สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันจันทร์ที่ 4 มีนาคม 2019 สัปดาห์ที่ 8 เทศกาลธรรมดา

วันจันทร์ที่ 4 มีนาคม 2019 สัปดาห์ที่ 8 เทศกาลธรรมดา

🌷บุคคลที่ละทิ้งทุกสิ่ง … เพื่อพระเจ้า
ย่อมได้พบทุกสิ่ง … ในพระองค์
(~ แมร์ลาครัวซ์)

📚บทอ่านประจำวันจันทร์ที่ 4 มีนาคม 2019
สัปดาห์ที่ 8 เทศกาลธรรมดา
https://youtu.be/9ivpgrbqDuY 



🌼I'd Rather Have Jesus
https://youtu.be/mzTHaJu1l2E

🍊🍊🍊🍊🍊🍊🍊🍊

วันจันทร์ที่ 4 มีนาคม 2019
สัปดาห์ที่ 8 เทศกาลธรรมดา
อ่าน :
บสร 17:24-29
มก 10:17-27

เมื่อชายหนุ่ม ผู้มั่งมี ถามพระเยซูเจ้าว่า
“ต้องทำอะไร”..เพื่อให้ใจเป็นสุข..
พระเยซูเจ้าทรงท้าทายเขาให้...
เอาทุกสิ่งที่มี ไปช่วยเหลือคนอื่น
ด้วยใจยินดี ชายผู้นี้ รู้สึกเศร้า...เพราะ
ยังตัดไม่ลง ปลงไม่ได้

บุตรสิรา ตอกย้ำ ทำให้คิด..
ผู้ที่มีชีวิต และสุขภาพดีเท่านั้น
จะสรรเสริญพระเจ้าได้

หมายเหตุ...
ความสุขของชีวิต ไม่ได้อยู่ที่ว่า
มีทรัพย์สิน เงินทอง ความรู้ ความสามารถเท่าไหร่
แต่อยู่ที่ใจว่า ......“พอ”......
จะใช้ทุกสิ่งเหล่านี้ที่มีอย่างไร

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดึ

“พลังแห่งพระวาจา”
วันจันทร์ที่ 4 มีนาคม 2019
สัปดาห์ที่ 8 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“เพราะพระองค์ทรงทำได้ทุกสิ่ง...” (มก 10:17-27)

กระแสเรียกของบรรดาคริสตชน
เป็นสิ่งที่ทรงพลัง และทรงพลังที่สุด
และพละกำลังแห่งกระแสเรียกนั้น
ขึ้นอยู่กับการเรียกของพระเจ้าเท่านั้น

เพราะสำหรับมนุษย์เป็นไปไม่ได้
แต่สำหรับพระเจ้า เป็นเช่นนั้นได้
เพราะพระองค์ทรงทำได้ทุกสิ่ง

ฉันล่ะ
พลังแห่งกระแสเรียกของฉันคืออะไร
อะไรคือสิ่งที่ฉันต้องการมีจริงๆ
พระเจ้า คือทรัพย์สมบัติล้ำค่าที่สุดของฉันหรือเปล่า...

________________

นี่คืองานของพระจิตเจ้าจริงๆ เป็นพระเจ้าเท่านั้นมิใช่หรือที่นำชายคนนี้ให้เข้ามาหาพระเยซูเจ้า ที่พระวรสารฉบับอื่นๆ บอกเราว่า เขาคือเศรษฐีหนุ่มคนหนึ่ง ท่าทีของเขาต่อพระพักตร์พระเยซูเจ้า คือท่าที่ประกาศอย่างเปิดเผยว่า พระองค์พระเจ้า และมากกว่านั้น พระองค์คือองค์ความจริง มากที่สุดคือ พระองค์คือความจริงแห่งความรอดพ้น คือผู้ที่เขากำลังคุกเข่าลง และยื่นคำถามที่ประกาศความเป็นพระเจ้าของพระองค์ว่า “พระอาจารย์ผู้ทรงความดี ข้าพเจ้าต้องทำอะไร เพื่อจะได้ชีวิตนิรันดร” คำทูลของเขาถูกต้องแล้ว ว่าพระองค์คือ “ผู้ทรงความดี” เพราะพระองค์เป็นเช่นนั้นจริงๆ ด้วยพระองค์คือองค์พระผู้เป็นเจ้า

พระเยซูเจ้าทรงตอบเขา เรื่องการถือพระบัญญัต แต่เขาตอบว่า “ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติเหล่านี้ทุกข้อมาตั้งแต่เป็นเด็กแล้ว” และพระองค์ทรงทอดพระเนตรเขาด้วยพระทัยเอ็นดู ตรัสกับเขาว่า... “ท่านยังขาดสิ่งหนึ่ง จงไปขายทุกสิ่งที่มี มอบเงินแก่คนยากจน แล้วท่านจะมีขุนทรัพย์ในสวรรค์ แล้วจงติดตามเรามาเถิด” แต่เมื่อได้ฟังพระวาจานี้ ชายผู้นั้นหน้าสลดลง เพราะเขามีทรัพย์สมบัติมากมาย จึงจากไปด้วยความทุกข์

พี่น้องที่รักครับ นี่อาจเป็นข้อเรียกร้องของกระแสเรียกของการเป็นคริสตชน กระแสเรียกของการเป็นศิษย์ติดตามพระคริสตเจ้าที่หนักแน่นเหลือเกิน... เพราะการถือตามบัญญัติของพระองค์เท่านั้นกลับยังไม่พอ คือยังขาดอีกสิ่งหนึ่ง และสิ่งนั้นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด นั่นคือสิ่งที่เราเรียกว่า “เงื่อนไขแห่งการเป็นศิษย์ติดตามพระคริสตเจ้า” นั่นคือ การสละตนเอง แบกกางเขนของตน และติดตามพระองค์... และสำหรับผู้ที่ปรารถนาที่จะเป็นศิษย์ติดตามพระองค์อย่างแท้จริง สิ่งนี้กลับเป็นสิ่งที่สำคัญกว่าการถือตามพระบัญญัติ เพราะกระแสเรียกที่แท้จริงของบรรดาคริสตชน นั่นคือการสละน้ำใจตนเอง ภาษาการอบรมนักบวช พระสงฆ์ เราบอกว่า คือการกระทำให้ตนเองว่างเปล่า ยอมทิ้งทุกสิ่ง และให้พระองค์เท่านั้นที่เป็นสมบัติล้ำค่าในจิตใจที่ว่างเปล่านั้น เพราะหากหัวใจเราไม่ว่างเปล่า พระเจ้าเอง ก็ไม่อาจจะเติมอะไรลงไปในใจเราได้เลย

โอ้ สิ่งนี้มันยากเกินไปหรือเปล่า และจะเป็นไปได้อย่างไร อูฐจะรอดรูเข็มยังอาจจะง่ายกว่านั้นหรือ... แต่นี่แหละ คือกระแสเรียกของคริสตชน นั่นคือการทำตนให้ว่างเปล่า เพื่อบรรจุพระเจ้าไว้ในชีวิต และเพื่อจะมีพระองค์เป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดในชีวิตของตน... นักบวช พระสงฆ์ ผู้ที่เราเรียกว่า ผู้ติดตามพระคริสตเจ้าอย่างใกล้ชิด ผมเอง ผมเป็นนักบวช เป็นพระสงฆ์ นี่คือข้อเรียกร้องที่หนักแน่นจริงๆ เพราะแท้จริงแล้ว เพื่อจะได้รับความรอดพ้นนั้น สิ่งนี้คือหัวใจของศิษย์พระคริสตเจ้า หากจะไม่ใช่ธรรมบัญญัติ แต่เป็นพระองค์ พระองค์ผู้ทรงเป็นธรรมบัญญัติที่แท้จริงที่เราต้องทิ้งตนเอง ปฏิเสธตนเอง และรับพระองค์ไว้ในชีวิต ให้พระองค์เป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดในชีวิต และสิ่งที่จะตามมา นั่นคือ ชีวิตที่เป็นมากกว่าธรรมบัญญัติครับ แต่เป็นชีวิตที่สนิทสัมพันธ์กับพระเจ้าอย่างแท้จริง และนั่นคือหนทางแห่งความรอดพ้น

โลกเราวันนี้ ยากเหลือเกินที่จะเจริญชีวิตโดยไม่มีทรัพย์สมบัติใดๆ เราพบความเป็นจริงที่ว่า เราพยายามสร้างฐานะตนเอง สร้างความมั่นคงมังคั่ง ด้วยการพยายามเป็นคนมั่งมี และสิ่งนั้นเอง แม้เราจะดำเนินชีวิตตามธรรมบัญญัติทุกข้อ แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับพระเยซูเจ้าองค์แห่งความดีที่ครบครันแล้ว เมื่อเราต้องเผชิญกับพระองค์ดังชายหนุ่มในพระวรสารวันนี้ ผู้ดำเนินชีวิตครบครันตามบัญญัติทุกข้อ และพระเยซูเจ้าทอดพระเนตรเขาด้วยพระทัยเอ็นดู เขาและเรา ต่อพระพักตร์พระองค์ เรากลับขาดไปข้อหนึ่ง ที่เป็นเงื่อนไขสำคัญของความรอดพ้น และแม้เราจะขาดเพียงข้อเดียว แต่นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ที่จะนำเราไปพบความรอดพ้นในพระองค์ หาใช่ธรรมบัญญัติทั้งหลายมากมายไม่ แต่เป็นพระองค์ และพระองค์เท่านั้นจริงๆ... นักบุญกลารา ผู้ร่วมตั้งคณะภคินีผู้ยากจน พร้อมกับนักบุญฟรันซิส แห่งอัสซีซี ท่านทั้งสองเป็นแบบอย่างของการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยวจริง เมื่อท่านเปรียบการตัดสินใจนั้นว่า เป็นการแต่งงานกับ “ความยากจน” นั่นคือมีความยากจนเป็นทรัพย์สมบัติของตนเองจนตลอดชีวิต แต่ทว่า ท่านกลับเติมเต็มหัวใจของท่านด้วยความร่ำรวยในพระเจ้าตลอดไป และดังนี้เอง บทอัลเลลูยาในวันนี้ เป็นบทสรุปของชีวิตที่รับพระเจ้าไว้ในหัวใจตน ให้เป็นทรัพย์สมบัติที่ล้ำค่าที่สุดในใจตน อันคือสิ่งที่ขัดอุปสรรคทั้งหลายที่จะนำเราไปสู่ความรอดพ้นให้ออกไปทั้งหมดนั่นเอง... เพราะ “พระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราแม้ทรงร่ำรวย พระองค์ก็ทรงยอมเป็นคนยากจนเพราะเห็นแก่ท่าน เพื่อท่านจะได้ร่ำรวย เพราะความยากจนของพระองค์” (2คร 8:9ข)

เรากำลังจะเข้าสู่เทศกาลมหาพรตอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ ขอให้ช่วงเวลาของการฟื้นฟูชีวิตคริสตชนในเทศกาลมหาพรตนี้ ได้นำเราที่เป็นลูกของพระเจ้า ให้กลับมาบนหนทางของพระองค์อีกครั้ง หนทางที่นำเราไปพบความรอดพ้น... เพราะชีวิตศิษย์พระคริสต์ ไม่ใช่ชีวิตที่ดำเนินตามพระบัญญัติเท่านั้น แต่เป็นชีวิตที่ดำเนินไปในพระองค์ ผู้ทรงเป็นองค์ความจริง ความดี และความรอดพ้นของเรา

ข้าแต่พระเจ้า ขออย่าให้เป็นเช่นนั้นเลย หากว่าลูกจะถือตามธรรมบัญญัติทุกข้อ แล้วต้องมาขาดข้อสำคัญนี้ไป ลูกก็ยังขาดสิ่งที่จำเป็นที่สุดที่จะนำให้ไปพบความรอดพ้น นั่นคือการสละน้ำใจตนเอง แบกกางเขนของตน และติดตามพระองค์ เพราะเพียงเท่านี้ ลูกก็ถือธรรมบัญญัติที่ครบครันและสมบูรณ์ที่สุด เพราะความรอดพ้นอยู่ในพระองค์ และไม่มีอะไรจะมีค่าไปกว่านี้อีกแล้ว

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันจันทร์ที่ 4 มีนาคม19 สัปดาห์ที่ 8 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน บสร 17:24-29 / มก 10:17-27
จุดประสงค์สูงสุดของพระบัญญัติของพระเป็นเจ้า สำหรับประชาชน คือ การทำความดี ความพร้อมที่จะเป็นผู้รับใช้ และความเสียสละ เพื่อคนอื่น และเลียนแบบพระเยซูเจ้า ซึ่งได้กระทำสิ่งที่ดี และมีส่วนร่วมในความดีของพระเป็นเจ้า พร้อมกับคนอื่น
เพื่อแสดงให้เห็นความสำคัญของพระบัญญัติ พระเยซูเจ้าได้ทรงยกตัวอย่างคนที่ร่ำรวยคนหนึ่ง ที่เป็นเจ้าของทรัพย์สมบัติ จนทำให้เขาไม่สามารถอุทิศตัวเองแก่พระเป็นเจ้าได้ และที่สุด ทรัพย์สมบัติไม่ใช่เป็นหลักประกันว่า เราจะได้รับความรอด เพราะพระอาณาจักรของพระเป็นเจ้า คือพระพรพิเศษ เราเข้าในอาณาจักรของพระเป็นเจ้า เพราะได้รับพระพรของพระเป็นเจ้า และสิ่งที่ตามมา คือ การทำความดี
แม้ว่าพระองค์จะไม่ได้ประณามความร่ำรวย แต่พระองค์ได้ทรงเตือนเรา ถึงอันตรายของความร่ำรวย เราอาจจะคิดว่า เราสามารถทำทุกอย่างตามที่เราต้องการ เพราะเรามีทรัพย์สมบัติ แน่นอนทรัพย์สมบัติอาจจะทำให้เรามีความรู้สึกปลอดภัย และเราอาจจะคิดว่า เราไม่ต้องการพระเป็นเจ้าอีกต่อไป เราสามารถมีทุกสิ่ง โดยไม่ต้องขึ้นกับพระเป็นเจ้าแต่เรามีความเชื่อว่า เงินทองสามารถซื้อและทำทุกสิ่งที่เราต้องการ
ฉันเป็นคนที่ร่ำรวยที่สุดบนโลกนี้ เพราะว่า ฉันเป็นคนที่มีความสุขที่สุดบนโลกนี้ เพราะฉะนั้น ความสุข คือ ความร่ำรวยที่สุดในชีวิตใช่หรือไม่?...การมีความร่ำรวย มากกว่าความมีใจเมตตากรุณา ก็ไม่ทำให้ท่านมีทุกสิ่ง จงมีใจเมตตากรุณา และท่านจะมีความร่ำรวย อย่างที่ท่านคาดไม่ถึง...การเป็นคนร่ำรวยไม่ได้หมายความว่า ท่านต้องมีเงิน แต่มันหมายความว่า ท่านมีความสุขกับเงินที่ท่านมีต่างหาก...ทุกคนล้วนแต่เป็นคนร่ำรวย แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ยอมรับว่า ตัวเองมีทรัพย์สมบัติในชีวิตเพียงพอแล้ว...สิ่งที่สำคัญเป็นดังนี้: คุณสามารถอุทิศสิ่งที่คุณมีตลอดเวลา เพื่อสิ่งที่คุณจะเป็น เพื่อปรับปรุงอนาคตที่สุกใส

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view