สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันศุกร์ที่ 29 มีนาคม 2019 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลมหาพรต

วันศุกร์ที่ 29 มีนาคม 2019 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลมหาพรต

❤ข้าแต่พระเจ้า
ลูกขอบคุณพระองค์
ที่ทรงรักลูกถึงเพียงนี้ …

📚บทอ่านประจำวันศุกร์ที่ 29 มีนาคม 2019
สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลมหาพรต
https://www.youtube.com/watch?v=lig-17A2-hs

💞Tell the World of His Love💞
https://youtu.be/7Se5nWiELoI

🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄

วันศุกร์ที่ 29 มีนาคม 2019
สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลมหาพรต
อ่าน :
ฮชย 14:2-10
มก 12:28-34

พระเยซูเจ้าทรงย้ำ การรักพระเจ้า สุดวิญญาณ
สุดสติปัญญา สุดกำลังความสามารถ
และรักเพื่อนมนุษย์ เหมือนรักตนเอง
มีค่าเหนือสิ่งอื่นใด
ความรักท่ีจริงใจ สามารถให้อภัยทุกสิ่ง

เสียงของพระเจ้าผ่านทางประกาศกโฮเชยา
สิ่งสำคัญสำหรับคนที่หลงผิด เพื่อสนองตอบ
ความรักที่จริงใจ อันได้รับจากการอภัยนั้น
สิ่งที่เขาจำเป็นต้องทำ คือ การกลับใจ

หมายเหตุ..
คุณค่าของคนที่ “รักกัน”
คือหัวใจที่ “รักจริง”

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”
วันศุกร์ที่ 29 มีนาคม 2019
สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลมหาพรต

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“อิสราแอลเอ๋ย จงฟังเถิด...” (มก 12:28ข-34)

ฟังเสียงของพระเจ้า
ฟังเสียงขององค์ความรัก
คือการแสวงหาหนทางของพระองค์
เมื่อพระเจ้าเป็นองค์ความรัก
บนหนทางแห่งรักที่ฉันกำลังเดินอยู่กับองค์ความรักนี้
ฉันเป็นความรักหรือเปล่า...

________________

อ่านบทอ่านที่หนึ่งจากหนังสือประกาศกโฮเชยา เป็นความรู้สึกที่อ่อนโยนเหลือเกิน ของผู้ที่รักอย่างที่สุดแบบองค์ความรัก... อันที่จริง ผมชอบประกาศกองค์นี้เหลือเกิน เวลาที่สอนคำสอน เด็กๆ จำกันง่ายเกี่ยวกับชีวิตของประกาศกองค์นี้ด้วยสมญญาว่า “ประกาศกอกหัก” อกรักเพราะรักประชากร นั่นคือภาพสะท้อนความรักที่สัตย์ซื่อที่สุดของพระเจ้าต่อประชากรของพระองค์ เมื่อพระองค์ทรงตักเตือนประชากรของพระองค์ด้วยชีวิตของประกาศกองค์นี้ ที่ได้รับหญิงที่แสนจะไม่สัตย์ซื่อ และนอกใจเขาบ่อยๆ มาเป็นภรรยา แต่การนอกใจของเธอสักกี่ครั้ง หาได้ทำให้ความรักแสนสัตย์ซื่อของโอเชยาเสื่อมถอยลงไม่ ตรงกันข้าม กลับแสวงหาเธอทุกครั้งที่เธอทิ้งไป และสุดท้าย พระเจ้าก็ตรัสกับประชากรของพระองค์ด้วยภาพลักษณ์ที่น่าสะท้านหัวใจจริงๆ... อิสราแอลเอ๋ย จงฟังเถิด ท่านเป็นเหมือน “หญิงชู้” ที่นอกใจเรา ไปมีพระเจ้าอื่น... โห้ แรงครับ แรงจริงๆ นะครับ หากเราจะสะท้อนภาพนี้กลับมาสู่ชีวิตของคริสตชนของเรา ในภาพของความรักที่ไม่รู้กี่ครั้ง ที่เรามีรักแบบหญิงชู้ ที่โลเล และไม่สัตย์ซื่อต่อพระเจ้าเลย รักที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา และไม่เคยมั่นคงสักครา...

พี่น้องที่รักครับ มันคงจริงล่ะ ที่หลายครั้งความรักของเราต่อพระเจ้า ก็ไม่ต่างอะไรกับความรักของ “หญิงชู้” ที่นอกใจพระเจ้าอยู่เสมอ แต่บทอ่านที่หนึ่งวันนี้แสนอ่อนหวาน อ่อนโยนที่สุด เมื่อพระเจ้าคือองค์ความรักที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง รักมั่นคงเหมือนเดิม รักสุดพระทัยของพระองค์ ทรงรอคอยการกลับมาของผู้ที่พระองค์รัก และไม่เคยเปลี่ยนไปสักครา พระองค์พร้อมที่จะลืมทุกสิ่ง และเริ่มต้นใหม่กับคนรักของพระองค์เสมอ นั่นคือประชากรของพระองค์ในพันธัญญาเดิม และในความหมายที่ดีกว่านั้นในพันธสัญญาใหม่ คือ ลูกของพระองค์

สิ่งที่ธรรมจารย์คนหนึ่งเข้ามาถามพระเยซูเจ้าในวันนี้ เหมือนเขาจะสับสนในความเข้าใจธรรมบัญญัติของพระเจ้าหรือเปล่า ที่อาจจะเป็นความรู้สึกของเราคริสตชนด้วย... “มันจะไหวไหมหนอ...” อะไรคือบัญญัติที่เป็นเอกกว่าหมด... โอ้ ดูเหมือนคำถามนี้ เรียกร้องให้เรานั่งลง และคุยกับองค์ความรักจริงๆ และนั่นคือการฟังเสียงของความรักในหัวใจเราจริงๆ ที่ทำให้เราพบคำตอบของพระทัยรักของพระเจ้า...

รักพระเจ้า อาจจะไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ดูเหมือนไม่จำเป็นในการพิสูจน์ความรักต่อพระองค์ พระเจ้าผู้เป็นความสมบูรณ์ทุกประการ ไม่ว่าเราจะรักพระองค์ หรือไม่รักพระองค์ พระองค์ก็ยังเหมือนเดิม แต่ช่างเป็นบุญของเราต่างหาก ที่เราได้มีโอกาสเรียนรู้และรักพระองค์ และอะไรคือรักพระเจ้าแบบสุดจิต สุดวิญญาณ สุดสติปัญญา สุดความกำลังของเรา... สิ่งที่แสดงออกซึ่งความรักต่อองค์ความรักนี้กลับแสดงออกอยู่ในบัญญัติข้อที่ตามมา คือ การรักเพื่อนพี่น้องเหมือนรักตนเอง และนี่แหละ คือรักที่มีค่ามากกว่าเครื่องเผาบูชา หรือเครื่องสักการบูชาใดๆ ทั้งสิ้น ที่ทำให้เราไม่ได้อยู่ไกลจากพระทัยรักของพระเจ้าเลย และดังนี้แล้วเราจะถามอะไรพระองค์อีกไหม... บัญญัติข้อใดสำคัญและเป็นเอกกว่าหมด... นั่งลงเถอะ และคุยกับพระองค์ ฟังเสียงขององค์ความรักเถิด แล้วหัวใจของเราจะเข้าใจว่า เพื่อจะรักพระเจ้าจริงๆ นั้น เราควรเป็นเช่นใด

อุปสรรคของความนอกใจในความรักคืออะไร นั่นอาจจะหมายถึงความลุ่มหลงที่บทภาวนาของประธานในมิสซาวันนี้ได้กล่าวถึง... โอ้วิญญาณข้าฯ เอ๋ย มีความลุ่มหลงในจิตใจใดของเจ้าไหม ที่ทำให้หัวใจของเจ้าเบนไปจากองค์ความรัก และไม่ฟังเสียงของพระองค์ มันทำให้หัวใจของเจ้าเห็นแก่ตัว ผลประโยชน์ส่วนตนเท่านั้น และก็พรากจากพระทัยรักของพระเจ้า ด้วยเหตุผลส่วนตัวที่แสนจะหักล้างกับความรักสัตย์ซื่อของพระองค์... และต่อเพื่อนพี่น้องเล่า มีอะไรบ้างไหม ที่ทำให้ความรักและหัวใจของเจ้า เบนไปจากกันและกัน แม้อาจจะเป็นสมาชิกในครอบครัว หรือในหมู่คณะนักบวชของเจ้าด้วยก็เถอะ... เจ้าเห็นอะไร เห็นสิ่งใด สำคัญกว่าความรักสัตย์ซื่อต่อสามี ภรรยา และลูกๆ บ้างหรือเปล่า หรือบรรดานักบวช เรายังมีสิ่งใดที่สำคัญกว่าคุณค่าของเพื่อนพี่น้องในหมู่คณะบ้างหรือเปล่า ที่ทำให้เรามีใจที่มอบให้กันและกันน้อยลง จนแทบจะไม่สามารถเป็นกำลังใจให้กันและกันได้เลย กลับกลายเป็นความเห็นแก่ตัว และนั่นหรือคือความรักที่เรามอบให้แก่กัน ที่มันแทบจะไม่เหลือคุณค่าอะไรเลยที่เรียกว่ารัก คงเหลือไว้แต่ความเห็นแก่ตัว และไม่จริงใจต่อกันและกัน เมื่อพระเจ้าอื่นเข้าครอบครองหัวใจของเราเสียแล้ว... และสถาบันครอบครัวจะเป็นอย่างไร เมื่อสิ่งที่สำคัญในใจเรา จะไม่ใช่สมาชิกในครอบครัวของเราอีกต่อไป แต่เป็นเงินทอง ซื่อเสียง เกียรติยศ ความรุ่งโรจน์รุ่งเรือง ที่แล้วแสวงหามาเพื่อตนเองทั้งนั้น... และหมู่คณะนักบวชของเราจะเป็นอย่างไรเล่า หากหัวใจของเรามุ่งมั่นที่ความเจริญก้าวหน้าของโรงเรียนที่เราทำงานและบริหารอยู่ แม้แต่สิ่งที่เราเรียกอย่างสวยหรูว่า “พันธกิจ” ที่อาจจะกลายมาเป็นข้ออ้างที่ทำให้เราลืมมอบหัวใจรักของเราแก่สมาชิกในหมู่คณะ และปล่อยให้เกิดความปวดร้าว การถูกทอดทิ้ง ความโดดเดี่ยวในดวงใจของกันและกัน ด้วยรักที่เป็นชู้ต่อกันนี่แหละ

พระสันตะปาปาฟรันซิส กำลังเชื้อเชิญเรานักบวช ให้ฟื้นฟูชีวิตความรักต่อพระเจ้าผู้ประทับอยู่ท่ามกลางหมู่คณะนักบวชของเรา นักบวชไม่อาจจะใช้ชีวิตโดดเดี่ยวอยู่คนเดียว แต่ต้องสัตย์ซื่อต่อชีวิตหมู่คณะ เจริญชีวิตเป็นกำลังใจแก่กันและกัน เพื่อเป็นประจักษ์พยานความรักแสนสัตย์ซื่อนี้แก่ครอบครัวคริสตชน ถึงขนาดว่า แม้จะทะเลาะกันบ้าง แต่ต้องอยู่กันได้... นี่แหละครอบครัวแห่งสวรรค์ นี่แหละความรักที่ไม่เคยโลเล นี่แหละความรักแสนสัตยซื่อ ประจักษ์พยานแห่งครอบครัวของพระเจ้า ที่เรากำลังมุ่งหน้าไปถึง

พี่น้องที่รัก วันนี้ พระวาจาของพระเจ้านำหัวใจผมให้ไตร่ตรองเรื่องนี้อย่างหนักแน่นจริงๆ ผมอาจจะต้องถามตนเองก่อนเลยว่า วันนี้ ความรักของผมที่มีต่อพระเจ้า การปฏิญาณความรักต่อพระองค์ในชีวิตคริสตชนของผม ในชีวิตนักบวช ในชีวิตพระสงฆ์ของผม... วันนี้ หัวใจของผมเป็นเช่นใด มันเบนไปจากพระองค์บ้างหรือเปล่า ไปมีชู้กับคนอื่น ไปมีชู้กับพระเจ้าอื่นบ้างหรือเปล่า คือทรัพย์สินเงินทอง ชื่อเสียง ความมีหน้ามีตาในสังคม ความสะดวกสบายฝ่ายโลก สิ่งเหล่านั้นหรือเปล่า ที่หัวใจของผมหันไปก้มกราบนมัสการ จนทำให้ผมนอกใจพระเจ้า องค์ความรักที่รักผมอย่างสัตย์ซื่อ... โอ้ ผมกำลังทำให้พระเจ้าเป็นองค์ความรักเป็นพระเจ้าที่ไม่ได้รับความรัก “Love is not loved”... แต่เอาเถอะ อิสราแอลเอ๋ย จงฟังเถอะ... นั่นไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอีกต่อไป ... ฟังซิ เมื่อองค์ความรักได้ตรัสว่า... “อิสราแอล (แก้วตาดวงใจของเราเอ๋ย) จงกลับมาหาองค์พระผู้เป็นเจ้าของท่านเถิด ท่านสะดุดล้มเพราะความผิดของท่าน จงเตรียมถ้อยคำที่จะพูดมาด้วย และกลับมาเฝ้าองค์พระผู้เป็นเจ้าเถิด... เราจะรักษาเขาให้หายจากความไม่ซื่อสัตย์ของเขา เราจะรักษาเขาด้วยใจจริง...”

ข้าแต่พระเจ้า โปรดทรงพระกรุณาหลั่งพระหรรษทานลงในจิตใจลูก เพื่อให้หลุดพ้นจากความลุ่มหลงตามประสามนุษย์ และได้รับความช่วยเหลือของพระองค์ เพื่อปฏิบัติตามเสียงแห่งความรักที่ได้ตรัสในหัวใจลูกเสมอ และไม่คิดนอกใจพระองค์ไปมีพระเจ้าอื่นอีกเลย... ช่วยลูกด้วยเถิด พระเจ้าข้า

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันศุกร์ที่ 29 มีนาคม 19 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลมหาพรต
บทอ่าน อสย 14:2-10 / มก 12:28-34
พระสงฆ์มิสชันนารีท่านหนึ่งได้เล่าว่า สัตบุรุษคนหนึ่งที่วัดของท่าน ได้ขออนุญาตให้ตั้งชื่อบุตรชายของตน โดยใช้ชื่อเดียวกับท่านได้หรือไม่? ท่านจึงได้ถามว่า ทำไมเขาจึงต้องการอย่างนั้น เขาได้ตอบว่า “เพราะผมต้องการให้บุตรชายของผมเป็นคนดีเหมือนคุณพ่อครับ” พระสงฆ์ท่านนั้นได้เล่าต่อว่า ท่านรู้สึกยินดี แต่ในเวลาเดียวกัน ท่านต้องพิจารณามโนธรรมของท่านอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่งว่า ท่านเป็นคนดีจริงๆหรือไม่
อะไรคือเส้นทางไปสู่สันติภาพ ความสุข และความสมบูรณ์ของชีวิตที่ดีที่สุดและมั่นใจที่สุด? ประกาศกโฮเชยาได้ถามคำถามนี้ กับสมาชิกของกลุ่มศาสนาในสมัยของท่าน คือ บรรดาประชากรอิสราเอล ซึ่งมีชีวิตอยู่ในสมัยที่มีความกังกลในเรื่องเศรษฐกิจ และความเกรงกลัวต่อชาติต่างๆ พวกเขาถูกประจญให้มอบความมั่นใจ ในทรัพย์สมบัติของตนเอง และในการเป็นพันธมิตรกับชาติต่างๆ มากกว่าในประเป็นเจ้า ประกาศกโฮเชยาได้เรียกร้องให้บรรดาประชากร ให้กลับมาหาพระเป็นเจ้า เพื่อจะได้รับการอภัยโทษ การบำบัดรักษา และการฟื้นฟูตัวเองจากพระองค์ ท่านได้เตือนพวกเขาว่า “พระเป็นเจ้าจะบำบัดรักษาความไม่ซื่อสัตย์ของพวกเขา และจะรักพวกเขาอย่างอิสระ” (ฮชย 14:4) เส้นทางของพระเป็นเจ้านั้นถูกต้อง และปรีชาญาณของพระองค์จะนำพลังและพระพร มายังผู้ที่เชื่อฟังพระองค์
ความรักและความนบนอบต่อพระบัญญัติของพระเป็นเจ้า จะไปด้วยกันได้อย่างไร? บรรดาฟาริสีมีความภาคภูมิใจในความรู้เรื่องธรรมบัญญัติ และความรู้ในเรื่องพิธีกรรม พวกเขาจะนำไปปฏิบัติตลอดชีวิต และเรียนรู้ธรรมบัญญัติของพระธรรมเก่าจำนวน 613 ข้อ พร้อมกับคำอธิบายจำนวนมาก พวกเขาได้ทดสอบพระเยซูเจ้า เพื่อดูว่า พระองค์ทรงเข้าใจธรรมบัญญัติถูกต้อง เหมือนพวกเขาหรือไม่ พระเยซูเจ้าทรงทำให้พวกเขาตกใจ โดยอาศัยความเรียบง่าย และความรู้เรื่องและจุดประสงค์ของธรรมบัญญัติของพระเป็นเจ้าเป็นอย่างดี

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view