สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันศุกร์ที่ 19 เมษายน2019 วันศุกร์ ศักดิ์สิทธิ์

วันศุกร์ที่ 19 เมษายน2019 วันศุกร์ ศักดิ์สิทธิ์

🍁ขอบพระคุณ … สำหรับกางเขน
ขอบพระคุณ… สำหรับการทรงไถ่
ขอบพระคุณ … สำหรับความรักมากมาย
ขอบพระคุณ … ที่ทรงให้ลูกกลับสู่ทางพระองค์

📚บทอ่านประจำวันศุกร์ที่ 19 เมษายน 2019
วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์
https://youtu.be/H3olJuSrwIk


https://youtu.be/uMu4rraTAnk (พระมหาทรมาน)

❤โกละโกธา (พระเยซูรักเราทุกคน)
http://youtu.be/_vF9mOwp0v4

🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄

วันศุกร์ที่ 19 เมษายน2019
วันศุกร์ ศักดิ์สิทธิ์
อ่าน :
อสย 52:13-53:12
ฮบ 4:14-16,5:7-9
ยน 18:1-19:42

ในฐานะผู้รับใช้ แม้รู้ว่าจะต้องเผชิญกับ
ความทุกข์ยากลำบาก เมื่อมีโอกาสหลีกเลี่ยง
หลบหนี พระเยซูเจ้าไม่ถอย แต่พร้อมที่จะเผชิญ 
เพื่อให้พระประสงค์ของพระเจ้าสำเร็จไป

เสียงของพระเจ้าผ่านทางประกาศกอิสยาห์
ตอกย้ำ ผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์ของพระเจ้า
จะได้รับการยกย่องเทิดทูนให้สูงขึ้น

จดหมายถึงชาวฮีบรูให้ความหวัง 
ผู้ที่กำลังติดตามพระคริสตเจ้า
พวกเขามีแบบอย่างที่มองเห็น
สัมผัสจับต้องได้ เป็นมนุษย์ที่เคยผ่าน
การผจญ ผ่านแม้กระทั่งความตาย
และการกลับมีชีวิตนิรันดร

หมายเหตุ..
พรุ่งนี้ เราอาจจะรู้สึกดีกว่า..
ถ้าวันนี้ มีความกล้าพอ
ที่จะเผชิญหน้า กับสิ่งที่ไม่มั่นใจ

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”
วันศุกร์ที่ 19 เมษายน 2019
วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์
วันศุกร์แห่งพระทรมานขององค์พระผู้เป็นเจ้า

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“เขาทั้งหลายจะมองดูผู้ที่เขาได้แทง...” (ยน 18:1-19, 42)

วันนี้ ฉันจะก้าวออกไป
ฉันจะก้มลงจูบกางเขน

ณ ที่ไม้กางเขน ที่ตรึงองค์แห่งความรัก
ลูกเป็นทุกข์เสียใจ ที่พระองค์ทรงสิ้นพระชนม์เพราะความผิดของลูก
ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อลูก เพื่อความรอดของลูก

แต่จะไม่จบเท่านั้น
เพราะลูกจะลุกขึ้นอีกครั้ง
ด้วยชีวิตที่เปลี่ยนไป
เมื่อลูกพบว่า ใครบางคนรักลูกถึงเพียงนี้...

________________

นานมาแล้ว มีคนถามว่า ทำไมคริสตชนเราเคารพความตายของคนคนหนึ่งบนไม้กางเขน เพื่อคนหนึ่งของผมก็ถามว่า ทำไมเราแขวนไม้กางเขนไว้เพื่อระลึกถึงพระเยซู เขาถามผมต่อไปว่า หากใครเอาปืนมายิงคนที่ผมรัก แล้วผมจะเอาปืนนั้นมาแขวนคอหรือเปล่า หรือจะเคารพปืนนั้นหรือเปล่า หรือเราจะเอาสิ่งที่ฆ่าผู้ที่เรารักมาแขวนคอหรือเปล่า.. นั่นคือ ทำไมคริสตชนเคารพไม้กางเขนเล่า หากกางเขนนี้เป็นสิ่งที่ฆ่าพระผู้ไถ่ของเขา...

แต่หากจะถามผม ซึ่งมีนามของตนเองว่า “แห่งไม้กางเขน” หากจะถามผมว่า ในชีวิตคริสตชนของผม ในชีวิตนักบวชที่ถวายตนภายใต้ชื่อ “แห่งไม้กางเขน” นี้ อะไรเป็นสิ่งที่ผมภูมิใจที่สุด ก็คงพบคำตอบได้จากบทเพลงเริ่มพิธีที่ผมได้เลือกไว้ในมิสซาวันปฏิญาณตนตลอดชีพของผมเอง “จงภูมิใจในกางเขนคริสตัง ชีวิตและจิตพลังย่อมไหลหลั่งมาจากกางเขน”... นี่แหละครับ สิ่งที่ผมภูมิใจ... ครั้งหนึ่งเมื่อเป็นฟรันซิสกัน ผมคิดอยากลาออก เพราะกางเขนนั้นหนักเหลือเกิน แต่สุดท้าย วันที่ผมปฏิญาณตนตลอดชีพ ผมก็บอกกับผู้ใหญ่ว่า เพราะกางเขนนี้เอง ที่นำผมมาถึงวันนี้ หากไม่มีกางเขน ก็ขอพระเจ้ารับผมไปเถอะ เพราะผมมาเพื่อการนี้จริงๆ

พี่น้องที่รักครับ “เพราะทรงรักเราถึงเพียงนี้” วันหนึ่งพระสังฆราชของผมถามว่า ข้อความนี้เอามาจากที่ใดของพระคัมภีร์ แล้วผมก็ตอบไม่ได้ เพราะไม่ทราบจริงๆ ทราบแต่เพียงว่า เป็นคติของพระสังฆราชกิตติคุณแห่งสังฆมณฑลเชียงใหม่... ผมไม่ทราบจริงๆ ครับ ใครพอจะทราบ บอกผมหน่อยนะครับ... แต่จากวันนั้น ผมก็เฝ้าคิดนะครับ Sic nos amantem เพราะทรงรักเราถึงเพียงนี้ เอามาจากที่ใดของพระคัมภีร์... ผมไม่มีคำตอบจริงๆ แต่คำตอบของผมก็ต้องตอบว่า นี่คือบทสรุปของพระคัมภีร์ทั้งหมด นี่คือบทสรุปที่ป็นสุดยอดแห่งพระวาจาของพระเจ้าจริงๆ หากพระคัมภีร์คือพระวาจาของพระเจ้า นี่คือชีวิตขององค์พระวาจาของพระเจ้าครับ เพราะทรงรักเราถึงเพียงนี้

พี่น้องที่รัก “เขาทั้งหลายจะมองดูผู้ที่เขาได้แทง” ผมเองก็มองดูชายผู้นี้ด้วย... ผมคงไม่แบ่งปันเทววิทยาอะไรมากมาย ที่วันนี้มีหลายเรื่องราวที่คุยกันได้ไม่รู้จบในวันเดียว... แต่เอาพระวาจาตอนนี้แล้วกัน “เขาทั้งหลายจะมองดูผู้ที่เขาได้แทง” ผมก็มองดูพระองค์ด้วย มองดูผู้ที่เราตรึงพระองค์ไว้ที่ไม้กางเขน และยังไปแทงเปิดด้านข้างพระวรกายของพระองค์อีกด้วย... พี่น้องที่รัก วันนี้ เรามองกางเขน แล้วเราคิดอะไรครับ...

“เพราะทรงรักเราถึงเพียงนี้...” โอ้ นี่คือพระเจ้าหรือ เมื่อพระองค์เอาโทษบาปของเราวางไว้บนองค์พระบุตรสุดที่รักของพระองค์ และเป็นพระองค์เองที่ตกลงพระทัย นี่คือพระประสงค์แห่งพระตรีเอกภาพ พระบิดา พระบุตร และพระจิต ที่ทรงมีพระประสงค์เช่นนี้ นี่คือพระประสงค์ร่วมกันของพระเจ้าทั้งสามพระบุคคล นี่คือความเจ็บปวดพระทัยของพระเจ้า ความเจ็บปวดของพระบิดา และของพระจิตด้วย เมื่อพระบุตรต้องถูกตรึงบนไม้กางเขน... พระบุตรเองก็สัมผัสถึงบรรยากาศของความทุกข์ทรมานนี้เช่นผู้ถูกทอดทิ้งบนไม้กางเขน แต่ทว่า บนไม้กางเขนนี้ คือความเจ็บปวดรวดร้าวแห่งพระทัยของพระเจ้าทั้งครบของพระบิดาและพระจิตด้วย

“ทำไมพระองค์ต้องทำถึงเพียงนี้ด้วย...” ด้วยวิธีนี้ที่พระองค์ทรงต้องการสอนเรา เมื่อพระองค์ทรงรับแบกบาปของเราไว้แต่เพียงผู้เดียว (เทียบบทอ่านที่สอง ฮบ 4:14-16, 5:7-9) เพราะเราไม่ได้มีมหาสมณะที่ร่วมชีวิตกับเราไม่ได้ แต่เรามีครับ เรามีพระเยซูนี่ไง ที่พระองค์ทรงร่วมชีวิตกับเราในความยากลำบากทุกอย่างเหมือนกับเรา อย่างเต็มที่และไม่ได้รับความช่วยเหลือ หรือความบรรเทาใดๆ เลย นี่คือสิ่งที่พระองค์ทรงเลือกเองครับ เลือกด้วยความรักเรา

“เขาทั้งหลายจะมองดูผู้ที่เขาได้แทง...” ถ้าคนหนึ่งตายเพื่อเรา ตายแทนเรา อะไรคือความรู้สึกของเราหรือ ต่อหน้าความตายของเขา... พี่น้องครับ วันนี้ บ่ายวันนี้ เราจะนมัสการกางเขน เราจะออกมาจูบกางเขน มองครับ ขอให้เรามองดูพระองค์... เราจะไม่ได้เคารพศพบนไม้กางเขน เราไม่ได้เคารพกางเขนในฐานะที่เป็นเครื่องประหารพระคริสตเจ้าของเรา แต่เรากำลังเทิดทูนบูชาความรักบนไม้กางเขน ผู้ที่รักเราเหลือเกิน... อะไรคือบรรยากาศในหัวใจของเราคริสตชนวันนี้

เรามักสวมชุดสีดำมาร่วมพิธีกรรมในวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ แต่ในขณะที่พระสงฆ์สวมอาภรณ์สีแดง ฉลองชัยชนะจากความตายของพระคริสตเจ้าทรงรับแทนเรา เพราะบาปของเรา... เราเป็นทุกข์ครับ เพราะพระเจ้าทรงตายเพราะบาปของเรา... พี่น้องที่รัก แต่อีกหนึ่งบรรยากาศในหัวใจของเรา ที่ควรจะเกิดขึ้น เมื่อเราออกมานมัสการไม้กางเขน หากเราเพียงแต่เป็นทุกข์เท่านั้น สิ่งนั้นก็จบลงตรงนั้นและไม่ได้มีค่าอะไรต่อไป... แต่อีกความรู้สึกหนึ่งที่ผมอยากแบ่งปันกับพี่น้อง เมื่อเราจะก้มหน้ามองดูพระเยซูเจ้า ผู้ทรงรักเราถึงเพียงนี้... อีกความรู้สึกนั้นคือสิ่งนี้ครับ “เพราะทรงรักเราถึงเพียงนี้” คำนี้จริงๆ ครับ ทำไมพระองค์ทรงรักเราถึงเพียงนี้... วันนี้ ขอให้เรามองลึกไปที่พระทัยของพระองค์ มองพระวรกายที่บอบช้ำจนไม่มีชิ้นดี พระองค์เอากำลังที่ไหนมาแบกรับความทุกข์ทรมานมากมายขนาดนั้นจนสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน และทำไมต้องทำถึงเพียงนี้ด้วย... เห็นพระองค์ทรงกระทำถึงเพียงนี้แล้ว...พี่น้องครับ การนมัสการกางเขนของเราคงไม่จบแต่เพียงเท่านั้นใช่ไหม... แต่สิ่งที่ตามมาคือ ชีวิตของเราต้องเปลี่ยนใช่ไหม เมื่อเราลุกขึ้นกลับไป เพราะพบว่าคนหนึ่งรักเราถึงเพียงนี้ และดังนี้ ชีวิตของเราจะเดิมๆ และไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลยใช่ไหม...

ข้าแต่พระเจ้า เมื่อพระองค์ทรงรักลูกถึงเพียงนี้ ใยชีวิตของลูกจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้างเลยหรือ... พระเจ้าข้า ลูกจะไม่ให้ความตายของพระองค์ไร้ค่าแน่ๆ !!! พระองค์จะต้องมีตัวตนในชีวิตของลูกต่อไป พระองค์จะไม่ใช่ผู้ที่ตายจากไป แต่คือผู้ที่ประทับอยู่ในใจของลูกตลอดไป.

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันศุกร์ที่ 19 เมษายน 19 สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์
บทอ่าน อสย 52:13-53:12 / ฮบ 4:14-16,5:7-9 / ยน 18:1-19:42
คุณพ่อแม็กซีมีเลียม กอลเบ ได้ยอมเสียสละชีวิต ยอมตายแทนบิดาของครอบครัวหนึ่ง ในค่ายกักกันเอาชวิตซ์ ในระหว่างพิธีสถาปนาท่านเป็นบุญราศีในกรุงโรม ชายที่คุณพ่อได้ยอมตายแทนเขา ได้เห็นคุณค่าที่แท้จริงของชีวิต ที่คุณพ่อได้ยอมสละชีวิต โดยยอมตายแทนเขา ทำให้เขาต้องเจริญชีวิตให้เหมาะสมกับคุณค่าดังกล่าว
ตัวอย่างดังกล่าว ทำให้เราเข้าในสิ่งที่นักบุญเปาโลได้กล่าวไว้ว่า เราได้นำความตายของพระคริสตเจ้าไปพร้อมกับเรา เพื่อให้ชีวิตของพระองค์ปรากฏในตัวเรา นักเทวศาสตร์โปรแตสตันท์ได้เคยกล่าวไว้ว่า ทุกครั้งที่เราเห็นไม้กางเขน ให้เราระลึกเสมอถึงความตายของพระบุตรของพระเจ้าบนไม้กางเขน เราจึงได้รับการอภัยโทษจากพระเป็นเจ้า เหมือนกับการที่พระองค์ได้ขจัดควันไฟให้จางหายไป พระองค์จะไม่จดจำความผิดของเราอีกต่อไป บัดนี้ เราได้กลายเป็นมิตรสหายของพระองค์
ข้าแต่พระเยซูเจ้า ผู้ทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน ดังนั้นซาตานก็ไม่สามารถเป็นนายของเราอีกต่อไปแน่นอน ความตายของพระองค์ เป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ แต่ภารกิจของพระองค์ ได้ช่วยให้เราได้รับไม้กางเขน ขณะที่เราระลึกถึงพระเกียรติมงคลของพระองค์ในแต่ละวัน ข้าพเจ้าขอสัญญาด้วยความเชื่อว่า ข้าพเจ้าจะคงอยู่ต่อไป บนเส้นทางของข้าพเจ้า ไม่หนีไปไหน ข้าพเจ้าคุกเข่าลง พนมมือ และสวดภาวนา
ขอให้ไม้กางเขนอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ เป็นเครื่องหมายนิรันดร เพื่อว่า ความโศกเศร้า และอันตรายต่างๆจะหายไป ขณะที่ข้าพเจ้าสรรเสริญพระองค์ ต่อหน้าไม้กางเขน ข้าแต่พระเยซูเจ้า ข้าพเจ้าจะทำทุกสิ่งให้ดีขึ้น แน่นอน โดยอาศัยไม้กางเขน ความกลัวจะหายไป พระพรของพระคริสตเจ้าจะหลั่งลงมาเหนือข้าพเจ้า อย่าหยุด จงภาวนาต่อไปไม่ว่าจะกลางวันหรือกลางคืน เพื่อว่าวันหนึ่ง เราจะเป็นหนึ่งเดียวกับพระคริสตเจ้า.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view