สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ 2019 สัปดาห์ที่ 7 เทศกาลธรรมดา

วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ 2019  สัปดาห์ที่ 7 เทศกาลธรรมดา

🍭แม้เมฆหมอกและความมืด
จะปกคลุมข้าพระองค์ไว้ …
แต่ข้าพระองค์รู้ว่า พระองค์ทรงอยู่ใกล้ๆ
ลูกขอบพระคุณพระองค์ …
พระเจ้าทรงอยู่ใกล้เสมอ .. แม้ในเวลาที่เรากลัว

📚บทอ่านประจำวันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ 2019
สัปดาห์ที่ 7 เทศกาลธรรมดา
https://www.youtube.com/watch?v=TjYirueQWuc&t=8s

🐬Because He lives I can face tomorrow
https://youtu.be/oPW9xYEyijQ


🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺

วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ 2019
สัปดาห์ที่ 7 เทศกาลธรรมดา
อ่าน :
บสร 4 : 11-19
มก 9:38-40

ยอห์นเห็นคนทำดี แต่ท่านกลับพยายามห้าม
ด้วยเหตุผลเพียงเพราะว่า...”คนละพวก”..
พระเยซูเจ้าจำเป็นต้องชี้ให้เห็นคุณค่าของ “มิตรภาพ”
อันเป็นเป้าหมายสำคัญ ในการเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์

หมายเหตุ..
คนที่รู้ว่า ความดี..คืออะไร ทำอย่างไร
แต่ไม่ทำ ก็เปล่าประโยชน์

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”
วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ 2019
สัปดาห์ที่ 7 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“พวกเดียวกับเรา...” (มก 9:38-40)

คริสตชน ศิษย์พระเยซู
คือผู้ที่เดินตามเสียงแห่งความจริงและความดี
นั่นคือปรีชาญาณในชีวิตเรา
แต่ว่า...
ก่อนที่คริสต์ศาสนาจะเกิดมา
พระเจ้าทรงประทับอยู่กับประชากรของพระองค์แล้ว
ดังนั้น...
ผู้ที่เจริญชีวิตตามเสียงแห่งความจริงและความดี
เขาคือผู้ที่ปรีชาญาณของพระเจ้าประทับอยู่ด้วย
เขาคือผู้ที่ได้เจริญชีวิตตามเสียงของพระเจ้า
เขาจึงเป็นลูกของพระเจ้า
เขาจึงเป็นพวกเดียวกับเราด้วย
คือเป็นศิษย์พระคริสตเจ้า

แต่...
เราคริสตชนล่ะ
เราพวกเดียวกันจริงๆ หรือเปล่า???

________________

ผมไตร่ตรองพระวาจาเช้านี้ เริ่มด้วยการคิดถึงข่าวหลายปีก่อน “หมอนางฟ้า” เป็นข่าวที่กลาวถึงแพทย์สตรีที่น่ารักคนหนึ่งที่เสี่ยงชีวิตช่วยเหลือผู้ป่วยที่ประสบอุบัติเหตุ ด้วยการทำงานที่ไม่มีอะไรป้องกันตนเองเลย แต่ในนาทีวิกฤตเช่นนั้น เธอเลือกที่จะจอดรถ และลงไปช่วยผู้ป่วยที่ประสบอุบัติเหตุ ด้วยพระพร ความรู้และความสามารถของเธอ จนข่าวของเธอทำให้เธอได้รับการเรียกขานว่า “หมอนางฟ้า”... เวลานั้น ผมเองเป็นคนหนึ่งที่ได้ทราบข่าวของเธอด้วย และก็รู้สึกถึงความน่ารักของเธอเหลือเกิน รู้สึกประทับใจไปกับคนมากมายด้วย ในใจก็ถามตนเองว่า เธอเป็นใครกันหนอ จึงมีจิตใจดีขนาดนั้น สงสัยเธอคงเป็นคริสตังหรือเปล่า... แต่แล้วความคิดผมแม้ว่าไม่ถูกต้องทั้งหมด แต่ต่อมาภายหลัง ผมก็ทราบว่าเธอเป็นคริสตชนในนิกายหนึ่งครับ แม้ว่าจะไม่ใช่คาทอลิกก็ตาม แต่เธอเป็นคริสตชน ศิษย์พระเยซูครับ สิ่งนี้ทำให้ผมปลื้มใจที่สุด... แม้เธอจะไม่ใช่คาทอลิก แต่พระพรของพระเจ้าประทับอยู่กับเธอ พระจิตของพระเจ้าทรงนำเธอในกิจการดีที่เธอได้กระทำ ปรีชาญาณที่บทอ่านที่หนึ่งในวันเหล่านี้ได้กล่าวถึง (บสร 4:11-19) คือสิ่งที่เธอได้รับการทรงนำจากพระองค์จริงๆ

พี่น้องที่รักครับ บางทีก็น่าสงสัยนะว่า จำเป็นต้องเป็นคริสตชนด้วยหรือ เพื่อจะพบความรอดพ้นได้... เราคงต้องยอมรับว่า ไม่จำเป็นครับ แต่สิ่งที่จำเป็นจริงๆ นั้น คือการเดินตามเสียงของความจริง และความดี เสียงแห่งปรีชาญาณนั่นเอง และเมื่อความจริง ความดี หรือปรีชาญาณที่แท้จริงนั้น คือองค์พระเจ้าแล้ว การที่คนหนึ่งได้พบกับความจริง ความดี และปรีชาญาณนั้น เขาก็กำลังอยู่กับพระเจ้าไม่ใช่หรือ มากกว่านั้น ศาสนาคริสต์ของเรามีอายุสักสองพันกว่าปีเท่านั้นเอง แต่พระเจ้าทรงเป็นนิรันดร พระองค์ทรงประทับอยู่ตั้งแต่นิรันดร ก่อนที่โลกจะเกิดมาเสียอีก นั่นหมายความว่า ก่อนที่คริสต์ศาสนาจะเกิดมาในโลก ก่อนที่พระเยซูเจ้าจะประสูติมาในโลก พระเจ้าก็ทรงประทับอยู่กับโลกมานานแล้ว พระองค์ทรงนำทางประชากรของพระองค์ ผู้ที่ได้ยินและฟังเสียงของพระองค์ผู้ทรงเป็นองค์ความดี องค์ความจริง และทรงปรีชาญาณของมนุษย์นั้น พระองค์ทรงนำทางทุกคนตามที่แต่ละคนเปิดหัวใจและพร้อมดำเนินชีวิตตามเสียงแห่งพระประสงค์ของพระองค์... ผู้ที่กล่าวว่า “ข้าพเจ้าพร้อมแล้ว พระเจ้าข้า... ข้าพเจ้ายินดีทำตามน้ำพระทัย” (เพลงตอบรับพระวาจาวันนี้)

พระวรสารที่เราได้อ่านในวันนี้ สั้นๆ แต่ให้ความหมายกับชีวิตการเป็นศิษย์ของพระเยซูเจ้าจริงๆ ครับ เมื่อยอห์นได้ทูลพระเยซูเจ้าว่า พวกเขาได้เห็นคนหนึ่งขับไล่ปีศาจในนามของพระองค์ จึงได้ห้ามปรามไว้ เพราะเขาไม่ใช่พวกเดียวกับเรา... น่าสังสัยจังว่า เพราะพวกเขาขับไล่ไม่ได้ในวันก่อนด้วยหรือเปล่า... แต่วันนี้มีคนอื่นที่ทำงานนี้ได้ในพระนามของพระเยซูเจ้า...

คำหนึ่งที่ผมเลือกมาไตร่ตรองในเช้าวันนี้และแบ่งปันกับพี่น้อง คงเป็นคำสั้นๆ คำนี้ครับ “พวกเดียวกับเรา” เมื่อพระเยซูเจ้าได้ตรัสว่า “ผู้ใดไม่ต่อต้านเรา ก็เป็นผ่ายเรา... ไม่มีใครทำอัศจรรย์ในนามของเรา แล้วต่อมาจะว่าร้ายเราได้...” นั่นหมายความว่า คนที่เชื่อในความจริงและความดี และดำเนินชีวิตตามเสียงแห่งความจริงและความดีนั้น พวกเขาก็เป็นพวกเดียวกับเราครับ แต่สิ่งที่ผมไตร่ตรองหนักไปกว่านั้นในเช้าวันนี้คือ “เราพวกเดียวกันจริงหรือเปล่า...” ... พี่น้องครับ เราคริสตชนอ่ะ เราพวกเดียวกันจริงๆ หรือเปล่าครับ... ชีวิตของเราเป็นหนึ่งเดียวกันจริงๆ มากน้อยแค่ไหน เราที่ได้ชื่อว่า เป็นผู้ได้รับศีลล้างบาปในพระนามของพระเจ้า แล้วเราเป็นคนของพระองค์จริงๆ หรือเปล่า เราเป็นพวกเดียวกันจริงๆ มากน้อยเพียงใด

มันคือเรื่องเศร้าของผมที่เคยเผชิญ และเผชิญพบเห็นอยู่บ่อย ในชีวิตของกลุ่มคริสตชนที่เราบอกว่าเราเป็นพวกเดียวกันนี่แหละ... ทำไมหลายๆ ครั้ง เราแตกแยกกัน หลายๆ ครับ เป็นเรานักบวชนี่แหละ เราทะเลาะกันแบบเอาเป็นเอาตาย ผมไม่อายนะครับที่จะแบ่งปันเรื่องนี้ เมื่อมันเป็นความจริงที่เกิดขึ้น ในชีวิตของศิษย์ของพระเยซูเจ้าจริงๆ เมื่อต่างคนต่างแก่งแย่งแข่งขันกัน เพื่อเป็นใหญ่กว่าใครๆ แล้วเราก็ทะเลาะกันไม่เลิกรา... โรงเรียนหนึ่งได้ดี ได้รับรางวัล อีกโรงเรียนก็กระแนะกระกระแหนกัน ปรักปรำกัน ทั้งๆ ที่เป็นโรงเรียนในเครือเดียวกัน... ทำไมเราไม่ร่วมยินดีในความสำเร็จของกันและกัน... เอออออ บางทีผมก็ไม่เข้าใจนะครับ... หลายครั้งทีเดียว ที่ศิษย์ของพระเยซูเจ้าทะเลาะกัน และไม่เคยยอมกันเลย เอาเป็นเอาตายกัน ยิ่งศิษย์ที่อยู่ใกล้ชิดพระองค์มากที่สุดด้วย นักบวชที่เราเรียกตนเองว่า ผู้ติดตามพระคริสตเจ้าอย่างใกล้ชิด นั่นคือดังอัครสาวกด้วยกระมัง ใกล้ชิดมากกว่าบรรดาฆราวาส แต่ลึกๆ แล้ว เรากลับทะเลาะกัน ทั้งๆ ที่เป็นพวกเดียวกัน... เอออ แล้วนี่ ตกลงเราพวกเดียวกันจริงๆ หรือเปล่าล่ะ... เมื่ออื่นเขาเจริญชีวิตตามเสียงแห่งน้ำพระทัย เรายังจะไปห้ามพวกเขาอีกหรือเปล่า... สัตบุรุษจะดีกว่าเราไม่ได้หรือไง... ... ... ผมเอง ที่เป็นนักบวช เช้านี้ ผมไตร่ตรองเรื่องนี้หนักจริงๆ ครับ... “เราพวกเดียวกันจริงหรือเปล่า???”

ข้าแต่พระเจ้า ขอพระองค์ทรงประทานความรักและความเป็นหนึ่งเดียวกันท่ามกลางพวกลูก ผู้เป็นศิษย์ติดตามพระองค์ ขอให้พวกลูกรักและช่วยเหลือกัน และเป็นพวกเดียวกันจริงๆ ก่อนเถิด พระเจ้าข้า

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ 19 สัปดาห์ที่ 7 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน บสร 4:11-19 / มก 9:38-40
บางครั้ง พวกเราคาทอลิกมักจะคิดว่า พวกเราเป็นเพียงพวกเดียว ที่สนใจเรื่องสันติภาพ ความยุติธรรม และคุณค่าของพระอาณาจักรสวรรค์ เราลืมไปว่า ยังมีคริสตชนนิกายอื่น และคนต่างความเชื่อ ที่มีส่วนร่วมกับเรา ในการแสวงหาจุดหมายที่กล่าวมา คาทอลิกท่านหนึ่งได้เล่าว่า ครั้งหนึ่ง ขณะที่อาศัยอยู่ในห้องของพี่น้องต่างนิกาย ทำให้เขาแปลกใจว่า ทำไมศิษยาภิบากลและสมาชิก ของพี่น้องต่างนิกายนั้น เป็นคนที่มีใจเมตตากรุณา ในเรื่องความยุติธรรมในสังคม และความเท่าเทียมกันของประชาชน
ในพระวรสารวันนี้ พระเยซูเจ้าได้เตือนใจเราว่า มีคนอื่นๆ ที่มีส่วนในพันธกิจของพระองค์ แม้จะไม่ได้ติดตามพระองค์อย่างเป็นทางการ ถ้าคนๆนั้นได้ทำสิ่งที่น่าอัศจรรย์ใจ ในนามของพระเยซูเจ้า เขาก็มีส่วนในงานของพระองค์ และไม่ควรจะห้ามเขา สวนองุ่นของพระเป็นเจ้าเปิดกว้าง ให้ทุกคนเข้าไป เพื่อทำงานที่เขายินดีทำ เมื่อยอห์นมาหาพระเยซูเจ้า และรู้สึกเป็นกังวล เรื่องคนภายนอก ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของกลุ่ม และได้ขับไล่ปิศาจในนามของพระเยซูเจ้า และยังพยายามที่จะขัดขวาง มิให้เขาขับไล่ปิศาจ แต่พระเยซูเจ้าได้ตรัสกับท่านว่า “อย่าห้ามเขาเลย ไม่มีใครทำอัศจรรย์ในนามของเรา แล้วต่อมาจะว่าร้ายเราได้ ผู้ใดไม่ต่อต้านเรา ก็เป็นฝ่ายเรา” พระเยซูเจ้าทรงเป็นศูณย์กลางของความเป็นหนึ่งเดียวกัน ความจริง สิ่งที่พิสูจน์ว่า คนที่เป็นสานุศิษย์ที่แท้จริงของพระองค์ คือ คนที่สร้างความเป็นหนึ่งเดียวกัน
เรารู้หรือไม่ว่า มีคนอื่นๆ ทั้งเป็นคริสตชนและคนต่างความเชื่อ ที่มีส่วนในการทำงานเพื่อ สันติภาพ ความยุติธรรม และความสงบเรียบร้อย? เรายินดีเปิดตัวเอง และทำงานพร้อมกับพวกเขาหรือไม่?...ความเป็นหนึ่งเดียวกัน เป็นพลัง เมื่อมีการทำงานเป็นทีม และมีความร่วมมือกัน สิ่งที่น่าอัศจรรย์จะเกิดขึ้น และสามารถที่จะทำจนสำเร็จ...ประวัติศาสตร์สอนเราว่า ความเป็นหนึ่งเดียวกันเป็นพลัง และได้เตือนให้ระมัดระวังความแตกต่าง ในการแสวงหาเป็นหมาย ที่จะต้องสำเร็จ ด้วยการเอาพลังมารวมกัน เพื่อมุ่งไปสู่ความเป็นพี่น้องและความเป็นหนึ่งเดียวกัน.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view