สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอาทิตย์ที่ 17 มีนาคม 2019 สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลมหาพรต

วันอาทิตย์ที่ 17 มีนาคม 2019 สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลมหาพรต

🍎จงจดจ่อในพระวาจา
นิ่งสงบในการอธิษฐาน...
รอคอยและวางใจ
ในการทรงนำของพระองค์

📚บทอ่านประจำวันอาทิตย์ที่ 17 มีนาคม 2019
สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลมหาพรต
https://www.youtube.com/watch?v=PwG6i5oJOro

🌷We Thank Thee 🌷
https://youtu.be/8_HfL1QuA5I

🍁🍁🍁🍁🍁🍁🍁🍁

วันอาทิตย์ที่ 17 มีนาคม 2019
สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลมหาพรต
อ่าน :
ปฐก 15:5-12,17-18
ฟป 3:17-4:1
ลก 9:28-36

พระเยซูเจ้าทำให้ศิษย์เห็นว่า
การเข้าหาพระเจ้าด้วยการภาวนา
พระองค์จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขา
ให้ละม้ายคล้ายกับพระองค์
ชีวิตที่ขาดการภาวนา ร่วมกับ พระเยซูเจ้า
ทำให้ดวงตาของบรรดาศิษย์ ยึดติดกับ
สิ่งที่มองเห็นภายนอก ไม่สามารถคิด
“เหมือนกับพระเยซูเจ้าได้”

ความเชื่อ เป็นสิ่งสำคัญสำหรับ การภาวนา
พระเจ้าทรงถือว่า การที่อับราม
“เชื่อ”...ฟัง...พระเจ้านั้น
เป็นความชอบธรรมสำหรับท่าน

นักบุญเปาโลเชื้อเชิญ
ผู้ที่ยังมีใจยึดติดกับชีวิต ทรัพย์สมบัติบนโลกนี้
ให้มองไปยังพระเยซูเจ้า แล้วเลียนแบบ
พระองค์ทรงสามารถเปลี่ยนแปลง ชีวิต จิตใจ ผู้นั้น

หมายเหตุ..
นักบุญเยโรม ได้กล่าวว่า..
เมื่อใดที่ภาวนา เมื่อนั้นเราได้สนทนากับพระเจ้า
เมื่อใดที่อ่านพระวาจา เมื่อนั้นเราฟังพระเจ้าตรัส
(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”
วันอาทิตย์ที่ 17 มีนาคม 2019
สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลมหาพรต

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“พระอาจารย์เจ้าข้า ที่นี่สบายน่าอยู่จริงๆ...” (ลก 9:28ข-36)

พระเจ้าไม่ได้ประทานความทุกข์ยากแก่บุตรของพระองค์
มากมายจนเกินกว่ากำลังจะรับไหว
ในความทุกข์ยากมากมายนั้น
พระองค์มักมีช่วงเวลาพิเศษสำหรับลูกของพระองค์ด้วย
คือช่วงเวลาที่ “ช่างมีความสุขจริง”
และนั่นคือช่วงเวลาที่พระเจ้าประทับอยู่กับลูกของพระองค์

ที่ที่มีความสุขจริงๆ
คือที่ที่พระเจ้าทรงประทับอยู่

วันนี้ พระองค์ทรงเป็นพละกำลัง
และความชื่นชมยินดีของฉันบ้างหรือไม่
หรือฉันกำลังรู้สึกผิดหวังอยู่กับความทุกข์ยากมากมาย
ฉันมัวแต่รู้สึกหมดแรง หมดพลัง สิ้นหวัง ท้อแท้และท้อถอย
จนลืมสนใจพระเจ้าผู้ทรงประทับอยู่เคียงข้างฉัน
ไม่ว่าชีวิตของฉันจะเป็นเช่นใด
พระองค์ทรงอยู่ตรงนี้เสมอ...

________________

ตลอดเทศกาลมหาพรต เพียงในสัปดาห์ที่หนึ่งที่ผ่านไป เช้านี้เราอยู่ในวันอาทิตย์สัปดาห์ที่สองของเทศกาลมหาพรตแล้ว... แม้ว่าการแบ่งปันการไตร่ตรองพระวาจาของพระเจ้าตลอดสัปดาห์ที่หนึ่งที่ผ่านไปนั้น พี่น้องบางคนจะบอกผมว่า “มันหนักเหลือเกิน เป็นคริสตังอ่ะ...ฉันจะไหวไหมหนอ” พระองค์ทรงเรียกร้องสิ่งที่เป็นภาระหนักมากจริงๆ และมันคือมาตรฐานที่สูงกว่ามาตรฐานของคนอื่นๆ เขามากเลยอ่ะ... แต่พี่น้องครับ นี่คือบรรยากาศในใจของพี่น้องและในหัวใจของผมด้วยเช่นเดียวกัน เพราะการเป็นคริสตชนนั้น ชีวิตนั้นเรียกร้องความกล้าหาญที่จะร่วมทางกับพระเยซูเจ้าจริงๆ

ผมเป็นพ่อเจ้าวัดที่ประจวบสี่ปีกว่าแล้ว มันคือช่วงเวลาที่บางครั้งผมก็ท้อแท้ ท้อถอยบ้างก็มีครับ ทำไมมีแต่คนเสียชีวิตเสมอๆ มีแต่คนจากไป ผมโปรดศีลล้างบาปเด็กแค่สองคน มีการแต่งงานเฉลี่ยปีละคู่ แต่หากมองดูดีๆ นั่นคือชีวิตที่พระเจ้าทรงประทานพระพรเพื่อทำให้ผมมีกำลังใจขึ้นบ้าง แม้หลายครั้งจะรู้สึกท้อแท้บ้างก็ตาม... แต่พระองค์ก็ทราบดีถึงขีดจำกับของเรามนุษย์ หากชีวิตมีแต่เรื่องแบบนี้ เราจะเอากำลังใจที่ไหนไปก้าวเดินต่อไป... ใช่ครับ พระเจ้าไม่เคยอนุญาตให้เราประสบความยากลำบากจนเกินกำลัง แต่พระพรของพระองค์ดูจะหลั่งไหลมาไม่ขาดสายด้วยเช่นเดียวกัน แม้หลายครั้งเราอาจจะมองว่า น้อยไปหน่อยหรือเปล่า...แต่น้อยไปจริงๆ หรือ

พระวรสารวันนี้ แม้ว่าสิ่งที่เป็นหัวใจของพระวาจาของพระเจ้า คือ “การฟัง” คือการฟังสิ่งที่พระเจ้าได้ตรัส สิ่งที่เป็นพระสัญญาของพระองค์ เป็นกำลังใจที่วางอยู่เบื้องหน้า แม้ว่าหนทางจะไม่สบายและง่ายนัก แต่มีกำลังใจ มีความหวังที่วางอยู่เบื้องหน้าเสมอ...แต่การ “ฟัง” นั้น ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายจริงๆ และยิ่งหากจะเป็นการ “เชื่อฟัง” ก็ยิ่งยากไปกว่า... บรรยากาศในหัวใจของบรรดาศิษย์ของพระเยซูเจ้าที่เดินตามพระองค์นั้น ก็เป็นบรรยากาศที่คงไม่ต่างอะไรจากบรรยากาศในหัวใจของเรามากนัก เมื่อพระองค์กำลังตรัสเรื่องการรับทุกข์ทรมานของพระองค์ อันเป็นเรื่องที่พวกเขาจะต้องเดินมาพร้อมกับพระองค์และเผชิญกับสิ่งเหล่านั้น พวกเขาเริ่มลังเล และไม่เข้าใจสิ่งที่พระองค์ตรัส อีกความรู้สึกก็เริ่มคัดค้านพระองค์ และไม่พร้อมที่จะน้อมรับสิ่งต่างๆ ที่เป็นเรื่องความทุกข์ยาก แต่อยากจะรับแต่สิ่งที่เป็นความสุข ความยินดี และสิริมงคลเท่านั้น

วันนี้ หลังจากที่เราฟังพระวาจาของพระเจ้ามาหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ แล้ว เราอาจจะพบสิ่งที่ดูเหมือนว่าเป็นภาระหนัก และอาจจะดูเกินกำลังของเราไปบ้าง ความรักต่อพระเจ้าและความรักต่อเพื่อนพี่น้อง ที่ดูว่าจะเป็นมาตรฐานที่สูงเกินไปสำหรับเราคริสตชนหรือเปล่า เมื่อเทียบกับสิ่งที่คนอื่นๆ เขาไม่เห็นจะต้องจริงจังอะไรขนาดนั้นเลย มันเหนื่อยอ่ะ...

แต่วันนี้ พระองค์ทรงพาพวกเราบางคน ทรงพาบรรดาศิษย์บางคนขึ้นไปบนภูเขาแห่งการประจักษ์พระวรกาย การจำแลงพระกายอันรุ่งโรจน์ของพระองค์ สิ่งที่บรรดาศิษย์ทั้งสามคนได้เห็นนั้น ทำให้นักบุญเปโตรทูลพระเยซูเจ้าแบบไม่รู้ตัว เหมือนอยู่ในภวังค์ของความสุขเหลือเกิน. มันคือความสุขที่ไม่อยากจากไปไหนแล้ว... “พระอาจารย์เจ้าข้า ที่นี่สบายน่าอยู่จริงๆ เราจงสร้างเพลิงขึ้นสามหลังเถิด หลังหนึ่งสำหรับพระองค์ หลังหนึ่งสำหรับโมเสส และอีกหลังหนึ่งสำหรับเอลียาห์” พระวรสารบันทึกว่า เขาพูดโดยไม่รู้ตัว และนั่นคือบรรยากาศแห่งความสุขที่สุดที่พวกเขามี และไม่อยากจะจากไปไหนแล้วจริงๆ คือปักหลักครับ อยู่กันที่นี่เลย ที่ที่มีความสุข ที่ที่สบายน่าอยู่จริงๆ

พี่น้องที่รักครับ นี่คือบรรยากาศในชีวิตคริสตชนของเราด้วยใช่หรือไม่ ท่ามกลางความรู้สึกยากลำบาก จนบางครั้งแทบจะไม่ไหวแล้ว และคำถามมากมายได้เกิดขึ้นในหัวของเรา “มันจะไปรอดไหมอ่ะ อย่างนี้จะไหวเหรอ...” ผมเพิ่งกลับมาจากสามพรานเมื่อวานนี้ ถึงประจวบดึกมากหน่อย และได้รีบทำความสะอาดวัดให้เสร็จก่อนเลย เพื่อให้สัตบุรุษได้ร่วมมิสซาวันอาทิตย์อย่างดี พลังเหล่านี้มาจากไหน ทั้งที่บ่ายนี้อาจจะต้องออกไปเยี่ยมอภิบาลสัตบุรุษอีกหลายคนที่มาวัดไม่ได้ ที่เจ็บป่วย ที่อาวุโสมากๆ พักอยู่ที่บ้าน และดูเหมือนว่าจะเป็นการเยี่ยมครั้งท้ายๆ ในช่วงเวลาท้ายๆ นี้ของการเป็นผู้อภิบาล เพราะหลังจากปาสกา ผมก็ต้องจากที่นี่ไปแล้ว... ใช่ครับ พลังนั้นมาจากไหน แต่นี่คือประสบการณ์ของผม ที่ผมพยายามจุ่มตัวลงในชีวิตของสัตบุรุษเสมอ ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาเสมอ... วานนี้ พระเจ้าก็ทรงเติมพละกำลังให้ผม ในการร่วมการฟื้นฟูจิตใจกับสัตบุรุษ ได้มีเวลากับพระเยซูเจ้า ณ ที่ที่มีความสุขจริงๆ ผมมีกำลังใจมากที่ได้รับการเติมเต็มมา จากการภาวนา การเฝ้าศีลมหาสนิท และจากบูชาขอบพระคุณ กำลังใจจากพี่น้องสัตบุรุษที่มอบให้ การได้พบกัน การได้อยู่ด้วยกันในช่วงเวลาสั้นๆ แต่มันกลับกลายเป็นที่ที่มีความสุขจริงๆ จนไม่อยากจะจากไปไหนแล้วล่ะ...

แต่จากภูเขาลูกนี้ ภูเขาแห่งการประจักษ์พระวรกาย พระเยซูเจ้ากำลังพาบรรดาศิษย์กลับลงมาสู่เพื่อนพี่น้อง ศิษย์อีกเก้าคน คือพันธกิจที่พวกเขาต้องเจริญชีวิตอยู่ท่ามกลางทุกคน และเป็นกำลังใจให้แก่กัน... ผมต้องกลับมา เพื่อเจริญชีวิตอยู่กับสัตบุรุษ ลูกๆ ของผม เพื่อเป็นกำลังใจแก่กันและกัน ผมจะมีความสุขที่นั่นแบบไม่อยากจะจากไปไหน มันคงเป็นไปไม่ได้...

พี่น้องที่รักครับ... แท้จริงแล้ว หากเราไตร่ตรองดีๆ ความสุขที่แท้จริงของเราคริสตชนคืออะไร ที่ที่มีความสุขที่สุดของเราคริสตชนคืออะไร... นั่นคงไม่ใช่ที่ไหนหรอก นั่นคือที่ที่เรามีพระเยซูเจ้าประทับอยู่เท่านั้น มิใช่หรือ... และนั่นคือที่ที่มีความสุขที่สุดจริงๆ เมื่อลืมตาขึ้นจากภวังค์ พระวรสารบันทึกว่า พวกเขาไม่พบว่ามีผู้ใดอยู่กับเขา นอกจากพระเยซูเจ้าเท่านั้นเอง

พี่น้องที่รักครับ ชีวิตที่หลากหลายบรรยากาศ ที่ใดที่เป็นที่ที่เรามีความสุขจริงๆ ใช่ไหม ... ที่นั่นคือที่ที่พระเยซูเจ้าประทับอยู่ คือที่นั่นเท่านั้นเอง... นะครับ ขอให้พระวาจาของพระเจ้าวันนี้ บทอ่านที่หนึ่ง ชีวิตของอับราฮัม ที่มีพระสัญญาของพระเจ้าอยู่เบื้องหน้า (บทอ่านที่หนึ่ง) ชีวิตแบบนักบุญเปาโล (บทอ่านที่สอง) คือชีวิตที่ร่วมชิดสนิทสัมพันธ์กับไม้กางเขนของพระคริสตเจ้า กางเขนที่นำไปสู่สิริมงคล และเราจะมีพลังมากพอในการเป็นคริสตชน เพื่อก้าวเดินไปข้างหน้าพร้อมกับพระเยซูเจ้า ท่ามกลางเพื่อนพี่น้อง... เพราะความสุขของเราไม่ใช่เพียงการอยู่กับพระเยซูเจ้าเท่านั้น แต่แท้จริงแล้ว คือชีวิตของเราทุกคนที่ร่วมกันเป็นครอบครัวของพระเจ้า โดยมีพระเยซูเจ้าประทับอยู่ท่ามกลางเราต่างหาก...

ข้าแต่พระเยซูเจ้า ที่ที่สบายน่าอยู่จริงๆ คือที่ที่พระองค์ทรงประทับอยู่... ณ ที่ที่ลูกอยู่กับพระองค์ ลูกไม่มีสิทธิ์ที่จะครอบครองพระองค์แต่เพียงผู้เดียว แต่เป็นที่ที่ลูกต้องเจริญชีวิตอยู่กับเพื่อนพี่น้อง โดยมีพระองค์ประทับอยู่กับพวกลูกต่างหาก และดังนั้น ก็ไม่มีอะไรที่เกินกำลัง ไม่มีอะไรที่เกินความคาดหวัง ไม่มีอะไรที่ทำให้ลูกหมดกำลังใจในการเป็นศิษย์ของพระองค์อีก... ข้าแต่พระเจ้า ลูกขอบคุณพระองค์

สุขสันต์วันพระเจ้าครับ

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)


วันอาทิตย์ที่ 17 มีนาคม 19 สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลมหาพรต
บทอ่าน ปฐก 15:5-12,17-18 / ฟป 3:17-4:1/ ลก 9:28ข-36
พระเยซูเจ้าได้เสด็จขี้นบนภูเขา พร้อมกับสานุศิษย์ที่สนิทสามองค์ เพื่อสวดภาวนา ภูเขาคือสถานที่พระเยซูเจ้าเสด็จขึ้นไปสวดภาวนาเป็นประจำ (ลก 6:12; 22:39-41) บนภูเขาซีนัย พระเป็นเจ้าทรงเผยแสดงพระองค์ให้โมเสส ในฐานะเป็นผู้ประทานพระบัญญัติ (อพย 19:3) และประกาศกอิสยาห์ได้ขึ้นไปบนภูเขาโฮเร็บ (อีกชื่อหนึ่งของภูเขาซีนัย 1พกษ 19:8) พระพักตร์ของพระเยซูเจ้าได้เปลี่ยนไป เช่นเดียวกับใบหน้าของโมเสส เมื่อพบกับพระเป็นเจ้า (อพย 34:29) โมเสสและเอลียาห์ได้ปรากฏตัวพร้อมกับพระเยซูเจ้า และได้สนทนากับพระองค์ถึงการสิ้นพระชนม์ ที่จะช่วยประชากรให้พ้นจากอำนาจของบาป เปโตรได้แสดงความปรารถนา ที่จะสร้างพลับพลาบนภูเขา แสดงให้เห็นถึงการเดินทางของประชากรของพระเป็นเจ้า ที่มุ่งสู่ดินแดนแห่งพันธสัญญา ขณะที่ประชากรพักอยู่ในกระท่อมที่ทำด้วยใบไม้ วัน “ฉลองการอยู่เพิง” เตือนให้ระลึกถึงเหตุการณ์ดังกล่าว ในตอนสุดท้ายของหนังสืออพยพ ได้มีการบรรยายเกี่ยวกับเหตุการณ์ด้วยถ้อยคำดังต่อไปนี้ “ในขณะนั้นมีเมฆปกคลุมเต็นท์นัดพบไว้ และพระสิริของพระเจ้าก็ปรากฏเต็มพลับพลานั้น” (อพย 40:34) พระองค์เยซูเจ้า คือ พลับพลาที่ประทับของพระเป็นเจ้า และพระสิริของพระเป็นเจ้าได้แสดงในเห็นในก้อนเมฆ ที่ได้ปกคลุมพระองค์
วันนี้ เป็นวันฉลองนักบุญแพตทริกในประเทศสหรัฐอเมริกา ขอให้ชาวเราระลึกถึงข้อความที่เขียนไว้บนเกราะหุ้มหน้าอกของท่านว่า “วันนี้ พระเยซูเจ้าคือโล่ป้องกันข้าพเจ้า:พระคริสตเจ้าทรงอยู่กับข้าพเจ้า พระคริสตเจ้าทรงอยู่หน้าข้าพเจ้า พระคริสตเจ้าทรงอยู่หลังข้าพเจ้า พระคริสตเจ้าทรงอยู่ในข้าพเจ้า พระคริสตเจ้าทรงอยู่ใต้ข้าพเจ้า พระคริสตเจ้าทรงอยู่เหนือข้าพเจ้า พระองค์ทรงอยู่ข้างขวาของข้าพเจ้า พระคริสตเจ้าทรงอยู่ข้างซ้ายของข้าพเจ้า พระองค์ทรงประทับอยู่เมื่อข้าพเจ้านอนลง พระองค์ทรงประทับอยู่เมื่อข้าพเจ้าลุกขึ้น พระคริสตเจ้าทรงอยู่ในใจของทุกคน ที่ระลึกถึงข้าพเจ้า พระองค์ทรงอยู่ในดวงตาทุกดวงที่มองข้าพเจ้า พระองค์ทรงอยู่ในทุกหูที่ฟังข้าพเจ้า.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view