สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันพุธที่ 20 มีนาคม 2019 สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลมหาพรต

วันพุธที่ 20 มีนาคม 2019 สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลมหาพรต

🍇เพราะเรามีความเชื่อ .. เราจึงมีความหวัง
เพราะเรามีความหวัง .. เราจึงเดินไปในทางที่เราเชื่อ
จงอย่าสิ้นหวัง .. แม้ว่าดูเหมือนจะหมดหวัง

📚บทอ่านประจำวันพุธที่ 20 มีนาคม 2019
สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลมหาพรต
https://www.youtube.com/watch?v=UXg9sxezqe0

🌼 เราจะเปล่งเสียงโมทนา
http://youtu.be/zqBD24pwCmA

🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷

วันพุธที่ 20 มีนาคม 2019
สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลมหาพรต
อ่าน :
ยรม 18:18-20
มธ 20:17-28

พระเยซูเจ้าเน้นย้ำ โดยเฉพาะ กับผู้ที่พระองค์ทรงเลือก
และมอบอำนาจให้นั้น ...อำนาจที่พวกเขาได้รับมิใช่
เพื่อจะทำให้พวกเขากลายเป็น “คนสำคัญ” แต่มันหมายถึง
การเป็นคนที่ “รับใช้” เพราะผู้นำตามแบบของพระเยซูเจ้า
มิใช่เป็น “ผู้ใช้” แต่เป็น “ผู้รับใช้” ผู้อื่น

ประกาศกเยเรมีย์ ทำให้เห็นถึง หัวใจของผู้รับใช้ฯ..
ในพันธกิจ ชีวิตของการประกาศข่าวดี แม้ว่าจะถูกกล่าวหา
พูดจาให้ร้าย แต่สุดท้ายแล้ว เขาจะไม่ตอบโต้ความชั่ว
ด้วยความชั่ว

หมายเหตุ..
“ผู้ใดที่ถ่อมตนลง จะได้รับการยกย่องให้สูงขึ้น”
(มธ 23:12)

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”
วันพุธที่ 20 มีนาคม 2019
สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลมหาพรต

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“บุตรแห่งมนุษย์มิได้มาเพื่อให้ผู้อื่นรับใช้ แต่มาเพื่อรับใช้ผู้อื่น และมอบชีวิตของตนเป็นสินไถ่เพื่อมวลมนุษย์...” (มธ 20:17-28)

วันนี้ ฉันเดินตามพระเยซูเจ้ามาไกล
ฉันเป็นคริสตชน ฉันเป็นศิษย์ของพระองค์
ฉันกำลังมุ่งหน้าไปที่กรุงเยรูซาแลม นครแห่งพระเจ้า

แน่นอน...
ถ้วยที่พระองค์จะดื่ม ฉันจะดื่มด้วย
ความทุกข์ทรมานที่พระองค์จะรับ ฉันพร้อมจะรับด้วยไหม
หากฉันต้องการร่วมส่วนในพระสิริรุ่งโรจน์แห่งการกลับคืนชีพกับพระองค์.

________________

บทอ่านที่หนึ่ง (ยรม 18:18-20) เมื่อเยเรมีย์วอนขอพระเมตตาของพระเจ้าเพื่อพวกเขา แต่สิ่งที่ได้รับตอบแทน คือการปองร้ายกระนั้นหรือ... นี่อาจจะเป็นประสบการณ์ของเยเรมีย์ ประกาศกผู้ระทมทุกข์ ผู้ที่พระเจ้าทรงประทานมาเพื่อความรอดพ้นของประชากรของพระองค์ แต่บัดนี้ ประชากรของพระเจ้ากลับกำลังปองร้ายคนของพระองค์... นี่อาจจะเป็นประสบการณ์เดียวกันกับคริสตชนอย่างฉันด้วยหรือเปล่า เมื่อพระเจ้าทรงเรียกและเลือกฉันให้เป็นคริสตชน ให้ฉันเป็นศิษย์ติดตามพระองค์ ให้ฉันเป็นลูกของพระองค์ ที่ต้องละม้ายคล้ายคลึงกับพระองค์... พระเจ้าจะไม่ทรงรับรู้ความทุกข์ยากของคนของพระองค์หรือ เมื่อพระองค์เอง คือผู้ที่ก้าวผ่านความทุกข์ยากนั้นไปข้างหน้าเรา และยังทรงประทับอยู่และนำเราออกไปตามลำพัง ดังแยกอัครสาวกทั้งสิบสองออกไปตามลำพัง เพื่อคุยกันให้เข้าใจจริงๆ ถึงหนทางที่พระองค์ทรงเรียกให้พวกเขาเดินตามพระองค์ หนทางที่พระองค์ทรงเรียกเราด้วย ให้เดินตามพระองค์... และนี่คือถ้วยของพระองค์ ที่พระองค์จะทรงแบ่งปันให้พวกเขาและพวกเราได้ดื่มด้วย พระองค์จะทรงประทับ ณ พระบัลลังก์ และพวกเขาจะอยู่เคียงข้างพระองค์ แต่ฉัน... ฉันยอมรับได้ไหม หากพระเยซูเจ้า พระอาจารย์ของฉันจะทรงประทับ ณ พระบัลลังก์แห่งไม้กางเขน... ที่นั่งที่ข้างซ้ายและขวาของพระองค์ คงเป็นกางเขนข้างซ้ายและข้างขวาด้วยเช่นกัน... ฉันล่ะ หากฉันอยากที่จะอยู่ข้างๆ พระองค์จริงๆ ณ บัลลังก์ที่ประทับของพระองค์ วันนี้ ฉันคงต้องถามตนเองดีๆ ล่ะ... ฉันพร้อมแค่ไหน ที่จะมอบชีวิตของฉัน ณ บัลลังก์ข้างๆ พระองค์ คือบัลลังก์แห่งไม้กางเขนด้วยเช่นเดียวกัน... โอ้ แท้จริงแล้ว ฉันกำลังขออะไรจากพระเยซูเจ้าหนอ... ฉันนี่ ช่างไม่เข้าใจอะไรเลยจริงๆ

นี่คือหนทางที่คนของพระคริสตเจ้าต้องเดินสวนทางกับกระแสของโลกจริงๆ และนี่คือหนทางที่แม้บรรดาอัครสาวกเองก็ไม่เข้าใจ... ผมเองก็เช่นกัน หลายครั้งก็ไม่เข้าใจครับ ในวันเหล่านี้ มีการซ้อมและเตรียมงานรับปริญญาของหลายมหาวิทยาลัย หรือแม้แต่เด็กๆ อนุบาล ประถม มัธยมของเรา ก็เอากับเขาด้วย... ผมเห็นภาพของน้องๆ ที่จบการศึกษาแล้วผมมีความสุขจริงๆ ครับ... ผมมีความยินดีด้วยจริงๆ ครับ ยิ่งเห็นรอยยิ้มของพ่อแม่ ยิ่งมีความสุขครับ ผมเคยส่งเสียศิษย์คนหนึ่งให้เรียนตั้งแต่มัธยมปลาย จนจบปริญญาตรี โอ้ ผมแทบตายครับ แต่ผมภูมิใจที่สุดเมื่อเขาจบ... วันนี้ ผมเห็นพ่อแม่ของน้องๆ ผมยิ่งภูมิใจแทนครับ เพราะพวกท่านเหนื่อยยากกว่าผมมากมายนัก... แต่ผมไม่เคยสวมครุยไปรับปริญญาเลย แม้แต่สวมเพื่อถ่ายรูป ผมยังไม่ยอมเลยครับ และสุดท้าย ผมก็ไม่ให้บรรยากาศนั้นกับตนเองเลย แค่ยิ้มๆ อย่างมีความสุขในวันจบการศึกษา และหนีไปทานอาหารกับครอบครัวแบบเรียบๆ ง่ายๆ แบบไม่ต้องมีครุยมาสวมให้ร้อนอ่ะ ฮิฮิ... และนั่นเป็นสิ่งที่ผมต้องขออภัยพ่อกับแม่ของผมด้วยนะครับ ที่ไม่มีโอกาสได้ถ่ายรูปกับผมอย่างพ่อแม่คนอื่นๆ... ผมขอโทษ ที่ผมไม่เหมือนคนอื่น... เหตุผลน้อยๆ เล็กๆ จนจะรับได้หรือเปล่าไม่รู้อ่ะ... มันคงเป็นเพราะผมร้อนมั้งครับ เลยไม่ชอบชุดครุยอ่ะ ฮิฮิ ... เลยมีคนแซวต่อว่า “เป็นไงล่ะ หนีร้อนจากชุดครุย มาเจออาภรณ์ศักดิ์สิทธิ์เช่นอัลบาและกาสุลา... เป็นไงล่ะ ผ้าเช็ดหน้ากี่ผืนแล้วล่ะ ที่บนพระแท่นอ่ะ...” ... มันเป็นเรื่องราวของชีวิตของผมที่อาจจะไม่เหมือนใครนะครับ ผมแพ้ชุดครุยจริงๆ ครับ ไม่ชอบ และไม่อยากสวมครับ ให้ตายเหอะ เอาไปไกลๆ ผมเลย... แต่ใครจะรู้ เมื่อผมหนีครุยสุดๆ แบบนั้น กลับต้องมาสวมกาสุลา ที่ก็ร้อนไม่แพ้กัน และหนักหนากว่ากันเป็นไหนๆ ในภาระกิจหลังอาภรณ์นั้น... พ่อแม่ครับ ผมขอโทษนะครับ ที่เอากาสุลา มาสวมแทนชุดครุยให้พ่อแม่ได้ถ่ายรูป... ผมขอโทษนะครับ พ่อกับมา... ที่ผมไม่ได้ทำสิ่งที่พ่อกับแม่คาดหวัง... แต่พ่อกับแม่ครับ... อย่าไปขออะไรจากพระเยซูเจ้าแบบนั้นนะครับ ลูกกลัวครับ มันหนักแน่ๆ ครับ ขออยู่ข้างซ้ายข้างขวาของพระองค์อ่ะ... ไม่ต้องก็ได้นะครับ เอาแค่อยู่ใกล้ๆ พระองค์ ทำแค่นั้นให้ได้ก่อนเหอะ... เพราะการจะอยู่กับพระองค์จริงๆ นั้น พ่อแม่ครับ นั่นคือสิ่งที่พระองคตรัสวันนี้อ่ะครับ... “บุตรแห่งมนุษย์มิได้มาเพื่อให้ผู้อื่นรับใช้ แต่มาเพื่อรับใช้ผู้อื่น และมอบชีวิตของตนเป็นสินไถ่เพื่อมวลมนุษย์...” (มธ 20:17-28) ... ดังนั้น ลูกขอโทษ ที่ไม่มีชุดครุยสวมให้พ่อกับแม่ได้ถ่ายรูป มีแต่กาสุลา อาภรณ์แห่งความรักและความเมตตาเท่านั้นเอง ที่ลูกภูมิใจให้พ่อแม่อยู่ข้างๆ ... แต่พ่อกับแม่ครับ... พ่อกับแม่พร้อมที่จะอยู่ข้างๆ ลูกจริงๆ หรือเปล่า... อย่าลืมนะว่า “บุตรแห่งมนุษย์มิได้มาเพื่อให้ผู้อื่นรับใช้ แต่มาเพื่อรับใช้ผู้อื่น และมอบชีวิตของตนเป็นสินไถ่เพื่อมวลมนุษย์...”

พี่น้องที่รักครับ เดินติดตามพระเยซูเจ้ามาไกลไม่น้อยแล้วล่ะครับ เราหวังอะไรจากพระองค์ครับ อะไรคือความสำเร็จของชีวิตคริสตชนที่พระเยซูเจ้า พระอาจารย์เจ้าของเราทรงสอน... วันนี้ เราเข้าใจสิ่งที่พระองค์ตรัสมากน้อยเพียงใด... เป็นคริสตชน เป็นศิษย์พระองค์ เป็นลูกพระบิดาเจ้านั้น คือสิ่งนี้ครับ ที่พระองค์ทรงให้แบบอย่าง “บุตรแห่งมนุษย์มิได้มาเพื่อให้ผู้อื่นรับใช้ แต่มาเพื่อรับใช้ผู้อื่น และมอบชีวิตของตนเป็นสินไถ่เพื่อมวลมนุษย์...” แล้วเราจะเลือกพรรคไหนดีล่ะครับ ยังจะเลือกพระองค์หรือเปล่า...

พี่น้องที่รัก คิดถึงอาภรณ์นั้นกันหน่อยนะครับ “จงรับเสื้อขาว...” เสื้อที่เรารับในวันรับศีลล้างบาป คือชีวิตของพระคริสตเจ้าที่สวมทับเราไว้ คือชีวิตของพระองค์ที่เราสวมไว้ คือความรักและความศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ คือเมตตาธรรม อาภรณ์ของลูกของพระเจ้า ที่ลูกของพระองค์จะสวมกลับบ้านของพระองค์ และบ้านของพวกเราทุกคน

ข้าแต่พระเจ้า ลูกไม่ขออยู่ข้างซ้ายหรือขวาของพระองค์หรอก ขอเพียงอย่าให้ลูกพรากจากพระองค์เท่านั้นก็พอ พระเจ้าข้า ขอทรงอย่าปล่อยให้ลูกเดินหลงทางไปจากทางของพระองค์เลย ในวันของพระองค์ ในวันที่ลูกจะกลับไปเฝ้าพระองค์ ขอให้ลูกสวมชุดนั้นกลับไปเถิด อาภรณ์แห่งความชอบธรรมที่พระองค์ทรงมอบไว้ในวันรับศีลล้างบาป.

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันพุธที่ 20 มีนาคม 19 สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลมหาพรต
บทอ่าน ยรม 18:18-20 / มธ 20:17-28
ตั้งแต่วัยเด็ก เราถูกอบรมให้เป็นคนดีที่สุด มีจุดประสงค์ เพื่อเป็น “ดาวเด่น”มารดาของบุตรทั้งสองของเศเบดี คือ ตัวแทนของบรรดาแม่ทุกคน ที่ต้องการให้สิ่งที่ดีที่สุดแก่ลูกๆของตน และทำไมจะเป็นอย่างนั้นไม่ได้? พระเยซูเจ้าเองได้ทรงเตือนยากอบและยอห์นว่า พวกเขายินดีที่จะต้องเสียสละอย่างสูง เพื่อตำแหน่งที่ดีที่สุดที่พวกเขาได้เลือก นอกจากนั้น มีแต่พระเป็นเจ้าแต่ผู้เดียว ซึ่งจะกำหนดว่า ใครจะได้ตำแหน่งดังกล่าว
พระเยซูเจ้าได้ตรัสแก่พี่น้องทั้งสองคนว่า ในฐานะเป็นสานุศิษย์ของพระองค์ พวกเขาควรจะเลือกที่ต่ำต้อยที่สุด และควรจะเป็นผู้รับใช้ต่อทุกคน เพราะนั่นคือ เส้นทางของพระเยซูเจ้า ใครก็ตามที่ต้องการได้รับการยกย่องให้สูงขึ้น คนนั้นจะต้องถูกทำให้ต่ำต้อยลง ขณะคนสุภาพถ่อมตน จะได้รับการยกย่องให้สูงขึ้น ( เทียบ มธ 23:12)
นักบุญออกัสตินได้เคยพูดว่า “ท่านต้องการเป็นผู้ยิ่งใหญ่หรือไม่? ดังนั้น จงจงเริ่มต้นจากสิ่งที่เล็กที่สุด ที่มีแผนการจะสร้างตึกที่สูงและใหญ่โตหรือไม่? ดังนั้น ก่อนอื่นจงคิดถึงรากฐานของความสุภาพ เมื่อมีใครต้องการยกตึกที่ใหญ่โต พวกเขาจะต้องทำรากฐานให้ลึกที่สุด และบรรดาผู้ที่สร้างรากฐาน ได้ถูกบังคับให้ลงไปให้ลึกที่สุด” (บทเทศน์ 69,2)
เพื่อทำให้พวกเราแน่ใจ พระเยซูเจ้าได้ทรงถามพวกเรา เหมือนอย่างที่ได้ทรงถามยากอบและยอห์นว่า “ท่านสามารถดื่มกาลิกษ์ที่เราจะดื่มได้หรือไม่?” กาลิกษ์ที่พระองค์ตรัสถึง คือ กาลิกษ์แห่งการพลีชีพรับใช้และความตายต่อตัวเอง แม้ความตายบนไม้กางเขน กาลิกษ์ที่พระองค์ทรงต้องการให้เราดื่ม ในฐานะเป็นผู้ติดตามพระองค์ เป็นกาลิกษ์ชนิดใด สำหรับบางคน อาจจะเป็นความทุกข์ทรมาน การยอมพลีชีพเพื่อเป็นมรณสักขี ที่ยินดีสละชีวิต เพื่อยืนยันความเชื่อในพระเยซูเจ้า การเสียสละทุกวัน ความผิดหวัง การถูกวิจารณ์ การต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด และการถูกทดลองในรูปแบบต่างๆ.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view