สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันพฤหัสบดีที่ 18 เมษายน 2019 วันพฤหัสฯ ศักดิ์สิทธิ์

วันพฤหัสบดีที่ 18 เมษายน 2019 วันพฤหัสฯ ศักดิ์สิทธิ์

💜จงรักซึ่งกันและกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลแบ่งปัน
จงรักซึ่งกันและกัน .. ดังที่เรารักท่าน
จงรับใช้กันด้วยใจอาทร .. ดังที่เรารับใช้ท่าน
จงยกโทษให้กัน .. ดังที่เรายกให้ท่าน

📚บทอ่านประจำวันพฤหัสบดีที่ 18 เมษายน 2019
วันพฤหัสฯ ศักดิ์สิทธิ์
https://www.youtube.com/watch?v=2SsLNF3oGVQ&t=15s

https://youtu.be/TjnsaetmyOQ

💠จำไว้ไม่ลืม
https://m.youtube.com/watch?feature=youtu.be&v=HI0znUKywjA

🍒🍒🍒🍒🍒🍒🍒🍒

วันพฤหัสบดีที่ 18 เมษายน 2019
วันพฤหัสฯ ศักดิ์สิทธิ์
อ่าน :
อพย 12:1-8,11-14
1 คร 11:23-26
ยน 13:1-15

พระเจ้าทรงทำให้เห็นว่า ผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์
เชื่อฟังเสียงของพระเจ้า พระองค์ทรงปักรักษา
ให้แคล้วคลาด ปลอดภัย

แบบอย่างการรับใช้ ที่สุภาพของพระเยซู
แสดงออกให้เห็น แม้พระองค์จะทรงรัก ผูกพัน
กับคนใกล้ชิด แต่เมื่อรู้ว่าถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแปลง
พระองค์ทรงสรรพพร้อม ยอมรับ สิ่งที่ทิ้งไว้คือ
แบบอย่างการรับใช้ที่ซื่อสัตย์ ด้วยความสุภาพ

จดหมายนักบุญเปาโลแนะนำ ท่าทีการเจริญชีวิต
เพื่อการเป็นผู้รับใช้ฯที่ดี คือ สิ่งใดที่ได้รับมาจากพระเจ้า
สิ่งนั้นก็มอบคืนต่อพระองค์ ผ่านทางเพื่อนพี่น้องรอบข้าง

หมายเหตุ..
การบริการรับใช้ ด้วยหัวใจ
มีคุณค่ายิ่งใหญ่ ในหัวใจของผู้ให้และผู้รับ
กับคนที่ไม่ใส่ใจอาจไร้ค่า...อย่าได้แคร์...

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”
วันพฤหัสบดีที่ 18 เมษายน 2019
วันพฤหัสฯ ศักดิ์สิทธิ์
ระลึกถึงการเลี้ยงขององค์พระผู้เป็นเจ้า

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“เราวางแบบอย่างไว้ให้แล้ว...” (ยน 13:1-15)

เราวางแบบอย่างไว้ให้แล้ว
ท่านจะได้ทำเหมือนกับที่เราทำกับท่าน
จงทำการนี้เพื่อระลึกถึงเราเถิด...

สิ่งที่ฉันกำลังทำอยู่ทุกวันนี้
คือการกระทำแบบเดียวกันกับพระเยซูเจ้า
หรือตรงกันข้ามกับพระองค์...

ท่านเข้าใจไหม
ว่าเราทำอะไรให้ท่าน...
จงทำการนี้ เพื่อระลึกถึงเราเถิด.

________________

วันนี้ วันพฤหัสฯ ศักดิ์สิทธิ์ ค่ำวันนี้ เราเข้าสู่ตรีวารปัสกาแล้ว และนี่คือหัวใจของการเฉลิมทั้งมวลชองเราคริสตชน ศูนย์กลางของการเฉลิมฉลองทั้งหมดของคริสตชนอยู่ที่การฉลองพระคริสตเจ้า องค์ปัสกาของชาวเรา... ในวันเหล่านี้ ผมทำงานหนักไม่น้อยกว่าพี่น้องเลย เพื่อการเตรียมพิธีกรรมในระหว่างการฉลองที่เป็นหัวใจของชีวิตคริสตชน เพื่อให้พี่น้องได้เข้ามามีส่วนร่วมได้เป็นอย่างดีและมีความหมาย... แต่สิ่งที่ผมต้องเตือนตนเองให้ตระหนักอยู่เสมอในวันเหล่านี้ที่กำลังทำงานหนักคือ ต้องมีเวลาในหัวใจเพื่อมอบให้กับพระเยซูเจ้า เพื่อระลึกถึงพระองค์ในพระธรรมล้ำลึกอันศักดิ์สิทธิ์ที่เรากำลังฉลองด้วย... พี่น้องครับ อย่าลืมจัดเวลาดีๆ ในวันเหล่านี้นะครับ สามวันที่เป็นการฉลองอย่างต่อเนื่องกันนี้ เราพบว่า นี่เป็นพิธีกรรมที่ฉลองกันอย่างต่อเนื่องจริงๆ วันนี้ พระสงฆ์เริ่มมิสซาบูชาขอบพระคุณด้วยสำคัญมหากางเขน และตอนท้ายมิสซา เราก็เดินตามพระเยซูเจ้าจากโต๊ะอาหารค่ำที่เราร่วมกับระองค์ ไปยังสวนมะกอกเทศที่พระองค์ทรงเข้าตรีทูตที่นั่น และเราอยู่ร่วมกับพระองค์ เพื่อเป็นเพื่อน เป็นกำลังใจของพระองค์ และร่วมชีวิตกับพระองค์บนหนทางแห่งปัสกานี้ ค่ำนี้เราไม่มีการอวยพร พรุ่งนี้ วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ เราไม่มีสำคัญมหากางเขน พระสงฆ์เริ่มพิธีด้วยบทภาวนาของประธาน และจบด้วยบทภาวนาเพื่อประชากร... และวันเสาร์ ไม่มีการทำสำคัญมหากางเขน แต่เริ่มด้วยการเสกไฟใหม่ พิธีตื่นเฝ้า และจบด้วยการอวยพรในตอนท้ายมิสซา... นี่เป็นเครื่องหมายถึงการฉลองอย่างต่อเนื่องสามวัน ที่ผมอยากเชิญชวนพี่น้องร่วมพิธีกรรมอย่างดี แบ่งเวลาให้พระเจ้าเป็นพิเศษหน่อย สิ่งที่เราทำนี้ เราจะพบความหมายของชีวิตคริสตชนจริงๆ ในการเป็นศิษย์ติดตามพระองค์ และความหวังของเราในพระองค์จะมีชีวิตชีวาขึ้นทุกวันๆ จนเราจะประสบพบพระองค์ ในปัสกาสุดท้าย ที่ ณ บ้านแท้ของเราในสวรรค์

วันนี้ พระศาสนจักรฉลองสามสิ่งคือ การตั้งศีลบวช ศีลมหาสนิท และบัญญัติแห่งความรักของพระเยซูเจ้า เป็นการเลี้ยงปัสกาใหม่ของพระเยซูเจ้า ที่ให้ความหมายมากกว่าปัสกาในพันธสัญญาเดิม จากการเดินผ่านแดนทาสสู่แดนพระสัญญา เป็นการเดินผ่านความตายสู่ชีวิต และที่สุด เราก็กำลังอยู่ในปัสกาที่สาม นั่นก็คือ การข้ามผ่านโลกนี้ เพื่อเข้าสู่การเลี้ยงปัสกานิรันดรในสวรรค์

อะไรคือสิ่งที่เราต้องผ่าน หัวใจของพระธรรมล้ำลึกปัสกา สิ่งที่เราฉลองในค่ำวันนี้ มีบทสรุปอยู่ที่ท่าทีของพระเยซูเจ้าแล้วทั้งหมด นั่นคือ “บัญญัติแห่งความรัก” บัญญัติใหม่ที่พระองค์ทรงมอบให้เรา ไม่ใช่ด้วยวาจา... “ท่านทั้งหลายจงรักกันและกัน อย่างที่เรารักท่าน” แต่ด้วยชีวิตของพระองค์ ที่พระองค์ตรัสว่า “เมื่อเราที่เป็นทั้งองค์พระผู้เป็นเจ้าและอาจารย์ยังล้างเท้าให้ท่าน ท่านก็ต้องล้างเท้าให้กันและกันด้วย เราวางแบบอย่างไว้ให้แล้ว ท่านจะได้ทำเหมือนกับที่เราทำกับท่าน” นั่นคือ “จงทำการนี้ เพื่อระลึกถึงเราเถิด” และนี่คือชีวิตของคริสตชน ที่กำลังเดินมุ่งหน้าสู่ปัสกานิรันดร เมื่อเราทำดังนี้ นั่นคือ เราก็กำลังประกาศการสิ้นพระชนม์ขององค์พระผู้เป็นเจ้า จนกว่าพระองค์จะเสด็จมา (เทียบบทอ่านที่สอง) เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า “เราให้บัญญัติใหม่แก่ท่านทั้งหลาย ให้ท่านรักกัน เรารักท่านทั้งหลายอย่างไร ท่านก็จงรักกันและกันอย่างนั้นเถิด...”

พี่น้องที่รัก การล้างเท้าของพระเยซูเจ้าในพระวรสาร คือบทสรุปของแบบอย่างชีวิตของพระองค์ที่เราต้องเดินตาม เพื่อเราจะสามารถข้ามผ่านโลกนี้ไปสู่ปัสกานิรันดรในสวรรค์ได้... “จงทำการนี้ เพื่อระลึกถึงเราเถิด...” (เทียบบทอ่านที่สอง 1 คร 11:23-6) นี่คือยสิ่งที่เราเห็นได้ในในอนุสรณ์แห่งพระทรมานของพระองค์ นั่นคือ “ศีลมหาสนิท” ครับ ศีลศักดิ์สิทธิ์แห่งความรักขององค์พระผู้เป็นเจ้า แม้เมื่อฉากสุดท้ายแห่งการไถ่กู้กำลังจะจบลง นี่คือพินัยกรรม นี่คือของขวัญชิ้นสุดท้ายที่พระองค์ทรงมอบไว้ให้เรา นั่นคือการประทับอยู่ท่ามกลางเราอย่างแท้จริง ทางศีลศักดิ์สิทธิ์น่าพิศวงนี้ คือศีลศักดิ์สิทธ์แห่งรักของพระองค์

แบบอย่างของพระองค์ที่ทรงมอบไว้ให้กับเรา พระองค์ตรัสสั่งเราว่า “จงทำการนี้ เพื่อระลึกถึงเราเถิด” นี่คงไม่ได้หมายถึงการที่เราต้องไปทำมิสซากันที่บ้าน แต่เราจบมิสซาด้วยการเริ่ม Mission คือด้วยพันธกิจครับ มิสซาจบแล้ว แต่พันธกิจของเราต้องเริ่มครับ คือให้เรากลับบ้าน และไปทำการนี้ เพื่อระลึกถึงพระองค์เถิด...

“นี่คือการของเรา นี่คือโลหิตของเรา ที่จะมอบเพื่อท่าน...” พระวาจาเหล่านี้ คือพระวาจาของพระเยซูเจ้าที่พระสงฆ์ก้มตัวลงกล่าวด้วยความเคารพ “นี่คือกายของเรา... จงทำการนี้เพื่อระลึกถึงเราเถิด”... พี่น้องครับ สำหรับผมที่เป็นพระสงฆ์ คำนี้สำคัญมากจริงๆ บทขอบพระคุณที่เป็นการเล่าเรื่องราวในคืนที่ถูกทรยศนั้น ได้ดำเนินไป แต่เมื่อมาถึงพระวาจาของพระเยซูเจ้า สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ไม่ใช่การเล่าครับ แต่เป็นพระวาจาที่พระองค์ตรัสเป็นปัจจุบัน “นี่คือกายของเรา” ไม่ใช่ “นี่คือกายของพระเยซู” แต่ “นี่คือกายของเรา” ครับ หมายความว่าอย่างไร... ไม่ผิดหรอก ที่จะหมายถึง... “นี่คือกายของพ่อ ที่จะมอบเพื่อพี่น้อง...” คือนี่คือชีวิตของพ่อที่ต้องมอบเพื่อสัตบุรุษ... “จงทำการนี้ เพื่อระลึกถึงเราเถิด...” นี่คือสิ่งที่ต้องปรากฏในชีวิตของพระสงฆ์ครับ คือชีวิตที่ต้องมอบถวายเพื่อสัตบุรุษของเขา คือชีวิตที่ต้องเสียสละเพื่อประชากรของพระเจ้าอย่างที่สุดแบบพระเยซู

และนี่คือพันธกิจของพี่น้องด้วยครับ พี่น้องที่เป็นศิษย์ของพระเยซู พระองค์ได้ตรัส “จงทำการนี้ เพื่อระลึกถึงเรา” ... พี่น้องที่รักครับ มิสซาแต่ละมิสซาจบลง แต่พันธกิจของเราต้องกระทำอย่างต่อเนื่อง... “จงทำการนี้ เพื่อระลึกถึงเราเถิด...” หมายความว่า เราต้องกลับจากวัด สู่บ้าน สู่ครอบครัวของเรา สู่หมู่คณะนักบวชของเรา สู่ชุมชนของเรา สังคมของเรา ด้วยชีวิตที่เป็นเช่นนี้ครับ คือชีวิตที่เป็น “ประดุจปังที่ถูกบิ” ครับ และนี่แหละ คือการทำตามสิ่งที่พระเยซูเจ้าสั่งเราไว้ “จงทำการนี้ เพื่อระลึกถึงเราเถิด” นี่คือรักครับ รักแบบพระองค์ครับ คือการบิชีวิตของตน และยื่นให้แก่กันและกัน การชูชีวิตของเราขึ้น... นี่คือกายของฉัน นี่คือชีวิตของพ่อ แม่ นี่คือชีวิตของลูก นี่คือชีวิตของฉัน สามี ภรรยา นี่คือชีวิตของฉัน ที่จะมอบเพื่อเธอ... นี่คือการบ้านของเราครับ การบ้านจากคืนสุดท้ายที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงประทับอยู่ท่ามกลางเรา และได้กระทำไว้ให้เป็นแบบอย่างอย่างแก่เรา ... ขอให้ชีวิตของเราเป็นดังนี้ เพื่อระลึกถึงพระองค์ คือ เป็น “ประดุจปังที่ถูกบิ”

ข้าแต่พระเยซูเจ้า ขอให้ชีวิตของลูก พร้อมที่จะบิออก เพื่อมอบเพื่อประชากรของพระองค์ เพื่อกันและกัน ทั้งนี้ เพื่อลูกจะทำสิ่งนี้ เพื่อเป็นการระลึกถึงพระองค์ ข้าแต่พระเจ้า ลูกขอบคุณแบบอย่างของพระองค์ ขอทรงเป็นพลังของลูก เพื่อลูกจะสามารถทำการนี้ เพื่อระลึกถึงพระองค์ และลูกจะสามารถข้ามผ่านโลกนี้สู่บ้านแท้นิรันดร คือปัสกานิรันดรของพระองค์ในสวรรค์.

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันพฤหัสที่ 18 เมษายน 19 สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์
บทอ่าน อพย 12:1-8.11-14 / 1คร 11:23-26 / ยน 13:1-15
ขณะที่พระเยซูเจ้ากำลังพระดำเนินมายังช่วงสุดท้ายของชีวิต พระองค์ได้ทรงกระทำสิ่งที่มีความหมาย และความทรงจำที่ดีที่สุด นั่นคือ ทรงต้องการให้บรรดาสานุศิษย์กระทำเป็นประจำ เพื่อระลึกถึงพระองค์ แม้พระองค์จะมีความระทมทุกข์เพียงใด พระองค์ก็ได้ประชุมบรรดาเพื่อนสนิทของพระองค์ และได้รับประทานอาหารค่ำครั้งสุดท้าย พร้อมกับพวกเขา ก่อนที่พระองค์จะถูกตรึงบนไม้กางเขน ในระหว่างคืนนั้นเอง พระชุมพาน้อยของพระเจ้าที่ไม่มีมลทิน ได้ประทานพระกายและพระโลหิตของพระองค์ ให้แก่ผู้ที่มีความเชื่อ และได้ติดตามพระองค์ กิจการดังกล่าวได้สรุปชีวิตและพันธกิจของพระองค์ดังนี้:พระองค์ทรงเสด็จมาในฐานะเป็นผู้รับใช้ ไม่ใช่ในฐานะผู้รับการรับใช้ เพื่อให้ชีวิตของพระองค์ เป็นสินไถ่ของคนจำนวนมาก พระองค์ยังได้เผยแสดงพันธกิจของคนใช้ โดยได้ล้างเท้ามิตรสหายของพระองค์ และได้ขอร้งให้พวกเขาได้กระทำต่อกันและกันเช่นเดียวกัน เพื่อพวกเขาจะได้ทำตัวเหมือนคนใช้ผู้ต่ำต้อย และให้รักกันและกัน เหมือนอย่างที่พระองค์ได้ทรงรักพวกเขา
โลกที่ปราศจากดวงอาทิตย์เป็นเรื่องที่ง่ายกว่า โลกที่ปราศจากมิสซา... ข้าพเจ้าหิวกระหายปังของพระเป็นเจ้า ที่เป็นพระกายของพระคริสตเจ้า ข้าพเจ้าต้องกานดื่มพระโลหิต ที่เป็นพระพรของความรักที่ไม่มีที่สิ้นสุด...ไม่มีสิ่งใดที่ยิ่งใหญ่กว่าศีลมหาสนิท ถ้าพระเป็นเจ้ามีสิ่งใดที่มีคุณค่ามากกว่านี้ พระองค์ก็คงจะมอบให้แก่เรา...ศีลมหาสนิท คือ เส้นทางที่สั้นที่สุด และปลอดภัยที่สุด เพื่อนำเราไปสู่สวรรค์...ศีลมหาสนิท คือ การแสดงออกถึงความรักของพระคริสตเจ้า ที่สมบูรณ์แบบที่สุดที่มีต่อมนุษย์...พระเยซูเจ้าคือ ปังแห่งชีวิต ที่ให้ชีวิตแก่เรา ทั้งกลางคืนและกลางวัน ที่ประทับอยู่ ณ ที่นั้น ถ้าท่านต้องการจะเจริญชีวิตด้วยความรัก จงกลับมาหาศีลมหาสนิท เพื่อสรรเสริญพระองค์...ในศีลมหาสนิท พระเยซูเจ้าได้ทรงเชื้อเชิญเรา ด้วยพระวาจาและแบบอย่างของพระองค์เอง เพื่อเลือกที่จะมอบชีวิตให้แก่ผู้อื่นอย่างแท้จริง.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view