สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอังคารที่ 9 เมษายน 2019 สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลมหาพรต

วันอังคารที่ 9 เมษายน 2019 สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลมหาพรต

✝ไม่มีองค์พระเยซูเจ้า
ที่ปราศจากไม้กางเขน
และไม่มีกางเขนใด
ที่ปราศจากองค์พระเยซูเจ้า
ถ้าเลือกพระองค์ …
ก็ต้องยอมรับกางเขนด้วย

📚บทอ่านประจำวันอังคารที่ 9 เมษายน 2019
สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลมหาพรต
https://www.youtube.com/watch?v=Po_7G4mL4f0&t=2s

✝ The Power of The Cross
https://youtu.be/6wcULqyoINg

💦💦💦💦💦💦💦💦💦💦

วันอังคารที่ 9 เมษายน 2019
สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลมหาพรต
อ่าน :
กดว 21:4-9
ยน 8:21-30

เป็นเรื่องแปลก ที่บางที บางคน
มีของดี คนดีอยู่ใกล้ ๆ ในชีวิต
แต่ไม่เคยคิด ไม่เคยเห็นคุณค่า
ดันมา “บ่นว่า.. เสียดาย..ไม่น่าเลย”..
เมื่อยามต้องสูญเสีย สิ่งเหล่านั้น
พระเยซูเจ้าเคยได้รับการปฎิบัติเช่นนี้
เมื่อพระองค์ตรัสกับบางคนว่า
“เราจากไปแล้ว ท่านทั้งหลายจะแสวงหาเรา”

กันดารวิถีชี้ให้เห็น ในยามที่ต้องเจอ
อุปสรรค ความยากลำบาก
ไม่เป็นดั่งใจนึก เครื่องมือที่จำเป็น
เพื่อจะไม่เป็นคนที่ได้ชื่อว่า “ขี่บ่น”
คือ “ความอดทน”

หมายเหตุ..
จงเห็น “คุณค่า” ของสิ่งที่มี
ก่อนที่มันจะกลับกลายเป็น
สิ่งที่ “เคยมี” …

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”
วันอังคารที่ 9 เมษายน 2019
สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลมหาพรต

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“เมื่อใดที่ท่านยกบุตรแห่งมนุษย์ขึ้น ท่านจะรู้ว่าเราเป็น...” (ยน 8:21-30)

มองชีวิตวันนี้
มันอาจทำให้ฉันเปรียบเปรยเทียบเคียงกับชีวิตที่ผ่านมาก
หลายครั้งฉันอาจจะคิดถึงอดีตที่ผ่านมา
และอาจจะเกิดความน้อยเนื้อต่ำใจในเวลาปัจจุบันของฉัน
มันอาจทำให้ฉัน บ่น บ่น แล้วก็ บ่น
จนพระเจ้าของฉันผู้ทรงเรียกฉันบนหนทางใหม่
พระองค์แทบไม่เหลืออะไรดีเลยสำหรับฉัน
ฉันคงตัดสินใจผิดที่ก้าวตามมาเป็นประชากรของพระองค์

มองดูกางเขน ที่ที่ความรอดพ้นหลั่งไหลมาสู่เจ้า
วิญญาณข้าเอ๋ย
เพราะความทรยศหักหลังของเจ้าไม่ใช่หรือ
ทำให้พระบุตรของพระเจ้าต้องเป็นเช่นนี้
มองดูกางเขนเสมอๆ แล้วเจ้าจะพบคำตอบ

จงภูมิใจในกางเขนคริสตัง
ชีวิตและจิตพลัง ย่อมไหลหลั่งมาจากกางเขน...

________________

เมื่อผมปฏิญาณตนตลอดชีพในคณะนักบวชฟรันซิสกัน ผมเลือกนามตนเองใหม่ว่า ฟรันซิส (ฟรันซิส แห่งอัสซีซี ผู้ตั้งคณะ) เซเวียร์ (นักบุญฟรันซิส เซเวียร์ องค์อุปถัมภ์เมื่อผมรับศีลล้างบาป) แห่งไม้กางเขน (ที่ผมยืนยันว่า ผมเกิดมาเพื่อสิ่งนี้)... เพราะหากไม่มีกางเขนให้แบกแล้ว พระเจ้าข้า รับผมไปเถอะ คงไม่มีอะไรให้ทำแล้วในโลกนี้อ่ะ เมื่อหนทางของคริสตชน คือหนทางมุ่งสู่กางเขน เพื่อการกลับคืนชีพที่มาหลังกางเขน... พระวาจาวันนี้จึงทำให้ผมไตร่ตรองอย่างพิเศษจริงๆ

วันเหล่านี้ ผมได้กลับบ้าน บ้านศูนย์กลางของคณะ เพื่อเรียนรู้ทบทวนจิตตารมณ์ของคณะมากขึ้น คือทบทวนอีกครั้งซึ่งสิ่งที่เป็นพระพรพิเศษของคณะนักบวชของผม ที่ลำไทรในวันเหล่านี้ ผมมีความสุขที่สุดหลังจากสี่ปีที่เหมือนอยู่ในแดนเนรเทศ คืออยู่นอกหมู่คณะที่ควรเป็น ผมอยู่ที่ประจวบคนเดียวมาตลอดเวลาสี่ปี มันคือความโดดเดี่ยวของชีวิตนักบวช... มาวันนี้ ผมกลับบ้านอีกครั้ง กลับมามีความสุขอีกครั้งดังได้มาอยู่ในครอบครัวของตน มีพี่น้อง มีโอกาสร่วมภาวนาด้วยกัน ทานอาหารร่วมกัน... นี่คือชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป มีสุข มีทุกข์ และก็กลับมาอยู่ในความเป็นจริงอีกครั้ง คือชีวิตที่มีทั้งสุขและทุกข์ปะปนกันไป แต่เรามักจะลืมขอบคุณพระเจ้าในเวลาที่เรามีความสุข และตรงกันข้าม ในเวลาที่เรามีความทุกข์ เรากลับบ่น บ่น บ่น บ่นเสียพระเจ้าแทบไม่มีอะไรดีเลยกระนั้น

บทอ่านที่หนึ่งในวันนี้ จากหนังสือกันดารวิถี คือบทอ่านในวันปฏิญาณตนตลอดชีพของผม (กดว 21:4-9) บนหนทางของพระเจ้าที่ทรงนำอิสราแอลประชากรของพระออกมาจากอียิปต์ บัดนี้ เมื่อต้องประสบกับความยากลำบาก ชีวิตที่โลเลและไม่มีอะไรมั่นคงของเขานั้น บัดนี้เริ่มเบื่อหนทางที่กำลังก้าวเดิน กลับคิดถึงอดีตที่เคยเป็นในแดนเนรเทศ คิดถึงอาหาร คิดถึงหม้อเนื้อที่เคยมีกินในประเทศที่เป็นแดนทาส เหมือนกำลังตัดพ้อว่า พระเจ้าจะนำฉันมาที่นี่ทำไม เพื่อให้มาตายที่นี่กระนั้นหรือ และก็เริ่มบ่นว่าพระเจ้าและโมเสส... ดังกับว่า อยู่นแดนทาสก็ดีอยู่แล้ว ทำไมต้องนำฉันมาที่นี่ด้วย...

พี่น้องที่รัก มันเป็นความจริงสำหรับผมและสำหรับพี่น้องด้วยหรือเปล่า เมื่อพระเจ้าทรงเรียกเราให้มาเป็นคริสตชน เป็นนักบวช เป็นพระสงฆ์ ที่เรามีกระแสเรียกที่ไม่เหมือนคนอื่น บนเส้นทางสายนี้ ที่เป็นวิถีทางของพระเจ้า เห็นหนทางของลูกของพระองค์ เพื่อมุ่งหน้าไปดินแดนพระสัญญาของพระองค์ที่พระองค์ทรงเตรียมไว้ให้... มาวันนี้ หากจะถามถึงตนเอง พี่น้องครับ ผมสารภาพจริงๆ ครับ ผมคงพลาดพลั้งไม่น้อยไปกว่าชาวอิสราแอลในบทอ่านที่หนึ่งวันนี้แน่ๆ ครับ... เคยครับ ผมเคยคิดถึงอดีตที่ผ่านไป เมื่อผมตัดสินใจเลือกเดินตามพระองค์ออกมาจากหนทางที่ผมเคยเดิน เพื่อเป็นนักบวช และวันนี้เป็นพระสงฆ์... เคยครับ เคยเหมือนกัน ที่ผมคิดถึงอดีตที่ผ่านมา ชีวิตที่รู้สึกว่ามันดีอยู่แล้ว ไม่รู้จะมาเป็นนักบวชทำไม สุดท้าย มันน่าเบื่อเหลือเกิน กับอุปสรรคที่ทำให้เจ็บครั้งแล้วครั้งแล้ว เคยคิดหนักถึงขนาดอยากกลับไปหนบนทางเดิมที่ก้าวผ่านมานะครับ หนทางที่มันเหมือนจะดีกว่านี้... แต่ทว่านี่แหละ คือความคิดเช่นเดียวกับอิสราแอลในบทอ่านที่หนึ่งล่ะครับ

พี่น้องที่รักครับ ผมเคยพลาดพลั้งคิดแบบนั้นนะครับ แต่ขอบคุณพระเจ้าที่ผมไม่ได้พลาดพลั้งมากกว่านี้... พี่น้องล่ะครับ เคยเป็นแบบนี้บ้างไหม... เคยรู้สึกอยากตัดพ้อพระเจ้าบ้างไหม เคยมีคำถามที่ถามใจตนเองอย่างผมบ้างไหม... ทำไมฉันต้องมาเป็นคริสตชนด้วยนะ ไม่เป็นก็น่าจะดีกว่า ทำไมชีวิตคริสตชนของฉันมันลำบากขนาดนี้ หลายครั้งมันหนักกว่าคนอื่นๆ เขาด้วยอ่ะเป็นคริสตังต้องมาวัดวันอาทิตย์ มีกิจศรัทธา มีพิธีกรรมที่เป็นหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติ ทั้งๆ ที่หากฉันไม่เป็นคริสตัง ฉันเป็นเหมือนคนอื่นๆ เขา ฉันน่าจะดีกว่านี้ไหม แล้วทำไม... ทำไมหรือ... ทำไม... นี่น่ะหรือที่เป็นสิ่งที่ฉันเรียกว่า “กระแสเรียกของการเป็นคริสตชน” ลูกของพระเจ้า ที่ต้องออกแรงมากมายเหลือเกิน เกินกว่าที่คนอื่นๆ เขาสบายๆ กัน... พี่น้องครับ มีบ้างไหม ที่บางครั้งเราอาจจะกำลังสูญเสียกำลังใจบนหนทางสายนี้ หนทางที่พระเจ้าทรงนำเราออกมาจากโลก เพื่อเป็นประชากรของพระองค์ และวันนี้ ฉันเบื่อเหลือเกินแล้วในการเป็นประชากรของพระเจ้า เบื่อที่สุดเลยที่เกิดมาเป็นลูกของพระองค์... มีบรรยากาศนี้ในจิตใจของฉันบ้างหรือเปล่า ???

ณ ที่กันดารที่อิสราแอลกำลังเดินทางบนหนทางของพระเจ้านั้น พวกเขาได้บ่นว่าพระเจ้า และพระเจ้าก็บันดาลให้มีงูร้ายมากัดพวกเขาตาย และพระองค์ได้รักษา และช่วยให้พวกเขารอดพ้นด้วยการมองดูรูปงูทองสัมฤทธิ์ที่แขวนอยู่ในที่สูง ผู้ที่ถูกงูกัดก็จะได้รับความรอดพ้นจากความตาย รูปงูที่แขวนอยู่นั้น เป็นเครื่องหมายเตือนถามอิสราแอลว่า เขาทำอะไรลงไป บัดนี้ มันเรียกร้องการกลับใจ ความเป็นทุกข์เสียใจ และกลับเข้ามาหาพระเจ้าเสียใหม่

พี่น้องครับ นี่คือภาพของไม้กางเขนครับ... นี่คือภาพสะท้อนผลของการทรยศหักหลังพระเจ้า ที่โทษของเราคือความตาย แต่พระเจ้าได้วางโทษของเราไว้ที่พระบุตรของพระองค์... ดังนั้น คือคือสิ่งที่เราต้องไตร่ตรองครับ... เมื่อเรามองดูกางเขน เราคิดอย่างไร เรารู้สึกอย่างไร... บนหนทางที่ฉันเดินมากับพระองค์ในการเป็นคริสตชน เป็นนักบวช เป็นพระสงฆ์อย่างผมนี้ด้วย... ฉันได้บ่นว่าพระเจ้ามามากน้อยเพียงใด บ่น บ่น บ่น บ่นเสมอเลย จนบางครั้งรู้สึกและถามตนเองว่า ฉันจะมาเป็นคริสตชนทำไมเนี่ย และมาเป็นนักยวชทำไมว่ะ มาเป็นพระสงฆ์ทำไมกัน... ฉันอยากจะกลับไปบนเส้นทางสายเดิม เหมือนที่ฉันเดินกับคนอื่นๆ เขา... บนหนทางของพระองค์ มันไม่ดีเลยยยยย ฉันเหนื่อยแล้วอ่ะ ฉันไม่ไหวแล้วจริงๆ

“จงภูมิใจในกางเขนคริสตัง ชีวิตและจิตพลังย่อมไหลหลั่งมาจากกางเขน...” พี่น้องที่รักครับ วันนี้ ฟังพระวาจาของพระเจ้า กับประสบการณ์ที่ก้าวผ่านมา นี่คือเวลาที่พระเจ้าทรงเชื้อเชิญให้เราไตร่ตรอง คิดใหม่ครับ เมื่อพระองค์ทรงนำเรามาบนหนทางของพระองค์ บัดนี้ มองดูกางเขนที่พระเยซูเจ้าทรงถูกตรึงเพื่อเราซิครับ มองดูที่นั่น และคงต้องถามว่า “ฉันทำอะไรลงไป...” พระเจ้า พระองค์เอง จึงต้องมารับทรมานและตายบนไม้กางเขนแบบนี้... มองกางเขนเถอะครับ มองดีๆ ไตร่ตรองดีๆ ในวันนี้ แล้วเราจะรู้ว่าเราควรเป็นเช่นใด

ข้าแต่พระเจ้า โปรดช่วยลูกผู้มีใจโลเลนี้ ให้ลูกมีความมั่นใจในพระองค์บนหนทางที่พระองค์ทรงนำลูกออกมากจากวิถีชีวิตของโลก เพื่อเป็นคริสตัง เป็นประชากรของพระองค์ เป็นลูกของพระองค์ ขอทรงช่วยลูกให้ภูมิใจบนหนทางที่พระองค์ทรงเรียกนี้ และมีความพากเพียรอดทน ก้าวหน้าบนหนทางนี้ จนได้พบพระองค์เป็นเป้าหมายสุดท้ายในชีวิตด้วยเถิด.

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันอังคารที่ 9 เมษายน 19 สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลมหาพรต
บทอ่าน กดว 21:4-9 / ยน 8:21-30
พระเยซูเจ้าได้ทรงเตือนคนที่ยังดื้อดึงในความเชื่อของพวกเขา โดยปฏิเสธที่จะยอมรับว่า พระองค์ คือ ผู้ได้รับการเจิมจากพระเป็นเจ้า มีแต่ผู้ที่เชื่อในพระองค์เท่านั้น ที่จะสามารถไปหาพระบิดาเจ้าพร้อมกับพระองค์ ส่วนผู้ที่ต่อต้านพระองค์จะตายในบาปของพวกเขา บรรดาผู้ที่ไม่เชื่อได้ถามพระเยซูเจ้าว่า พระองค์ทรงต้องการที่จะทำลายชีวิตของพระองค์หรือไม่ แต่ความจริงคือพระองค์จะมอบชีวิตของพระองค์เอง เพื่อทำตามพระประสงค์ของพระบิดาเจ้า พระองค์ได้ทรงเปรียบเทียบว่า “เมื่อใดที่ท่านยกบุตรแห่งมนุษย์ขึ้น เมื่อนั้นท่านจะรู้ว่าเราเป็น และรู้ว่า เราไม่ได้ทำอะไรตามใจตนเอง แต่พูดอย่างที่พระบิดาทรงสั่งสอนไว้ พระผู้ทรงส่งเรามาสถิตกับเรา พระองค์ไม่ได้ทอดทิ้งเราไว้ตามลำพัง เพราะเราทำตามที่พระองค์ทรงพอพระทัยเสมอ” ถ้าในทะเลทรายโมเสสได้ยกรูปงูทองสัมฤทธิ์ขึ้นติดไว้ที่เสาร์ ผู้ที่ถูกงูกัด และมองดูงูทองสัมฤทธิ์ก็รอดชีวิตฉันใด ไม้กางเขน คือ เครื่องหมายของความขัดแย้ง ระหว่างชีวิตและความตาย ระหว่างพระหรรษทานและบาป ระหว่างความทุกข์และการได้รับการบำบัดรักษาให้หาย พระเยซูเจ้าทรงใช้คำว่า “เราคือผู้เป็นอยู่” เพื่อยืนยันว่า พระองค์และพระบิดาเจ้าเป็นหนึ่งเดียวกัน...จงมองดูไม้กางเขน และรำพึงถึงไม้กางเขนที่ให้คำตอบแก่ชีวิตของท่าน ...ข้าแต่พระเยซูเจ้า โดยอาศัยอำนาจของไม้กางเขนของพระองค์ พระองค์ได้ทรงไถ่กู้โลก
จงปล่อยเรื่องเก่าๆให้ผ่านไป ขอเพียงให้พระเจ้าประทับอยู่ วันนี้ ฉันปล่อยให้เรื่องเก่าๆ ผ่านไป
และขอเพียงให้พระเจ้าประทับอยู่ในชีวิตของฉัน ให้พระองค์ดูแลชีวิตของฉัน ณ บัดนี้ พระองค์เริ่มส่องแสงสว่างเข้ามาในมุมมืดแห่งจิตวิญญาณของฉัน พระองค์ทรงนำเอาความวิตกกังวลทั้งหลายออกไปจากบ่าของฉัน และเติมความรักของพระองค์ในจิตใจของฉัน…“จงปล่อยเรื่องเก่าๆ ให้ผ่านไป ขอเพียงให้พระเจ้าประทับอยู่” ให้พระองค์ดูแลชีวิตของฉัน เพื่อฉัน และขอพระองค์ส่องแสงสว่างมาสู่เงาชีวิตอันมืดมนของฉันทุกวัน.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view