สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ 2019 สัปดาห์ที่ 7 เทศกาลธรรมดา

วันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ 2019 สัปดาห์ที่ 7 เทศกาลธรรมดา

🍋 ข้าแต่พระเจ้า
ขอโปรดตรวจจิตใจของลูก
ทดลองว่าความคิดนั้นเป็นอย่างไร
หากพระองค์พบความชั่ว ใจมักใหญ่
ขอโปรดให้ทรงชำระสะอาดพลัน

📚บทอ่านประจำวันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ 2019
สัปดาห์ที่ 7 เทศกาลธรรมดา
https://www.youtube.com/watch?v=RQRFDPKI3O4&t=1s

🍊ไม่ใช่ตัวข้า (Not me but You)
https://youtu.be/X2EVD0liEH4

🍁🍁🍁🍁🍁🍁🍁🍁

วันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ 2019
สัปดาห์ที่ 7 เทศกาลธรรมดา
อ่าน :
บสร 5:1-8
มก 9:41-50

พระเยซูเจ้าทรงสอนศิษย์ของพระองค์
ในการต่อสู้กับบาปผิด ความชั่วร้ายต่าง ๆ นั้น
ให้รู้จักตัด สละละทิ้ง ด้วยตระหนักว่า
ถ้าทำสิ่งใดกับเพื่อนพี่น้อง ท่านก็ทำสิ่งนั้นกับเราด้วย

เพื่อจะไม่ตกในบาปและการผจญ บุตรสิราแนะนำ
ให้ตัดสละ อย่าคล้อยตามความโน้มเอียงของโลก
อย่าวางใจในทรัพย์สิน และเมื่อทำผิดอย่ารีรอ
ที่จะกลับมาหาพระเจ้า

หมายเหตุ..
พึงระวัง การตัดสละที่สวนทาง
คือ สละสุขภาพเพื่อหาเงิน
แล้วต้องกลับมาสละเงิน
เพื่อฟื้นฟูสุขภาพ

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”
วันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ 2019
สัปดาห์ที่ 7 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“คนของพระคริสตเจ้า...” (มก 8:41-50)

พระเจ้าทรงเลี้ยงดูประชากรของพระองค์
และพวกเขาไม่เคยขาดแคลนสิ่งใดเลย
ด้วยเพราะ การเป็นคนของพระคริสตเจ้า

คนของพระองค์จึงไม่ใช่คนที่วางใจในทรัพย์สมบัติ
แต่วางใจในพระองค์ ผู้ทรงประทานทุกสิ่งที่จำเป็น
และเขายังมีเหลือมากมายที่จะแบ่งปันให้กับทุกคน
เขายังมีเวลาให้กับทุกคน
เขายังเป็นกำลังใจให้กับทุกคน
แม้เขาจะไม่ได้ร่ำรวยเงินตรา
แต่เขาร่ำรวยด้วยความรักในพระเจ้า
ผู้ทรงสละความร่ำรวยและมาเป็นคนยากจน
เพื่อเป็นกำลังใจให้กับทุกๆ คน...

________________

“ผู้ใดให้น้ำท่านดื่มเพียงแก้วหนึ่ง เพราะท่านเป็นคนของพระคริสตเจ้า เราขอบอกความจริงแก่ท่านว่า เขาจะได้รับบำเหน็จรางวัลอย่างแน่นอน...” นี่เป็นความจริงทีเดียวที่ผมพบในชีวิตนักบวช ชีวิตพระสงฆ์ และแท้จริงแล้ว จากประสบการณ์ของตนเอง ผมพบสิ่งเหล่านี้มาตั้งแต่ผมเป็นเณรด้วยซ้ำไป เมื่อสัตบุรุษให้ความเอาใจใส่ช่วยเหลือผมมากมายเหลือเกิน ตั้งแต่ผมเป็นเณรครับ จนบัดนี้ ผมก็ยังได้รับ ไม่เพียงน้ำหนึ่งแก้ว แต่มันมากมายกว่านั้นนัก

ผมอยู่ที่ประจวบฯ สี่ปีกว่าแล้ว มันคือช่วงเวลาที่ผมยืนยันประสบการณ์นี้จริงๆ ครับ แม้ว่าบางครั้งจะเผชิญหน้ากับความยากจนบ้าง พระสงฆ์อย่างผมก็ต้องมีการหยิบยืมบ้าง บางครั้งไม่มีอะไรทาน และต้องเก็บตำลึงข้างวัดมาต้มมาม่าทานบ้างก็มี แต่นี่คือชีวิตที่เลือกอยู่ได้อย่างพระเยซูเจ้าที่ผมเรียนรู้ นอกเหนือจากการต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเท่านั้น ที่เป็นเหตุทำให้ผมขอความช่วยเหลือจากหมู่คณะฯ นอกนั้น ผมไม่เคยขอเงินจากหมู่คณะเลย แต่อยากที่จะใช้ความพยายามอย่างที่สุด เพื่อจะอยู่ให้ได้ในความยากจนตามสภาพที่เป็นจริงที่วัดของผม ด้วยชีวิตที่แม้เป็นพ่อเจ้าวัด ก็ต้องเรียนรู้ที่จะประหยัด ปากกัดตีนถีบ เพื่อความดีของวิญญาณสัตบุรุษด้วยเช่นกัน มันเป็นชีวิตที่ผมเลือกแบบพระเยซูเจ้าครับ แบบที่ว่า เลือกเจริญชีวิตในความยากจน เพื่อเป็นกำลังใจให้ตนเองและสัตบุรุษทุกคน ได้สู้ทนกับชีวิตและกระแสเรียกของคริสตชน แบบที่พระเยซูเจ้าทรงยอมเป็นคนยากจน เพื่อให้เราได้ร่ำรวยในพระองค์... มันเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนักที่จะอธิบาย ว่าทำไมผมเลือกที่จะมีชีวิตเช่นนั้น แม้ในความเป็นจริง ผมอาจจะไม่จำเป็นต้องลำบากขนาดนั้น แต่เพราะเห็นแก่การรับสภาพมนุษย์ของพระเยซูเจ้าที่เสริมกำลังใจเรา ผมจึงเลือกที่จะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในความยากจนขัดสนบ้าง เพื่อเสริมกำลังใจสัตบุรุษของผมด้วย

หลายๆ ครั้งที่ผมได้รับอาหารที่สัตบุรุษให้มา ปกติผมจะทานทุกอย่างครับ แม้บางครั้งหากจะได้รับมามากเกินไป ผมก็เอาของใหม่ไปแบ่งปันให้พี่น้องบางท่านบ้าง และเก็บของเก่าไว้ทานจนหมดทุกครั้งไป... การทานอาหารที่สัตบุรุษทำบุญถวายมาให้ มันเป็นส่วนหนึ่งของการรำพึงของชีวิตนักบวชของผมจริงๆ การค่อยๆ ทาน หรือเรียกว่าทานอย่างมีสติครับ ทานด้วยจิตตารมณรำพึงภาวนา ทานช้าๆ รำพึงไปด้วย... โอ้ ไก่ผัดขิงที่ได้รับมา ผมพบว่า ทานไปก็รู้ค่าน้ำใจสัตบุรุษมากครับ ทานช้าๆ คิดถึงคนที่ทำอาหารมาให้ มันเป็นไก่ผัดขิงจริงๆ ไม่ใช่ขิงผัดไก่ และไก่นั้นก็เป็นไก่ชั้นดี ไม่มีหนัง เป็นเนื้อไก่ที่ดีมากจริงๆ ครับ... คือสิ่งที่สัตบุรุษบรรจงจัดเตรียมมาเพื่ออบถวายแด่ศาสนบริกรที่พระเจ้ามอบให้พวกเขา กับข้าว อาหารสิ้นคิดแบบผัดกระเพรา กลับเป็นอาหารที่ไม่ใช่สิ้นคิด แต่เป็นความคิดที่บรรจงทำมา มันเป็นหมูผัดกระเพราะจริงๆ ครับ ไม่ใช่หมูผัดผัก ที่เต็มไปด้วยถั่วฝักยาว และแครอท จนต้องควานหาหมูที่มีไม่มากในส่วนผสมของกับข้าว...ข้าวสารที่ผมทานทุกวันนี้ มันเป็นข้าวสารที่ทำให้ผมมีความสุขจริงๆ เพราะมันเป็นข้าวหลากหลายชนิดที่มาจากหลายๆ บ้านของสัตบุรุษ แม้บางครั้งจะแข็ง นิ่มบ้าง จนต้องหุงด้วยความระมัดระวังเสมอๆ เพราะมันคือข้าวที่มาจากหลายหลายครับครัว หลากหลายชนิด แต่นั่นคือดีที่สุดแล้วที่สัตบุรุษของผมมี และผมมั่นใจว่า มันดีกว่าที่เขาทานที่บ้านด้วย ผมอยู่ประจวบมา ไม่เคยต้องซื้อข้าวสารทานเลย มีแต่ต้องซื้อเพื่อช่วยเหลือคนยากจนเท่านั้นเอง ส่วนข้าวที่ทานนั้น คือสิ่งที่สัตบุรุษถวายมาทั้งนั้น... นี่เป็นตัวอย่างสิ่งดีๆ ที่ผมได้รับมากมายเหลือเกินจากสัตบุรุษ... แค่ประโยคแรกๆ ของพระวรสารที่ได้อ่านในวันนี้ คือสิ่งที่ทำให้ผมสำนึกตระหนักมากๆ ท่ามกลางความยากจน แต่พระเจ้าทรงจัดเตรียมสิ่งที่จำเป็นไว้ให้เสมอ หากผมเรียนรู้ที่จะมีความสุขในสิ่งที่มี นั่นก็เป็นความสุขที่ยิ่งใหญ่มากแล้ว ที่ทำให้ยิ้มได้ ไม่ว่าจะประสบความยากลำบากเพียงใด... วันนี้ ไม่ขอกล่าวอะไรมากมายถึงพี่น้องมากมายนะครับ แต่อยากรำพึงถึงสิ่งที่ตนเองได้รับได้ประสบ ไตร่ตรองชีวิตที่มีสัตบุรุษแสนดีได้เอาใจใส่ดูแลผม ทำให้ไม่มีอะไรที่ยากลำบากเกินไปในชีวิตนักบวช ชีวิตพระสงฆ์ของผม ดังนี้ ผมต้องคิดดีๆ ไตร่ตรองดีๆ ว่าสิ่งดีๆ เหล่านี้คืออะไร... ไม่ใช่เพราะการเป็นคนของพระคริสตเจ้าหรือ ที่ทำให้ผมได้รับมากมายในวันนี้ มากกว่าน้ำหนึ่งแก้วอีก... พรุ่งนี้วันศุกร์ต้นเดือน จะมีสัตบุรุษทำอาหารถวายให้เสมอเมื่อไปส่งศีล และอาหารนั้น ประทังชีวิตผมได้สักอาทิตย์กระมัง คือหลายวันครับ และยังพอแบ่งให้สัตบุรุษใกล้ชิดอีกด้วยต่างหาก... ส่วนหนึ่ง ผมมั่นใจว่า พวกเขาเหล่านั้นจะได้รับบำเหน็จรางวัลอย่างแน่นอน ตามที่พระเยซูเจ้าทรงสัญญาไว้

แต่บำเหน็จรางวัลนั้นคืออะไร... นี่คือสิ่งที่ผมไตรตรองในเช้านี้ครับ และผมคิดว่า พวกเขาต้องได้รับตั้งแต่อยู่ในโลกนี้ครับ และผมนี่แหละ ชีวิตของผมนี่แหละ ที่เป็นศาสนบริกรของพระเจ้าเพื่อพวกเขา ชีวิตของผมนี่แหละที่ควรจะมอบเป็นบำเหน็จรางวัลมอบให้กับสัตบุรุษของผมได้อุ่นใจ และมีความสุข ผมคิดว่าผมควรเป็นเช่นนั้นจริงๆ และผมต้องเป็นเช่นนั้น มิใช่หรือ... “นำพระพร สอนพระวาจา ถวายบูชาทุกวัน นำวิญญาณสู่ที่รอดปลอดภัย” สโลแกนจากเพลง “ศิษย์ที่รัก” ที่คุณพ่อลุง คุณพ่อบรรจง ได้แต่งไว้เตือนใจผมเสมอๆ ในชีวิตสงฆ์ เป็นเพลงที่ใช้ในวันบวชเป็นพระสงฆ์ของผม

ขออีกนิด คงไม่ยาวเกินไป... รางวัลนั้น คงต้องเป็นสิ่งที่นำให้ตนเอง และสัตบุรุษทุกคนพ้นจากสิ่งที่เรียกว่า “การเป็นที่สะดุด” ที่วันนี้พระเยซูเจ้าตรัสแรงมากๆ และมันคือสิ่งที่พระสงฆ์ นักบวชอย่างผมต้องตระหนักที่สุดเลย... อย่าให้เป็นที่สะดุดแก่สัตบุรุษ จะทำอะไร คิดเยอะๆ หน่อย เมื่อวันนี้ พระองค์ตรัสอย่างหนักแน่นว่า อะไรที่เป็นเหตุให้ทำบาป ตัดมันทิ้งเถอะ มองตามความเป็นจริงแล้ว หากทำตามพระวรสารวันนี้ ร่างกายเราจะเหลืออวัยวะสักกี่ส่วนไม่ทราบนะครับ... แต่นี่คือบทสอนที่สำคัญครับ คือการมองคุณค่าอาณาจักรสวรรค์สูงกว่าสิ่งอื่นใด คือการเรียนรู้ที่จะตัดสละสิ่งที่เป็นเหตุให้เกิดบาป และทำให้ผู้อื่นตกในบาป เราต้องตัดสิ่งเหล่านี้ออกไป ในความยากจน ในความขาดแคลน แต่ลดโอกาสบาป ย่อมดีกว่าการมีพร้อมในทุกสิ่งในความบาปแน่ๆ... นี่คือบทสอนจากบทอ่านที่หนึ่งวันนี้ (บสร 5:1-8) คือชีวิตที่วางใจในพระเจ้า มากกว่าวางใจในทรัพย์สมบัติ

ไตร่ตรองพระวาจาวันนี้ ผมต้องขอบคุณพระเจ้ามากๆ และมากกว่านั้น ผมต้องขอบคุณพี่น้องสัตบุรุษจริงๆ ขอบคุณที่สุด ในสิ่งดีๆ ที่ทุกคนได้มอบให้ผม แม้ว่าแต่ละคนจะมีไม่มากนักหรอก แต่ก็มอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ผม เพื่อทำงานอภิบาล ให้ผมสามารถเป็นกำลังใจ เป็นพระพร สำหรับทุกๆ คนได้... ไม่ใช่ผม แต่เป็นพระเยซูเจ้าที่ตรัสสัญญา... พี่น้องจะไม่ขาดบำเหน็จรางวัลเลย... ส่วนตัวผม ผมต้องรับผิดชอบครับ ต่อพระพรยิ่งใหญ่ที่ได้รับมา หาใช่เพราะความเป็นคนดีของผมไม่ แต่เพราะการเป็นคนของพระคริสตเจ้าเท่านั้นเอง ผมจึงได้รับสิ่งดีๆ มากมายเหลือเกิน ที่มันเป็นสิ่งที่ผมต้องรัก ต้องตอบแทน และทำให้เกิดผลกับจิตวิญญาณของสัตบุรุษให้มากที่สุดมิใช่หรือ... ผมคงต้องพยายามทำ และเป็นเช่นนั้น

พี่น้องที่รักครับ ผมอยากบอกพี่น้องว่า ขอบคุณมากนะครับ ผมขอบคุณพี่น้องจริงๆ สำหรับสิ่งดีๆ ที่ได้มอบเพื่อพวกเรา นักบวช พระสงฆ์ ขอให้พี่น้องจงได้รับพระพรของพระเจ้า ขอให้พี่น้องทุกคนสามารถเจริญชีวิตเป็นศิษย์ที่ดีของพระเยซู ในความรักและการแบ่งปัน เป็นพวกเดียวกันจริงๆ ที่มีพระเยซูเจ้าประทับอยู่ท่ามกลางเราเสมอครับ เราจะเป็นกำลังใจแก่กันและกันในการเป็นศิษย์พระเยซู ประคับประคองกันและกัน และไม่เป็นเหตุให้เกิดการเป็นที่สะดุดแก่กันและกันเลย... ส่วนตัวผม ผมจะเป็นสิ่งนั้นที่พี่น้องต้องการครับ คือเป็นสงฆ์ของพี่น้องให้พี่น้องได้อุ่นใจได้เสมอ ขอบคุณอีกครั้งหนึ่งครับ

ข้าแต่พระเจ้า ขอให้ชีวิตการเป็นศิษย์ของพระองค์ เป็นชีวิตที่รู้คุณในสิ่งที่ได้รับมา และเรียนรู้ที่จะแบ่งปัน ด้วยเพราะรักและเมตตาที่พระเจ้าทรงประทานให้ในชีวิตของลูก เพื่อบรรเทาและรักษากันและกัน ไม่ใช่ทำให้เกิดบาดแผล และที่สะดุดให้พี่น้องต้องหกล้มพลาดพลัง แต่เป็นหนทางที่ราบเรียบให้แต่ละคนเดินผ่านไปด้วยความมั่นใจและสุขใจ.

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันพฤหัสที่ 28 กุมภาพันธ์ 19 สัปดาห์ที่ 7 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน บสร 5:1-8 / มก 9:41-50
พระเยซูเจ้าทรงใช้เด็กๆ เพื่อเป็นรูปแบบของการตอบรับ ของความอ่อนโยน ของความไว้วางใจ และของความนบนอบ และยังได้แสดงความรักความเอาใจใส่ต่อพวกเขาด้วย พระองค์ยังได้ประณามอย่างรุนแรงต่ดการกระทำทุกอย่าง ที่เป็นที่สะดุดต่อเด็กๆ หรือเป็นต้นเหตุทำให้พวกเขาตกในบาป และนี่ คือ ความจริงจังของพระองค์ เพื่อปกป้อง “พวกเด็กๆ” ถึงกับได้เปรียบเทียบให้ใช้หินโม่ ผูกไว้ที่คอของคนที่ทำตัวเป็นที่สะดุดต่อเด็กๆ และโยนทิ้งทะเล
และนั่นคือ โทษที่มีต่อคนที่ใช้ ความรุนแรง ที่ได้ทำต่อ “พวกเด็กๆ” เป็นต้นเด็กทารก หรือ เด็กที่ยังเยาว์วัย และต้องขอบคุณ ที่มีมาตรการมากขึ้นเรื่อยๆ ในการปกป้องพวกเขาเหล่านั้น เราควรจะให้คุณค่าต่อเด็กเล็กๆ ที่พระเยซูเจ้าได้ตรัสถึงพวกเขาว่า พระอาณาจักรของพระเป็นเจ้า มีไว้สำหรับพวกเขา เราเคยมีส่วนในการปกป้อง คนที่ถูกทำร้าย คนที่ไม่มีอำนาจ คนที่เสียประโยชน์หรือไม่? เราได้ให้ตัวอย่างที่ดี ต่อพวกเขาเหล่านั้น แทนที่จะทำร้ายพวกเขาหรือไม่?
ความไร้เดียงสาของเด็กหญิงแคทเธอรีนคอมเมล หนูน้อยชาวออสเตรเลีย วัย 5 ขวบ ได้ทำภารกิจบางอย่างที่ทำให้โลกต้องจารึก เมื่อเธอได้ดูสารคดี เกี่ยวกับทวีปแอฟริกาเรื่องหนึ่ง ในสารคดีนั้นได้พูดถึงเรื่องที่ว่า ทุกๆ 30 วินาที จะมีเด็กแอฟริกันคนหนึ่งตายเพราะโรคมาลาเรีย เพราะความยากจน ไม่มีเงินซื้อมุ้ง มากางเพื่อกันยุงที่ชุกชุม ..ด้วยความสงสารจากหัวใจที่บริสุทธิ์ หนูน้อยแคทเธอรีน จึงตัดสินในเริ่มต้น ทำบางสิ่งบางอย่างที่ยิ่งใหญ่นั่นก็คือการออมเงินค่าขนม และขอให้แม่พาไปซื้อมุ้งที่แช่น้ำยากันยุง และให้แม่ช่วยหาทางส่งมุ้งไปบริจาคที่แอฟริกา ผ่านไป 1 สัปดาห์ แคทเธอรีน ก็ได้รับจดหมายขอบคุณตอบกลับจาก องค์กรการกุศล Nothing but net (ไม่มีอะไร มีแต่มุ้ง)ที่จัดทำเรื่องส่งมุ้งไปให้เด็กแอฟริกาโดยเฉพาะ องค์การการกุศลนี้บอกว่าเธอเป็น ผู้บริจาคที่อายุน้อยที่สุด และถ้าบริจาคมุ้งครบ 10 หลังเธอจะได้รับใบประกาศเกียรติคุณ

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view