สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันจันทร์ที่ 22 เมษายน 2019 วันจันทร์ในอัฐมวารปัสกา

วันจันทร์ที่ 22 เมษายน 2019 วันจันทร์ในอัฐมวารปัสกา

🌼สุขสันต์ปัสกา..
พระเยซูเจ้าทรงเป็นหนทาง ความจริง และชีวิต
พระเยซูเจ้าทรงเป็นการกลับคืนชีพ
พระเยซูเจ้าทรงเป็นความหวัง
พระเยซูเจ้าทรงเป็นพลัง
พระเยซูเจ้า พระเจ้าของเรา
อัลเลลูยา อัลเลลูยา … …

📚บทอ่านประจำวันจันทร์ที่ 22 เมษายน 2019
วันจันทร์ในอัฐมวารปัสกา
https://www.youtube.com/watch?v=wAGgbseRW70

https://youtu.be/h_-XN0pAZ7c

♥How Great Thou Art
https://youtu.be/aYTKYpnRnAQ

🔅🔅🔅🔅🔅🔅🔅🔅

วันจันทร์ที่ 22 เมษายน 2019
วันจันทร์ในอัฐมวารปัสกา
อ่าน :
กจ 2:14,22-32
มธ 28:8-15

แม้มารีย์ชาวมักดาลา และมารีย์มารดาของยากอบ
จะยังมีความหวาดกลัว แต่ความชื่นชมยินดี
ของการได้พบ สัมผัส ฟัง และทำตามที่พระเยซูเจ้าบอก
ทำให้เธอทั้งสอง กลับกลายเป็นพยาน ผู้นำข่าวดี
ไปแจ้งให้กับบรราดาอัครสาวกคนอื่น ๆ

ความชื่นชมยินดีที่เปโตร ได้พบ
อาศัยพละกำลังจากพระจิตเจ้า
ทำให้ท่าน ป่าวประกาศอย่างมั่นใจ
ในประสบการณ์ที่ท่านได้มีกับพระเยซูเจ้า
โดยปราศจากความหวั่นไหว หวาดกลัวอีกต่อไป

หมายเหตุ..
“ความสุข” ไม่ได้ขึ้นกับ ส่ิงต่าง ๆ ที่รายรอบ
แต่ขึ้นอยู่กับ วิธี ที่เรามอง

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”
วันจันทร์ที่ 22 เมษายน 2019
อัฐมวารปัสกา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ให้ไปยังแคว้นกาลิลี เขาจะพบเราที่นั่น...” (มธ 28:8-15)

เมื่อพระคริสตเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพ
พระองค์ทรงทำลายความตายให้พินาศไป
ทำให้เราที่เคยอยู่ห่างพระเจ้า
กลับเข้ามาใกล้ชิดพระองค์
ทำให้เรากลับกลายเป็นบุตรของพระเจ้า
และเป็นพี่น้องของพระเยซูคริสตเจ้า
ร่วมกับพระบุตรของพระเจ้า

กลับไปที่แคว้นกาลีลี
คือการกลับไปทบทวน
รักต่อพระคริสตเจ้า
ที่พวกเขาได้ก้าวเดินาพร้อมกับพระองค์

วิญญาณข้าเอ๋ย มีอะไรที่ยังแคลงใจอีกไหม
กลับไปเถิด กลับไปทบทวนความรักของเจ้า
กลับไปนั่งคุยกับหัวใจของเจ้าเสียใหม่เถิด
ความเป็นคริสตชนของเจ้า
จะได้มีชีวิตชีวามากขึ้น...

________________

รักเพียงนี้แล้ว รักคงยังไม่พอ แล้วจะเอาอะไรอีก... เรื่องราวของบรรดาสมณะสมัยนั้น ทำให้ผมแปลกใจเสมอว่า “พบดังนี้แล้ว เขาต้องการอะไรอีก...” คงไม่มีอุปสรรคใดจะยิ่งใหญ่ไปกว่าหัวใจของพวกเขาแล้ว หากจะไม่ต้องการยอมรับซะอย่าง ใครจะทำไม... นั่นหมายถึงสิ่งที่ผมเคยบอกพี่น้องว่า แท้จริง เมื่อพวกเขาต้องเผชิญหน้ากับพระเยซูเจ้า พวกเขายอมรับพระองค์ในสิ่งที่พระองค์สอนอยู่ลึกๆ แต่พวกเขาไม่อาจแสดงออก เพราะนั่นคือการบ้านของพวกเขา ที่เรียกร้องให้พวกเขาต้องเปลี่ยนแปลงตนเอง หรือกลับนั่นเอง แต่ปัญหาคือ พวกเขาไม่ต้องการการกลับใจ ไม่ใช่ไม่เชื่อ... ท่าทีการกระทำของพวกเขาน่าขำเสียนี่กระไร มันคือสิ่งที่ผมไม่เคยเข้าใจ ทำไมถึงต้องขวางกั้นกันขนาดนั้น มันเป็นความคิดชุ่ยๆ และไร้เหตุผลสิ้นดี เมื่อพวกเขาจ่ายเงินให้ทหารยาม และสั่งให้บอกว่า “บรรดาศิษย์ของพระเยซูมาขโมยพระศพไปในเวลากลางคืน ขณะพวกเราหลับอยู่”... โธ่ หากเป็นเช่นนั้น เราน่าจะไล่พวกทหารยามนี้ออกจากหน้าที่ดีกว่าไหม ให้ไปเฝ้า แต่กลับไปหลับที่นั่นอ่ะ และก็ไม่เห็นความจริง... มากกว่านั้น มันเป็นการโกหกอย่างน่าขำมาก เพราะหากพวกเขาหลับอยู่ แล้วจะเห็นได้อย่างไรว่าบรรดาศิษย์มาขโมยพระศพไป นั่นอาจจะเป็นการโยนความผิดและใส่ร้ายคนอื่นอีกไม่ใช่หรือ... มันเป็นการโกหกที่น่าขำเสียนี่กระไร...

พี่น้องที่รัก แต่บางครั้ง นี่ใช่ไหม ท่าทีแบบนี้ใช่ไหม ที่มันเป็นท่าทีของเราด้วย เมื่อเราพยายามแก้ตัวกับพระเจ้า เมื่อเราหาเหตุผลมากมายมาแก้ตัวกับพระเจ้า เมื่อเราไม่อยากยอมรับพระองค์ พูดอะไรก็ได้ให้มันดูดี เพื่อหลีกหนีการต้องฟังความจริงของพระองค์ และมากกว่านั้น หลีกหนีการบ้านที่เกิดจากความจริงนี้ พูดง่ายๆ คือไม่อยากรับรู้ ไม่อยากได้ยิน ไม่อยากฟัง เพื่อจะได้ไม่ต้อง “กลับใจ”... บางครั้งสิ่งนี้เป็นท่าทีของเราคริสตชนด้วยหรือเปล่า เมื่อเราไม่อยากฟังเสียง ไม่อยากฟังความจริงที่พระเจ้าทรงเปิดเผยแก่เราในปรีชาญาณแห่งพระเจ้า ???

พระเยซูเจ้าวันนี้ พระองค์ทำถึงเพียงนี้แล้ว วันนี้เมื่อทรงกลับคืนชีพ พระองค์แจ้งข่าวแก่บรรดาสตรี ที่พวกเขาถือว่า พวกเธอเชื่อไม่ได้ พวกเธอเป็นพยานในศาลก็ได้ด้วย แต่พระองค์แจ้งข่าวการกลับคืนชีพแก่บรรดาสตรีเป็นกลุ่มแรก ไม่ใช่บรรดาอัครสาวก... แต่สิ่งที่พระองค์ทรงส่งบรรดาสตรีไปแจ้งข่าวแก่บรรดาอัครสาวกนั้น พระองค์ตรัสว่า “จงไปแจ้งข่าวแก่พี่น้องของเรา...” ประโยคนี้น่าสนใจมาก เมื่อบรรดาศิษย์กลับกลายเป็นพี่น้องของพระองค์ เมื่อพระองค์ทรงกลับคืนพระชนมชีพ เมื่อพระองค์ทรงทำลายเงามืดแห่งบาปและความตายแล้ว เรากลับเป็นลูกของพระเจ้า เรากลับกลายเป็นพี่น้องของพระเยซูอีกครั้งหนึ่ง เรากลับเข้ามาอยู่ใกล้พระองค์ จากแต่ก่อนที่เราอยู่ไกลพระองค์เพราะบาปของเรา...

“กลับไปที่กาลีลี พวกเขาจะพบเราที่นั่น...” พี่น้องที่รัก พระวาจาของพระเจ้าท้งหมดในคืนวันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์ นำให้หัวใจเรากลับไปทบทวนครับ ทบทวนประวัติศาสตร์ความรักของพระเจ้าที่ทรงรักเรา... วันนี้พระองค์ทรงเชื้อเชิญเราอีกครั้ง “กลับไปที่กาลิลี” นั่นคือการกลับไป ณ จุดที่เรารู้จักพระเจ้า รู้จักพระเยซู จุดที่พระองค์ทรงเรียกเรา และเราได้มีกระสบการณ์แรกกับพระองค์ และตัดในใจเดินตามพระองค์ แต่แล้ว หัวใจของเราก็โลเลเหลือเกิน... เอาเถอะ วันนี้ พระองค์ตรัส... “จงกลับไปที่กลาลิลี แล้วจะพบเราที่นั่น...”

วางเถอะครับ วางไว้ก่อน ความสงสัยแคลงใจอ่ะ เป็นคริสตังอ่ะ จะไหวไหม... วางความกังวลนี้ไว้ก่อนเถอะ หากยังไม่เข้าใจอะไรมากมายนัก... สิ่งที่สำคัญเวลานี้ คือกลับไปครับ กลับไป ณ ที่ที่ฉันรับศีลล้างบาป ที่ที่ฉันได้รู้จักและกลับกลายเป็นบุตรของพระเจ้า ไปเถอะ กลับไปทบทวน นั่งคุยกับหัวใจของตนเองสักหน่อยเถอะ... ที่ฉันเป็นคริสตังนั้น ฉันเป็นทำไม เพราะอะไร ฉันปรารถนาอะไรจากพระเจ้าและพระศาสนจักรของพระองค์... วันนั้น ฉันตอบอะไรกับพระองค์... การตัดสินใจของฉันเป็นอย่างไร กลับไปเถอะ... กลับไปนั่งคุยกับหัวใจของฉันสักหน่อย...

ข้าแต่พระเจ้า ขอให้การกลับคืนชีพของพระองค์ เปิดตาแห่งดวงใจของลูก ให้เห็นและเข้าใจว่า ลูกควรหวังอะไรในการเป็นคริสตชน เพื่อลูกจะไม่มีใจโลเล และเดินหลงทางไปจากที่พระองค์ทรงเรียกลูก

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันจันทร์ที่ 22 เมษายน 19 อัฐมวารปัสกา
บทอ่าน กจ 2:14,22-32 / มธ 28:8-15
“เราจะให้ใจใหม่แก่พวกเจ้า และเราจะบรรจุวิญญาณใหม่ไว้ภายในของเจ้าทั้งหลาย”(อสค 36:26) มีกำหนดผ่าตัดทำบายพาสหลอดเลือดคือวันที่ 14 กุมภาพันธ์ คนเจ็บรู้สึกกังวลแต่พอรู้วันนัดก็พูดด้วยความหวังว่า “วาเลนไทน์นี้ผมจะได้ใจใหม่” แล้วเขาก็ได้จริงๆ การผ่าตัดผ่านไปด้วยดี ช่วยฟื้นฟูให้เลือดที่หล่อเลี้ยงชีวิตไหลไปสู่หัวใจที่กำลังดิ้นรนต่อสู้ของเขาได้ และนั่นคือใจ “ใหม่” ของเขา
เรื่องนี้ทำให้เราคิดได้ว่าพระเจ้าก็ให้ชีวิตใหม่แก่เราเช่นกัน บาปอุดตันอยู่ใน “หลอดเลือด” ฝ่ายวิญญาณ อันเป็นศักยภาพของเราในการสัมพันธ์กับพระเจ้า เราจึงต้องรับ “การผ่าตัด” ฝ่ายวิญญาณเพื่อขจัดบาปนั้น พระเจ้าทรงสัญญาและยืนยันกับประชากรอิสราเอลในว่าเอเสเคียลว่า “เราจะให้ใจใหม่แก่เจ้า…เราจะนำใจหินออกไปเสียจากเนื้อของเจ้าและให้ใจเนื้อแก่เจ้า” พวกเขาจะ “สะอาดพ้นจากมลทินทั้งหลาย” (ข้อ 25) และจะทรง“ใส่วิญญาณของเราภายในเจ้า” (ข้อ 27) คนสิ้นหวังจะได้เริ่มต้นใหม่เพราะทรงเป็นผู้เดียวที่สร้างชีวิตเราขึ้นใหม่ได้
พระสัญญานี้สำเร็จได้ด้วยการสิ้นพระชนม์และคืนพระชนม์ของพระเยซู ผู้ที่วางใจในพระองค์จะได้รับใจใหม่ฝ่ายวิญญาณ ซึ่งรับการชำระจากบาปและความสิ้นหวังแล้ว หัวใจใหม่ของเราที่เติมเต็มโดยพระวิญญาณของพระคริสต์เต้นได้ด้วยเลือดที่หล่อเลี้ยงชีวิตฝ่ายวิญญาณจากพระเจ้า เพื่อให้เรา “ดำเนินตามชีวิตใหม่ด้วยเหมือนกัน” (รม.6:4)
ทันที หลังจากที่บรรดาสตรีเหล่านั้น ได้จากพระคูหาที่ว่างเปล่า พวกเธอได้ทำตามคำสั่งของทูตสวรรค์ ได้กลับไปบอกบรรดาสานุศิษย์ว่า พระเยซูเจ้าได้ทรงกลับคืนชีพแล้ว ผ่านทางการปรากฏองค์ของพระเยซูเจ้า ผู้ทรงกลับคืนพระชนม์ชีพ นักบุญมัทธิวต้องการที่จะเน้นว่า พระเยซูเจ้าจะเดินเคียงข้างบรรดาสานุศิษย์ของพระองค์ ในการทำพันธกิจที่ได้รับมอบหมาย การประทับอยู่ของพระองค์ จะเป็นการประทับอยู่ที่ถาวรมั่นคงตลอดไปกับพวกเขา ที่บัดนี้ได้มีหัวใจใหม่ ที่พระเยซูเจ้าได้ทรงบรรจุไว้ในตัวพวกเขา.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view