สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2019 วันสมโภชปัสกา

วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2019 วันสมโภชปัสกา

☘สุขสันต์ปัสกา ...
พระเยซูเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพแล้ว
พระเยซูเจ้าทรงชนะความตาย
พระเยซูเจ้าทรงเป็นพระเจ้าแท้
อัลเลลูยา อัลเลลูยา …

📚บทอ่านประจำวันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2019
วันสมโภชปัสกา
https://www.youtube.com/watch?v=qwt6WTozbK8

https://youtu.be/SzUm2UtvK50

💦ให้เราร้องอัลเลลูยา
http://youtu.be/aRN4eyX0z2o

🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷

วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2019
วันสมโภชปัสกา
อ่าน :
กจ 10:34ก, 37-43
คส 3:1-4
ยน 20:1-9

“ความรัก” ต่อพระเยซูเจ้า ทำให้มารีย์ ชาวมักดาลา
ดั้นด้น ออกไปแต่เช้าตรู่ เพื่อจะอยู่กับพระองค์
ความหวัง ...ทำให้ทั้งเปโตร และศิษย์ที่พระเยซูเจ้าทรงรัก
ออกแรง ด้วยการวิ่ง...เพื่อจะไปพบพระเยซู

เมื่อทบทวน ประสบการณ์ ในการอยู่กับพระเยซูเจ้า
เปโตร เชื่อ และพูดอย่างมั่นใจว่า...
พระเยซูเจ้า ผ่านไปที่ใดทรงทำแต่ความดี
ทุกคนที่เชื่อในพระองค์ จะได้รับการอภัยบาป
และกลับคืนชีพ เหมือนพระองค์เช่นเดียวกัน

นักบุญเปาโล ตอกย้ำ..
ความเชื่อ ความหวัง เรื่องการ กลับคืนชีพ...
ถ้าท่านทั้งหลาย กลับคืนชีพ พร้อมกับพระคริสตเจ้า
จง...ใฝ่หา แต่สิ่งที่อยู่เบื้องบน
อย่าพะวง ถึงสิ่งของบนโลกนี้

หมายเหตุ...
ความรัก ความเชื่อ ความหวัง...
พลังขับเคลื่อน ชีวิต....

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”
วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2019
สมโภชปัสกา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ทั้งสองคนวิ่งไปด้วยกัน...” (ยน 20:1-9)

ความเชื่อและความรักวิ่งไปด้วยกัน
แต่เป็นการวิ่งไป ณ ที่ที่เป็นอดีตที่ผ่านพ้นไปแล้ว

กระนั้นก็ดี
การได้กลับไป ณ ที่ที่เป็นอดีต
ได้บันดาลความเชื่อในประสบการณ์ที่เคยมี
กับผู้ที่เขารัก

ส่งผลให้เขากลับมาอีกครั้ง
และแสวงหาแต่องค์ความรัก
คือผู้ที่ประทับอยู่ ณ เบื้องบน (บทอ่านที่สอง กจ 10: 34ก, 37-43)
ด้วยชีวิตที่เป็นประจักษ์พยานต่อทุกคน (บทอ่านที่หนึ่ง คส 3:1-4)

________________

“นี่เป็นวันที่พระเจ้าทรงสถาปนาให้เป็นวันสำคัญ ให้เรายินดีปรีดิ์เปรมในวันนี้” (บทสร้อยของวันนี้)... พี่น้องที่รัก ขอสุขสันต์วันสมโภชปัสกา การกลับคืนชีพขององค์พระผู้เป็นเจ้า ที่เป็นคำตอบในหัวใจว่า ว่า พระเจ้าทรงรักเราอย่างไร และความเชื่อ และความรักของเราในพระองค์ควรเป็นเช่นใด ในชีวิตและกิจการที่แสดงออกให้ทุกคนได้เห็นได้...

พี่น้องที่รักครับ ในเช้าวันสมโภชการกลับคืนพระชนมชีพของพระคริสตเจ้านี้ ผมพบสิ่งที่เป็นฤทธิ์กุศลที่สำคัญของการเป็นคริสตชนของเรา นั่นก็คือ ความเชื่อ ความรัก และความวางใจครับ สามสิ่งที่เป็นเสาหลักสำคัญ ที่จะนำเราไม่ให้หลงทางในการเดินหน้าติดตามพระคริสตเจ้า...

จากพิธีตื่นเฝ้าในค่ำวานนี้ เป็นพิธีกรรมที่นำเรากลับไปยังประสบการณ์ในอดีตของชนชาติอิสราแอล และเป็นการนำเราให้กลับไปทบทวนอดีตของเราด้วย ที่เราได้มีประสบการณ์ในการประทับอยู่ของพระเจ้าท่ามกลางประชากรของพระองค์ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น พระองค์ทรงประทับอยู่ และไม่ทรงลืมพระสัญญาของพระองค์เลย และสิ่งนี้เองที่ทำให้ใจที่แสนโลเลของเรา ควรจะได้รับพลังจากประสบการณ์แห่งการประทับอยู่ของพระเจ้าบ้างมิใช่หรือ ยังผลให้เรามองเห็นความหวังและความวางใจ เมื่อเราได้เห็นชัยชนะของพระคริสตเจ้าผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพ

ความรักของบรรดาสตรีที่มีแรงผลักดันที่ยิ่งใหญ่จริงๆ แม้เป็นความรักที่อาจจะไม่ได้แสวงหาความเช้าใจใดๆ แต่รักของพวกเธอคือรักเพราะรักเท่านั้นต่อผู้ที่หัวใจของพวกเธอรู้สึกรัก และพวกเธอก็รักอย่างที่สุด คือสิ่งที่ทำให้พวกเธอออกไปแต่เช้า ที่พระวรสารนักบุญยอห์นบันทึกว่า ขณะที่ยังมืดอยู่...

พี่น้องที่รักครับ คำนี้ครับ สถานการณ์เช่นนี้ครับ มันสอดคล้องกับชีวิตของเราคริสตชนไม่ใช่หรือ แม้รักอย่างไร... หมายความว่า ผมมั่นใจครับ ว่าเรารักพระเจ้าครับ ค่ำคืนที่ผ่านไป แม้เราจะยุ่งกันมากสักเท่าใด ผมสังเกตว่า เราพยายามมาวัดครับ ในโอกาสสำคัญนี้ เรายังพยายามจัดเวลาให้กับพระเจ้าครับ แม้ความกระตือรือร้นของเรายังเป็นสิ่งที่เหมือนอยู่ในสภาพการณ์ที่เรียกว่า “ยังมืดอยู่” แต่เราก็ออกไปครับ แม้จะเป็นการวิ่งย้อนหลังกลับไปยังอดีต แต่นั่นคือที่ที่ไม่ใช่ความรักที่เป็นอดีต แต่เป็นพระคริสตเจ้า องค์ความรักที่เป็นอดีตและปัจจุบัน คือรักที่เหมือนเดิม... แต่ทว่า การได้ออกไปที่พระคูหา แม้ว่าจะเป็นการกลับไปที่อดีต เนื่องจากสิ่งที่เป็นปัจจุบันคือ “พระคริสตเจ้าได้ทรงกลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผู้ตายแล้ว”... นั่นเป็นการกลับไปของหัวใจรัก ที่จะเปี่ยมด้วยความเชื่อ แม้จะยังค้างคาอยู่ที่ “ความไม่เข้าใจ” ก็ตาม

แต่การกลับมาจากสิ่งที่เป็นอดีตนั้นต่างหาก พระวรสารบันทึกว่า “ทั้งสองคนวิ่งไปด้วยกัน”... นี่คือภาพของความเชื่อและความรักที่วิ่งไปด้วยกันในอดีตที่ทั้งสองได้ก้าวผ่านมากับองค์ความรักของพวกเขา... และเราพบว่าพระวรสารบันทึกว่า พวกเขาได้เห็น และมีความเชื่อ...

พี่น้องที่รัก สิ่งที่ผ่านไปในชีวิตของเรา อดีตของเราที่เรามีประสบการณ์กับพระเจ้านั้น เป็นสิ่งที่ต้องสอนใจเราจริงๆ แม้เราความรักของเราต่อพระเจ้านั้น หลายครั้งมันเป็นสิ่งที่เหมือนเรากำลังอยู่ในความมืดของโลกบ้างก็ตาม แต่เมื่อเราได้มีประสบการณ์กับพระคริสตเจ้าผู้ทรงกลับคืนพระชนม์ชีพแล้วนั้น นี่คือสิ่งที่เป็นผลจากประสบการณ์นั้น คือ... “ถ้าท่านทั้งหลายกลับคืนชีพพร้อมกับพระคริสตเจ้า ก็จงใฝ่หาแต่สิ่งที่อยู่เบื้องบนเถิด ณ ที่ที่พระคริสตเจ้าประทับอยู่...” (บทอ่านที่สอง) เพราะชีวิตของเราตายไปแล้วต่อตนเอง และซ่อนอยู่ในพระคริสตเจ้า... ซึ่งส่งผลให้การกลับมาสู่ชีวิตจริงของเราทุกคน คือชีวิตที่เป็นประจักษ์พยานของความชื่นชมยินดีในหัวใจ กับประสบการณ์ที่เรามีต่อพระคริสตเจ้าที่เรารักนั้น มันไม่ใช่สิ่งที่ผ่านไปอย่างไร้ค่า พระทรมาน และการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ไม่ได้ไร้ค่า แต่การกลับคืนพระชนมชีพของพระองค์นั้น คือกำลังใจที่ยิ่งใหญ่ของเรา มิใช่หรือ...

พี่น้องครับ บางที ผมคิดว่า เราควรฟังเสียงหัวใจของเราบ้าง เราควรสัตย์ซื่อต่อความรักในหัวใจของเราบ้าง ให้ความรักนำเราวิ่งออกไป เพื่อทบทวนประสบการณ์ในอดีตของเรา พระเจ้าทรงรักเราอย่างไร แล้วเราจะพบกำลังใจในความรักที่เราจะตอบแทนพระองค์ ในความรักต่อเพื่อนพี่น้อง ที่เป็นมีแรงผลักดันจากส่วนลึกที่สุดในหัวใจเรา ให้เราวิ่งกลับมาเร็วกว่าเดิม และเริ่มพันธกิจของคริสตชนอีกครั้ง ด้วยความเชื่อ ความรัก และความวางใจ ในพระผู้สถิตอยู่เบื้องบน...

ข้าแต่พระเจ้า ขอพระองค์ตรึงลูกไว้ในความตายพร้อมกับพระองค์เถิด เพราะการตายพร้อมกับพระองค์นั้น คือความหวังของชีวิตใหม่ ที่ลูกจะฟันฝ่าทุกอย่างบนหนทางที่พระองค์ทรงเรียกนี้ ด้วยความหวังและวางใจในพระองค์ แต่ละวันของลูกจงจะเปี่ยมด้วยความยินดี เพราะลูกได้รับการเติมพลังใจจากการกลับคืนชีพของพระองค์.

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน 19 สมโภชปัสกา พระเยซูเจ้าทรงกลับคืนพระชนม์ชีพ
บทอ่าน กจ 10:34,37-43 / คส 3:1-4 หรือ 1คร 5:6ข-8 / ยน 20:1-9 หรือ ลก 24:1-12
นักบุญลูกาได้ค้นพบเรื่องหลุมฝังพระศพที่ว่างเปล่า ตามพระวรสารของนักบุญมาร์โก โดยได้เพิ่มเติมเรื่องการไปเยี่ยมหลุมฝังพระศพโดยนักบุญเปโตร ในพระวรสารแต่ละฉบับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงไม่ปรากฏให้เห็น บรรดาผู้แต่งพระวรสารต่างเล่าเหตุการณ์ภายหลังการกลับคืนพระชนม์ชีพ ในพระวรสารของนักบุญลูกา เหตุการณ์นั้นได้เกิดขึ้น “ในเช้าตรู่ของวันต้นสัปดาห์” (วันอาทิตย์) ที่สอดคล้องกับวันแรกของการสร้างสิ่งสร้างทั้งมวล มีสตรีบางคน ซึ่งได้ติดตามพระองค์มาจากแคว้นกาลิลี (ลก 23:55) ได้มายังหลุมฝังพระศพ เพื่อจะได้ชโลมพระศพของพระองค์ พวกนางรู้สึกประหลาดใจ ที่มีคนได้เคลื่อนหินที่ปิดประตูพระคูหาออกไป และเมื่อพวกนางมาถึง ก็ได้ค้นพบว่า หลุมฝังพระศพนั้นว่างเปล่า เมื่อหินที่ปิดพระคูหาที่ฝังพระศพนั้น ได้ถูกเคลื่อนออกไป ผู้นำข่าวของพระเป็นเจ้าได้ถามบรรดาสตรีเหล่านั้นว่า พวกนางกำลังแสวงหาพระองค์ ผู้ทรงมีพระชนม์ชีพใช่ในท่ามกลางผู้ตายหรือไม่? (ลก 24:5) อย่างที่พระเยซูเจ้าได้เคยทำนายว่า พระองค์จะกลับเป็นขึ้นมาจากความตาย บรรดาสตรีเหล่านั้นได้นำข่าวดี ไปบอกบรรดาสานุศิษย์ของพระองค์ เปโตรในฐานะเป็นหัวหน้าของบรรดาสานุศิษย์ ต้องการที่จะทำความั่นใจให้ตนเอง ท่านจะได้วิ่งเข้าไปข้างในหลุมที่ฝังพระศพ ท่านได้เห็นแต่เพียงผ้าที่ผันพระศพเท่านั้น ดังนั้น ท่านได้กลับไป เต็มไปด้วยความสงสัยที่เหตุการณ์ที่ได้เกิดขึ้น (ข้อ 12 )
พระเป็นเจ้าได้ทรงพิสูจน์ความรักของพระองค์บนไม้กางเขน เมื่อพระเยซูเจ้าได้ทรงถูกตรึง ได้ทรงหลั่งพระโลหิด และได้ทรงสิ้นพระชนม์ และเป็นพระเป็นเจ้าที่ได้ทรงประกาศให้โลกทราบว่า “เรารักเจ้า”...พระคัมภีร์ได้บอกกับเราว่า พระเป็นเจ้าจะประทานทุกสิ่งตามความต้องการของเรา พระองค์ได้ทรงเลี้ยงดูนกในอากาศ และได้ประดับทุ่งหญ้าด้วยดอกลิลี่ที่สวยงาม พระองค์จะทรงดูแลเรามนุษย์มากขึ้นเพียงใด เรามนุษย์ที่พระองค์ได้ทรงสร้างตามพระฉายาลักษณ์ของพระองค์ หน้าที่ของเรา คือ การนบนอบต่อพระบิดาเจ้าสวรรค์ และมอบทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้น ไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view