สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันเจันทร์ที่ 25 มีนาคม 2017 สมโภชการแจ้งสาร เรื่องพระวจนาตถ์ทรงรับสภาพมนุษย์

วันเจันทร์ที่ 25 มีนาคม 2017 สมโภชการแจ้งสาร เรื่องพระวจนาตถ์ทรงรับสภาพมนุษย์

💦ทรงคล้ายแสงอรุโณทัยช่วยให้รอด
ส่องตลอดเงามืดมนทั่วคนอยู่
แสงสวรรค์เปิดทางสว่างพรู
นำเราสู่สันติสุขไร้ทุกข์ครอง

📚บทอ่านประจำวันเสาร์ที่ 25 มีนาคม 2017
สมโภชการแจ้งสาร
เรื่องพระวจนาตถ์ทรงรับสภาพมนุษย์
https://www.youtube.com/watch?v=pXrSgC_-LJk

🌺The Angelus
https://youtu.be/g7BbncHyw9E


🌹🌹🌹🌹🌹🌹🌹🌹

วันเจันทร์ที่ 25 มีนาคม 2017
สมโภชการแจ้งสาร
เรื่องพระวจนาตถ์ทรงรับสภาพมนุษย์
อ่าน :
อสย 7:10-14
ฮบ 10:4-10
ลก 1:26-38

การเชื่อในความจริงที่ว่า..
“ไม่มีสิ่งใดที่พระเจ้าจะทรงกระทำไม่ได้”
ทำให้พระนางมารีย์ สามารถกล่าวได้อย่างมั่นใจว่า
“ข้าพเจ้าคือผู้รับใช้ของพระเจ้า ขอให้
เป็นไปกับข้าพเจ้าตามวาจาของท่านเถิด”
เมื่อได้รับการแจ้งข่าวจากฑูตสวรรค์

เมื่อประกาศกอิสยาห์ ทำนายถึง
เครื่องหมายการประทับอยู่ของพระเจ้า
กับประชากรของพระองค์นั้น ท่านย้ำว่า
พระเจ้าเอง ทรงเป็นผู้ประทานเครื่องหมายนี้
ผ่านทางการตั้งครรภ์ของหญิงพรหมจารีคนหนึ่ง

สำหรับพระเยซูเจ้า เมื่อพระองค์ทรงตระหนักถึง
การประทับอยู่ของพระเจ้านั้น พระองค์ทรงย้ำว่า
ทุกสิ่งที่จะทรงกระทำ..เป็นการทำตามพระประสงค์
ของพระบิดาเจ้า

หมายเหตุ..
อย่าใส่ใจให้มาก กับข่าวลือ
หรือคนนินทา หากคุณรู้ว่า
เรื่องจริง คืออะไร

(จากบทเทศน์ของคพ. อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”
วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม 2019
สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลมหาพรต
สมโภชการแจ้งสาสน์เรื่องพระวจนาตถ์ทรงรับสภาพมนุษย์

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ขอให้เป็นไปกับข้าพเจ้าตามวาจาของท่านเถิด...” (ลก1:26-38)

เพราะข้าพเจ้าเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้า (เทียบ ลก1:26-38)
และข้าพเจ้ามาเพื่อปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระองค์ (ฮบ 10:4-10)
หมายสำคัญที่ข้าพเจ้ามั่นใจบนหนทางนี้คือ
พระเจ้าสถิตอยู่กับเรา (อสย 7:10-14)

อัศจรรย์ใจที่ฉันสัมผัสในหัวใจฉันคือ
ทำไมพระองค์ต้องทำถึงเพียงนี้ด้วย
แต่เพื่อให้ฉันไม่อาจมีข้อกังขาสงสัยสิ่งใด
นี่คือแบบอย่างที่ฉันไม่อาจพูดอะไรได้อีก
เมื่อพระองค์ทรงทำถึงเพียงนี้...

________________

สุขสันต์วันสมโภชการแจ้งสาสน์ของพระเจ้า เรื่องพระวจนาถต์ทรงรับสภาพมนุษย์ วันสมโภชวันที่สองที่สำคัญระหว่างเทศกาลมหาพรตนี้ ที่ดูเหมือนว่าเป็นกำลังใจเสริมความหวังของเราในเทศกาลแห่งการกลับใจ เปลี่ยนแปลงตนเอง คือการกลับมาหาพระเจ้า เข้าพึ่งพละกำลังของพระองค์ เพื่อหนทางที่เรากำลังเดินไปนี้ จะไม่หนักเกินไป และจะเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ เมื่อพระเจ้าทรงประทับอยู่กับเรา อาภรณ์สีม่วงที่พระสงฆ์สวมระหว่างเทศกาลมหาพรต เปลี่ยนเป็นสีขาวในวันนี้ เหมือนเป็นเรื่องหมายของความหวังที่เป็นจริงได้ ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับพละกำลังของพระเจ้า ซึ่งชื่อของอัครเทวดาให้ความหมายอยู่ในการแจ้งสาสน์ของพระเจ้า นั่นหมายความว่า แท้จริงแล้ว มนุษย์เราต้องการพละกำลังจากพระเจ้าบนหนทางที่ไม่ง่ายนักนี้ และการฉลองในวันนี้ จึงเป็นดังสิ่งที่เสริมความมั่นใจ ที่ทำให้เรามั่นใจยิ่งขึ้นว่า การที่เรายอมปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของเราเสียใหม่ เพื่อเดินบนหนทางของพระเจ้านั้น คำถามของเราจะหมดไป “มันจะเป็นไปได้อย่างไร” เมื่อพระเจ้าประทับอยู่กับเรา ทุกสิ่งจึงเป็นไปได้เสมอ แม้เราอาจจะไม่สามารถอธิบายอะไรได้เลย

บทอ่านที่หนึ่งแสดงให้เราเห็นถึงสภาพของชีวิตที่ไม่ปรารถนาเข้าพึ่งพระเจ้า คือชีวิตที่กำลังทำสิ่งใดๆ ด้วยความมั่นใจในตนเอง มอบความไว้วางใจในความสามารถของตนเอง และไม่ต้องการให้พระเจ้าเข้ามามีบทบาท และคำถามที่เกิดขึ้นเสมอคือ “พระเจ้าช่วยอะไรฉันได้เล่า...” “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” อาจจะไม่ใช่แนวทางชีวิตของความเชื่อของคริสตชนทั้งร้อยเปอร์เซ็น แน่นอน การพยายามทำทุกสิ่งอย่างดีที่สุด อาจจะเป็นเรื่องที่ดี แต่ทว่า คุณค่าและความหมายของชีวิตคริสตชนที่มากกว่านั้นคือ การมีพระเจ้าอยู่เบื้องหลังความสามารถทั้งหมดของเรา พระองค์ที่ทรงเป็นพละกำลังใจความสามารถทุกอย่างที่พระองค์ทรงประทานให้กับเรา เพื่ออะไร... และความสำเร็จนั้นคืออะไร... ทำไมพระองค์ต้องทำถึงเพียงนี้... และคำตอบจึงอยู่ที่บทอ่านที่สองคือ “ข้าพเจ้ามาเพื่อปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระองค์” และสิ่งนี้จะเป็นไปได้สมตามที่พระเจ้าได้ตรัส คือ เพราะ “พระเจ้าสถิตอยู่กับเรา” ทุกสิ่งที่พระนางมารย์ได้เชื่อ รัก และวางใจ จึงเป็นสิ่งที่พระแม่มอบให้เป็นงานของพระเจ้า ที่พระแม่พร้อมที่จะร่วมมือ และยอมให้พระเจ้าเข้ามามีบทบาทในชีวิตของพระแม่ และในชีวิตของมนุษยชาติ ที่พระเจ้าทรงเรียกมาบนหนทางของพระองค์ แต่โดยลำพังมนุษย์เท่านั้น สิ่งเหล่านี้แทบเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย

“ทำไมพระองค์ต้องทำถึงเพียงนี้” นี่คือสิ่งที่ผมไตร่ตรองตลอดมา “ทำไมการไถ่กู้ของพระเจ้าต้องเป็นเช่นนี้ ทำไมพระองค์ต้องลำบากอะไรมากมายถึงเพียงนี้ด้วย” ... “และพระวจนาตถ์ทรงรับสภาพมนุษย์” วาจาที่พวกเราสวดทุกครั้งเวลาภาวนาบทพรหมถือสาสน์... ... ... ทำไม ทำไม ทำไม ทำไมต้องทำถึงเพียงนี้ด้วย

วันนี้ วันสมโภชการแจ้งสาสน์ของพระเจ้านี้ เรื่องการรับสภาพมนุษย์ขององค์พระผู้เป็นเจ้า พระวจนาตถ์ของพระเจ้า เป็นวันฉลองที่ให้กำลังใจเราอย่างที่สุดมิใช่หรือ เมื่อพระวจนาถต์คือพลังของพระเจ้า เพราะในปฐมกาล เพียงพระองค์ได้ตรัส ทุกสิ่งก็อุบัติขึ้นมาได้... พระวรสารนักบุญยอห์นได้เริ่มด้วยเรื่องราวของพระวจนาตถ์ ที่แสดงให้เราเห็น่า ทุกสิ่งเป็นไปได้ เพียงพระองค์ทรงมีพระดำรัสเท่านั้น เพียงพระองค์ตรัสเท่านั้น ทุกสิ่งก็เป็นไปได้ และพระเจ้าทรงสร้างทุกสิ่งเพียงอาศัยพระวาจาของพระองค์เท่านั้นเอง

“และพระวจนาตถ์ทรงรับสภาพมนุษย์” เหตุผลเดียวคือ เพื่อประกาศหนทางแห่งความรอดพ้นให้กับมนุษย์ พระเจ้าอาจจะไม่จำเป็นต้องทำอะไรมากมายขนาดนี้ หากไม่ใช่เพื่อความรอดของเรา หากไม่ใช่เพราะทรงรักเรา และสาสน์แห่งความรอดพ้นที่พระเจ้าทรงนำมาให้เรา เพื่อบรรลุถึงความรอดพ้นที่แท้จริงนั้นคือ “หนทางแห่งพระประสงค์ของพระองค์” ครับ เมื่อองค์พระวาจาของพระเจ้าได้รับสภาพมาบังเกิดเป็นมนุษย์ เพื่อใช้ชีวิตทั้งหมด ในการปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระเจ้า และนี่คือหมายสำคัญ นี่คือเครื่องหมายที่ทำให้หัวใจของเรามีความหวังในความรอดพ้น มีความมั่นใจบนหนทางที่พระเจ้าทรงเรียกเรามากขึ้นใช่ไหม...

“ขอให้เป็นไป...” นี่คือการนอบน้อมเชื่อฟังที่สุด นี่คือผลของความเชื่อ ความรัก และความวางใจอย่างที่สุด คือให้มันเป็นไปตามพระประสงค์ของพระองค์ทุกอย่าง ข้าพเจ้าพร้อม ข้าพเจ้ายอมทุกอย่าง หากสิ่งนั้นคือพระประสงค์ของพระองค์ เพราะข้าพเจ้ามาเพื่อปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระองค์... สิ่งนี้กลับกลายเป็นคำตอบของการเริ่มงานอภิบาลของผม เมื่อพระเจ้าทรงนำผม โดยทางผู้ใหญ่ของผม เมื่อบวชแล้วก็เป็นพ่อเจ้าวัดทันที... สิ่งนี้ไม่เคยทำให้ผมภูมิใจเลย แต่เวลานั้น ผมกลัว และไม่เข้าใจอะไรเลยในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อบวชเป็นพระสงฆ์แล้วก็เป็นพ่อเจ้าวัดทันที มันเร็วเกินไป และผมไม่อาจจะมั่นใจในสิ่งนั้นเลย ผมจะทำอย่างไร ผมจำได้ว่า วันนั้น หลังจากการประกาศนี้ในการฉลองวัดประจวบ... เพียงวันเดียว ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป และเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วจนผมปรับตัวไม่ทัน บ่ายวันเดียวกัน ผมอยู่ในความโดดเดี่ยวสุดๆ เมื่อสัตบุรุษกลับหมด สมาชิกกลับหมด และเช้าวันต่อมา พ่อเจ้าวัดคนเก่า ก็จากไป เหลือผมคนเดียวจริงๆ ผมจำความโดดเดี่ยววันนั้นได้มิรู้ลืม มันเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยน้ำตาครั้งแรกหลังการบวชเป็นพระองค์ “เราจะเดินไปอย่างไรว่ะเนี่ย...” ผมพูดกับตนเองในใจ แบบไม่รู้อะไรเลยจริงๆ ว่ามันมีอะไรเกิดขึ้นกับผม ที่อยู่ๆ ก็ต้องมาเป็นพ่อเจ้าวัดโดยไม่ได้ตั้งตัว และไม่มีประสบการณ์อะไรเลย ไม่เคยเป็นปลัดใคร ไม่เคยมีใครเป็นปลัด ผมคิดมึนงง และสับสน ผมจะเดินไปอย่างไร วันนั้น แววตาและคราบน้ำตา คือสิ่งที่อยู่กับผมทั้งเย็นวันนั้น จนผมหลับไปในคืนนั้นเอง...

“และพระวจนาถต์ทรงรับสภาพมนุษย์ และมาประทับอยู่ท่ามกลางเรา” นี่คือคำตอบในเช้าวันต่อไป เช้าวันแรกของชีวิตพ่อเจ้าวัด ตามแบบอย่างของพระคริสตเจ้าที่เป็นแสงสว่าง เป็นคำตอบของผมในเช้าวันแรก ที่จะถวายมิสซาแรกในฐานะพ่อเจ้าวัด ที่พระแท่นของวัด “นี่คือกายของเราที่จะมอบเพื่อท่าน” พระวาจาของพระเยซูเจ้า ที่พระสงฆ์น้อยๆ เจ้าวัดน้อยๆ ในเช้าวันแรกนั้น มันบาดลึกเข้าไปถึงหัวใจผม มันไม่ต่างอะไรที่ผมต้องพูดด้วยชีวิตว่า “นี่คือกายของพ่อที่จะมอบเพื่อพี่น้อง... นี่คือทั้งชีวิตของพ่อที่ต้องมอบให้พี่น้อง...” และทีละเล็กทีละน้อย ชีวิตพ่อเจ้าวัดที่ไม่ใช่ชีวิตสมัครเล่น แต่เป็นชีวิตจริงที่ต้องดำเนินต่อไป นั่นคือชีวิตที่ต้องรับสภาพทุ่มตัวลงในชีวิตของสัตบุรุษตามที่เป็นอยู่ในบริบทของวัดของผมครับ

ผมไม่เคยลืมพระวรสารในมิสซาแรกของพ่อเจ้าวัดอย่างผมครับ... “โยนาห์เป็นเครื่องหมายของชาวนินะเวห์ บุตรแห่งมนุษย์เป็นเครื่องหมายของคนยุคนี้...” สิ่งที่ถามในใจ ด้วยแรงผลักดันแห่งพระวาจา จึงออกมาในความคิดว่า “และผมจะเป็นเครื่องหมายอะไรสำหรับสัตบุรุษของผมเล่า” และสิ่งนี้เอง พระวาจาวันนี้ทั้งหมดครับ “ข้าพเจ้ามาเพื่อปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระองค์” คือคติพจน์ของผมในวันปฏิญาณตนตลอดชีพในชีวิตนักบวช และคติพจน์ในวันบวชเป็นพระสงฆ์ว่า “Fiat voluntas tua” ขอให้พระประสงค์ของพระองค์จงสำเร็จไป... กลับกลายเป็นคำตอบสำหรับผมว่า ผมต้องจุ่มตัวลงในชีวิตของสัตบุรุษ มีชีวิตท่ามกลางพวกเขา ให้พวกเขามั่นใจว่า “พระเจ้าสถิตอยู่กับเรา” และชีวิตที่เดินไปตามพระประสงค์ของพระเจ้านั้น ย่อมเป็นสิ่งที่เป็นไปได้เสมอ

เอาล่ะ... นั่นคือประสบการณ์ที่พระวาจาของพระเจ้าตรัสกับผม และกลับกลายเป็นแรงบันดาลใจมากมายในชีวิตพ่อเจ้าวัดมือใหม่คนนี้ ทำให้วิถีชีวิตของผมที่ประจวบที่กำลังจบลง เป็นแรงบันดาลใจจาก จากการรับสภาพมนุษย์ของพระเจ้าท่ามกลางเรา และเป็นสิ่งที่ผมลอกเลียนแบบครับ คือการจุ่มตัวลงในชีวิตของสัตบุรุษ อยู่ท่ามกลางพวกเขาอย่างแท้จริง เพื่อให้มีความเป็นไปได้เสมอ ถึงพระประสงค์ของพระองค์ที่จะสำเร็จไป อาศัยการประทับอยู่ของพระองค์ท่ามกลางเรา... พี่น้องละครับ... อ่านพระวาจาของพระเจ้าวันนี้ ไตร่ตรองพระวาจาของพระเจ้าในวันนี้ แล้วพี่น้องมั่นใจขึ้นไหมว่า พระเจ้าสถิตอยู่กับเรา ผมมั่นใจจริงๆ ว่า พระเจ้าทรงเรียกพวกเรา ทรงเรียกพี่น้อง เพื่อเป็นเครื่องหมายนั้น สำหรับทุกๆ คนครับ หนทางของพระเจ้าที่ดูว่าอาจจะไม่มีความเป็นไปได้เลยนั้น จะกลับเป็นไป และสำเร็จลงได้ด้วยพละกำลังของพระองค์ครับ เมื่อพระองค์ทรงประทับอยู่ท่ามกลางเรา

ข้าแต่พระเจ้า ลูกขอบคุณพระองค์ ขอบคุณเครื่องหมายที่ยิ่งใหญ่ในพระบุตรของพระองค์ผู้ทรงรับสภาพมนุษย์ และประทับอยู่ท่ามกลางพวกลูก ทั้งเป็นคำตอบบนหนทางของการดำเนินชีวิตตามพระประสงค์ของพระองค์ด้วย บัดนี้ ลูกเข้าใจแล้ว พระเจ้าข้า ทำไมพระองค์ต้องทำถึงเพียงนี้ ลูกจะเดินตามรอยพระองค์...

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม 19 สมโภชการแจ้งสารเรื่องพระวจนาตถ์ทรงรับสภาพมนุษย์
บทอ่าน อสย 7:10-14 / ฮบ 10:4-10 / ลก 1:26-38
อัครทูตกาเบรียลได้ประจักษ์แก่พระแม่มารีอา และได้บอกกับพระแม่ว่า พระแม่จะทรงบังเกิดพระบุตรของพระเป็นเจ้า พระแม่รู้สึกวุ่นวายพระทัย เมื่อได้รับข่าว และได้ถามด้วยความสงสัยว่า “เหตุการณ์นี้จะเป็นไปได้อย่างไร เพราะข้าพเจ้าตั้งใจจะเป็นพรหมจารี?” เป็นคำถามที่ทุกคนจะถามเช่นเดียวกัน เมื่อต้องตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน หลังจากที่อัครทูตสวรรค์ได้อธิบายกับพระแม่ว่า นั่นเป็นพระประสงค์ของพระเป็นเจ้า พระแม่ได้ตอบรับด้วยความเต็มใจ ที่เป็นความไว้วางใจที่มีพื้นฐานอยู่บนความเชื่อ พระแม่ได้รับกระแสเรียก และได้ตอบรับด้วยถ้อยคำดังต่อไปนี้ “ขอให้เป็นไปกับข้าพเจ้าตามวาจาของท่านเถิด”
การมีส่วนร่วมในพันธกิจของพระเป็นเจ้า จึงไม่ใช่เป็นพันธกิจของพระสงฆ์ นักบวช หรือบรรดามิสชันนารี เราแต่ละคนได้รับกระแสเรียกและได้รับบทบาทในกลุ่มคริสตชน ที่เราเป็นสมาชิกอยู่ คริสตชนทุกคนที่ได้รับศีลล้างบาป ได้มีส่วนในพันธกิจ ในฐานะเป็นครู นายจ้าง พ่อค้ารถเข็น คนขับรถแท็กซี่ นักบัญชี ชาวไร่ชาวนา ทนายความ เลขานุการของวัด หรือ เป็นสัตบุรุษ และโดยอาศัยศีลล้างบาปที่ได้รับ เรากลายเป็นผู้ที่ให้กำเนิดพระวาจาของพระ เราสามารถทำให้พระวาจาของพระให้มีชีวิตชีวาในห้องเรียน ในสถานที่ราชการ ในตลาดสด และในทุกที่ ในสภาวะแวดล้อมทุกอย่าง เมื่อเรามีโอกาสพบปะกับประชาชน การมีส่วนร่วมในพัธกิจของพระเป็นเจ้าเริ่มต้น จากสถานที่เราอยู่ กระแสเรียกของเรา คือ เราเป็นใคร? และต้องการให้เราตอบสนอง พระแม่มารีอาได้ให้ตัวอย่างแก่เราว่า เราจะตอบสนองการเชื้อเชิญของพระเป็นเจ้าอย่างไร? “ขอให้เป็นไปกับข้าพจ้าตามวาจาของท่านเถิด”
สิ่งที่เลวร้ายเกิดขึ้น การตอบสนองของเรา ทำให้เกิดบุคลิกภาพของเรา และคุณภาพชีวิตของเรา เราสามารถที่จะเลือก โดยการนั่งอยู่ในความเศร้าโศก ไม่ขยับเขยื้อนไปไหน เพราะการสูญเสียของเราหนักมาก หรือฉันสามารถเลือกที่จะยืนขึ้น จากความเจ็บปวด และสะสมพระพรที่มีค่าที่สุดที่เรามี คือ ชีวิตของเรานั่นเอง

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view