สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันพุธที่ 17 เมษายน 2019 สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์

วันพุธที่ 17 เมษายน 2019 สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์

🍀 เหนือกว่ารักทั้งมวลในโลกหล้า
ยิ่งใหญ่กว่าสัมพันธ์ใดใดในโลกนี้
คือความรักของพระคริสต์ผู้ยอมพลี
ถวายสิ้นพระชนม์นี้เพื่อชาวเรา

📚บทอ่านประจำวันพุธที่ 17 เมษายน 2019
สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์
https://www.youtube.com/watch?v=Ue_-k2IGs7k&t=21s

https://youtu.be/6_m3iQnwvrI

♥Amazing Grace
http://youtu.be/CDdvReNKKuk

🌿🌿🌿🌿🌿🌿🌿🌿🌿🌿

วันพุธที่ 17 เมษายน 2019
สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์
อ่าน :
อสย 50:4-9
มธ 26:14-25

เมื่อยูดาส ปล่อยความคิด จิตใจ
ให้ลุ่มหลง คล้อยตาม ทรัพย์สิน เงินทอง
เขาจึงพยายามใช้ทุกโอกาส เพื่อทำตามข้อตกลง
แม้นต้องทรยศต่ออุดมการณ์

สิ่งที่ทำให้ประกาศกอิสยาห์ สามารถยืนหยัด
ซื่อสัตย์ในการทำหน้าที่ ด้วยจิตใจที่แน่วแน่มั่นคง
นั่นก็เพราะว่า ท่านตระหนัก และสำนึกเสมอ
ในความช่วยเหลือของพระเจ้า ที่มีต่อท่าน

หมายเหตุ..
มองข้างหน้า ให้เป็น ความหวัง
มองข้างหลัง ให้เป็น บทเรียน
มองสิ่งที่มัน หมุนเวียน
เพื่อยอมรับ การเปลี่ยนแปลง

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”
วันพุธที่ 17 เมษายน 2019
สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“สามสิบเหรียญ...” (มธ 26:14-25)

เพียงสามสิบเหรียญ
แลกกับองค์พระผู้เป็นเจ้า...

โอ้...องค์พระผู้เป็นเจ้าของฉันมีค่าเพียงเท่านี้เองหรือ
แต่แท้จริงแล้ว หลายครั้งฉันเลือกที่จะทิ้งพระองค์ไป
ฉันยอมแลกพระองค์กับสิ่งอื่น ที่ไม่ได้มีค่าอะไร
มากไปกว่าการบำรุงบำเรอความสุข ความสะดวกสบายของฉันเท่านั้นเอง

โอ้... ฉันจะว่าอย่างไร หากคนที่ฉันรักมากทำกับฉันเช่นนี้
ฉันคงจะบอกว่า...
หากจะไม่รักฉันแล้ว ก็วางฉันไว้ตรงนี้เถอะ
อย่าเอาฉันไปแลกกับความต่ำช้าของเธอ
อันทำให้ฉันต้องเจ็บปวดรวดร้าวเลย...

________________

วันนี้ วันพุธศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งได้มีการเรียกวันนี้ว่า วันพุธขายพระ ตามเนื้อหาในพระวรสารวันนี้... ยูดาสกลับมาอีกครั้งในกลุ่มของบรรดาศิษย์ หลังจากออกไปไหนมาไม่ทราบ คงไม่มีใครคิดว่าเขาไปทำอะไรมา แต่การกลับมาของเขากลับเป็นการกลับมาที่ไร้ซึ่งความจริงใจเสียแล้ว เมื่อพระวรสารบันทึกว่า ... ตั้งแต่นั้นมา ยูดาสก็หาโอกาสที่จะมอบพระองค์...

การทรยศครั้งนี้คงเป็นเรื่องราวที่แสนเจ็บปวดในความรู้สึกของพระเยซูเจ้า บรรดาศิษย์ และของพวกเราด้วย แต่ทว่า สิ่งที่ผมรู้สึกเจ็บปวดมากกว่า จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ต้องเผชิญ นั่นคงไม่ใช่หมายถึงการทรยศหรอก หากครั้งหนึ่ง ผมคิดว่า ไม่มีใครสำคัญที่สุดในชีวิตของผมหรอก หากจะมีใครบางคนที่หักหลังผม ผมก็ยังมีอีกหลายคนที่จริงใจกับผมอยู่ การทรยศหักหลังนั้นมันอาจจะทำให้เจ็บปวด แต่สิ่งที่เจ็บปวดมากกว่านั้น สำหรับเหตุการณ์แบบที่พระเยซูเจ้ากำลังเผชิญอยู่นี้คือ... การยอมแลกพระองค์กับเงินเพียงแค่สามสิบเหรียญเท่านั้นเองหรือ...

นี่คือความปวดร้าวในหัวใจครับ หากจะทิ้งกันไปก็ทิ้งกันไปเถอะ แต่บัดนี้ สิ่งที่เธอทำนั้น เธอกำลังบอกว่า ฉันมีค่าเพียงสามสิบเหรียญเท่านั้นเองหรือ...

พี่น้องที่รัก สำหรับคนที่เรารักนั้น เขามีมูลค่าเท่าไรล่ะ... ลูกของเรา ถูกเรียกค่าไถ่ด้วยเงินสามสิบเหรียญเท่านั้นเองหรือ โอ้ ฉันให้เงินเธอมากกว่านั้นคงได้กระมัง แต่อย่าทำสิ่งนี้เลย สิ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกว่าลูกของฉันไร้ค่าขนาดนั้น... พี่น้องครับ หนักกว่าการทรยศ คือการตีค่าพระเจ้าน้อยค่าเหลือเกิน

มีบ้างไหม ที่ฉันยอมแลกพระเจ้ากับบางสิ่งบางอย่างในชีวิตของฉัน ฉันยอมแลกละครทีวีกับการมาวัดวันอาทิตย์ ฉันยอมแลกความสุขที่บ้านกับพระพรที่พระองค์ทรงเตรียมไว้ให้ ฉันยอมแลกการก้มหน้าลงหน้าจอสี่เหลี่ยมๆ กับการก้มศีรษะลงนมัสการพระเจ้า... วันนี้ ฉันแลกพระเจ้าของฉันกับสิ่งเหล่านี้หรือเปล่า

นี่คือประสบการณ์ที่แสนเจ็บปวด ที่เกิดขึ้นในโลกเราด้วยหรือเปล่า คนที่ทานข้าวหม้อเดียวกันกับเรากำลังทรยศหักหลังเรา คนที่ทานข้าวด้วยกัน เติบโตมาด้วยกันในครอบครัว กำลังจ้างฆ่าพ่อแม่ของตน โอ้ มนุษย์ผู้ที่พระเจ้าทรงประทานสติปัญญาให้ และทรงสร้างมาอย่างดีที่สุดนี้ ทรงยกฐานะให้เป็นบุตรของพระองค์ บัดนี้ พระผู้สร้างของเขาไม่ได้มีค่าอะไรเลย เมื่อเขารู้สึกว่า เขาปีกกล้าขาแข็งขึ้นมา

นี่คือประสบการณ์แสนเจ็บปวด เมื่อพระเยซูเจ้าพบว่า คนที่กินปังของพระองค์ ได้ยกส้นเท้าใส่พระองค์ (เทียบ ยน 13:17) พูดภาษาไทยบ้านเราคือ “คนที่กินข้าวหม้อเดียวกันกับเรา มันยกส้นตีนใส่หน้าเรา” อะไรทำนองนั้น... โธ่!!! จะไปก็ก้าวออกไปเถอะ อย่าทำแบบนี้เลย บัดนี้ฉันไม่ได้มีค่าอะไรกับเธอเลย กระนั้นหรือ ค่าของฉันเพียงสามสิบเหรียญเท่านั้นเองหรือ???

สามสิบเหรียญ คือราคาทาส สามสิบเหรียญ คือค่าตอบแทนที่แสนเหยียดหยาม แต่วันนี้ องค์พระผู้เป็นเจ้ามีค่าเพียงสามสิบเหรียญเท่านั้นเอง... กระนั้นหรือ... หนักสุดๆ คงเป็นการหาผลประโยชน์จากพระเจ้าหรือเปล่า...

พี่น้องที่รัก หากหนักไปกว่านั้น ยูดาสอาจจะไม่ได้ตั้งใจขายพระเยซูเจ้า หรือมอบพระเยซูเจ้าให้ถึงตายกระมัง แต่เพียงอยากได้ค่าตอบแทนเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นเข้ากระเป๋าตนเองหรือเปล่า... พระองค์ช่างเป็นวีรบุรุษ พระองค์เอาตัวรอดจากการลอบทำร้ายมาได้มากมายหลายครั้ง ใครจะไปคิดว่า ครั้งนี้ พระองค์จะยอมจำนนกับการกระทำของศิษย์ที่พระองค์ทรงรักและเลือกไว้ให้อยู่ใกล้กับพระองค์ โอ้ ใครจะไปคิด... ว่าวันนี้ พระองค์จะทำเช่นนี้... แต่ฉันซิ วันนี้ฉันพลาดไปแล้วจริงๆ ที่ฉันอยู่กับพระองค์เสมอมา ฉันเกาะพระองค์กินมาโดยตลอด แต่บัดนี้ ฉันขายพระองค์กับเงินเพียงแค่สามสิบเหรียญเท่านั้นเอง

พี่น้องที่รักครับ น่าไตร่ตรองจริงๆ ทั้งสำหรับผมเองที่เป็นนักบวช เป็นพระสงฆ์ และสำหรับเราคริสตชนทุกคนด้วย วันนี้เราจริงใจกับพระเยซูเจ้ามากน้อยเพียงใด ทั้งๆ ที่เราเกาะพระองค์กินมาโดยตลอด เรามีชีวิตด้วยพระเมตตาของพระองค์ทุกวัน วันนี้ พระเจ้ามีค่าเท่าใดสำหรับเรา... เราอาจยอมแลกพระองค์กับอะไรบางสิ่งบางอย่างในชีวิตของเราบ้างไหม นั่นคือเราพบสิ่งใดที่มีค่าไปกว่าการมีพระองค์อยู่กับเรากระนั้นหรือ หรือหนักแบบนี้เลย แบบการกระทำของยูดาสเลย นั่นคือการอยู่กันไปวันๆ กับพระองค์ แต่ก็ไม่ได้จริงใจต่อพระองค์เลย แบบหมาสองรางที่ผมแบ่งปันการไตร่ตรองไม่นานนี้ หากใจเราจะโลเลเหลือเกิน ที่เราตรงเข้าหาผลประโยชน์ ความสุข ความสนุกสะดวกสบาย ชื่อเสียง เกียรติยศ การมีหน้ามีตาเท่านั้นเอง นั่นคือการเดินเข้าวัดวันอาทิตย์ ทำตนเป็นคริสตังใจศรัทธา และจากหลังนั้นก็เดินเข้าแหล่งที่เต็มไปด้วยอบายมุข นั่นคือการควักเงินทำบุญมากมายแลกกับพระพรของพระองค์ การมีหน้ามีตาในวัดของตน อนุโมทนาบัตรใบแล้วใบเล่า ใบพรจากพระสันตะปาปา ฉันก็มี โอ้... คริสตังเอ๋ย... แล้วจากนั้นฉันก็โกงเขา เอารัดเอาเปรียบใครต่อใครมากมาย คอรัปชั่นทุกทาง ขาดความยุติธรรมกับเพื่อนพี่น้อง... พี่น้องครับ ชีวิตคริสตัง ชีวิตศิษย์พระเยซูแบบนี้ คือชีวิตที่เกาะพระเจ้ากิน ไร้ความจริงใจกับพระองค์ คอยหาโอกาสที่จะไขว่คว้าผลกระโยชน์จากการเป็นศิษย์พระองค์ เพื่อแสดงให้ใครเห็นว่า ฉันเป็นคนดี แต่แล้ว ฉันกำลังขายพระเจ้าด้วยเงินเพียงไม่เท่าไรในมือฉัน กระนั้นหรือ ที่เรียกว่า คริสตัง ศิษย์พระเยซู ลูกของพระเจ้า... กระนั้นใช่ไหม... เมื่อพระเจ้ามีค่าเพียงเพื่อเป็นเครื่องประดับให้ชีวิตฉันดูดี ดูศรัทธา และเป็นคนดี เป็นนักบุญในสายตาคนมากมาย เท่านั้นเองหรือเปล่า ที่วันนี้ ฉันเป็นนักบวช ฉันเป็นพระสงฆ์ ฉันยังเป็นคริสตชน ศิษย์พระเยซู เท่านั้นใช่ไหม...

ข้าแต่พระเจ้า ขอพระองค์ทรงเป็นชีวิต ทรงเป็นทุกอย่างในชีวิตของลูกเถิด ขออย่าให้ใจลูกโลเลในรักพระองค์ จนหากิน แสวงหาผลประโยชน์ทุกทางจากพระองค์ แต่ไม่ได้รักพระองค์อย่างจริงใจเลย พระเจ้าข้า... ขออย่าให้ลูกมองข้ามคุณค่าความรักของพระองค์ที่มีต่อลูก และขออย่าให้เป็นเช่นนั้นเลย.

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันพุธที่ 17 เมษายน 19 สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์
บทอ่าน อสย 50:4-9ก / มธ 26 :14-25
เศรษฐีผู้หนึ่ง มีบุตรชายทั้งสิ้นจำนวน 15 คน วันหนึ่งเศรษฐีได้เรียกบุตรชายทุกคนเข้าพบเพื่อแจ้งว่าจะมอบภารกิจให้1อย่าง เพื่อเป็นการคัดเลือกว่า ใครจะได้เป็นทายาทในการครอบครองทรัพย์สมบัติ ภารกิจที่ว่าคือ การให้เมล็ดดอกทานตะวันแก่บุตรชายคนละ 1 หยิบมือ เพื่อนำไปปลูกจากนั้น บอกว่า อีก 30 วันให้นำกระถางที่ปลูกเมล็ดดอกทานตะวัน มาให้ดูแล้ววันนั้นจะเป็นวันประกาศชื่อทายาท 1 เดือนผ่านไป บุตรชายทั้ง 14 คนก็ได้นำกระถางดอกทานตะวันมายืนเรียงเพื่ออวดโฉมดอกต่อผู้เป็นพ่อ เศรษฐีเฒ่าเดินผ่านบุตรชายที่ถือกระถางดอกที่บานสะพรั่งสวยงามอย่างไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ จนกระทั่งมาถึงลูกคนสุดท้องที่ยืนก้มหน้าก้มตา พร้อมกล่าวคำขอโทษผู้พ่อว่าตนเองก็พยายามดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี มันก็ไม่งอกงาม แต่ตรงกันข้ามผู้พ่อกลับยิ้มปริ่มไปด้วยน้ำตา พร้อมกับประกาศก้องว่า ทายาทที่จะได้ดูแลสมบัติของตนคือ ลูกชายคนสุดท้อง เพราะเป็นคนซื่อสัตย์เนื่องจากตนเองให้เมล็ดทานตะวันที่คั่วแล้ว ดังนั้นจะเจริญงอกงามได้ฉันใด ลูกชายทั้ง14 คนได้แต่ร้องไห้เสียใจกับการกระทำที่ไม่ซื่อสัตย์ของตนเอง
ความไม่ซื่อสัตย์และการทรยศของยูดาส คือ เรื่องที่น่าเศร้าที่สุดในชีวิตของพระเยซูเจ้า ในระหว่างเทศกาลปัสกา บรรดาสมาชิกในครอบครัวของชาวอิสราเอล จะฉลองการหลุดพ้นจากการเป็นทาสในประเทศอียิปต์ ทั้งพระเยซูเจ้าและบรรดาสานุศิษย์ของพระองค์ ได้ฉลองวันปัสกาด้วยอารมณ์และความรู้สึกที่หลาหลาย พระองค์ได้สอนให้พวกเขารักและรับใช้เพื่อนพี่น้อง แต่ยูดาสกลับทำในสิ่งตรงกันข้าม นั่นคือการทรยศต่อพระองค์ แน่นอนมีความไม่สมบูรณ์แบบในมิตรภาพ และเมื่อใดที่เราถูกทรยศจากบุคคลอันเป็นที่รักในครอบครัว ให้เราหันมามองดูพระเยซูเจ้า ความจริงการทรยศไม่ใช่จุดจบของทุกสิ่ง ให้เราสวดภาวนาขอพระองค์ โปรดให้เรายินดีแบกกางเขนของเรา เพราะพระองค์ยังสอนเราว่า ไม้กางเขนนั้นจะนำไปสู่ความรอดพ้น.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view