สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันจันทร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2019 สัปดาห์ที่ 7 เทศกาลธรรมดา

วันจันทร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2019 สัปดาห์ที่ 7 เทศกาลธรรมดา

🍀 ชีวิตที่ยุ่งยาก .. ทำให้ต้องอธิษฐานหนักขึ้น
แต่ถ้าอธิษฐานอย่างหนัก .. ชีวิตจะง่ายขึ้น

อย่าทุกข์ร้อนในสิ่งใดๆเลย
แต่จงทูลเรื่องความปรารถนา
ของท่านทุกอย่างต่อพระเจ้า
ด้วยการอธิษฐาน .. การวิงวอน ..
กับการขอบพระคุณ

📚บทอ่านประจำวันจันทร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2019
สัปดาห์ที่ 7 เทศกาลธรรมดา
https://www.youtube.com/watch?v=H-uirkV8kO8&t=5s

☘The Prayer
https://youtu.be/idtNxZYnxIw

🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓

วันจันทร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2019
สัปดาห์ที่ 7 เทศกาลธรรมดา
อ่าน :
บสร 1:1-10
มก 9:14-29

พระเยซูเจ้าทรงทำให้บรรดาศิษย์ได้เห็นว่า
ในพันธกิจของการรับใช้ ที่ทำในนามของพระเจ้านั้น
ปรีชาญาณ ต้องการความเชื่อ
เพราะสำหรับพระเยซูเจ้าแล้วนั้น
ทุกสิ่งเป็นไปได้ สำหรับผู้ที่มีความเชื่อ

บุตรสิรา ตอกย้ำ ...สิ่งที่ทำให้พระเยซูเจ้า
มีความสามารถ น่าเกรงขาม คือ
ความมั่นใจใน ปรีชาญาณ ที่มาจากพระเจ้า
และปรีชาญาณนี้ คงอยู่กับพระองค์ตลอดไป

หมายเหตุ..
สำหรับ ผู้มีปรีชา..รอบรู้..
ขงเบ้ง...เตือน..
“ฉลาด แต่เข้าข้างคนผิด ชีวิตก็บัดซบ
ฉลาด แต่เข้ากับใครไม่ได้ ก็ไร้ประโยชน์
ฉลาด แต่ขาดคุณธรรม ก็ไม่ทำให้เจริญ”

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”
วันจันทร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2019
สัปดาห์ที่ 7 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“เจ้าปีศาจหนวกใบ้...” (มก 9:14-29)

บางครั้งศิษย์ของพระเยซู
ก็เป็นคนหนวกใบ้
เป็นซาตานที่ขวางทางพระองค์
นั่นคือเป็นอุปสรรคของพระองค์

การมีพระองค์ประทับอยู่
การฟังพระองค์
นั่นคือผลของความเชื่อที่แท้จริง

และเพื่อจะได้มีความเชื่อเช่นนั้น
หนทางเดียว คือสิ่งที่เป็นพลัง
และความสามารถของบรรดาศิษย์คือ
การภาวนา..
“ข้าพเจ้าเชื่อ โปรดช่วยความเชื่อเล็กของของข้าพเจ้าเถิด”

________________

“เจ้าปีศาจหนวกใบ้...” นี่คือประโยคที่ผมรู้สึกสะกิดใจจังในเช้าวันนี้ ผมเลือกเอาคำว่า “ปีศาจหนวกใบ้” มาไตร่ตรองในเช้านี้ และแบ่งปันมาสู่พี่น้อง... หาใช่ว่าผมชอบปีศาจตัวนี้ไม่นะครับ แต่ผมกำลังสงสัยว่า นี่คือการตั้งชื่อให้มันหรือเปล่า หรือนี่คืออาการที่พระเยซูเจ้ากำลังตรัสกระทบบรรดาศิษย์ของพระองค์หรือเปล่า และทำไมนักบุญมาระโกที่ปกติ ไม่เล่าอะไรยาวๆ ในพระวรสารของท่าน แต่ในเรื่องนี้ ท่านกลับให้พื้นที่ในการบันทึกรายละเอียดเยอะมาก ที่เราพบว่าพระวรสารวันนี้ยาวมากด้วยเช่นกัน

ภาพเหตุการณ์การลงมาจากภูเขาของพระเยซูเจ้า และทรงพบกับความวุ่นวายข้างล่าง เหมือนเป็นภาพของโมเสสที่ลงมาจากภูเขา และพบความวุ่นวายของอิสราแอลไม่ต่างกันเลย... ที่ที่ไม่มีพระเยซูเจ้า กำลังวุ่นวาย แต่ที่ที่พระองค์อยู่ด้วยกลับเป็นที่ที่มีแต่ความสุข จนศิษย์ทั้งสามไม่อยากจะไปไหน แต่พระประสงค์ของพระองค์คือการกลับสู่หมู่พี่น้อง กลับสู่หมู่คณะอัครสาวก... ที่ที่ไม่มีพระเยซูเจ้าครับ พี่น้องที่รัก บรรดาศิษย์ทำอะไรไม่ได้เลย พวกเขาขับไล่ปีศาจก็ไม่ได้ พวกเขาไม่เหลืออะไร เมื่อไม่มีพระองค์ แต่เมื่ออยู่กับพระองค์ พวกเขาต่างไปจากนี้ไม่ใช่หรือ... พี่น้องครับ ชีวิตของเรา ที่ที่มีความสุขที่สุด คือที่ที่มีพระองค์อยู่หรือเปล่า...

“คนหัวดื้อ เชื่อยาก เราจะต้องอยู่กับท่านอีกนานเท่าใด จะต้องทนท่านอีกนานเท่าใด...” พระวาจาตอนนี้แหละ ที่เป็นจุดเริ่ม ที่ทำให้ผมสงสัยว่า พระเยซูเจ้าตรัสกับใครจริงๆ... และบรรยากาศทำให้ผมเห็นว่า ไม่น่าจะกำลังตรัสกับฝูงชน เพราะฝูงชนเข้ามาหาพระเยซูเจ้า เพราะความเชื่อไม่ใช่หรือ พวกเขามั่นใจในความช่วยเหลือของพระองค์ แต่ไม่พบพระองค์ ก็เลยของให้บรรดาศิษย์ของพระองค์ช่วยอะไรบ้าง แต่พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้เลยเมื่อไม่มีพระเยซูเจ้า ดังนั้น ผมสงสัยจังว่า พระองค์ได้ตรัสแบบนี้ พระองค์คงไม่ได้ตรัสหมายถึงฝูงชนที่นั่นแน่ๆ... แต่ แต่ แต่... พระองค์น่าจะกำลังตรัสกับบรรดาศิษย์มากกว่าไหม คือกำลังตรัสกับเราด้วยหรือเปล่า “คนหัวดื้อ เชื่อยาก เราจะต้องอยู่กับท่านอีกนานเท่าใด จะต้องทนท่านอีกนานเท่าใด...” วันนี้ ฉันเชื่อในพระองค์อยู่หรือเปล่า หรือฉันเชื่อมั่นในตนเอง... ดูซิ เมื่อไม่มีพระองค์ ฉันทำอะไรได้บ้างหรือเปล่า... เมื่อความสุข และความสามารถของฉัน ขึ้นอยู่กับการมีพระองค์ทรงประทับอยู่เท่านั้นเอง วันนี้ ฉันมั่นใจในพระองค์ หรือฉันมั่นใจในตนเอง... เจอเหตุการณ์แบบนี้แล้ว ฉันเรียนรู้อะไรบ้างเล่า...

คำตอบที่น่าประทับใจ กลับอยู่ในสิ่งที่พ่อของเด็กได้แสดงออก เมื่อเข้ามาขอความช่วยเหลือจากพระเยซูเจ้า และเมื่อพระองค์ตรัสว่า “ทุกสิ่งเป็นไปได้สำหรับผู้มีความเชื่อ” ทันใดนั้น บิดาของเด็กก็ร้องว่า “ข้าพเจ้าเชื่อ โปรดช่วยความเชื่อเล็กของของข้าพเจ้าเถิด” แล้วนั้น ทุกอย่างที่เขาปรารถนาก็เป็นไปได้...

“คนหัวดื้อ เชื่อยาก เราจะต้องอยู่กับท่านอีกนานเท่าใด จะต้องทนท่านอีกนานเท่าใด...”... หมายความว่าอย่างไร... พี่น้องที่รักครับ ไตร่ตรองชื่อของปีศาจที่พระองค์ทรงเรียกดูซิ “เจ้าปีศาจหนวกใบ้” มันหนวกใบ้จริงๆ หรือ ถ้ามันหนวกใบ้ มันได้ยินพระองค์ได้อย่างไร ดังนั้น “ปีศาจหนวกใบ้” คำนี้ ที่พระเยซูเจ้าตั้งชื่อให้มัน และนี่เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่พระองค์ทรงเรียกมันโดยการตั้งชื่อหรือสมญาให้มัน... แต่ชื่อนี้ครับ สุดเจ็บไหม “ปีศาจหนวกใบ้” หากว่ามันจะหมายถึงบรรดาศิษย์ของพระองค์นั่นแหละ ที่เป็นผู้ที่พระองค์กำลังตัดพ้ออยู่ลึกๆ ... โอ้...คนหัวดื้อ เชื่อยาก เราจะต้องอยู่กับท่านอีกนานเท่าใด จะต้องทนท่านอีกนานเท่าใด... ฉันหรือเปล่า ที่เป็นเช่นนั้นด้วย

ความหนวกใบ้นี้หมายถึงอะไร... สิ่งเดียวจากพระวาจาตอนที่แล้ว ให้คำตอบกับเราครับ... ที่ ณ ภูเขาแห่งการประจักษ์พระวรกาย มีเสียงจากฟ้าดังว่า “ผู้นี้คือบุตรสุดที่รักของเรา จงเชื่อฟังพระองค์เถิด” ... ประโยคนี้ครับสำคัญมาก... “จงเชื่อฟังพระองค์...” และนี่คือคำตอบที่บรรดาศิษย์ได้รับ นี่คือเหตุผล ทำไมพวกเขาจึงขับไล่ปีศาจไม่ได้ เพราะการไม่เชื่อฟังพระเยซูเจ้า... และความเชื่อฟังนั้นคืออะไร... สิ่งที่พระองค์ได้ตรัสครับ... บุตรแห่งมนุษย์จะต้องได้รับทรมาน สิ้นพระชนม์ และกลับคืนชีพ... บรรดาศิษย์พยายามขัดขวางความคิดนี้ จนพระเยซูเจ้าเปรยๆ ว่าพวกเขาเป็นสิ่งขัดขวางพระองค์ พวกเขาไม่ได้คิดอย่างพระองค์ แต่คิดตามประสามนุษย์...

และคิดอย่างพระองค์นั้นจะเป็นไปได้อย่างไร... พี่น้องที่รักครับ สิ่งเดียวคือ “ความเชื่อ” ครับ และเราจะเชื่อในพระองค์จริงๆ ได้อย่างไร เราจะคงยังปล่อยให้ปีศาจหนวกใบ้สิงในชีวิตของเรา ด้วยการไม่ยอมฟังพระองค์หรือ...

อาจจะเป็นฉันเองหรือเปล่า ที่ต้องขับไล่ปีศาจหนวกใบ้นี้ ให้ออกจากตัวเอง ด้วยวิธีของบิดาของเด็กคนนั้น นั่นคือด้วยคำภาวนานั่นเอง

“ข้าพเจ้าเชื่อ โปรดช่วยความเชื่อเล็กของของข้าพเจ้าเถิด”

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

https://www.youtube.com/watch?v=QdD1v2m2Gio

วันจันทร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 19 สัปดาห์ที่ 7 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน บสร 1:1-10 / มก 9:14-29
พระอาณาจักรของพระเป็นเจ้า มีความขัดแย้งกับอำนาจของความชั่วร้าย การรักษาความเจ็บป่วยของเด็ก มีความเหมาะสมกับเรื่องดังกล่าว ความบอดใบ้ของเขาแสดงให้เห็นเงื่อนไข ของการขาดพระวาจาของพระเป็นเจ้า นั่นคือ การขาดความเชื่อ ทัศนคติของพระเยซูเจ้า คือ การเรียกร้องให้มีความเชื่อในพระองค์ ความเชื่อที่สามารถทำลายอำนาจของซาตาน พระเยซูเจ้ามีพระประสงค์ให้นำทาสของซาตาน มาให้พระองค์ พระองค์ทรงประกาศว่า ความเชื่อเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ หลังจากที่บิดาของเด็กคนนั้นประกาศว่า เขามีความเชื่อ พระเยซูเจ้าจึงช่วยให้เด็กพ้นจากอำนาจของจิตชั่ว บรรดาสานุศิษย์ไม่สามารถทำได้ เพราะมีแต่พระหรรษทานของพระเป็นเจ้าเท่านั้น ที่สามารถทำได้ เด็กจึงสามารถผ่านจากความตายไปสู่ชีวิต ประสบการณ์จากการได้รับพระหรรษทานของพระเป็นเจ้า นำเราให้ไปสู่ชีวิตที่ร่ำรวยและครบครันขึ้น “เรามา เพื่อทำให้ท่านมีชีวิตที่สมบูรณ์ขึ้น”
ความเชื่อดูเป็นสิ่งที่ง่ายดาย จนกระทั่งเราเผชิญกับสถานการณ์ ที่ต้องการความเชื่อ และพิสูจน์ได้ว่าเป็นสิ่งที่เป็นความจริง เมื่อเราต้องเผชิญหน้ากับคนที่ป่วยหนัก และสิ่งที่เราสามารถทำได้ คือ การสวดภาวนาให้ เราเชื่อในหัวใจของเราว่า พระเป็นเจ้าจะมีบทบาทในการบำบัดรักษา ตามที่เราวิงวอนขอ ความเชื่อจึงไม่ใช่การเดินเข้าไปในสถานการณ์ที่เราไม่เคยรู้มาก่อน แต่ว่ามันเป็นความมั่นใจในอำนาจของพระเป็นเจ้าว่า พระองค์จะทำให้สำเร็จตามพระประสงค์ของพระองค์.
ชีวิตเป็นความลำบากสำหรับทุกคน ทุกคนล้วนมีวันที่เลวร้าย ทุกคนมีปัญหาในชีวิต เพราะไม่สำคัญว่าคุณจะร่ำรวยอย่างไร ความเจ็บป่วย ปัญหา ความวิตกกังวล และความรัก สิ่งต่างๆจะเกิดขึ้นกับคุณ ในทุกระยะเวลาของชีวิต...สามในสี่ของความเจ็บป่วยของคนที่มีความรู้ มาจากความคิดของเขา พวกเขาต้องการนายแพทย์ ซึ่งสามารถเข้าใจความเจ็บป่วยนี้…ความวิตกกังวลเป็นความเจ็บป่วยอย่างหนึ่ง การมีอารมณ์ขันทำให้ท่านมีความเป็นมนุษย์ขึ้น เป็นคนที่ต้องสุภาพถ่อมตนมากขึ้น.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view