สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันเสาร์ที่ 16 มีนาคม 2019 สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลมหาพรต

วันเสาร์ที่ 16 มีนาคม 2019 สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลมหาพรต

💦โดยพระองค์
เราจึงมีชีวิตได้และมีชีวิตอยู่...
และ "โดยพระองค์"
เราจึงได้รับ "ชีวิตนิรันดร"

📚บทอ่านประจำวันเสาร์ที่ 16 มีนาคม 2019
สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลมหาพรต
https://www.youtube.com/watch?v=wJcz6mKkF2I

🌷 พระสัญญา
http://youtu.be/tv0XbUqKtkk

🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄

วันเสาร์ที่ 16 มีนาคม 2019
สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลมหาพรต
อ่าน :
ฉธบ 26:16-19
มธ 5:43-48

เพื่อจะได้ชื่อว่าเป็น “ลูกพระ” ที่เป็น
คนดีอย่างสมบูรณ์นั้น พระเยซูเจ้าบอกว่า..
ให้รักศัตรู ภาวนาให้ผู้ที่มาเบียดเบียน

โมเสสย้ำกับอิสราเอล เพื่อจะได้ชื่อว่าเป็นประชากรศักดิ์สิทธิ์
จำเป็นต้องดำเนินชีวิตตามหนทางของพระเจ้า
ปฎิบัติตามบทบัญญัติ ข้อกำหนด กฎเกณฑ์
เชื่อฟังเสียงของพระเจ้าอย่างเคร่งครัด สุดจิตสุดใจ

หมายเหตุ...
มาตรฐานความรัก ตามแบบของพระเจ้า
อยู่เหนือเหตุผล ความเข้าใจ ในสติปัญญา
ตามประสามนุษย์

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”
วันเสาร์ที่ 16 มีนาคม 2019
สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลมหาพรต

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ท่านจงเป็นคนดีอย่างสมบูรณ์ ดังที่ พระบิดาเจ้าสรรค์ของท่านทรงความดีอย่างสมบูรณ์เถิด...” (มธ 5:43-48)

เพราะฉันเป็นลูกพ่อ
ฉันจะไม่ดีเหมือนพ่อ คงเป็นไปไม่ได้

อับบา พ่อครับ
ขอให้ความเป็นพ่อในชีวิตของลูก
ได้ฉายแสงไปสู่โลกเถิด
แม้เพียงบางมุมเล็ก ก็ยังดี
ลูกขอเป็นสิ่งนั้น...

________________

เมื่อวันจันทร์ พระวาจาของพระเจ้าเชื้อเชิญให้เราเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ เพราะพระเจ้าของเราทรงเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ และตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เราพบคำสอนของพระเยซูเจ้าที่เป็นมาตรฐานของการเป็นคริสตชน เป็นศิษย์ของพระองค์ เป็นลูกของพระบิดา เป็นมาตรฐานที่สูงกว่ามาตรฐานของโลก จนเราเกิดคำถามกันว่า มันหนักเกินไปหรือเปล่าท่ามกลางโลกวันนี้ ที่ฉันจะยึดเอามาตรฐานนี้เป็นวิถีชีวิตของฉัน แต่เพราะเราไม่มีทางเลือก เพราะเราได้รับการเรียกมาเพื่อการนี้ คือเป็นลูกของพระเจ้า คือเป็นคนศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งวันนี้ พระวรสารวันเสาร์สัปดาห์แรกของเทศกาลมหาพรตเน้นหนักแน่นให้เราตระหนักถึงสิ่งนี้จริง... “ท่านจงเป็นคนดีอย่างสมบูรณ์ ดังที่ พระบิดาเจ้าสรรค์ของท่านทรงความดีอย่างสมบูรณ์เถิด...” เพราะเราเป็นลูกของพระบิดา ทำไมหัวใจของเรา จะไม่ละม้ายคล้ายคลึงกับพระองค์ ชีวิตของเราจะไม่รักษาไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ที่ทรงประทานให้เรากระนั้นหรือ... และสิ่งที่สำคัญหากเราฟังพระวาจาของพระเจ้า หากเราฟังพระสุรเสียงของพระองค์จริงๆ แล้ว เราจะพบว่า ความศักดิ์สิทธิ์ และความรอดพ้นของเรานั้น แท้จริงแล้ว หากเป็นสิ่งที่เป็นพระประสงค์ของพระเจ้า ดวงใจเราย่อมแสวงหาความรอดพ้น ไม่ใช่เพื่อตนเองเท่านั้น แต่เพื่อนำความรอดพ้นนี้ไปสู่ทุกๆ คน ดังนั้น เป็นคริสตัง “ช่างหัวมัน” ไม่ได้เด็ดขาด แต่ความเป็นลูกพระบิดาเจ้านี้ เราต้องมีความรู้สึกเป็นห่วงเป็นใยในความรอดพ้นของเพื่อนพี่น้องด้วย

วันนี้ สัปดาห์นี้ เราฟังพระวาจาของพระเจ้ามาโดยตลอด ที่นำให้เราฟื้นฟูความศักดิ์สิทธิ์ในชีวิตคริสตชนของเรานี้ ผมเอง คงต้องกลับบ้านบ้างแล้วล่ะ กลับเข้ามาอีกครั้งที่หมู่คณะนักบวชของตนเอง พี่น้องในหมู่คณะของฉันเป็นอย่างไร และฉันจะเจริญชีวิตอย่างไร เพื่อเป็นกำลังใจแก่กันและกันในตลอดรอดฝั่ง จวบจนเราบรรลุถึงบ้านแท้นิรันดรของเรา... จากนั้น พี่น้องครับ เราแต่ละคน เราคงต้องหันกลับไปมองชุมชนคริสตชนของเราดีๆ อีกสักครั้งในเทศกาลแห่งการกลับใจนี้ ครอบครัวของเราเป็นอย่างไร ชุมชนคริสตชนในเขตวัดของเราเป็นอย่างไร เพื่อนบ้านของเราเป็นอย่างไร...

สัปดาห์ก่อน ผมได้ยินเรื่องการโจรกรรมหลายๆ ครั้งที่เกิดขึ้นในวัดคาทอลิกหลายๆ วัด รวมทั้งวัดของผมเองด้วย ผมได้เห็นสังคมที่ดูเหมือนว่าเราเชื่อใจอะไรกันไม่ได้ สมาชิกขององค์กรต่างๆ ที่แทบไว้ใจอะไรกันไม่ได้ การฉ้อโกง ความไม่สัตย์ซื่อ การเอารัดเอาเปรียบ... มันทำให้ผมนั่งลงไตร่ตรองจริงๆ ว่า มันมีอะไรเกิดขึ้นกับโลกเรา... ผมเคยเห็นภาพสังคมไทย ที่มีตุ่มน้ำเย็นเล็กๆ อยู่หน้าบ้าน มีน้ำที่หยดอุทัยทิพย์ หรือมีดอกมะลิลอยอยู่ เป็นความชุ่มฉ่ำใจของผู้เดินทาง แต่เดี๋ยวนี้ สิ่งเหล่านี้หายไปไหนแล้ว ตั้งไว้หน้าบ้านไม่ได้แล้ว หากไม่มีใครยกไป ก็อาจจะมีอันตรพาลมาทำให้แตกเสียหาย... โอ้ โลกเรา สังคมของเราเปลี่ยนไปเยอะนะครับ... นั่งคิด คิด คิด รำพึง มันจึง
ทำให้ผมถามตนเองว่า “ความรักคงยังไม่พอกระมังสำหรับโลกเราวันนี้” ... เมื่อมาสู่สัปดาห์นี้ พระวาจาของพระเจ้ายิ่งทำให้ผมไตร่ตรองหนักไปกว่านั้นอีก ทำไมความรักวันนี้จึงยังไม่พอ... หากทุกคนได้รับความรักที่มากพอ เราจะเป็นเช่นนี้ไหม จะมีใครจำเป็นต้องขโมยอะไรใครไหม... จะมีความจำเป็นอะไรที่จะเจริญชีวิตแบบเอารัดเอาเปรียบกันแบบนี้ไหม... ผมนั่งคิด นั่งไตร่ตรอง รำพึงในวันเหล่านี้... เราจะทำอย่างไร เพื่อลดความร้อนแรงของโลกเราวันนี้ให้เย็นตัวลงบ้างล่ะครับ

เช้าตรู่บนรถโดยสารที่กำลังเดิน ผมคงไม่มีอะไรแบ่งปันมากมาย นอกจากร็สึกว่า พระวาจาของพระเจ้าเช้านี้ เป็นบทสรุปสัปดาห์ที่หนึ่งของเทศกาลมหาพรตอย่างงดงาม คือพระวาจาที่ตอกย้ำ... “ท่านจงเป็นคนดีอย่างสมบูรณ์ ดังที่ พระบิดาเจ้าสรรค์ของท่านทรงความดีอย่างสมบูรณ์เถิด...” คือบทสรุปการไตร่ตรองพระวาจาของลูกของพระเจ้าในสัปดาห์นี้ได้ดีจริงๆ และนี่คือ... เราไม่มีทางเลือกครับ เพราะเราเป็นลูกของพระเจ้า เราต้องดีกว่าคนอื่นๆ ครับ เราต้องพยายามที่จะเป็นคนดีอย่างสมบูรณ์ให้ได้ สุดกำลังความสามารถ เราต้องทำครับ เพราะเราเป็นลูกพ่อซึ่งเป็นความดีอย่างสมบูรณ์..

ข้าแต่พระเจ้า ขอพระองค์โปรดประทานหัวใจของพระองค์ในชีวิตของลูก เพื่อลูกจะมีใจที่จะคิดถึงผู้อื่น รักและแบ่งปัน เมตตาและห่วงใยกันและกัน เพื่อให้ครอบครัวของลูก ชุมชนคริสตชนของลูก และสังคมของลูกเปี่ยมด้วยสันติสุขในพระองค์

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันเสาร์ที่ 16 มีนาคม 19 สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลมหาพรต
บทอ่าน ฉธบ 26:16-19 / มธ 5:43-48
ประชากรอิสราเอลรู้ว่า ศัตรูของพวกเขา คือ ศัตรูของพระเป็นเจ้าด้วย (สดด 139:21) แต่พระเป็นเจ้ามิได้สั่งให้พวกเขาเกลียดศัตรูของพวกเขาแต่อย่างใด (ลนต 19:17-18) และยังไม่อนุญาตให้ปฏิบัติตัวเป็นอริกับคนแปลกหน้า นั่นคือ บรรดาผู้ที่อาศัยในดินแดน แต่ไม่ได้เป็นสมาชิกของชนชาติ หรือศาสนาของชาวยิว ประชากรอิสราเอลต้องเรียนรู้ว่า ครั้งหนึ่ง พวกเขาเคยเป็นคนต่างชาติในดินแดนของประเทศอียิปต์ แต่พระเยซูเจ้าได้ทรงสอนพระบัญญัติที่มากกว่านั้น โดยได้ตรัสว่าพวกเขาต้องรัก ไม่ใช่คนที่รักเขาเท่านั้น เพราะคนไม่มีความเชื่อได้ทำสิ่งนี้ดีกว่าพวกเขาเสียอีก บรรดาสานุศิษย์ของพระองค์ ต้องเลียนแบบพระเจ้าองค์ความรัก ซึ่งประทานดวงอาทิตย์และฝน ให้แก่คนชอบธรรม เช่นเดียวกับคนอธรรม บรรดาคริสตชนจะต้องไม่แสวงหาการแก้แค้น ต่อคนที่สบประมาท แม้เขาจะทำตัวเป็นศัตรูอย่างร้ายกาจก็ตาม เขาต้องพยายามรักบรรดาผู้ที่เบียดเบียนเขา (มธ 5:11) พระเยซูเจ้าได้ทรงให้ตัวอย่างที่ดีที่สุด ในเรื่องการรักศัตรู เมื่อพระองค์ได้ทรงสวดภาวนาให้พระบิดาเจ้าสวรรค์ ยกโทษให้แก่บรรดาผู้ที่ประหารชีวิตพระองค์ (ลก 23:34)...ในฐานะเป็นบุคคลธรรมดาหรือเป็นประชากรของประเทศ เราได้สวดภาวนาและให้อภัยแก่ศัตรูของเราหรือไม่?...ข้าแต่พระเยซูเจ้า โปรดช่วยลูกให้อภัยโทษแก่บรรดาผู้ที่ทำร้ายเรา และพร้อมจะสวดภาวนาเพื่อความดีของพวกเขาหรือไม่?
ไม่มีนักกฎหมายคนใด สามารถเรียกร้องให้คนอื่นปฏิบัติตามกฎหมายด้วยความชื่นชมยินดี ทั้งภายนอกและภายในจิตใจ มีแต่พระเยซูเจ้า ที่เรียกร้องให้บรรดาผู้ติดตามพระองค์รักษากฏหมายด้วยจิตใจที่ยินดี พระองค์พระองค์ คือ เจ้าของหัวใจของมนุษย์ทุกคน จิตใจที่ยอมรับ คือ พลังที่จะทำให้เกิดความคิด อุดมคติ และแนวทางปฏิบัติ การยอมรับแต่ภายนอก เป็นเพียงการเสแสร้ง เป็นเพียงหุ่นยนต์ ไม่มีชีวิตชีวิตชีวา ทำให้ศาสนาเสื่อมลง ชีวิตฝ่ายจิตหายไป ความศรัทธาไม่มี การปฏิบัติศาสนามีแต่ความว่างเปล่า จนทำให้หลายคนปฏิเสธความเชื่อ เมื่อต้องเผชิญกับการถูกเบียดเบียน.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

เชิญฟังเสียงคพ.พงศ์เทพ ประมวลพร้อม อธิบายพระคัมภีร์มิสซาวันอาทิตย์นี้ค่ะ

https://youtu.be/zNDWgpsq6c4

view