สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม 2019 สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลมหาพรต

วันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม 2019 สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลมหาพรต

☘ถ้าคุณรักใครอย่างจริงใจ...
คุณก็พร้อมจะละความปรารถนาของตัวเอง
เพื่อตอบสนองต่อความปรารถนาของเขา
ถ้าคุณรักพระเจ้า .. คุณก็จะเชื่อฟังพระองค์

📚บทอ่านประจำวันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม 2019
สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลมหาพรต
https://www.youtube.com/watch?v=b3le07aHt2s

♦I Count On Him
https://youtu.be/qUqeq3So1eo

🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓

วันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม 2019
สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลมหาพรต
อ่าน : ฉธบ 26:4-10
รม 10:8-13
ลก 4:1-13

มนุษย์มักถูกมารประจญภายในจิตใจ ด้วยเรื่องของ
ปากท้อง อำนาจ เกียรติยศ ทรัพย์สินเงินทอง
พระเยซูเจ้าในขณะที่ถูกผจญ ทรงใช้ปากกล่าวพระวาจา
ที่มาจากใจ ทำให้เรามั่นใจได้ว่า
ถ้าเมื่อใดใจมั่นคงในความเชื่อ
เมื่อนั้น ก็ไม่มีสิ่งใดทำให้หวั่นไหวได้

เมื่อสำนึกถึงความว่างเปล่า
โมเสส ชวนอิสราเอล ให้กล่าวสรรเสริญพระเจ้า
จากการเป็นประชากรที่เร่ร่อน ไม่มีอะไร
แต่เป็นพระเจ้าซึ่งพวกเขาวางใจ ให้พระองค์เป็นผู้นำ
ที่ทำให้พวกเขากลับกลายเป็นประชากรที่เข้มแข็ง

นักบุญเปาโล ตอกย้ำ คำของพระเจ้า
ความเชื่อด้วยใจ บันดาลความชอบธรรม
การยอมรับด้วยปาก บันดาลความรอด

หมายเหตุ..
ปาก กะ ใจ บางทีอาจไกลแสนไกล
ถ้าใจไม่มีในสิ่งที่ปากพยายามกล่าว

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”
วันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม 2019
อาทิตย์ที่ 1 เทศกาลมหาพรต

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“เพราะมีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า...” (ลก 4:1-13)

จากวันวาน
ปีศาจมันเอาพระวาจาของพระเจ้า
เข้ามาคุยกับพระเยซูเจ้า
เพื่อประจญล่อลวงพระองค์ให้หลงไป...

ปีศาจวันนี้มันหลักแหลมไม่แพ้กัน
เมื่อมันเอาสิ่งที่ดูดีมาทำให้เราหลงไป

หากแต่สิ่งที่ดูดีนั้น มันไม่ได้ดีจริง
เพราะหากมันไม่ใช่พระประสงค์ของพระเจ้าแล้ว
สิ่งนั้น ก็เป็นเพียงความปรารถนาในตัวฉันเท่านั้นเอง
แล้วมันจะมีอะไรดีได้อย่างไร...

________________

พระวรสารวันนี้ เล่าเรื่องราวการถูกประจญของพระเยซูเจ้า ที่พระองค์ทรงรับเหมือนเราทุกอย่าง และดูเหมือนปีศาจมันยังไม่ยอมแพ้พระองค์ แต่พระวรสารบันทึกว่า มันยังหาโอกาส หาจังหวะที่จะเข้ามาประจญพระองค์อีก... และคำสอนในเรื่องการประจญสามประการนี้ ทำให้เราเข้าใจชัดเจนถึงอันตรายของโลกจอมปลอมที่ปีศาจมันครอบครองอยู่ และสิ่งที่เราต้องระวังในการถูกประจญสามประการนั้นคือ เรื่องของอาหารการกิน เรื่องของทรัพย์สมบัติ และเรื่องของการมักชอบทดลองต่อลองกับพระเจ้า ซึ่งเป็นรากเหง้าของการหลงไปจากพระประสงค์ของพระเจ้าต่อชีวิตเรา... ผมคิดว่า นี่เป็นแนวคิดส่วนใหญ่ที่เราได้รับจากพระวรสารตอนนี้ และนี่อาจจะเป็นแนวคิดสำคัญของพระวรสารตอนนี้ครับ ซึ่งผมขอเกริ่นนำแต่เพียงเท่านี้ครับ แต่เช้านี้ ผมมีแนวคิดที่อาจจะนอกกรอบพระคัมภีร์สักหน่อยกระมัง ที่เป็นผลและพลังจากพระวาจาของพระเจ้าในการไตร่ตรองพระวาจาของพระองค์เช้านี้... พระเจ้าได้ตรัสอะไรในใจฉัน???

พี่น้องที่รักครับ ครั้งวัยเด็กของผม ผมจำได้ว่า การประจญล่อลวงมันไม่ได้แยบยลแบบโลกเราวันนี้เลย วันนี้ เรามีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า แต่เราก็สามารถมองเห็นความก้าวหน้าของปิศาจในการล่อลวงเราด้วยเช่นกัน ปีศาจมันก็ก้าวหน้าไม่แพ้เราเลย... ขณะที่ผมไตร่ตรองพระวาจาของพระเจ้าในวันเหล่านี้ ที่บ้านผู้หว่าน ผมทราบว่า สภาการศึกษาคาทอลิกก็กำลังมีการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อกำหนดนโยบายและแนวทางปฏิบัติ ในการปกป้องคุ้มครองนักเรียน... แม้วันนี้เอง เมื่อไปร่วมฉลองวัดนักบุญโยเซฟ ที่ถ้ำสิงห์ จังหวัดชุมพร ผมก็ได้มีโอกาสได้นั่งคุยและแบ่งปันกันกับเพื่อนพี่น้องพระสงฆ์ท่านหนึ่ง และสิ่งนี้เองที่เรากำลังเป็นห่วงเด็กๆ ในโรงเรียน สิ่งที่อันตราย คือ การขาดเพื่อนร่วมทางในชีวิตครับ ขาดผู้แนะนำชี้ทางที่ดี และเด็กๆ หลายคนก็หลงไป... แน่ล่ะครับ ชีวิตครูของผมสิบกว่าปีที่ผ่านมา วันนี้หากจะต้องกลับเป็นครูอีกครั้ง มันคงไม่ง่ายเหมือนก่อนนะครับ เพราะการต้องเผชิญหน้ากับปัญหาที่เข้ามาสู่เราและเด็กๆ ของเราอย่างแยบยลเหลือเกิน...

แต่ก่อน เมื่อผมจะไปวัด ผมมักถูกล่อลวงให้ไปเที่ยว ขี่จักรยานเล่นกับเพื่อน หรือไปเตะฟุตบอล ผมก็จำแนกได้ว่า มันไม่ดี แม้จะเลือกทำลงไปก็เถอะ แต่มโนธรรมของผมมันติเตียนผม ให้ผมรู้ว่าผมทำสิ่งที่ไม่ดี ไม่ถูกต้อง... แต่วันนี้ เมื่อเด็กๆ ของเรา กำลังจะไปวัด เด็กของเราต้องเผชิญหน้ากับการเตรียมสอบ การเรียน การแข่งขัน การกวดวิชา ฯลฯ... หากวันจันทร์จะสอบ วันนี้วันอาทิตย์จะไปวัดได้อย่างไร ต้องดูหนังสือมิใช่หรือ (แล้วมันดูหนังสือจริงๆ หรือเปล่าอ่ะ)... ... ... นี่แหละครับ ปีศาจมันไม่ได้เอาสิ่งเลวร้ายมาล่อลวงเราอีกแล้ว แต่มันกำลังเอาสิ่งที่ดูเหมือนว่าดีมาล่อลวงเราให้เราคล้อยตาม แต่ทว่าสิ่งนั้น มันจะเป็นสิ่งที่ดีจริงๆ ไหม หากมันไม่ใช่พระประสงค์ของพระเจ้าต่อชีวิตเรา... เพราะคนที่มีพระเจ้าเป็นศูนย์กลาง คนที่มอบที่ที่ดีที่สุดให้พระองค์ประทับในดวงใจ การประจญนี้ ย่อมไม่ทำให้ใจของเขามืดบอด จนเลือกตัดสินในผิดๆ หลงเดินนอกทางที่พระเจ้าทรงนำ เขาย่อมมีการวางแผนการใช้ชีวิตเพื่อพระเจ้า เพื่อเพื่อนพี่น้อง เขาย่อมจัดสรรเวลาได้มิใช่หรือ และข้ออ้างอันทำให้เขาเลือกทำตามใจตนเองมากกว่าพระประสงค์ของพระเจ้า ย่อมไม่ใช่ข้ออ้างที่ทำให้เขาตกในบาปมิใช่หรือ เมื่อเขาเลือกพระประสงค์ของพระเจ้ามาก่อน แต่วันนี้... เราคิดอะไรกัน ต่อหน้าพระเจ้า เรามีข้ออ้างสารพัดมิใช่หรือ อาหารก็จำเป็น... เราต้องอยู่ เราต้องใช้ ... เราต้องอยู่ในสังคม ฯลฯ ที่เราเอาสิ่งเหล่านี้มาไว้ในใจเรา จนเราเบนไปจากทางของพระเจ้าผู้ทรงนำเรา

จากสิ่งนี้... ผมอยากให้ข้อสังเกตสักนิด และดูเหมือนว่าสิ่งนี้ มันกำลังเกิดขึ้นจริงในโลกเราวันนี้ หากเราไม่ได้ยึดพระวาจาของพระเจ้า และดำเนินชีวิตตามพระวาจาของพระองค์จากใจจริง สิ่งที่ต้องระวังคือ ปีศาจยุคปัจจุบัน เราจากจากพระวรสารสหทัศน์ว่า ปีศาจมันกำลังทำกับเราดังที่ทำกับพระเยซูเจ้าครับ คือมันเอาข้อความจากพระคัมภีร์มาล่อลวงพระเยซูเจ้าครับ แต่พระเยซูเจ้าคือองค์พระวาจาของพระเจ้า พระองค์ก็ตอบมันด้วยพระวาของพระเจ้าด้วยเช่นกัน... ดังนั้น สิ่งที่ผมไตร่ตรองกับเรื่องราวในพระวรสารวันนี้ คือ พี่น้องครับ เราจำเป็นต้องอ่าน และศึกษาพระคัมภีร์อย่างถ่องแท้ครับ เราจำเป็นต้องรู้จักความจริงอย่างถ่องแท้ เราจำเป็นต้องหล่อหลอมมโนธรรมของเราให้อยู่ที่ความจริง อย่าให้ปิศาจมันเอาสิ่งที่ดูเหมือนว่าดี แต่มันไม่ใช่พระประสงค์ของพระเจ้ามาล่อลวงเราให้เราหลงทางไปได้

พี่น้องที่รักครับ พระเจ้าคือองค์ความดี พระเจ้าคือองค์ความจริง พระเยซูเจ้าจึงตรัสว่า “เราเป็นหนทาง ความจริง และชีวิต” นั่นหมายความว่า พระองค์คือองค์ความจริงแห่งความรอดพ้นของเรา สิ่งอื่นอาจจะเป็นสิ่งที่คล้ายๆ กัน ปีศาจมันเอามาประจญล่อลวงความคิดของเราให้หลงทางไปจากทางของพระเจ้า ดังนั้น เราต้องอ่าน ฟังพระวาจาของพระองค์ ศึกษาอย่างถ่อแท้ เพื่อให้พระวาจาของพระเจ้าหล่อหลอมมโนธรรมของเรา ให้หัวใจเรามีศูนย์กลางอยู่ที่ความจริง นั่นคือ การมีพระเจ้าเป็นเป้าหมายของชีวิตของเราเสมอนั่นเอง

โปรดเสด็จมาช่วยข้าพเจ้าทั้งหลายเถิด พระเจ้าข้า ในยามที่หัวใจข้าพเจ้าสับสน พระเจ้าข้า ขอพระองค์โปรดตรัสในใจข้าพเจ้าด้วยเถิด ซึ่งสิ่งที่เป็นพระประสงค์ของพระองค์

สุขสันต์วันพระเจ้าครับ

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม19 สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลมหาพรต
บทอ่าน ฉธบ 26:4-10 / รม 10:8-13 / ลก 4:1-13
หลังจากพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้างแล้ว (ลก 3:22) พระจิตเจ้าได้นำพระองค์ไปในถิ่นทุรกันดาร ที่พระองค์ได้จำศีลและได้สวดภาวนานาน 40 วัน และ ณ ที่นั้น พระองค์ได้ถูกปิศาจทดลองพระองค์ เหมือนกับประชากรอิสราเอลได้เคยถูกทดลองในทะเลทรายนาน 40 ปี (ฉธบ 8:3) การทดลองแรกสะท้อนให้เห็นความล้มเหลวของประชากรอิสราเอล ที่ขาดความไว้วางใจในพระเป็นเจ้าในทะเลทราย เมื่อพวกเขาหิวกระหายอาหาร พระเยซูเจ้าทรงทราบความหิวกระหายที่แท้จริง ระหว่างการจำศีลอดอาหาร แต่พระองค์ได้ปฏิเสธ ที่จะเปลี่ยนก้อนหินให้เป็นขนมปัง ตรงกันข้าม พระองค์ได้มอบความไว้วางใจในพระเป็นเจ้า การทดลองที่สอง คือ ความปรารถนาจะได้อำนาจและเกียรติยศบนโลกนี้ และพระเยซูเจ้าทรงคัดค้านความปรารถนาดังกล่าว พระองค์ได้เสด็จมา ไม่ใช่ในฐานะเป็นกษัตริย์ แต่ในฐานะเป็นคนใช้ที่ระทมทุกข์ของพระเป็นเจ้า การทดลองประการที่สาม ปิศาจต้องการให้พระเยซูเจ้าแสดงฤทธิ์อำนาจของพระองค์ โดยการกระโดดจากยอดพระวิหาร โดยมีความหวังว่า พระเป็นเจ้าจะใช้เทวดาให้ปกป้องพระองค์ อำนาจที่แท้จริงของพระเยซูเจ้า คือ พันธกิจต่อคนยากจน คนเจ็บป่วย และความทุกข์ระทม ในการทดลองแต่ละครั้ง พระเยซูเจ้าได้แสดงว่า พระองค์ คือ พระบุตรที่ซื่อสัตย์ ซึ่งปฏิเสธไม่ยอมรับแรงจูงใจสู่อำนาจ สิทธิ์พิเศษ และตำแหน่ง ซาตานได้ถูกทำลายล้าง และได้ถอยหลังไป จนกระทั่งมันจะทดสอบพระองค์อีกครั้งหนึ่ง เมื่อพระองค์ได้ชนะมันบนไม้กางเขน...ขณะที่ฉันเริ่มเทศกาลมหาพรต ฉันพยายามชนะบาปในชีวิตของฉันหรือไม่?...ข้าแต่พระเยซูเจ้า โปรดให้ลูกหันมาหาพระองค์ ทุกครั้งที่ลูกมีการถูกทดลอง.
การโรยเถ้าในวันพุธรับเถ้าจากใบลาน เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในศตวรรษที่ 12 มีความหมายดี เพราะใบลานหมายถึงชัยชนะของพระเยซูเจ้าในฐานะกษัตริย์ในการเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มอย่างสง่า เมื่อเอามาเผาเป็นเถ้าและโรยเพื่อเตือนใจให้คริสตชนใช้โทษบาปแล้ว ยังเป็นสิ่งที่บอกคริสตชนว่า การใช้โทษบาปนี้มีเป้าหมายเพื่อเตรียมการฉลองชัยชนะแห่งการกลับคืนชีพของพระเยซูเจ้า

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view