สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันเสาร์ที่ 30 มีนาคม 2019 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลมหาพรต

วันเสาร์ที่ 30 มีนาคม 2019 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลมหาพรต

💠 ถ้าพระเยซูเป็นทุกสิ่งที่คุณต้องการ
คุณก็ไม่ได้ขาดสิ่งใดเลย … แม้สักสิ่งเดียว
เพราะผู้ที่มีพระคริสต์ … ก็มีชีวิตที่ครบบริบูรณ์

📚บทอ่านประจำวันเสาร์ที่ 30 มีนาคม 2019
สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลมหาพรต
https://www.youtube.com/watch?v=tSPWG7sZii0

❤ พระเจ้าดีต่อฉัน
http://youtu.be/_7VTjITn6_U

🍁🍁🍁🍁🍁🍁🍁🍁

วันเสาร์ที่ 30 มีนาคม 2019
สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลมหาพรต
อ่าน :
ฮชย 6:1-6
ลก 18:9-14

ชาวฟาริสีที่คิดว่า ตนเองชอบธรรม ดีกว่า
เหนือกว่าคนอื่น แล้วดูถูกคนที่มีข้อผิดพลาด
พระเยซูเจ้าจึงเตือนใจบรรดาศิษย์ ให้ตระหนักชัดว่า
ผู้ใดที่ยกตนชึ้น จะถูกกดให้ต่ำลง ผู้ใดที่
ถ่อมตนลง จะได้รับการยกย่องให้สูงขึ้น

เสียงของพระเจ้าผ่านทางประกาศกโฮเชยา
ทรงต้องการความรักมั่นคง ไม่ประสงค์
การถวายบูชา ต้องการการรู้จักพระเจ้า
มากกว่าเครื่องบูชา

หมายเหตุ..
รู้จักคนอื่น นั้นดี
แต่อย่าลืม
รู้จักตัวเองด้วย

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”
วันเสาร์ที่ 30 มีนาคม 2019
สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลมหาพรต

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองฟ้า...” (ลก 18:9-14)

โอ้... รักที่แสนโลเล
รักที่ไม่มั่นคง
เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา

“หมาสองราง” อ่ะ
มันไม่ซื่อสัตย์
เห็นแก่กิน เอาแต่ได้
พระเจ้าไหนให้ ฉันก็ไปหมด
คือเอาหมด...

ความรักแบบนี้หรือ ที่จริงใจ
รักแบบนี้หรือที่เป็นรักที่แสนสัตย์ซื่อ

แล้วนั้น...
วิญญาณข้าฯ เอ๋ย
ตอบพระองค์ซิ
จะให้พระองค์ทำอย่างไรกับเจ้าดี...

________________

“เอฟฟาอิมเอ๋ย เราจะทำอย่างไรกับท่านดี... ยูดาห์เอ๋ย เราจะทำอย่างไรดีกับท่าน... ความรักของท่านเป็นเหมือนเมฆในยามเช้า เหมือนน้ำค้างที่หายไปตั้งแต่เช้าตรู่...” (ฮชย 6:1-6)

โห้... แรงครับ แรงจริงๆ มันคงเป็นความรู้สึกของวิญญาณฉัน ที่... “ไม่กล้า แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองฟ้า...” (ลก 18:9-14) หากพระเจ้าที่ฉันรักได้ตรัสแบบนี้... แรงไหมครับพี่น้อง เพราะนี่ก็ไม่ต่างอะไรเลย ที่พระองค์กำลังบอกว่า ความรักของเรานั้น ไม่ได้มั่นคงอะไรเลย เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา และเราจะเอาอย่างไรดี... ภาษาละครไทยที่เด็กๆ ชอบคำนี้กันจัง... “เราเลิกกันเหอะ...” คือพอแล้ว พอกันที เราจะเอาอย่างไรกันดี ฉันจะทำอย่างไรกับเธออีก คือว่า “พอเหอะ... ฉันไม่ไหวแล้ว”

“หมาสองราง” พี่น้องครับ เคยได้ยินคำนี้ไหมครับ... ขออภัยครับ ที่เอาคำนี้มาไตร่ตรอง แต่พระวาจาของพระเจ้าวันนี้แรงเหลือเกิน เหมือนประชากรของพระเจ้า หรือลูกของพระองค์นี่แหละ ที่เป็นเหมือนหมาสองราง คือไม่รู้จักบุญคุณ มีเจ้านายหลายคน ไม่เลือกอะไรสักอย่าง เลือกเพียงแต่ขอให้มีกินไปวันๆ เท่านั้นเอง ตรงไหนมีกินฉันก็ไป ฉันก็เอา หาได้ซื่อสัตย์จริงๆ ไม่ แล้วเจ้านายของมันจริงๆ คือใครกัน... นะ นะ นะ ผมขออภัยจริงๆ ที่นำสำนวนนี้มาไตร่ตรองในเช้าวันนี้ แต่มันสะเทือนใจอ่ะครับ มันโดนใจผมจริงๆ ครับ เมื่อบางทีลูกของพระเจ้าอย่างผมนี่แหละ เช้านี้ผมคิดหนักเหลือเกิน คริสตชนที่รักพระเจ้ามากๆๆๆๆๆ (มากจริงหรือเปล่า...) คริสตชนอย่างผมนี่แหละที่อาจจดูเหมือนว่ารักพระเจ้ามากๆ เป็นนักบวช เป็นพระสงฆ์ เป็นพ่อเจ้าวัด... รักพระเจ้ามากๆๆๆๆ ดูเหมือนรักพระองค์จริงๆ แต่หากต้องโดนตัดพ้อเอาแบบนี้เล่าจะว่าไง... รักของผมเป็นรักโลเลเหลือเกิน รักแบบหมาสองราง โอ้ มันแรงครับ สะท้านใจจริงๆ ... แล้วจะให้พระองค์ทำอย่างไร หากรักของเราเป็นแบบนี้... พี่น้องครับ ลองไตร่ตรองรักของเราต่อพระเจ้าดูซิครับ รักของเราวันนี้เป็นอย่างไร... ภาพของโฮเชยาในบทอ่านที่หนึ่งวันนี้ คือภาพของรักของพระเจ้าที่อ่อนโยนเหลือเกิน รักแสนสัตย์ซื่อกับรักที่แสนโลเลของประชากรของพระองค์... รักของเรานั้นเป็นเช่นใด วันนี้ เรารักพระองค์อย่างไร

เมื่อวานนี้ ผมพูดและอ้างบทภาวนาของประธาน... เหมือนเรามีสิ่งที่ทำให้เราเกิดความลุ่มหลง และเราก็มีพระเจ้าอื่นมากมาย... ใช่ซิ ดูเหมือนเราบอกกับพระเจ้าของเราว่า “ฉันรักพระองค์” แต่ฉันก็ยังแอบมีชู้กับพระเจ้าอื่นที่ทำให้ฉันลุ่มหลงไปจากรักพระองค์... เหมาะสมล่ะที่พระเจ้าจะตัดพ้อกับเราในวันนี้ ถึงความรักที่แสนโลเลของเรา หาความจริงใจจริงจังและความสัตย์ซื่อไม่ได้เลย... ตอบพระองค์หน่อยซิ แล้วเราจะให้พระองค์ทำอย่างไร กับรักของเรา ที่แสนโลเลนี้ เหมือนน้ำค้างที่หายไปตั้งแต่เช้าตรู่เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้น เหมือนเมฆในยามเช้า... คือว่า มันหาอะไรมั่นคงไม่ได้เลยอ่ะ แล้วเราจะให้พระเจ้าทำอย่างไรกับชีวิตของเราที่บอกรักพระองค์แบบนี้เล่า... น่าเบื่อไหมล่ะ...

ยิ่งในชีวิตนักบวชของผม ยิ่งในชีวิตพระสงฆ์ด้วยแล้ว เช้านี้ หากพระเจ้าตรัสกับผมแบบนี้... เจ็บครับ เจ็บจริงๆ ... พระวาจานี้แรงเกินกว่าที่หัวใจของผมจะบอกว่า “ไม่รู้สึกอะไร...” เพราะเหมือนผมเป็นหมาสองรางชัดๆ ยามหิวก็มาขอพระองค์กิน แต่พอเจออาหารของคนอื่นที่ดีกว่า ก็ไปกินในรางของเขากระนั้น ยามขัดสน ไม่มีใครให้กินก็กลับมาหาพระองค์อีก... เห็นแก่กินชัดๆ ไม่ได้รักจริงๆ ไม่ได้สัตย์ซื่อจริงๆ เลย...

ต่อหน้าพระเจ้า ผมจะภาวนาอย่างไรเล่า... “ไม่กล้าแม้แต่จะเลยหน้าขึ้นมองฟ้า...” (ลก 18:9-14) คงเป็นท่าทีของการภาวนาของผมวันนี้หรือเปล่า... คำภาวนาของฟาริสีที่คิดว่าคนเองดีแล้วนั้น จะเป็นคำภาวนาของผมได้กระนั้นหรือ... “ข้าแต่พระเจ้า ข้าพเจ้ารักพระองค์...” ผมจะภาวนาเช่นนั้นได้อย่างไร หากถูกตัดพ้อแบบในบทอ่านที่หนึ่งในวันนี้... เบื้องหน้าพระองค์ วันนี้ผมคงมีแต่ความรู้สึกนี้เท่านั้นเอง คือ “ไม่กล้าแม้แต่จะเลยหน้าขึ้นมองฟ้า...” (ลก 18:9-14)

แต่มันคงต้องเป็นความรู้สึกนี้จริงๆ ล่ะครับ ลูกของพระเจ้า ประชากรของพระองค์... รักที่แสนโลเลของผม ผมคงไม่กล้าทูลถวายคำภาวนาแบบฟาริสีคนนั้นหรอกครับ... กลับไปเถอะ กลับเข้าไปนั่งคุยกับหัวใจของตนเองใหม่เถอะ แล้วผมจะภาวนาต่อพระเจ้าอย่างไร กับรักที่แสนโลเล ไม่สัตย์ซื่อแบบหมาสองรางที่ผมกำลังเจริญชีวิตและมีพฤติกรรมแบบนี้... ชีวิตนักบวช ชีวิตพระสงฆ์ แบบนี้หรือเปล่า ที่จะเข้าไปภาวนาต่อพระเจ้า คิดว่าดีแล้วกระนั้นหรือ รักที่จอมปลอม รักที่เลือกผลประโยชน์ตนเองเท่านั้น ไม่ได้จริงใจอะไรเลย

เช้าก็ถวายมิสซาหรือ ถวายเครื่องบูชามากมาย ทำบุญมากมาย พลีกรรม จำศีลอดอาหาร แต่มันเป็นสิ่งที่ “ฉาบฉวย” เหลือเกินที่บางที่ฉันทำต่อหน้าพระเจ้าในเวลาสั้นๆ และจากนั้น ฉันก็เอารักเอาเปรียบกัน โกงกัน ทำร้ายกัน เอาเป็นเอาตายกัน ด่าทอใส่ร้ายป้ายสีกัน... นี่หรือ การจำศีลอดอาหารที่พระเจ้าพอพระทัย นี่หรือเครื่องบูชาที่พระเจ้าจะทอดพระเนตร... พี่น้องที่รักครับ น่าคิดนะครับ... ชีวิตคริสตชนของเราเป็นเช่นใด วันนี้ เราเป็นหมาสองรางกันบ้างหรือเปล่า และเฉพาะพระพักตร์พระเจ้า เราควรภาวนาเช่นใด... คือว่า เราต้องเลือกจริงๆ จังๆ แล้วล่ะ เราจะเอาอย่างไรกับชีวิตคริสตชนของเราแน่... คือว่า จะร้อนก็ไม่ร้อน เย็นก็ไม่เย็นแบบนี้... คงไม่ได้แล้วล่ะ เราอาจจะถูกสำรอกออกมากก็ได้ คือรักของเรานั้น หวังใจอะไรไม่ได้เลย... กระนั้นหรือเปล่า...

พี่น้องที่รัก ทุกวันนี้เราเป็นคริสตชนกันเพื่ออะไร เรามีพระเจ้าของเราเป็นใครท่ามกลางหัวใจของเรา ที่เราจะรักจนจนกว่าชีวิตจะหาไม่ หรือจนชั่วนิรันดร์ คือรักตลอดไปนั้น รักของเราเป็นเช่นใด เป็นนักโลเลหรือเปล่า กินตรงโน้นบ้าง ตรงนี้บ้าง ที่ไหนดี สะดวกสบาย ฉันก็เอาที่นั่น... แล้วดังนี้ เราเข้าใจพระธรรมล้ำลึกแห่งปาสกาที่เราจะก้าวไปสู่นั้นมากน้อยเพียงใดเล่า... และหากเป็นดังนี้ หากรักของเราโลเลขนาดนี้ เราจะไปถึงไหมอ่ะ...

ข้าแต่พระเจ้า ข้าพเจ้าทั้งหลายชื่นชมยินดีปฏิบัติภารกิจของเทศกาลมหาพรตเป็นประจำทกปี โปรดให้ข้าพเจ้าทั้งหลายเข้าใจความหมายของ “ธรรมล้ำลึกแห่งปาสกา” ยิ่งๆ ขึ้น เพื่อจะมีความสุขที่จะได้รับผลจากพระธรรมล้ำลึกนี้อย่างสมบูรณ์... (บทภาวนาของประธานในมิสซาวันนี้)

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันเสาร์ที่ 30 มีนาคม 19 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลมหาพรต
บทอ่าน ฮชย 6:1-6 / ลก 18:9-14
คริสตชนหลายคนจะคิดว่าเทศกาลมหาพรต เป็นเทศกาลที่เน้นเรื่องการใช้โทษบาปหรือพลีกรรม จำศีล อดอาหาร
แต่ถ้าเรามาดูคำสอนของบรรดาพระสังฆราชสมัยโบราณหรือที่เรียกว่าปิตาจารย์แล้วจะเห็นว่าการจำศีลอดอาหารและการใช้โทษบาปหรือ การพลีกรรมต่างๆ นั้นเป็นขั้นรอง และเป็นวิธีการที่จะนำไปพบเป้าหมายเท่านั้น การพลีกรรมดังกล่าวจะมีผลและให้คุณค่าทางวิญญาณก็ต้องประกอบด้วยเงื่อนไขต่างๆ
เงื่อนไขประการที่สอง คือ การมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดเป็นหนึ่งเดียวกันกับผู้เป็นพระเจ้า ด้วยการสวดภาวนา ซึ่งขจัดความเห็นแก่ตัว และได้รับพลังทางใจจากการพลีกรรมจำศีลอดอาหาร
หากไม่มีเงื่อนไข สองประการดังกล่าว การพลีกรรมจำศีลต่างๆ ก็จะกลับกลายเป็นการเห็นแก่ตัวและหลอกตนเอง มันจะกลายเป็นวิธีการที่ค่อยเบนความสนใจเข้าหาตัวเองโดยไม่รู้ตัว และสร้างบรรยากาศแห่งชีวิตทางจิตใจปลอมๆ ที่ไม่ถูกต้อง ฉะนั้น การสวดภาวนาจึงนับเป็นกิจกรรมสำคัญในระหว่างเทศกาลมหาพรต
พระศาสนจักรได้จัดวางวิธีการสวดภาวนาที่ดีเลิศแบบหนึ่งให้สัตบุรุษถือปฏิบัติ ในช่วงเวลาพิเศษเหล่านี้ คือ บทภาวนาและบทอ่านจากพระคัมภีร์ในชีวิตประจำวันบทอ่านเหล่านี้เน้นถึงหัวข้อสำคัญๆ ของคำสอนที่เกี่ยวข้องระหว่างเรามนุษย์กับพระเป็นเจ้า เช่นความเชื่อ การกลับใจจากบาป การสวดภาวนา การพลีกรรมใช้โทษบาป ความรัก เป็นต้น
ชาวฟาริสีอธิฐานภาวนา แต่วิธีการและท่าทีของการสวดภาวนาแสดงให้ห็นชัดว่า เขาไม่ตั้งใจสวดขอพระเป็นเจ้าแต่อย่างใด เขาได้แต่เอาตัวเองเป็นจุดศูณย์กลาง มิหนำซ้ำยังใช้คำภาวนาดูหมิ่นและเหยียบย่ำคนเก็บภาษี ขณะที่คนเก็บภาษีไปพบพระเป็นเจ้า พร้อมกับความสำนึกผิด หัวใจของเขาจึงเปิดรับพระเมตตาของพระเป็นเจ้า

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

เชิญฟังเสียงคพ.พงศ์เทพ ประมวลพร้อม อธิบายพระคัมภีร์มิสซาวันอาทิตย์นี้ค่ะ

https://youtu.be/DXYq3lt94QY

view