สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันจันทร์ที่ 18 มีนาคม 2019 สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลมหาพรต

วันจันทร์ที่ 18 มีนาคม 2019 สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลมหาพรต

❤ในวันที่ฉันรู้สึกอ่อนล้า...
ฉันบอกตัวเองว่า …
"พระเจ้าเป็นความรัก"♥

📚บทอ่านประจำวันจันทร์ที่ 18 มีนาคม 2019
สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลมหาพรต
https://www.youtube.com/watch?v=47z0XXv2xGY

🍉 Crying in the Chapel
https://youtu.be/00eUebsh68M

🎈🎈🎈🎈🎈🎈🎈🎈🎈

วันจันทร์ที่ 18 มีนาคม 2019
สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลมหาพรต
อ่าน :
ดนล 9:4ข - 10
ลก 6:36-38

ท่านตัดสินคนอื่นอย่างไร ก็จะถูกตัดสินอย่างนั้น
ดังนั้น พระเยซูเจ้าทรงสอนบรรดาศิษย์ว่า
อย่ากล่าวโทษ อย่าตัดสินคนอื่น
แต่จงให้อภัย แล้วพระเจ้าจะทรงปฎิบัติดังนี้
กับท่านด้วยเช่นเดียวกัน

ประกาศกดาเนียล ป่าวประกาศ
พระเจ้าทรงเป็นผู้เที่ยงธรรม เมตตา กรุณา
ให้อภัย ทรงรักษาสัญญาและความรักมั่นคง
ต่อผู้ที่รัก และปฎิบัติตามบทบัญญัติของพระองค์

หมายเหตุ..
อย่าไปตัดสิน คุณค่า
ความเป็นคน ด้วยสายตา
เพราะบางคนอาจแต่งแต้ม
ดูดีมีราคา แต่ไร้ค่าตัว

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”
วันจันทร์ที่ 18 มีนาคม 2019
สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลมหาพรต

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“จงเป็นผู้เมตตากรุณา ดังที่พระบิดาของท่านทรงพระเมตตากรุณาเถิด...” (มธ 5:43-48)

อย่าตัดสินเขา
อย่ากล่าวโทษเขา
จงให้แก่เขา

นี่คือผลของความเป็นผู้เมตตากรุณา
และนี่แหละคือลูกของพระบิดาเจ้าสวรรค์
นี่เท่านั้น ที่ทุกคนจะรู้ว่าพระเจ้าของเรา
ทรงเป็นผู้เมตตากรุณาเช่นใด...

________________

แล้วทุกคนจะรู้ว่า พระเจ้าของเราทรงเป็นผู้เมตตากรุณาเช่นใด เมื่อลูกของพระองค์ได้เป็นข่าวดีนี้สำหรับทุกคน ด้วยการมีชีวิตอยู่เพื่อเป็นและประกาศข่าวดีนี้ คือเป็นผู้ที่เมตตากรุณา และผลจากชีวิตที่เมตตากรุณานั้น คือการไม่ตัดสินใคร หรือสิ่งใด แต่จากการวางไว้ใจในพระเจ้า เป็นพื้นฐาน เราย่อมมีสายตาแห่งความเชื่อครับ ที่จะมองทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ด้วยความรักและวางใจในพระเจ้า เพราะพระองค์จะทรงบันดาลให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ที่รักพระองค์แน่นอน

เราคิดอย่างไรกับยูดาส กับบรรดาผู้ที่กระทำความผิดหนักๆ... ผมเอง ผมคิดว่า ผมไม่กล้าหรอกครับที่จะตัดสินเขา และสิ่งที่น่ารักที่สุดที่เราพบในชีวิตของพระศาสนจักรคือ พระศาสนจักรประกาศบางคนเป็นนักบุญอย่างเป็นทางการ แต่พระศาสนจักรไม่เคยประกาศว่าใครไปนรกเลย เพราะนั่นคือสิ่งที่เรามนุษย์ไม่อาจจะทำได้ นอกจากพระเจ้าเท่านั้น พระองค์เท่านั้นที่ล่วงรู้ทุกสิ่งที่ซ่อนเร้นในความเป็นมนุษย์ของเรา... พี่น้องที่รัก มากกว่ายูดาส เช้านี้ เมื่อพูดถึงการตัดสิน ผมอยากคิดถึงคนคนหนึ่ง ที่ผมไตร่ตรองถึงเขาครั้งใด ผมรู้สึกประทับใจ และไม่อาจจะบรรยายถึงความรักของพระเจ้าที่เกินคำอธิบาย และเกินกว่าความรู้จัก และความเข้าใจของมนุษย์ได้... เขาคือโจรที่ถูกตรึงพร้อมกับพระเยซูเจ้าครับ... “วันนี้เจ้าจะอยู่กับเราในสวรรค์” ในวันของพระเจ้า ในวันของพระองค์ เขาจะอยู่กับพระองค์ในสวรรค์... ประโยคนี้ น่าประทับใจจริงๆ เมื่อคนๆ หนึ่งกระทำผิดหนักจนถึงกับต้องถูกตัดสินประหารชีวิตแบบนั้น แต่เขากลับพบความรอดพ้นในนาทีสุดท้ายของชีวิต... ทำให้คิดถึงบทอ่านที่หนึ่งเมื่อวันศุกร์ที่แล้วจากหนังสือประกาศกเอเสเคียล (อสค 18:21-28) เมื่อพระเจ้าทรงพระเมตตาผู้กลับใจมาในความชอบธรรม แต่คนชอบธรรมที่หลงไปในความอธรรมกลับได้รับโทษ... และนี่แหละ สิ่งที่เป็นความยุติธรรมในองค์พระเจ้าของเรา... นี่แหละสิ่งผมเอง หรือพี่น้องด้วยหรือเปล่า... โห้ เราอาจรู้สึกอิจฉาโจรที่ข้างกางเขนของพระเยซูเจ้าจริงๆ นะครับ เพียงเวลาสั้นๆ ที่เขาได้รับพระเมตตาจากพระเจ้าก่อนที่จะสิ้นใจ แต่นั่นเป็นชัยชนะที่สุด เมื่อในนาทีสุดท้าย เขาได้รับพระสัญญาจากพระองค์ “วันนี้ เจ้าจะอยู่กับเราในสวรรค์” อยากได้ยินคำนี้นะครับ เราทุกคนอยากได้ยินคำนี้จริงๆ นี่คือสิ่งที่เหนือการตัดสินใดๆ ของมนุษย์ บัดนี้ คำตัดสินลงโทษของมนุษย์ไร้ค่าไปโดยสิ้นเชิง เมื่อพระมหากษัตริย์ได้ตรัสเช่นนี้กับเขา ใครเล่าจะกล้าตัดสินอะไรเขาอีก

นี่คือผลของความเป็นผู้มีเมตตากรุณาของพระเจ้า พระเมตตาที่ยิ่งใหญ่และไม่สูญสิ้นของพระองค์ ต่อผู้ที่ได้กลับใจมาหาพระองค์ ความอับอายเป็นของเรา แต่พระเมตตาเที่ยงธรรมเป็นของพระเจ้า (เทียบบทอ่านที่หนึ่งวันนี้ ดนล 9:4ข-10) พี่น้องที่รักครับ แล้วเราจะพูดหรือกล่าวอะไรอีก เมื่อพระเจ้าทรงรับพี่น้องของเราว่า เป็นลูกของพระองค์ด้วย เมื่อพระองค์ทรงแสดงพระเมตตาต่อพี่น้องของเราด้วย ใครจะไปทราบได้ว่า ในนาทีสุดท้าย ด้วยลมหายใจสุดท้าย พระเจ้าได้ตรัสอะไรกับเขา และหากพระวาจานั้น พระองค์ได้ตรัสกับอีกคนนั้น ไอ้เลวคนโน้น อีตัวแสบคนนั้น คนที่ฉันรู้สึกรักไม่ได้ เราจะว่าอย่างไร หากพระวาจานั้นคือ “วันนี้ เจ้าจะอยู่กับเราในสวรรค์” แล้วเราจะพูดอะไรอีกได้ล่ะ หากพระเมตตาของพระเจ้าเป็นเช่นนี้ เมื่อพระองค์ทรงประทานอภัยให้ทุกคนที่เข้าพึ่งพระเมตตาของพระองค์ แล้วเราจะพูดอะไรอีกเล่า...

มีคำแนะนำเกี่ยวกับการเทศน์ของพระสงฆ์ในงานศพว่า อย่าเทศน์เชิงยกย่อง หรือตำหนิผู้ล่วงลับ เพราะเราไม่รู้อะไรเลยจริงๆ เกี่ยวกับเขา หากเขาอยู่ในสวรรค์ สิ่งที่เราตำหนิเขา อาจจะทำให้เราตกในบาป... หากเขากำลังทุกข์ยาก สิ่งที่เราชื่นชมเขา อาจเป็นเรื่องขำขัน ดังนั้น เราจึงฝากเขาไว้ในพระเมตตาของพระเจ้า เราเพียงกล้ามั่นใจว่า เขาเป็นลูกของพระองค์ไม่น้อยกว่าเราก็แล้วกัน เพื่อเราจะไม่ดูถูกเขา และดูถูกพระเจ้าด้วย

หลายๆ ครั้ง การตัดสินของเรา อาจจะทำให้เราพลาดพลั้งไปจากความเป็นจริงของพระเจ้า เหมือนดังเรื่องราวในปฐมกาล เมื่ออาดัมก็โทษเอวา เอวาก็โทษงู และสุดท้าย แท้จริงแล้ว เขาทั้งสอง คือมนุษย์เจ้าปัญญา กลับกลายเป็นมนุษย์เจ้าปัญหา ที่ก็โทษพระเจ้า โยนความผิดให้พระองค์หมด... แล้วสิ่งสร้างประเสริฐสุดของพระองค์นี้เป็นใครกันหนอ ที่บังอาจไปตัดสินพระองค์

พี่น้องที่รักครับ วันนี้ เราคงไม่รู้สึกหนักต่อพระวาจาของพระเจ้าในวันนี้นะครับ วันจันทร์ที่แล้ว พระเจ้าเรียกร้องให้เราเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ เพราะพระองค์เป็นผู้ศักด์สิทธิ์ เมื่อวันเสาร์ พระวาจาของพระองค์เรียกร้องให้เราเข้าใจเหตุผลดังกล่าวว่า “เราต้องเป็นคนดีอย่างสมบูรณ์ ดังพระบิดาของเราทรงความดีอย่างสมบูรณ์” และวันนี้ พระองค์ให้เราเห็นหนทางของการเป็นดังนั้น นั่นคือ การไม่ตัดสินสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า ไม่กล่าวโทษอะไรใคร แต่ แต่ แต่... ในเวลาที่เราเป็นผู้เมตตากรุณาดังพระบิดาทรงเป็นผู้เมตตากรุณานั้น เราอาจจะเข้าใจว่า บางครั้ง ในช่วงเวลาที่ผ่านมาของชีวิต เราอาจจะไม่สามารถรู้จักใครบางคนได้อย่างดีเลย แต่ในเวลาที่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นกับเรา โดยเฉพาะในความเลวร้าย ในความทุกข์ยาก มันกลับเป็นเวลานั้น ที่เราจะสามารถรู้จักใครอีกหลายคนอย่างดี รวมทั้งรู้จักพระเจ้าดีขึ้นด้วย... เราจงขอบคุณพระเจ้า ที่ทรงเรียกและประทานพระพรให้เราเป็นลูกของพระองค์ ขอบคุณที่สุด ที่ให้เรามีใจกล้าหาญบนมาตรฐานที่สูงส่งนี้ นั่นคือการเป็นเหมือนพระองค์ ของเราอย่ารู้สึกเป็นภาระหนักอื้งบนชีวิตของเราเลย แต่นี่คือพระเมตตาของพระเจ้าต่อลูกของพระองค์

ข้าแต่พระเจ้า ขอพระเมตตาของพระองค์เป็นชีวิตของลูกจริงๆ ขอพระเมตตาของพระองค์คือลมหายใจ ชีวิตและจิตวิญญาณของลูก เพื่อลูกจะรักและเมตตาดังเช่นพระองค์ เพราะลูกเป็นลูกของพระองค์ และดังนี้ ลูกได้พบความยิ่งใหญ่แห่งพระสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์ เพราะลูกมีเพียงความอับอายที่เป็นของลูก แต่พระสิริรุ่งโรจน์เป็นของพระองค์ ขอให้ลูกปรารถนาความเมตตาของพระองค์เสมอ ด้วยชีวิตที่เปี่ยมเมตตาในตนเองเถิด...

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันจันทร์ที่ 18 มีนาคม 19 สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลมหาพรต
บทอ่าน ดนล 9:4ข-10 / ลก 6:36-38
ท่านเคยมีประสบการณ์พระเมตตาของพระเป็นเจ้าที่มีต่อท่าน ผ่านทางพระโลหิตของพระเยซูเจ้า ซึ่งได้หลั่งเพื่อท่าน และบาปของท่าน บนไม้กางเขนหรือไม่? พระเยซูเจ้าได้ทรงรับบาปของเราไว้กับพระองค์ และได้ตรึงมันไว้กับไม้กางเขน เพื่อว่าเราจะได้รับการอภัยโทษ มากกว่าการถูกตัดสินลงโทษ ได้รับอิสรภาพมากกว่าการตกเป็นทาสของบาป และได้รับการบำบัดรักษาบาดแผล ที่เกิดขึ้นจากบาป และความชั่วร้าย
พระบิดาเจ้าสวรรค์ไม่ทรงเหน็ดเหนื่อย ที่จะแสดงความรักของพระองค์ และพระเมตตาต่อบรรดา ผู้ที่แสวงหาพระองค์ พระคัมภีร์ได้อธิบายว่า พระเมตตาของพระองค์ไม่เคยหมดไป “ความรักของพระองค์ไม่เคยหมดไป พระเมตตาของพระองค์ไม่มีวันจบสิ้น” มีอะไรบ้างที่ขัดขวางเรา มิให้รับพระเมตตาและการให้อภัยบาปจากพระองค์? ความโกรธ ความขุ่นเคืองใจ ความไม่ยอมยกโทษให้ ล้วนแต่ทำให้เราไม่ได้รับอำนาจแห่งการบำบัดรักษา และพระเมตตา ที่มีอำนาจที่จะชำระล้างความผิด และการถูกลงโทษ ความกลัวและความโกรธ ความหยิ่งจองหอง และความขุ่นเคืองใจ พระเยซูเจ้าทรงเสนออิสรภาพให้แก่เรา เพื่อให้เราเดิน ในเส้นทางของความรัก และการให้อภัยของพระองค์ พระเมตตาและความดี
ในหนังสือของประกาศกดาเนียล เราได้เห็นตัวอย่างของท่าน บุรุษที่มีความเชื่อในพระเมตตา และเส้นทางที่ยุติธรรมของพระเป็นเจ้า ท่านได้สวดภาวนาประจำวัน ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อประชากรของท่าน และสำหรับบรรดาผู้ที่ได้เบียดเบียนท่าน ดาเนียลรู้สึกละอายใจต่อหน้าพระเป็นเจ้า เพราะว่าประชากรของท่านได้รับความทุกข์ในดินแดนเนรเทศ เนื่องจากพวกเขาได้ทำบาป และไม่ซื่อสัตย์ต่อพันธสัญญาของพระเป็นเจ้า ที่ได้ทรงกระทำกับพวกเขา (ดนล 9:4-10) ท่านไม่ได้นั่งตัดสินความผิดพลาดและบาปของประชากรของท่าน ตรงข้ามท่านได้วิงวอนขอพระเมตตา การอภัยบาป และการฟื้นฟูจากพระองค์ ความละอายใจของเราเอง จะกลายเป็นความยินดีและความหวัง ถ้าเราสารภาพบาปของเรา และขอการบำบัดและพระเมตตาจากพระองค์.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view