สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอังคารที่ 2 เมษายน 2019 สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลมหาพรต

วันอังคารที่ 2 เมษายน 2019 สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลมหาพรต

🍁โดยพระองค์
เราจึงมีชีวิตได้และมีชีวิตอยู่...
และ "โดยพระองค์"
เราจึงได้รับ "ชีวิตนิรันดร

📚บทอ่านประจำวันอังคารที่ 2 เมษายน 2019
สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลมหาพรต
https://www.youtube.com/watch?v=9n33QjgjAB0&t=11s

🍓ทุกครั้งที่ฉันเฝ้าภาวนา
http://youtu.be/bYeWeyX1Mo0

🌹🌹🌹🌹🌹🌹🌹🌹

วันอังคารที่ 2 เมษายน 2019
สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลมหาพรต
อ่าน :
อสค 47:1-9,12
ยน 5:1-3ก, 5-16

สำหรับชาวยิว น้ำที่สระเบเธสดา
เป็นบ่อน้ำของการเยียวยา รักษา
สำหรับชายที่รอเวลาถึง 38 ปี เพื่อหวังการรักษา
แต่ไม่มีใครเห็นคุณค่าของเขา
เมื่อพระเยซูเจ้าหยิบยื่นความช่วยเหลือ
ให้เขาได้รับการรักษา พระองค์ทรงกลับเป็นน้ำ
ที่ให้ชีวิตใหม่ สำหรับชายคนนี้

เมื่อประกาศกเอเสเคียล กล่าวถึง
น้ำที่ให้ชีวิตนั้น ท่านย้ำว่า น้ำนี้
ไม่ว่าจะไหลไปทางไหน ย่อมนำความชุ่มฉ่ำ
ทำให้ส่ิงมีชีวิตเจริญเติบโต

หมายเหตุ..
น้ำใจ ใสกว่า น้ำแร่
แท้กว่า น้ำผึ้ง
ซึ่ง ทนทาน กว่าน้ำทั้งปวง

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”
วันอังคารที่ 2 เมษายน 2019
สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลมหาพรต

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ท่านอยากหายป่วยไหม...” (ยน 5:1-3ก, 5-16)

ท่านอยากหาป่วยไหม ?
นื่คือคำถามที่เป็นความหวังและให้ความหวัง
เมื่อที่นั่น พระคริสตเจ้าประทับอยู่

ในโลกนี้
บางครั้งก็มีสิ่งดีๆ มากมาย
แต่อีกหลายครั้ง ก็มีสิ่งไม่ดีเกิดขึ้นด้วย
แต่ที่นั่นก็มีการรักษาอยู่บ้าง

มากกว่านั้น ที่ที่พระคริสตเจ้าประทับอยู่
ที่ที่มีคริสตชนที่เกิดจากศีลล้างบาป
น้ำที่ไหลจากด้านข้างพระวรกายของพระองค์
จากพระแท่นบูชาของพระองค์
น้ำนั้น ไหลไปที่ใด ที่นั่นก็มีชีวิต

ชีวิตคริสตชนของฉัน
เป็นพระพร กำลังใจ ความรัก
และความเห็นอกเห็นใจสำหรับทุกคนมากน้อยเพียงใด
เพื่อหนทางที่เรากำลังเดินไปนั้น จะไม่ไกลเกินกำลังของเรา...

________________

เทศกาลมหาพรต เป็นเทศกาลที่เตือนให้คิดถึงศีลล้างบาปของเรา เป็นเทศกาลเตรียมตัวรับศีลล้างบาปของผู้ที่ปรารถนาจะเป็นคริสตชน เป็นเทศกาลที่เตือนให้กลับใจใช้โทษบาป และหมั่นตั้งใจฟังพระวาจาของพระเจ้าเป็นพิเศษในเทศกาลนี้ (เทียบ หนังสือพิธีบูชาขอบพระคุณวันธรรมดาในเทศกาล 2012, 211)

วันนี้ พระวาจาของพระเจ้าพูดถึงเรื่องของน้ำทั้งสองบท ทั้งบทอ่านที่หนึ่งจากหนังสือประกาศกเอเสเคียล (อสค 47:1-9, 12) และบทพระวรสารเอง (ยน 5:1-3ก 5-16) แท้จริงแล้วพระวาจาของพระเจ้าวันนี้ นำให้เราทบทน ฟื้นฟูความหมายของศีลล้างบาปในชีวิตคริสตชนของเราจริงๆ เพราะชีวิตคริสตชนของเรา แท้จริงแล้ว แม้เราจะอยู่ในโลกเหมือนคนอื่นๆ แต่เราก็เป็นผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกสรรอย่างพิเศษจากคนในโลก เรามีมาตรฐานที่แตกต่างจากมาตรฐานของคนอื่นๆ ในโลก เพราะเราเกิดจากน้ำที่ไหลออกจากพระสีข้างของพระเยซูเจ้าที่ไม้กางเขน โดยอาศัยศีลล้างบาป (เทียบ บทนำขอบพระคุณสมโภชพระหฤทัยฯ และวันศุกร์ต้นเดือน) ดังนั้นชีวิตของเราจึงเป็นหนึ่งเดียวกับแม่น้ำสายเดียวกันที่ไหลออกจากสีข้างของพระเยซูเจ้า นั่นคือลักษณะของน้ำในบทอ่านที่หนึ่งในวันนี้ พระแท่นบูชาที่เป็นภาพของไม้กางเขน บูชาของพระเยซูเจ้าที่รื้อฟื้นทำทุกวัน จากพระแท่นบูชา น้ำได้ไหลออกจากพระวิหาร และเราเห็นว่าน้ำนั้นไหลไปที่ใด ที่นั่นก็มีชีวิต ทำให้ต้นไม้เติบโต เป็นอาหาร เป็นยารักษาโรค นี่แหละครับ ชีวิตคริสตชนของเราที่เกิดจากน้ำจากด้านข้างพระวรกายของพระคริสตเจ้าบนไม้กางเขน เกิดจากพระแท่นบูชาของพระองค์ เราต้องเป็นน้ำที่ไหลออกไปสู่ปวงชน และทำให้โลกมีชีวิตด้วยผลของชีวิตของเราในพระคริสตเจ้า... นั่นหมายความว่า คริสตชนอยู่ที่ใด ที่นั่นต้องมีชีวิตของพระคริสตเจ้านั่นเอง

พระวรสารได้กล่าวถึงน้ำที่สระน้ำเบเธสดา ที่เป็นที่ที่ชาวยิวได้รับพระพรจากพระเจ้าที่นั่น เมื่อทูตสวรรค์ลงมาทำให้น้ำกระเพื่อม และผู้ป่วยที่ลงไปที่นั่นก็ได้รับการรักษาให้หาย เป็นเหมือนเครื่องหมายทางธรรมชาติที่พระเจ้าประทานการรักษาไว้ในสิ่งสร้างของพระองค์ เหมือนยารักษาโรคที่อยู่ท่ามกลางปัญหาและอุปสรรคความเจ็บไข้ได้ป่วยของเรามนุษย์... แต่สำหรับผู้ที่เกิดใหม่ด้วยน้ำจากพระสีข้างของพระเยซูเจ้า และด้วยพระจิตเจ้านั้น ต้องให้ความหมายมากกว่านั้นมากกว่า นั่นคือสิ่งที่วันนี้เราพบว่า เหนือจากการรักษาจากพระพรในสิ่งสร้างของพระเจ้านี้แล้ว ที่นั่นมีการรักษาจากพระเจ้าที่อยู่เหนือสิ่งที่มีอยู่ นั่นคือชีวิตของพระคริสตเจ้าที่ประทับอยู่ท่ามกลางพวกเขา และนี่คือความหมายของชีวิตคริสตชนที่เกิดใหม่ด้วยศีลล้างบาปของพระคริสตเจ้า เหมือนเป็นเครื่องหมายเตือนเราในเทศกาลมหาพรตนี้เป็นพิเศษว่า ชีวิตของเราต้องมีคุณค่าและมีความหมายในการชำระล้างและในการรักษา เพื่อแท้ที่จริงแล้ว นี่คือความหมายของชีวิตคริสตชน ที่ที่คริสตชนอยู่ ที่นั่นควรเป็นที่ที่เปี่ยมล้นด้วยพระพร และชีวิตคริสตชนนั่นเอง ที่ควรเป็นพระพรยิ่งใหญ่สำหรับทุกคนไม่ใช่หรือ ชีวิตของเราที่รักษาแผลใจของเพื่อนพี่น้อง ชีวิตของเราที่เป็นยาบำบำรุงกำลัง เสริมกำลังใจให้กับเพื่อนพี่น้องของเรามิใช่หรือ... พี่น้องที่รักครับ ในความเป็นจริงในวันนี้ ชีวิตคริสตชนของเราเป็นอย่างไรครับ ชีวิตของเราเป็นพระพรสำหรับทุกๆ คนมากน้อยเพียงใด หรือในทางตรงกันข้าม เรากลับดำเนินชีวิตบั่นทอนกันและกันมากขึ้นหรือเปล่า

เร็วๆ นี้ สัตบุรุษในเขตอภิบาลของผมครอบครัวหนึ่ง ถูกขโมยวัวไปครับ มันนำความรู้สึกที่เลวร้ายให้กับครอบครัวของเขามาก เมื่อผมได้ยินข่าว มันเกิดคำถามในหัวใจผมจริงๆ ครับ มันมีอะไรเกิดขึ้นกับโลกของเรา และมันเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ทำให้ผมคิดและไตร่ตรอง ไม่เพียงว่าใครที่ขโมยของเขาไป แต่มากกว่านั้น ทำไมเขาต้องขโมย... อีกครั้งหนึ่งที่ผมคิดว่า โลกเรายังขาดแคลนความรักมากเกินไปหรือเปล่า... ครอบครัวนี้ คือครอบครัวคริสตชนที่พยายามเจริญชีวิตคริสตชนอย่างดี มีลูกเป็นพระสงฆ์ มีลูกเป็นชีลับด้วย ลูกชายคนหนึ่งก็เคยเป็นเณรรุ่นเดียวกับผมด้วย คือครอบครัวที่ศรัทธาในพระเจ้า แต่อาจจะยังมีคำถามว่า แล้วทำไมสิ่งเหล่านี้ต้องเกิดขึ้นกับครอบครัวของเขา เขาเพิ่งตามหาวัวของเขา และเพิ่งพบเมื่อวานซืนนี้เอง มันคือความเหนื่อยยาก ผสานกับความท้อแท้บ้างเหมือนกัน ทำไมสิ่งเหล่านี้ต้องเกิดขึ้นกับครอบครัวคริสตชนของเรา มันทำให้ผมคิดถึงตอนจบของบทอ่านที่สองของวันอาทิตย์ที่สองของเทศกาลมหาพรตนี้... “ท่านที่มั่นคงอยู่แล้ว ระวัง... อย่าให้ล้มลง...” พี่น้องที่รักครับ คริสตชนเราในโลกวันนี้ เราต้องเข้มแข็งจริงๆ เราต้องเป็นธารน้ำนั้นท่ามกลางโลกและสังคมของเราจริง ที่บรรเทาความทุกข์ยาก ความกระหาย เป็นกำลังใจสำหรับทุกคน แม้ว่าชีวิตของเราเองจะได้รุ่งเรืองรุ่งโรจน์มากนัก แต่นี่คือคริสตชนตามภาพเดินรูปสถานที่ 8 ครับ เมื่อพระเยซูเจ้า แม้กำลังรับทรมาน ยังมีกำลังใจมากพอที่จะบรรเทาทุกข์สตรีชาวเยรูซาแลมได้ นี่คือความหมายของชีวิตคริสตชนในโลกวันนี้ล่ะครับ แม้เราจะยากลำบากไม่น้อยกว่าใคร แต่เราก็ต้องมีกำลังใจมากพอจากกางเขนของพระคริสตเจ้า จากพระแท่นบูชาของพระองค์ ที่ให้หัวใจของเราเป็นดังตาน้ำ ที่ให้น้ำจากพระสีข้างของพระคริสตเจ้า ไหลออกจากชีวิตของเราไปสู่พี่น้องของเรา และที่ใดที่มีคริสตชน ที่นั่นต้องมีกำลังใจในการก้าวเดิน ที่นั่นต้องมีความรู้สึกดีๆ ที่บรรเทาใจกันและกัน เป็นกำลังใจให้แก่กันและกัน เพื่อเดินหน้าไปด้วยกันอย่างสันติ

พี่น้องที่รัก พระวาจาของพระเจ้าวันนี้ ทำให้ผมไตร่ตรองถึงชีวิตคริสตชนที่ควรเป็นจริงๆ แม้แต่เรื่องของวันสะบาโตในพระวรสารวันนี้... แท้จริงแล้ว ความรัก ความดีของเราคริสตชน ไม่มีวันหยุด ยิ่งวันสะบาโต ชีวิตของเราต้องยิ่งศักดิ์สิทธิ์ ชีวิตของเราต้องยิ่งเป็นเครื่องหมายแห่งความรัก และกำลังใจให้กับทุกๆ คน... ขอให้เทศกาลมหาพรตนี้ ได้ฟื้นฟูชีวิตคริสตชนของเรา ให้เป็นชีวิตที่เกิดใหม่จากน้ำแห่งศีลล้างบาป เกิดใหม่ในพระคริสตเจ้าจริงๆ และเป็นน้ำนั้น ที่ไหลไปที่ได้ ที่ใดมีคริสตชน ที่นั้นต้องมีชีวิต ความรัก และสันติสุข

ข้าแต่พระเจ้า ขอให้การบำเพ็ญพรตอย่างเลื่อมใสศรัทธาในเทศกาลมหาพรตนี้ เตรียมจิตใจของลูกให้รับพระธรรมล้ำลึกแห่งปาสกาอย่างเหมาะสม และเป็นข่าวดีแก่ทุกคน เพื่อนำทุกคนไปสู่ความรอดพ้นด้วยเถิด. (เทียบ บทภาวนาของประธานวันนี้)

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันอังคารที่ 2 เมษายน 19 สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลมหาพรต
บทอ่าน อสค 47:19,12 / ยน 5:1-3ก,5-16
พระเยซูเจ้าทรงเห็นผู้ป่วยน่าเวทนามากรายหนึ่ง เป็นง่อยพิการช่วยเหลือตนเองไม่ได้นานถึง 38 ปี เมื่อถึงเวลาที่คาดว่าน้้าจะกระเพื่อม ผู้คนที่สงสารจะแบกหามเขาไปยังลานสระ แต่เมื่อถึงเวลาแห่งความชื่นชอบไม่มีผู้ใดที่จะช่วยนำเขาลงไป เขาเคยเห็นน้้ากระเพื่อม แต่เขาไม่เคยได้เข้าไปเกินขอบสระนำ้ คนอื่นๆ ที่แข็งแรงกว่าเขาจะกระโจนลงไปในสระก่อนเขา เขาไม่อาจแย่งชิงกับความเห็นแก่ตัวของฝูงชนได้ ความพยายามเพื่อก้าวให้ถึงเป้าหมายและความกังวลและความผิดหวังอย่างต่อเนื่องท้าให้เรี่ยวแรงที่เหลืออยู่นั้นลดน้อยถอยลงไปเรื่อย ๆ
บางครั้งบางคราวเขาผงกศีรษะขึ้นเพื่อมองดูสระน้้า จนกระทั่งในครั้งนี้พระพักตร์หนึ่งซึ่งเปี่ยมด้วยความอ่อนโยนและเมตตาก้มลงมายังเขา และตรัสว่า“เจ้าปรารถนาจะหาย (จาก) โรคหรือ?” พระวาจาของพนะองค์ได้ปลุกความสนใจของเขาขึ้นมา ความหวังเข้ามาสู่ดวงใจของเขา เขารู้สึกว่า เขาจะต้องได้รับความช่วยเหลือไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แต่ความเจิดจ้าแห่งความหวังเลือนลางหายไปในไม่ช้า เขาคิดขึ้นได้ว่าบ่อยครั้งเพียงไรที่เขาพยายามไปให้ถึงสระน้้า และบัดนี้เขามีความหวังเล็กน้อยจนถึงเวลาที่น้้าจะกระเพื่อมขึ้นอีก เขาหันไปและพูดขึ้นอย่างเหนื่อยอ่อนว่า “ท่านเจ้าข้า เมื่อน้้ากำลังกระเพื่อมไม่มีผู้ใดที่จะเอาตัวข้าพเจ้าลงไปในสระ และเมื่อข้าพเจ้ากำลังไปคนอื่นก็ลงไปก่อนแล้ว”
พระเยซูไม่ได้ขอให้ผู้ป่วยอยู่แสดงออกซึ่งความเชื่อในพระองค์ พระองค์ตรัสอย่างเรียบง่ายว่า “จงลุกขึ้นยกแคร่ของเจ้าเดินไปเถิด” แต่ความเชื่อของชายผู้นี้ยึดมั่นในพระวาจานั้น ประสาทและกล้ามเนื้อทุกมัดลุกตื่นขึ้นด้วยชีวิตใหม่ เขาตั้งใจปฏิบัติตามพระบัญชาของพระคริสต์โดยไม่มีข้อสงสัย และกล้ามเนื้อทั้งหมดของเขาตอบสนองตามความตั้งใจของเขา เขากระโดดขึ้นยืนและรู้ตัวว่าตนเองเป็นคนที่มีชีวิตชีวา
พระวรสารวันนี้ได้เชื้อเชิญให้เราทุกคน ปฏิบัติตัวตามคนง่อยพิการ ที่ได้เชื่อฟังพระวาจาของพระเยซูเจ้า ในชีวิตของเรามีใครมีแต่ความสุข ไม่มีความทุกข์...มีความพึงพอใจ โดยไม่มีความเจ็บปวด?... มีสันติภาพ โดยไม่มีสงคราม?... ความสุขเกิดขึ้นได้ โดยไม่ต้องอาศัยวัตถุ แต่ด้วยการเอาใจใส่สิ่งที่อยู่ในใจของตนเอง... คุณอาจจะอยู่ในสถานะอะไรก็ได้ แต่จะมีคนที่อยู่เหนือคุณ ต่ำกว่าคุณ หรือเท่ากับคุณเสมอ นี่เป็นของธรรมดาในโลกนี้ “ แต่จงชื่นชมที่ท่านมีส่วนร่วมรับทรมานกับพระเยซูเจ้า เพื่อท่านจะได้มีความชื่นชมและปลื้มปิติยิ่งขึ้น เมื่อพระองค์ทรงแสดงพระสิริรุ่งโรจน์”(1ปต 4:13)

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view