สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันศุกร์ที่ 5 เมษายน 2019 สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลมหาพรต

วันศุกร์ที่ 5 เมษายน 2019 สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลมหาพรต

🌺ถ้าเราดำเนินชีวิตในความจริง..
เราก็ดำเนินชีวิตในความยำเกรงพระเจ้า

ข้าแต่พระเจ้า ..
โปรดประทานความเข้มแข็ง
และความกล้าหาญให้ลูกเถิด พระจ้าข้า
เพื่อลูกจะสามารถเดินตามพระองค์ไป
ด้วยความซื่อสัตย์ตลอดไป .. อาแมน

📚บทอ่านประจำวันศุกร์ที่ 5 เมษายน 2019
สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลมหาพรต
https://www.youtube.com/watch?v=DkWFNtPZS5s&t=18s

🍒 ใจข้าแสวงหา
http://youtu.be/zTeLKPG2QkQ

🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷

วันศุกร์ที่ 5 เมษายน 2019
สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลมหาพรต
อ่าน :
ปชญ 2:1ก, 12-22
ยน 7:1-2,10,25-30

เมื่อรู้ว่า มีคนคิด ข้ดแย้ง ปองร้าย
ในพันธกิจที่ทำ พระเยซูเจ้าไม่ได้ละเป้าหมาย
แต่เปลี่ยนวิธีดำเนินการ เพื่อให้งานดำเนินต่อไป
อย่างราบรื่น

ปรีชาญาณให้กำลังใจ ใครก็ตาม
ที่รับใช้พระเจ้า ด้วยความศักดิ์สิทธิ์ ซื่อสัตย์
ดำเนินชีวิตอย่างชอบธรรม พระเจ้าจะทรง
นำหน้าเขา เพื่อปกป้อง ช่วยเหลือ
ให้พ้นจากศัตรูทุกชนิด

หมายเหตุ..
อยากสำเร็จ ต้องไม่เปลี่ยน เป้าหมาย
แต่ที่ทำจนตาย ยังสำเร็จ
นั่นอาจเป็นเพราะ
ไม่รู้จัก เปลี่ยน วิธีการ

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”
วันศุกร์ที่ 5 เมษายน 2019
สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลมหาพรต

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ชาวยิวกำลังพยายามจะฆ่าพระองค์...” (ยน 7:1-2, 10, 25-30)

นี่แหละ...
นี่แหละพวกเรา
ประชากรของพระเจ้า ลูกของพระองค์

เราได้รับการเรียกมาเพื่อเป็นมโนธรรมของสังคม
ชีวิตนี้คือ ชีวิตที่ต้องเป็นผู้ชอบธรรมของพระเจ้า
แม้จะจบลงที่กางเขน
แต่ นั่นไม่ใช่ปลายทางสุดท้าย
ผ่านความตายคือการกลับคืนพระชนม์
ด้วยกางเขน
พระเจ้านำเราทุกคน ได้รอดพ้นบนหนทางแห่งกางเขน
ความรอดพ้นของผู้ชอบธรรม
มาจาก กางเขน ...

________________

เราจงดัดซุ่มทำร้ายผู้ชอบธรรม เพราะเขาทำให้เรารำคาญใจ เขาต่อต้านกิจการของเรา เขาตำหนิเราว่าฝ่าฝืนธรรมบัญญัติ กล่าวหาว่าเราไม่ปฏิบัติตามการอบรมที่ได้รับ... เขาอ้างว่าเขารู้จักพระเจ้า เรียกตนเองว่าเป็นบุตรขององค์พระผู้เป็นเจ้า... ชีวิตของเขาเป็นการติเตียนความรู้สึกนึกคิดของเรา เพียงแต่เห็นเขา เราก็ทนไม่ได้... เพราะชีวิตของเขาไม่เหมือนคนอื่น ความประพฤติของเขาก็ต่างจากเรามาก... เขาคิดว่าเราเป็นคนไร้ค่า... เขาหลีกเลี่ยงวิถีชีวิตของเราประหนึ่งว่าเป็นสิ่งปฏิกูล... เขาประกาศว่าผู้ชอบธรรมจะมีความสุขในวาระสุดท้าย อวดอ้างว่า พระเจ้าทรงเป็นพระบิดาของเขา... เราจงดูกันเถิดว่าคำพูดของเขาจะเป็นจริงหรือไม่ เราจงพิสูจน์ว่า อะไรจะเกิดขึ้นกับเขาในวาระสุดท้าย ถ้าผู้ชอบธรรมเป็นบุตรของพระเจ้า พระองค์ก็จะทรงปกป้องเขา และทรงช่วยเขาให้พ้นจากเงื้อมมือของศัตรู เราจงสาปแช่งและทรมานลองใจเขา ให้รู้ว่าเขาอ่อนโยนเพียงใด และจงทดสอบว่าเขาอดทนเพียงใด เราจงลงโทษเขาให้ตายอย่างอัปยศ... ถ้าเป็นจริงอย่างที่เขาพูด พระเจ้าจะทรงคอยดูแลเขา... (ปชญ 2:1ก, 12-22)

บทอ่านที่หนึ่งจากหนังสือปรีชาญาณที่เราอ่านในมิสซาวันนี้ คงไม่มีอะไรต้องอธิบายนะครับ แต่นี่คือชะตากรรมของเรา นี่คือสิ่งที่เรียกว่าวิถีชีวิตคริสตชน ศิษย์พระเยซู อ่านอีกครั้ง อ่านสักสองสามครั้ง ก็นี่แหละครับ ชีวิตเรา ชีวิตที่ต้องเพียรอดทน มั่นคง และสัตย์ซื่อต่อพระเจ้า เพราะพระองค์ทรงเรียกเรามาให้ไม่เหมือนคนอื่นๆ จริงๆ เราต้องเป็นสิ่งนี้ เป็นแบบนี้ เป็นมโนธรรมของสังคม เป็นความชอบธรรมท่ามกลางทุกคน แม้เราจะต้องถูกเบียดเบียนถูกโกง ถูกมองอย่างดูถูก คือว่า... เป็นคริสตังอ่ะ หลายครั้งเราคงอยู่ยากในสังคม... และดังนี้ คริสตชนเอ๋ย เราจะว่าอย่างไร เราจะไหลไปตามน้ำบ้างหรือเปล่า หรือเราจะเป็นอย่างว่า “ใครๆ เขาก็ทำกัน...” เราจะว่าอย่างไร... แต่ แต่ แต่ เป็นคริสตชน เป็นผู้ชอบธรรม โอ้วิญญาณข้าเอ๋ย มันยาก มันเจ็บปวด มันทรมาน...

แต่นี่คือหนทางที่พระคริสตเจ้าได้เผชิญมาก่อนเรามิใช่หรือ... ในบทพระวรสารวันนี้ เราพบว่าพระองค์กำลังถูกปองร้าย เพราะพระองค์ทรงทำงานในวันสะบาโต พระองค์ทรงทำกิจเมตตา ทำสิ่งที่มโนธรรม ความจริงของพระเจ้ากำลังส่องสว่างในชีวิตของพระองค์ แต่นั่นแหละ ชีวิตของพระองค์ คือชีวิตของผู้ชอบธรรมของพระเจ้า ไม่ต่างอะไรกับสิ่งที่หนังสือปรีชาญาณกล่าวถึงในบทอ่านที่หนึ่งเลย

พี่น้องที่รักครับ หากว่าเราเป็นศิษย์พระเยซู หากว่าเราประสงค์จะเป็นเช่นนั้นจริงๆ แล้วล่ะก็... นี่แหละครับ นี่แหละคือชีวิตของเรา ที่เราต้องผ่านการทดสอบทดลอง และนี่ก็ไม่ต่างกับชีวิตของพระคริสตเจ้าเลย... ไหวไหมครับ เราจะว่าอย่างไร... เมื่อมันไม่ใช่เราเท่านั้นที่กำลังเผชิญกับความรู้สึกแบบนี้ แต่ว่า พระคริสตเจ้าได้ทรงผ่านเรื่องราวเหล่านี้มาก่อนเรา และพระองค์ทรงเป็นแบบอย่างแก่เรา และยังทรงเดินเคียงข้างเรา...

พี่น้องที่รัก ผมบอกบ่อยครั้ง... พระเจ้าไม่ได้หลอกเรามาเป็นคริสตชนนะครับ พระองค์ไม่ได้บังคับเราให้มาเป็นคริสตชน แต่พระองค์เสนอหนทางนี้ให้ด้วยความรักเรา และพระองค์ทรงประทับอยู่เคียงข้างเรา แม้จะไม่ได้ช่วยอะไรเราในบางเรื่องที่เราปรารถนา แต่พระองค์สัตย์ซื่อต่อพระสัญญา พระองค์จะประทานรางวัลให้เราในวาระสุดท้าย หากเราเพียรทนถึงที่สุด ดังที่พระองค์ทรงเป็นแบบอย่าง

คำนี้เป็นกำลังใจของผมจริง แม้จะอ่อนแอกี่ครั้ง แต่วาจานี้มีค่าสำหรับผมมากจริงๆ ที่ทำให้ผมมีพลัง... พี่น้องล่ะครับ รู้สึกอย่างนี้บ้างหรือเปล่า... “เราจงสาปแช่งและทรมานลองใจเขา ให้รู้ว่าเขาอ่อนโยนเพียงใด”... โลกกำลังทดสอบเรา ดูซิว่า คริสตชนลูกของพระเจ้า คนที่เชื่อในพระสัญญาของพระเจ้า คนที่พยายามเป็นคนดี เป็นผู้ชอบธรรมของพระองค์ ดูซิว่า เขาจะอ่อนโยนเพียงใด ดูซิว่า วาระสุดท้ายของพวกเขาจะเป็นเช่นใด... พี่น้องที่รัก ความเชื่อของเราจำเป็นต้องผ่านการทดสอบเช่นนี้จริงๆ เหมือนกับชีวิตของพระคริสตเจ้า หากเราต้องการกลับคืนชีพกับพระองค์ เราพร้อมมากน้อยเพียงใด ที่จะร่วมชีวิตกับพระองค์ด้วย ในพระทรมานและความตายของพระองค์

ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ทรงเตรียมความช่วยเหลือที่เหมาะสมไว้ช่วยพยุงข้าพเจ้าทั้งหลายผู้อ่อนแอ ขอให้ข้าพเจ้าทั้งหลายชื่นชมยินดีรับผลการกอบกู้ และรับใช้พระองค์ ดำเนินชีวิตอย่างเลี่อมใสศรัทธาด้วยเถิด (บทภาวนาของประธานวันนี้) ขอพระองค์ประทานพละกำลังที่เข้มแข็งมั่นคง เพื่อลูกจะสามารถเดินไปจนสุดทาง และพบพระองค์ที่ปลายทางเถิด... ไม่ว่าจะล้มลุกคลุกคลานเพียงใด เพียงพบพระองค์ที่ปลายทางนั้น ลูกก็ไม่เสียชาติเกิดที่เป็นลูกของพระองค์.

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันศุกร์ที่ 5 เมษายน 19 สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลมหาพรต
บทอ่าน ปชญ 2:7-1ก,12-22 / ยน 7:1-2,10,25-30
“ท่านรู้จักเรา และรู้ว่าเรามาจากไหน?” พระเยซูเจ้าได้ตรัสกับบรรดาผู้ฟังในพระวิหาร แต่พวกเขารู้จักพระองค์จริงๆหรือไม่?” พวกเขารู้ว่าพวกเขารู้จักพระองค์ (ยน 7:27) โดยอ้างว่าพวกเขารู้ว่า พระองค์มาจากไหน ความจริงแล้ว พวกเขาไม่รู้จักพระองค์แต่อย่างใด พวกเขาพยายามจับกุมพระองค์ และพยายามที่จะฆ่าพระองค์
การไม่รู้จักพระเยซูเจ้า เพราะพวกเขาไม่อยากรู้จักพระองค์จริงๆ เนื่องจากพวกเขามีเจตนาที่ไม่รู้จักพระองค์ ด้วยการปฏิเสธพระองค์ด้วยความเต็มใจ เมื่อได้เผชิญหน้ากับพระองค์ และได้ข่มขู่ว่า พระองค์ได้เจริญชีวิต เหมือนกับประชาชนทั่วไป พลาโตได้เคยพูดว่า “เราสามารถที่จะให้อภัยความผิดให้แก่เด็ก ที่กลัวความมืดอย่างง่ายดาย แต่มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้าจริงๆของชีวิต ถ้าผู้ใหญ่กลับกลัวแสงสว่าง”
ท่านเองรู้จักพระเยซูเจ้าหรือไม่? หรือพูดให้ตรงจุดกว่านั้น ท่านต้องการรู้จักพระองค์หรือไม่? เพราะการที่จะรู้จักพระองค์จริงๆ คนๆนั้นจะต้องพร้อมที่จะปฏิเสธตนเอง และเจริญชีวิตเพื่อคนอื่น การรู้จักพระเยซูเจ้าจริงๆ จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงในตัวเอง โดยแสดงความรักต่อผู้ที่รักเรา และรับใช้ต่อผู้ที่รับใช้เรา สำหรับพวกเราจำนวนมาก เรากำลังอยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับชายหนุ่มร่ำรวยคนนั้น ที่มีความขัดแย้ง ระหว่างการเสนอของพระเยซูเจ้า และการยึดติดกับสิ่งของและคุณค่าฝ่ายโลก เพราะฉะนั้น การรู้จักพระองค์จริงๆ คือ การเดินเคียงข้างพร้อมกับพระองค์ เพื่อมุ่งไปสู่เส้นทางแห่งไม้กางเขน ให้พระหฤทัยของพระเยซูเจ้า จงอยู่ในใจของเรา และอยู่ในใจของทุกคน.
อย่าให้อดีตทำให้ท่านวุ่นวายใจ ขอให้ปล่อยทุกสิ่งไว้ในพระฤทัยของพระเยซูเจ้า และเริ่มทุกสิ่งอีกครั้งหนึ่งด้วยความยินดี...พระเยซูเจ้าได้ตรัสว่า “ขอให้วิญญาณที่ต้องการก้าวหน้าไปสู่ความศักดิ์สิทธิ์ จงวิ่งมาหาพระหฤทัยอันศักดิ์สิทธิ์ของเรา”

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view