สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันพุธที่ 13 มีนาคม 2019 สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลมหาพรต

วันพุธที่ 13 มีนาคม 2019 สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลมหาพรต

🍇ลูกขอบพระคุณสำหรับกางเขน
ขอบพระคุณสำหรับการทรงไถ่
ขอบพระคุณสำหรับความรักมากมาย
ขอบพระคุณที่ทรงให้กลับสู่ทางพระองค์

📚บทอ่านประจำวันพุธที่ 13 มีนาคม 2019
สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลมหาพรต
https://www.youtube.com/watch?v=1oXjgcYnro4

🌼 โปรดให้ลูกเชื่อ
http://youtu.be/QdD1v2m2Gio

☘☘☘☘☘☘☘☘☘

วันพุธที่ 13 มีนาคม 2019
สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลมหาพรต
อ่าน :
ยนา 3:1-10
ลก 11:29-32

ต่อหน้าคนที่ใจ แข็งกระด้าง..พระเยซูเจ้าทรงยกตัวอย่างของ
ประกาศกโยนาห์ เพื่อให้เห็นว่า ต่อหน้าพันธกิจ แม้ท่านจะมีความคิด
ชีวิตที่ยึดติด คิดถึงตนเอง แต่เมื่อท่านยอม เปลี่ยนใจ
พระเจ้าทรงอภัย และอยู่เคียงข้างท่าน ในพันธกิจที่ได้รับมอบหมาย

เมื่อพระเจ้าทรงเห็น..ความพยายาม...
ของชาวนีนะเวห์ที่กลับใจ จากความประพฤติชั่วร้าย
เลิกกระทำกิจการรุนแรง พระองค์ทรงเปลี่ยนพระทัย
แสดงพระเมตตา อภัยโทษต่อพวกเขา

หมายเหตุ..
การเปลี่ยน...ที่สำคัญ..
มันเร่ิมจากภายในที่ จิตใจ...
อย่าไปคิดเปลี่ยนใคร...ถ้าใจเราเอง
ก็ยังไม่พร้อม ยอมรับ ปรับเปลี่ยน..

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”
วันพุธที่ 13 มีนาคม 2019
อาทิตย์ที่ 1 เทศกาลมหาพรต

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“โยนาห์เป็นเครื่องหมายสำหรับชาวนินะเวห์ฉันใด บุตรแห่งมนุษย์ก็จะเป็นเครื่องหมายสำหรับคนยุคนี้ฉันนั้น...” (ลก 11:29-32)

กระแสเรียกสู่ความศักดิ์สิทธิ์
ไม่ได้หมายถึงการเอาตัวรอด
และการเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์แต่ผู้เดียว
แต่หมายถึงความรักความห่วงใยต่อเพื่อนพี่น้อง
ความรักความห่วงใยต่อธรรมชาติและสิ่งสร้างของพระเจ้าด้วย
เพื่อนำทุกคน และทุกสิ่งให้ได้พบความบริบูรณ์แห่งความรอดพ้น.

________________

บทอ่านที่หนึ่งจากหนังสือประกาศกโยนาห์ที่เราได้อ่านเพียงตอนสั้นๆ ในวันนี้ แต่จริงๆ แล้ว หนังสือนี้ไม่ยาวมากนัก ผมอยากเชิญชวนให้พี่น้องอ่านทั้งหมดเลย เพียงไม่กี่หน้าเท่านั้นเอง... นี่เป็นชีวิตของบุคคลหนึ่งที่พระเจ้าทรงยืนยันว่า ความศักดิ์สิทธิ์ของคนของพระเจ้า ไม่ได้อยู่ที่การเป็นคนดีที่ความเป็นตัวตนของตนเองเท่านั้น นั่นคือ ฉันเป็นคนดีแล้ว เท่านั้นยังไม่พอ แต่ความศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นกระแสเรียกของคนของพระเจ้านั้น คือการนำพี่น้องไปสู่ความศักดิ์สิทธิ์ด้วย

พระเจ้าทรงเรียกให้โนยาห์ให้เป็นเครื่องหมายเพื่อชาวนินะเวห์ได้กลับใจ แต่ความประสงค์ของโยนาห์ แสดงออกซึ่งความไม่อยากสนใจใยดีต่อพี่น้องที่กำลังหลงผิด และไม่อยากจะเป็นสิ่งนั้น ที่พระเจ้าทรงมีพระประสงค์ ท่านหนี หนี หนี และก็หนี แต่สิ่งที่เราเห็นการกระทำของพระเจ้าคือ พระองค์ไม่เคยทอดทิ้งคนของพระองค์เลย พระองค์ทรงติดตามโยนาห์ และช่วยเขาให้รอดเพื่องานของพระองค์ และเพื่อสอนให้เขาเห็นว่า พระองค์ทรงต้องการให้เขาเป็นหมายสำคัญของชาวนินะเวห์ เพื่อประกาศให้พี่น้องของเขาได้กลับใจ

พี่น้องที่รักครับ การกลับใจ แท้จริงแล้ว เป็นงานของพระเจ้า การกลับใจเป็นสิ่งที่ต้องพึ่งพระหรรษทานของพระเจ้าเท่านั้นเอง กล่าวคือ ไม่มีโยนาห์ พระเจ้าก็บันดาลให้สิ่งนี้เป็นไปได้ แต่ข้อคิดที่น่าสนใจคือ พระองค์ทรงมีพระประสงค์ให้โยนาห์ เข้ามามีส่วนร่วมในความรักของพระองค์ต่อเพื่อนพี่น้องของเขา นั่นหมายความว่า กระแสเรียกของการเป็นคริสตชนอย่างเราด้วย นี่คือกระแสเรียกให้มาเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ ดังที่เราได้ไตร่ตรองมาสองวันแล้วในสัปดาห์แรกของเทศกาลมหาพรตนี้ สิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำกับโยนาห์ในบทอ่านที่หนึ่งวันนี้ คือภาพของกระแสเรียกสู่ความศักดิ์สิทธิ์ ที่ไม่ได้หมายความว่า ตนเองจะก้าวไปสู่ความศักดิ์สิทธิ์ได้เพียงคนเดียว แต่กระแสเรียกสู่ความศักดิ์สิทธิ์นั้น เป็นสิ่งที่ท้าทายให้เรานำผู้อื่นไปสู่ความศักดิ์สิทธิ์ด้วย นั่นหมายความว่า นี่คือหน้าที่ของเราคริสตชนครับ ที่เราต้องรักและห่วงใยในพี่น้องของเรา รวมทั้งสิ่งสร้างทั้งหลายของพระเจ้าด้วย เพื่อนำทุกคนและทุกสิ่งไปสู่ความบริบูรณ์แห่งความรอดพ้นของพระเจ้า

พระวรสารวันนี้ท้าทายเราคริสตชนอย่างมาก เมื่อโยนาห์เป็นเครื่องหมายสำหรับชาวนินะเวห์ และพระคริสตเจ้าเป็นเครื่องหมายสำหรับคนยุคนี้แล้ว คริสตชน ศิษย์พระเยซูเจ้าเล่า คำถามน่าไตร่ตรองคือ เราจะเป็นเครื่องหมายอะไรให้กับพี่น้องของเรา อะไรเป็นเครื่องหมายของกระแสเรียกไปสู่ความศักดิ์สิทธิ์ในชีวิตของเราสำหรับชาวโลก สำหรับเพื่อนพี่น้องของเรา และสำหรับสิ่งสร้างทั้งหลายของพระเจ้า ตามแนวคิดของพระสันตะปาปาฟรันซิส ผู้เป็นฟรันซิสกันมากกว่าฟรันซิสกัน

อีกครั้งหนึ่งที่ผมอยากถามตนเอง ถามพี่น้อง “ยังไหวไหม...กับการเป็นคริสตชนอ่ะ ยังไหวไหม...” เมื่อวันจันทร์ ผมแบ่งปันการไตร่ตรองที่พี่น้องถามว่า “หนักขนาดนี้เชียวหรือง...” มาเมื่อวานนี้ คำตอบอยู่ที่ความเป็นลูกของพระเจ้า พระบิดาองค์เดียวกัน เราก็ไม่อาจที่จะปฏิเสธเพื่อนพี่น้องของเรา เพราะพระเจ้าทรงเป็น “พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย” ชีวิตที่สนิทสัมพันธ์กับพระเจ้า พระบิดา หมายถึงชีวิตของผู้ที่มีหัวใจเดียวกันกับพระบิดา และนั่นคือแรงบันดาลใจที่จะนำเราไปสู่ความศักดิ์สิทธิ์ คือการเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์อย่างพระบิดา คือการเป็นคนดีบริบูรณ์อย่างพระบิดา เพราะเราเป็นลูกของพระองค์... เราไม่มีทางเลือกครับพี่น้อง เพราะเราได้รับการเรียกมาเพื่อการนี้ คือการเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ในความเป็นบุตรของพระเจ้า และเพื่อเป็นเครื่องหมายสำคัญสำหรับคนยุคนี้ เพื่อนำวามศักดิ์สิทธิ์และความรอนพ้นไปสู่ทุกคน และทุกสิ่งสร้างของพระเจ้าด้วย

ดังนั้น การเป็นคริสตชน ไม่ใช่กระแสเรียกให้เราเอาตัวรอดคนเดียว แต่เป็นกระแสเรียกที่เรียกให้เราทุกคนนำพี่น้องของเราให้พบความรอดพ้นด้วย... ดังนั้น เป็นคริสตัง... พี่น้องครับ ตัวใครตัวมันไม่ได้นะครับ ช่างหัวมันก็ไม่ได้ครับ แต่นี่คือหน้าที่ คือสิ่งที่พระเจ้าทรงเรียกร้องให้เรารักและห่วงใยกันและกัน พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะนำผู้อื่นไปพบความรอดพ้นด้วย... ดังนั้น การเป็นลูกของพระเจ้าในช่วงเวลาแห่งความโปรดปรานของพระองค์ ในช่วงเวลาแห่งการกลับใจในเทศกาลมหาพรตนี้ จึงเป็นสิ่งที่ทำให้เราต้องได้รับการฟื้นฟูในตัวตน สำนึกถึงความเป็นลูกของพระเจ้าที่พระองค์ทรงเรียกเราดังที่ทรงเรียกโยนาห์ ให้เป็นเครื่องหมายสำคัญเพื่อนำพี่น้องให้กลับใจ

ชาวนินะเวห์ได้กลับใจเพียงได้ฟังคำประกาศของโยนาห์ คนมากมายได้กลับใจเมื่อได้มีประสบการณ์กับพระเยซูเจ้า... ฉันล่ะ คนที่อยู่รอบข้างฉัน เขาพบประสบการณ์อะไรดีๆ ในตัวฉันบ้างหรือเปล่า ที่จะเป็นเครื่องมือนำให้ทุกคนไปพบความศักดิ์สิทธิ์แห่งความรอดพ้นของพระเจ้าด้วย ฉันเป็นเครื่องหมายนั้นสำหรับพี่น้องของฉันมากน้อยเพียงใด หรือฉันยังต้องการเป็นคนดี เป็นคนศักดิ์สิทธิ์ที่เฉพาะความเป็นตัวตนของฉัน และฉันก็กลับเป็นผู้ที่หนีเสียงเรียกของพระเจ้าเช่นโยนาห์... พี่น้องที่รัก นี่คือสิ่งที่ท้าทายผม และท้าทายพี่น้องด้วย เพราะคริสตชน คือผู้ที่ถูกเรียกให้เป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ และนำผู้อื่นให้เป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ด้วย

ข้าแต่พระเจ้า ขอให้ชีวิตของลูก เป็นเครื่องบูชาที่พระองค์ทรงพอพระทัย ร่วมกับบูชาขององค์พระบุตร ขอให้บูชาชีวิตของลูก เป็นบูชาที่อุทิศเพื่อความดี ความรัก ความศักดิ์สิทธิ์ และนำความรอดพ้นมาสู่พี่น้องและสิ่งสร้างทั้งหลายของพระองค์เทอญ.

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันพุธที่ 13 มีนาคม 19 สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลมหาพรต
บทอ่าน ยนา 3:1-10 / ลก 11:29-32
เราสนใจฟัง เพื่อให้ระวังเครื่องหมายหรือไม่? เราอาจจะพ้นจากความเสียหายมากมาย ถ้าเราสนใจเครื่องหมายดังกล่าว เมื่อผู้นำทางศาสนาร้องขอเครื่องหมายจากพระเยซูเจ้า พระองค์ได้เตือนพวกเขาอย่างรุนแรง ให้หลีกเลี่ยงจากภัยพิบัติทางด้านจิตใจ ชาวยิวมีคุณลักษณะเฉพาะว่า พวกเขาต้องการเครื่องหมายจากผู้นำข่าวของพระเป็นเจ้า เพื่อยืนยันว่าพวกเขาเป็นผู้นำข่าวที่แท้จริง ตามที่พวกเขาอ้าง
เมื่อบรรดาผู้นำทางศาสนา ได้เร่งรัดให้พระเยซูเจ้าแสดงข้อพิสูจน์ เพื่อยืนยันว่าพระวาจาที่พระองค์ได้ตรัสนั้น เป็นเครื่องหมายของพระเป็นเจ้า และพวกเขาไม่ต้องการหลักฐานอื่นใดจากสวรรค์ เมื่อชาวนินะเวห์ได้ยอมรับการตักเตือนของพระเป็นเจ้า และโยนาห์ได้พูดกับพวกเขา ซึ่งยินดีกลับใจ และเมื่อพระราชินีแห่งเชบาก็ยอมรับปรีชาญาณของพระเป็นเจ้า ในตัวกษัตริย์โซโลมอน โยนาห์คือเครื่องหมาย และข่าวสารของท่าน คือ ข่าวสารแห่งพระเมตตาของพระเป็ตเจ้า ต่อชาวนินะเวห์ เป็นสิ่งที่น่าเสียดาย ที่บรรดาผู้นำทางศาสนา ไม่ยินดีรับเครื่องหมาย ที่เขามองเห็นด้วยตา พวกเขาได้ปฏิเสธข่าวสารของยอห์น บัปติสต์ และบัดนี้ พวกเขาปฏิเสธพระเยซูเจ้า ในฐานะเป็นพระเมสสิยาห์ และไม่รับข่าวสารของพระองค์ ซีเมออนได้เคยทำนายว่า การบังเกิดของพระองค์ จะทำให้คนจำนวนมากในอิสราเอลพินาศลง และคนจำนวนมากจะได้รับความรอด พระองค์จะเป็นเครื่องหมายของความขัดแย้ง เพื่อว่าความคิดของคนจำนวนมากจะถูกเปิดเผย (ลก 2:34-35) พระเยซูเจ้าได้ยืนยันพระวาจาของพระองค์ ผ่านทางอัศจรรย์จำนวนมากมาย เพื่อเตรียมจิตใจ ให้รับเครื่องหมายที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ การกลับคืนพระชนม์ชีพของพระองค์ในวันที่สาม
“ข้าแต่พระเยซูเจ้า โปรดเปลี่ยนหัวใจของลูก และโปรดให้ลูกเต็มไปด้วยปรีชาญาณ เพื่อให้ลูกรักเส้นทางของพระองค์ โปรดประทานพละกำลังและความกล้าหาญ ที่จะต่อสุ้กับการผจญ และความดื้อรั้น เพื่อให้ลูกปรารถนา ที่จะทำสิ่งที่พอพระทัยพระองค์”

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view