สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันเสาร์ที่ 9 มีนาคม 2019 วันเสาร์หลังวันพุธรับเถ้า

วันเสาร์ที่ 9 มีนาคม 2019 วันเสาร์หลังวันพุธรับเถ้า

🍂ในความทุกข์ยากทั้งหลาย...
ข้าพเจ้ามั่นใจ...
ในพระหัตถ์ที่พยุงข้าพเจ้าไว้

📚บทอ่านประจำวันเสาร์ที่ 9 มีนาคม 2019
วันเสาร์หลังวันพุธรับเถ้า
https://www.youtube.com/watch?v=Gp7tCQkikPs

🌹I Want To Praise You Lord
http://youtu.be/Rzq6pVAC8VU

🍁🍁🍁🍁🍁🍁🍁🍁🍁

วันเสาร์ที่ 9 มีนาคม 2019
วันเสาร์หลังวันพุธรับเถ้า
อ่าน :
อสย 58:9ข-14
ลก 5:27-32

หลายครั้งที่ “โอกาส” เปิดทางสู่การกลับใจ
เลวี ที่ใคร ๆ ต่างก็มอง และตัดสินว่าเขาเป็นคนบาป
แต่เมื่อพระเยซูเจ้าให้โอกาสเขา ด้วยการเปิดใจ ยอมรับ
พร้อมกับ ให้เกียรติ เขาจึงเปลี่ยนความคิด วิถีชีวิตของตน

เสียงของพระเจ้าผ่านทางประกาศกอิสยาห์
ถ้าประชากรของพระเจ้าใช้โอกาส ช่วงเวลาของการ
ภาวนา พลีกรรม ทำทาน ด้วยการเลิกกล่าวหา ให้ร้ายกัน
เลิกทำตามใจตน เลิกเบียดเบียนข่มเหงกัน แล้วหันมา
แบ่งปันให้แก่คนที่หิวโหย ตอบสนองความต้องการ
ของคนที่ทนทุกข์ พวกเขาจะได้พบความสุขในพระเจ้า

หมายเหตุ..
ให้โอกาสคน ให้โอกาสใคร
ก็อย่าลืม เผื่อใจ ไว้ให้โอกาส “ตัวเอง” ด้วย

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”
วันเสาร์ที่ 9 มีนาคม 2019
วันเสาร์หลังวันพุธรับเถ้า

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ทำไมท่านทั้งหลายจึงกินอาหารและดื่มกับคนเก็บภาษีและคนบาปเล่า...” (ลก 5:27-32)

เพราะคนสบายดีย่อมไม่ต้องการหมอ
แต่คนป่วยต้องการ...

และนั่น...
คือทานแห่งการให้เวลา
ให้โอกาสกับใครบางคนที่จะพบกับความรักจากใจ
มิใช่หรือ...

และเพราะว่า...
รักคงยังไม่พอกระมัง อุปสรรคจึงมีมากมาย
และอะไรล่ะที่ขาดหายไป
ที่ฉันจะสามารถเติมเต็มให้กันและกันได้บ้างล่ะ...

ไม่มีใครหรอก
ที่ยากจนมาก จนถึงกับไม่สามารถให้อะไรกับใครได้เลย
แล้วฉันล่ะ ฉันคิดว่าฉันยากจนมากที่สุดในโลก
ที่ไม่สามารถมีอะไรให้กับใครได้เลยกระนั้นหรือ
แม้กระทั้งเวลาและโอกาสที่จะได้รับความรักเล็กๆ น้อยจากหัวใจของฉันกระนั้นหรือ...
หากเป็นเช่นนั้น... ใจฉันคงคับแคบเกินไปที่จะต้อนรับองค์ความรักให้ประทับอยู่กับฉันกระมัง...

________________

.ในวันเหล่านี้ พี่น้องสัตบุรุษหลายคนเล่าเรื่องที่ไม่ค่อยดีนักให้ผมฟัง มีโจรเข้าวัดนั้น วัดนี้ มีการขโมยของที่นั่นที่นี่ มีการหลอกเอาเงินด้วยวิธีต่างๆ แผนฉ้อโกง ความไม่สัตย์ซื่อ ไร้ความจริงใจ... เรื่องเหล่านี้มีแต่เกิดมากขึ้นทุกวันๆ แม้แต่ผมเองก็ต้องเผชิญหน้ากับมันเสมอๆ... ใช่ครับ หลายครั้งมันทำให้ผมโมโห ทำให้หงุดหงิด และเสียความรู้สึก เสียอารมณ์ด้วย มันไม่ต่างกับพี่น้องนักหรอกครับ หลายครั้ง เราอยากเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ให้ตำรวจจับมันไป จับเข้าคุกไปเลย ฯลฯ... มันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า และมีแต่จะมากขึ้นทุกวัน แม้ในวงการธุรกิจเอง ก็แทบหาความจริงใจต่อกันจริงๆ หาแทบไม่ได้เลย ทุกสิ่งแฝงไปด้วยเรื่องของผลประโยชน์ทั้งนั้น... เอาเถอะครับ บางครั้งความรู้สึกของผมก็เป็นเช่นนั้น มันไม่ต่างอะไรกับพี่น้องหรอกครับ... แต่นักๆ เข้า บางทีเมื่อใจสงบ ผมก็กลับมามองอีกมุมหนึ่งนะครับ ใครจะว่า พวกโลกสวย ก็อาจจะคิดได้นะ... แต่เพราะพระเจ้าสร้างโลกเรามาสวยงาม แต่ทำไมยิ่งวันมันยิ่งดูไม่ค่อยสวยอ่ะ หรือดูสวย แต่ภายนอก... มุมหนึ่งสงบๆ ยามเหนื่อยๆ มาทั้งวัน เมื่อผมนั่งทานอาหารเย็นคนเดียวยามไม่มีอะไรจะทาน มาม่าต้มตำลึง ใส่เครื่องอะไรไม่รู้ที่พอมีในตู้เย็นบ้าง นั่งทานเงียบๆ สงบๆ ก่อนการทำวัตรเย็น...มันก็อิ่มได้นะ อิ่มท้อง อิ่มใจในความพอเพียง และในบรรยากาศสงบๆ ง่ายๆ แบบนั้น บันดลนั้นเอง ความคิดนี้มันก็เข้ามาในหัวคิดของผม... โลกเราขาดความรักอย่างเพียงพอหรือเปล่า โลกเราขาดการแบ่งปันไปบ้างหรือเปล่า... หลายความคิดเข้ามาในใจผมเมื่อมีโอกาสนั่งลงสงบๆ... แล้วความพอเพียงของมนุษย์เรามาจากไหน มาตรฐานของมันคืออะไร... โอ้ ตอบยากนะ หากความสุขคือสิ่งที่ไม่เคยเพียงพอกับเรามนุษย์เลย เราก็มีแต่กอบโกย แสวงหาผลประโยชน์อย่างไม่รู้สิ้นสุด ไม่รู้พอเพียง สุดท้าย หลายคนก็กลายเป็นคนเห็นแก่ตัว เอารัดเอาเปรียบทุกคน แม้กระทั่งเพื่อนพี่น้องของตนเองด้วย... นี่แหละที่ผมตั้งคำถามว่า โลกเราขาดความรักมากไปหรือเปล่า จนอาการของมนุษยโลกหลายคนกำลังเป็นแบบนี้...

หลายหลายคำตอบ หลากหลายความคิดของแต่ละคน แต่สุดท้าย ทำไมมันไม่มีอะไรดีขึ้นเลย มีแต่หนักขึ้น แย่ลงๆ จนหลายคนบอกว่า “โลกเราวันนี้อยู่ยาก...” แต่ทว่าเราก็ยังต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ แต่เราอยู่กันอย่างไรต่างหาก... แล้วเราจะว่าอย่างไร เมื่อคนบาปคนหนึ่งกลับเป็นนักบุญ เพียงได้พบผู้ที่เรียกว่า “องค์ความรัก” แล้วเราคิดอะไรบ้างไหม หากโลกนี้ได้รับความรักอย่างเพียงพอ โลกเราคงศักดิ์สิทธิ์ยิ่งวันยิ่งมากขึ้น... มันอาจจะเป็นการไตร่ตรองกับตนเองที่สุดโต่งไปหน่อยหรือเปล่า และจะทำอะไรได้บ้างหรือเปล่า มากน้อยเพียงใด ฉันคนเดียวน่ะหรือ ทำแล้วจะทำให้โลกดีขึ้นไหม... เอาเถอะครับ ก็อย่างน้อย มันก็ทำให้คนๆ หนึ่งที่ได้พบความรักที่แท้จริง ได้เปลี่ยนแปลงตนเองบ้างล่ะครับ... กระนั้นก็ดี ยังมีเสียงดังขึ้นมาอีกว่า “จะหาได้ไหมอ่ะในโลกวันนี้”... “มันจะเปลี่ยนไหมอ่ะ มีแต่จะไม่รู้คุณ เอาเปรียบมากขึ้น”... จนมัน... “ความดีถูกทำร้าย” แล้วใครจะอยากทำดี...

มองดูท่าทีของพระเยซูเจ้าในพระวรสารวันนี้ มองดูท่าทีขององค์ความรัก องค์ความดี องค์ความเมตตา มองดูทานที่พระองค์ทรงมอบให้แก่คนที่โลกไม่ต้องการคบค้าสมาคมด้วย คนที่โลกตราหน้าว่าเป็นคนบาป แต่ทานที่พระเจ้าทรงมอบให้คือ “โอกาส” ครับ และนี่คือโอกาสของเขาล่ะ นี่เป็นโอกาสของพระองค์ล่ะ ที่จะได้นักบุญมาอีกองค์หนึ่ง อันประสบการณ์ที่เขามีกับพระองค์นั้น กลายเป็นประสบการณ์แห่งความรัก ที่เขาบันทึกไว้ในจิตวิญญาณของเขา เป็นข่าวดีเพื่อเราทุกคนในวันนี้ มัทธิว ผู้นิพนธ์พระวรสาร... คือเรื่องราวที่ไม่อาจลืมเลือนได้ จากโอกาสดีที่สุดของชีวิต จากการเรียกขององค์พระผู้เป็นเจ้า ชายคนนั้น ณ มุมมืดดำของชีวิตก ที่เต็มไปด้วยความคดโกง เอารัดเอาเปรียบ แต่เมื่อความรักและความเมตตาจากใจจริงเดินเข้ามาหาเขา ชีวิตของเขากลับเปลี่ยนไปทั้งหมดเช่นนั้น

อยากทำไหมครับพี่น้อง อยากทำอย่างพระเยซูบ้างไหม... ผมเข้าใจนะครับ บางครั้งเมื่อเราถูกหลอกบ่อยๆ นั่นคือบรรยากาศของชีวิตที่ไม่อยากทำดีแล้ว... มันกลับเป็นคำถามเราว่า “แล้วมันจะเกิดผลดีอะไรหรือ มันจะไม่หลอกเราหรือ”... หรือ “ฉันเองก็จะตายอยู่แล้ว...” ท่ามกลางโลกวันนี้ บางครั้งเราก็มีความลังเลมากมายที่จะทำสิ่งดีๆ ที่จะมอบความรักให้กับโลกที่ขาดความรัก และดังนี้ “Love is not loved” องค์ความรักกลับไม่ได้รับความรักจากเราเลย เมื่อพระองค์ทรงเสด็จมาไม่ใช่เพื่อตามหาคนชอบธรรม แต่ตามหาคนบาป และนำให้กลับใจ

นี่อาจจะเป็นเหตุผลสำคัญของการมาเป็นคริสตชนของเราด้วยไม่ใช่หรือ เพราะหากเรามีความคิดแบบชาวโลกแล้ว เราคงไม่ต้องมาเป็นคริสตชนก็ได้กระมังครับ นี่คือความท้าทายของชีวิตคริสตชนอย่างเราๆ มิใช่หรือ ที่ชีวิตของเราถูกเรียกร้องให้เป็น “ทาน” สำหรับทุกคน ทานแห่งการให้เวลา ให้โอกาส... และนี่คือสิ่งที่องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตรัส “ถ้าท่านจะเลิกข่มเหงผู้อื่น เลิกชี้หน้ากล่าวหาและพูดร้ายต่อเขา (แม้เขาจะทำร้ายท่านก็เถอะ...) ถ้าท่านแบ่งอาหารให้คนหิว และตอบสนองความต้องการของผู้มีทุกข์ (แม้เขาจะหลอกเราก็ตาม...) ความสว่างของท่านจะปรากฏในความมืด และความมืดของท่านจะเป็นเหมือนเวลาเที่ยงวัน... (เทียบบทอ่านที่หนึ่ง อสย 58:9ข-14)

มองกลับมาสู่จิตวิญญาณของฉัน กี่ครั้งที่ฉันอ่อนแอ และพลาดพลั้งครั้งแล้วครั้งเล่า ฉันไม่ได้หลอกพระเจ้าหรอกหรือ ฉันหลอกขอพระพรจากพระองค์ทุกวันอย่างไม่เพียงพอ และไม่เคยพอเพียง ขอ ขอ ขอ และก็ขออยู่ร่ำไป ขอทุกอย่าง ขอเวลา ขอโอกาส ขอมากมายเหลือเกิน แล้วชีวิตของฉันเป็นอย่างไรต่อพระพักตร์พระเจ้าล่ะ... แล้วจะให้พระองค์เชื่อใจฉันได้อีกหรือ... แต่ แต่ แต่ พระองค์ก็มีแต่รักเท่านั้นสำหรับฉัน และเท่าไรล่ะ เท่าไรถึงจะพอ... ... ... นี่แหละ เป็นคำตอบ ว่า เท่าไรถึงจะพอ ที่ฉันต้องรักและให้โอกาสเพื่อนพี่น้อง แม้เขาจะหลอกฉัน แม้เขาจะเอาเปรียบฉัน ... เอาเถอะ แม้ความคิดนี้ บางคนอาจจะบอกว่า “พวกโลกสวย” แต่ก็เพราะแรกเริ่มนั้น พระเจ้าสร้างโลกมาสวยงามไม่ใช่หรือ... ก็แล้วทำไมวันนี้เราอยู่ยากขึ้นล่ะ... เพราะความรักคงยังไม่พอหรือเปล่า???

ข้าแต่พระเจ้า ขอให้ลูกเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตเป็นทานแห่งความรัก ดังที่พระองค์ทรงมอบรักให้ลูกทุกวัน ดังที่พระองค์ยังทรงให้โอกาสกับลูกเสมอ แม้ว่าลูกเอง อาจจะไม่เคยพอเพียง ไม่เคยเพียงพอ และก็พลาดพลั้งต่อพระองค์บ่อยๆ... โปรดเมตตาลูกด้วยเถิด ให้ลูกได้เข้าใจว่า ลูกควรรักมากขึ้นสักเท่าใด และให้รักนั้นอย่าเจือจางจากใจลูกเลย เพราะลูกถูกเรียกมาเพื่อรักใช่ไหมพระองค์...

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันเสร์ที่ 9 มีนาคม 19 หลังวันพุธรับเถ้า
บทอ่าน อสย 58:9ข-14 / ลก 5:27-32
นักบุญออกัสตินได้เคยกล่าวว่า “บาดแผลของเราเป็นแผลฉกรรจ์ แต่หมอที่รักษาเรามีอำนาจมาก ท่านเองรู้สึกว่า มันเป็นบาดแผลที่เล็กมากทีเดียว เมื่อเทียบกับพระเมตตาของพระเป็นเจ้า และในขณะที่ท่านเจริญชีวิตในบาปและความชั่วร้าย พระองค์ยังไม่เอาชีวิตของท่านไป แต่ทำให้ท่านมีความเชื่อ และยังให้อภัยบาปให้แก่ท่าน?” สิ่งที่เราทนทรมานเป็นเรื่องอุกฉกรรจ์ แต่เราก็วางใจในพระเป็นเจ้า ผู้ทรงสรรพานุภาพ เราหมดหวัง เพราะบาดแผล ถ้าเราไม่พบหมอที่มีอำนาจมาก.(จากบทเทศน์ที่ 352,3)
เมื่อบรรดาฟาริสีได้ท้าทายพระเยซูเจ้า เมื่อเห็นการกระทำของพระองค์ที่ขัดต่อธรรมบัญญัติ คือ การรับประทานอาหารพร้อมกับคนบาป พระเยซูเจ้าได้ปกป้องตนเองด้วยวิธีการที่ง่ายมาก เมื่อได้ตรัสว่า หมอไม่ต้องการรักษาคนที่สุขภาพดี แต่จะรักษาคนเจ็บป่วย เช่นเดียวกันพระเยซูเจ้าทรงแสวงหาคนที่ต้องการพระองค์มากที่สุด หมอที่เป็นหมอที่แท้จริง จะต้องรักษาคนเจ็บป่วยทั้ง วิญญาณ ร่างกายและจิตใจ พระเยซูเจ้าได้เสด็จมา ในฐานะเป็นหมอจากสวรรค์ และผู้เลี้ยงที่ดี ที่ดูแลประชาชน และนำความสุขมาให้ครบ
บรรดาผู้นำศาสนายึดถือการปฏิบัติศาสนาด้วยวิธีการของพวกเขา โดยลืมช่วยเหลือประชาชน ที่ต้องการความเอาใจใส่มากที่สุด การปฏิบัติศาสนาของพวกเขาเป็นการแสดงความเห็นแก่ตัว เพราะพวกเขาไม่ต้องการทำอะไรเพื่อประชาชน พระเยซูเจ้าได้ทรงสรุปพันธกิจของพระองค์ด้วยพระวาจาสั้นๆว่า “เราไม่ได้มาเพื่อเรียกคนชอบธรรม แต่เพื่อเรียกคนบาป” ความจริงแล้วบรรดาผู้นำศาสนาเหล่านั้น ต้องการสิ่งเดียวกับคนอื่น ที่พวกเขาดูหมิ่น “เพราะว่าทุกคนทำบาป และเสื่อมจากพระสิริของพระเจ้า” ( รม 3:23) เราได้โมทนาคุณพระเป็นเจ้า เพราะความเมตตากรุณาอันยิ่งใหญ่ ที่พระองค์ได้ทรงแสดงต่อเราหรือไม่? ...การติดตามพระเยซูเจ้า มิได้หมายถึงการก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างเดียว แต่หมายถึงการนำหัวใจก้าวตามพระองค์ ต้องเดินเหมือนพระองค์ ไม่มุ่งสู่สิ่งของฝ่ายโลก พยายามทำดีกับทุกคน .

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

เชิญฟังเสียงคพ.พงศ์เทพ ประมวลพร้อม อธิบายพระคัมภีร์มิสซาวันอาทิตย์นี้ค่ะ

https://youtu.be/a4NtD-qlza0

view