลายเขาว่าบุตรแห่งมนุษย์เป็นใคร” ... และพวกเขาก็ให้คำตอบตามที่พวกเขาได้ยินมา แต่พระองค์กลับไม่ได้คุยเรื่องนั้นต่อ... ตรงกันข้าม พระองค์กลับถามพวกเขาต่อว่า... “ท่านล่ะ ว่าเราเป็นใคร...”

ผมกำลังรู้สึกเหมือนพระองค์ได้ตรัสถามผมด้วย “ท่านล่ะว่าเราเป็นใคร...” หากพระองค์จะทรงเช็คความรู้สึกของบรรดาศิษย์ ที่ได้ทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างและมาติดตามพระองค์ และหากพระองค์จะทรงถามผมบ้าง และถามพี่น้องด้วยในวันนี้... พี่น้องที่รักครับ เราจะตอบพระองค์กันอย่างไร...

ผมมั่นใจว่า คนไม่น้อยในโลกที่รู้จักชายคนนี้ ชายคนที่ชื่อเยซูนี้ แต่นั่นเป็นการรู้จักตามที่พวกเขาคิดและเข้าใจ... แต่เอ และคำตอบของเปโตร หรือของเราวันนี้จะเป็นอย่างไร เราจะตอบพระองค์ตามที่เราคิดหรือเราเข้าใจเองหรือเปล่า ในฐานะที่วันนี้ พระองค์ไม่ได้ถามเราด้วยความคิดของคนอื่น แต่ถามเราในความคิดและความรู้สึกของเราเอง เราที่ได้ชื่อว่าเป็นศิษย์ของพระองค์ ผมเองที่อาจจะต้องตอบด้วยเหมือนกัน ในความเป็นคริสตชน ในความเป็นนักบวช ในความเป็นพระสงฆ์... พี่น้องแต่ละคนด้วยครับ เราจะตอบกันอย่างไร...

เราคงต้องมีคำตอบที่ดีแน่ๆ ใช่ไหม... เราที่เรียนรู้คำสอน เรียนรู้พระคัมภีร์ เราอาจจะตอบได้ไม่แพ้นักบุญเปโตรในพระวรสารวันนี้แน่ๆ... แต่ประสบการณ์ของเราแต่ละคนที่เดินตามพระเยซูเจ้า วันนี้ เรารู้จักพระองค์อย่างไร... นักบุญเปโตรตอบแทนบรรดาศิษย์ทุกคนด้วยความมั่นใจครับ “พระองค์คือพระคริสตเจ้า พระบุตรพระเจ้าผู้ทรงชีวิต” และสิ่งที่พระเยซูเจ้าได้ตรัสตอบ คือประโยคนี้ครับ ประโยคที่ผมไตร่ตรองเป็นพิเศษในวันนี้ และนำมาแบ่งปันกับพี่น้อง... “แต่พระบิดาของเราผู้สถิตในสวรรค์เป็นผู้เปิดเผย...” ... ประโยคนี้ทำให้ผมคิดถึงถ้อยคำในพิธีปฎิญาณตนตลอดชีพ พิธีบวชพระสงฆ์ เมื่อผู้บวชแสดงความสมัครใจต่อหน้าพระสังฆราช เมื่อพระสังฆราชกล่าวสรุปว่า “ขอพระเจ้าผู้ทรงริเริ่มกิจการดีในตัวลูก...” คิดถึงประโยคนี้จริงๆ ครับ... “พระเจ้าผู้ทรงริเริ่มกิจการดีในตัวลูก” นั่นหมายความว่า ไม่ใช่ผมที่สามารถคิดและเข้าใจหนทางของพระองค์ เข้าใจความเชื่อในพระองค์ผู้ที่ผมกำลังติดตาม แต่เป็นพระเจ้า พระบิดา ทรงเป็นผู้ริเริ่มกิจการดีนี้ในตัวผม นั่นหมายความว่าอย่างไร...

ในวันเหล่านี้ ผมเพิ่งเดินผ่านบรรยากาศของครอบครัวนักบวช ที่มันอาจจะมีปัญหาบ้าง ความไม่ราบเรียบในชีวิตนักบวช... ผมกลับมาที่ประจวบฯ และถามใจตนเองจริงๆ ว่า... ผมมองเห็นตนเองเป็นใครจริงๆ... นักบวชเราศักดิ์สิทธิ์กว่าคริสตชนฆราวาสหรือ... หรือผมที่เป็นพระสงฆ์ด้วยก็ตาม ผมศักดิ์สิทธิ์กว่าคริสตชนคนอื่นๆ หรือเปล่า... ในขณะที่สัตบุรุษ คริสตชนฆราวาส เขายกเราไว้ในขั้นของบุคคลผู้ศักดิ์สิทธิ์ เหมือนกับว่า เรานักบวช พระสงฆ์ เราศักดิ์สิทธิ์กว่าคริสตชนฆราวาสคนอื่นๆ กระนั้นแล... แต่แท้ที่จริงแล้ว เราศักดิ์สิทธิ์กันจริงๆ หรือเปล่า ไม่ต้องมากหรือน้อยกว่าใคร แต่เราเริ่มเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ตามกระแสเรียกของเราแต่ละคนมากน้อยแค่ไหน... หากว่าชีวิตพระสงฆ์ ชีวิตนักบวชของพวกเรา ก็ใช่ว่าจะไม่มีการประจญ ใช่ว่าเราจะสามารถเป็นแบบอย่างที่ดีแก่บรรดาคริสตชนฆราวาสในทุกด้าน... เปล่าเลย... แต่ทว่า ชีวิตของพวกเราก็อาจจะมีหลายสิ่งหลายอย่างให้เป็นที่สะดุดแก่บรรดาฆราวาสด้วยเช่นกัน...

ผมเป็นพ่อเจ้าวัดที่ประจวบฯ ผมไม่เคยไปไหนโดยที่ไม่บอกสัตบุรุษของผมเลย... ครั้งหนึ่ง เมื่อผมต้องไปอภิบาล ฟังบาปนักพรตในเขตพรตของสันตะสำนัก คือนักพรตประเภทที่เราเรียกว่า “ชีลับ” ... บรรดาสัตบุรุษถามผมว่า ซิสเตอร์อยู่ในอารามแบบนั้นยังต้องแก้บาปด้วยหรือ... โอ้ พี่น้องครับ พระสงฆ์ พ่อเจ้าวัดอย่างผมก็ต้องแก้บาปเช่นกันครับ พวกเราที่ดูเหมือนจะดูแตกต่างกันในเรื่องของฐานันดร แต่หากเป็นเช่นนั้น ก็ดูเหมือนว่าพระเจ้าไม่ยุติธรรมเลยหรือเปล่า ชีวิตของพวกเรานักบวช พระสงฆ์ พวกเราดูเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ ที่บรรดาฆราวาสยกเราไว้อีกระดับหนึ่งเสมอ แต่แท้ที่จริงแล้ว เราศักดิ์สิทธิ์กว่าคริสตชนฆราวาสจริงๆ หรือเปล่า... น้ำหนักของการถูกประจญล่อลวงของเราเป็นอย่างไร มีอะไรแตกต่างจากฆราวาสบ้างหรือเปล่า เราได้รับมามากมาย และเราก็ต้องรับผิดชอบมากมายด้วยเช่นกัน

วันนี้ พระศาสนจักร ที่มีอำนาจในการสั่งสอน โดยพระสันตะปาปา บรรดาพระสังฆราช บรรดาพระสงฆ์และผู้อภิบาลทั้งหลายที่ทำงานต่อกันมาอย่างเป็นหนึ่งเดียว ด้วยสิ่งที่เราเรียกกันว่า “อำนาจการสอนของพระศาสนจักร” ผ่านทางเก้าอี้ของนักบุญเปโตร พระสันตะปาปา ที่สั่งสอนอบรมลูกๆ ของพระศาสนจักร ผู้ที่พระเจ้าทรงเรียก ทรงเลือก ทรงเริ่มกิจการดีในตัวเราแต่ละคน ด้วยการนำเราให้มาเป็นศิษย์ติดตามพระคริสตเจ้านั้น วันนี้ เรารู้จักพระคริสตเจ้าผู้ที่เราติดตามมากน้อยเพียงใด หรือวันนี้ เราตระหนักมากน้อยเพียงใด ในสิ่งที่เรียกว่าพระเจ้าทรงริเริ่มกิจการดีในตัวเรา เมื่อการกลับใจเป็นผลจากพระหรรษทานของพระเจ้าเท่านั้น หากใช่เพราะความสามารถอันใดของเรามนุษย์ไม่

วันนี้ เรา สมาชิกของพระศาสนจักรที่ควรเป็นหนึ่งเดียวกัน ในกิจการดีที่พระเจ้าทรงริเริ่มไว้ในพระศาสนจักร ในชีวิตของเราแต่ละคน สมาชิก ลูกของพระเจ้าในพระศาสนจักรศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ เราถูกเรียกมาให้เจริญชีวิตร่วมกัน ประคับประคองเตือนความเชื่อของกันและกัน หากจะมีสิ่งใดที่เป็นที่สะดุดบ้าง... พี่น้องที่รัก ขอเราเดินดีๆ ยกเท้าสูงๆ ยกใจเราสูงๆ เพื่อเราจะไม่ต้องสะดุดล้มในชีวิตของการเป็นศิษย์ติดตามพระคริสตเจ้า แต่เราจะเป็นผู้ที่ทำให้สิ่งที่เป็นที่สะดุด พี่น้องของเราที่เราอาจจะบอกว่าเป็นที่สะดุด ได้กลับเป็นแรงบันดาลใจ ในความรักที่เป็นหนึ่งเดียวในการริเริ่มกิจการดีในชีวิตของรเรา ในชีวิตของพระศาสนจักรที่เราร่วมเป็นหนึ่งเดียวกัน ภายใต้การนำขององค์สมเด็จพระสันตะปาปา บรรดาพระสังฆราช พระสงฆ์ และผู้อภิบาลทั้งหลาย... ในวันนี้ ให้เราได้ภาวนาแก่กันและกัน ภาวนาเป็นพิเศษสำหรับศาสนบริกรของพระศาสนจักรด้วย และภาวนาเพื่อความเป็นหนึ่งเดียวกันในพระศาสนจักรที่ประคับประคองกัน เดินหน้าไปด้วยกันด้วยความรักสามัคคี และเป็นหนึ่งเดียวกัน

ข้าแต่พระเจ้า ลูกมั่นใจว่า ประตูนรกจะไม่มีวันเอาชนะพระศาสนจักรได้เลย เพราะพระองค์ทรงประทับอยู่ในพระศาสนจักรเสมอ ขอให้ลูกเจริญชีวิตในความมั่นใจนี้ตลอดไป ด้วยพระหรรษทานแห่งการริเริ่มของพระองค์ จากกว่าจะบรรลุถึงบ้านแท้นิรันดรเถิด

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 19 ฉลองธรรมาสน์นักบุญเปโตร
บทอ่าน 1ปต 5:1-4 / มธ 16:13-19
พระศาสนจักรอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับโลก บรรดาผู้ติดตามพระเยซูเจ้าอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับผู้ไม่เชื่อในพระองค์ ทั้งสองกลุ่มมีความคิดในเรื่องต่างๆที่แตกต่างกัน
เมื่อพระเยซูเจ้าทรงถามบรรดาสานุศิษย์ของพระองค์ว่า ประชาชนคิดว่าพระองค์เป็นใคร?พระองค์ทรงรู้ว่า ประชาขนมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับตัวของพระองค์เอง และพระองค์ได้ตั้งคำถามเดียวกันกับบรรดาสานุศิษย์ผู้อยู่รอบข้างพระองค์ พวกเขาเป็นเพื่อนสนิท และเป็นผู้ติดตามพระองค์ จึงน่าจะมีความคิดดีกว่าคนอื่น และที่จริง เปโตรในฐานะเป็นหัวหน้าของอัครสาวก 12 องค์ ท่านได้รับการดลใจจากพระบิดาเจ้า ได้ประกาศอัตลักษณ์ของพระเยซูเจ้าอย่างถูกต้อง และพระเยซูเจ้าได้ตอบแทนท่าน โดยแต่งตั้งท่านให้เป็นผู้นำของกลุ่ม ที่พระองค์ได้นำมารวมตัวกัน เพื่อทำพันธกิจที่พระองค์จะมอบให้
บทบาทของเปโตรในพระศาสนจักร ได้รับมอบหมายจากพระบุตรของพระเป็นเจ้า และบทบาทนี้ได้ถูกมอบต่อผู้ที่สืบตำแหน่งจากท่าน คือ พระสันตะปาปา พระเยซูเจ้าในฐานะเป็นพระบุตรของพระเป็นเจ้า ได้มอบความไว้วางใจที่ยิ่งใหญ่แก่เปโตร และท่านได้มอบต่อให้พระสันตะปาปา ไม่ว่าพระองค์จะเป็นใครก็ตาม อาจจะมีความอ่อนแอ ในสายตาของชาวโลก
ท่านมีความไว้วางใจในพระสันตะปาปาหรือไม่? ท่านรับฟังพระองค์ เมื่อพระองค์ตรัสหรือไม่? ท่านทำตามสิ่งที่พระองค์ทรงสอนหรือไม่? ท่านสวดให้พระองค์หรือไม่? ท่านเชื่อฟังพระองค์ในการทำพันธกิจที่พระองค์ได้มอบหมายให้ท่านหรือไม่?
พระสันตะปาปาฟรังซิสได้ตรัสว่า “สื่อมวลชนเขียนเกี่ยวกับคนบาป และการเป็นที่สะดุด นั่นเป็นเรื่องปรกติ เพราะว่าต้นไม้ที่ล้มย่อมมีเสียงดังกว่าป่าที่ต้นไม้ขี้น”...”พ่อชอบพระศาสนจักรที่บาดเจ็บ ถูกทำร้าย และสกปรก เพราะเดินออกไปในถนน มากกว่าพระศาสนจักร ที่สุขสบาย เพราะอยู่ในที่ปลอดภัย”...
“ไม่มีใครเจริญเติบโตได้ ถ้าไม่ยอมรับความต่ำต้อยของตัวเอง”

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view