สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันเสาร์ที่ 27 เมษายน 2019 วันเสาร์ในอัฐมวารปัสกา

วันเสาร์ที่ 27 เมษายน 2019 วันเสาร์ในอัฐมวารปัสกา

🍉 จิตใจของข้าเอ๋ย
จงกตัญญูต่อพระเจ้าของเจ้า....
จงระลึกถึงสิ่งดีที่ทรงทำเพื่อเจ้า...ครั้งแล้วครั้งเล่า
จงตอบแทนพระคุณ...ด้วยความรัก...สิ้นสุดจิตใจ

📚บทอ่านประจำวันเสาร์ที่ 27 เมษายน 2019
วันเสาร์ในอัฐมวารปัสกา
https://www.youtube.com/watch?v=MBHRdUG3IUY

https://youtu.be/wE1vyNV5gYA

♥Tell The World Of His Love
https://youtu.be/X3ENjD3O8bQ

💚💚💚💚💚💚💚💚💚💚

วันเสาร์ที่ 27 เมษายน 2019
วันเสาร์ในอัฐมวารปัสกา
อ่าน :
กจ 4:13-21
มก 16:9-15

แม้นมารีย์ชาวมักดาลา จะเคยมีมลทิน
แต่นางก็เป็นคนแรกที่ได้เห็นพระเยซูเจ้า และ
นำข่าวดีนี้ ไปบอกแก่พี่น้องคนอื่น ๆ
ก่อนท่ีพวกศิษย์จะออกไปประกาศข่าวดี พระเยซูเจ้า
ได้ทำให้พวกเขา มีประสบการณ์ของการฟังข่าวดี
เห็นด้วยตา ก่อนที่จะพาคนอื่นให้มามีประสบการณ์เดียวกัน

เปโตร และยอห์น สามารถบอกเล่าเรื่องราวของพระเยซู
ได้อย่างกล้าหาญ ทั้ง ๆ ที่พวกเขา
ไม่ได้มีการศึกษาที่ดี แต่สิ่งที่พวกเขามี คือ
ประสบการณ์ของการอยู่กับพระเยซูเจ้า

หมายเหตุ..
ผ่านอดีต เราจึงมีประสบการณ์
ผ่านวันวาน เราจึงเติบโต
ผ่านความโง่ เราจึงฉลาด
ผ่านความผิดพลาด เราจึงเข้มแข็ง

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”
วันเสาร์ที่ 27 เมษายน 2019
อัฐมวารปัสกา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ท่านทั้งหลาย จงออกไปทั่วโลก ประกาศข่าวดีแก่มนุษย์ทั้งมวล...” (มก 16:9-15)

จงไปประกาศข่าวดี…
ข่าวดีนั้นหรือ คือชีวิตของฉันที่ได้ผ่านประสบการณ์กับพระเยซู
นั่นคือชีวิตของฉันที่ต้องเป็นข่าวดี
แต่ฉันเป็นได้ดังนั้น มากน้อยเพียงใด ท่ามกลางโลกที่ฉันอยู่ในวันนี้

แก่มนุษย์ทั้งมวล...
คนแรกที่ฉันควรจะเป็นข่าวดีนั้นคือใคร
สมาชิกในครอบครัว สมาชิกในหมู่คณะนักบวช
ฉันได้เป็นข่าวดีสำหรับพวกเขาก่อนหรือเปล่า

ฉันถามตนเองว่า...
วันนี้ คนที่เห็นฉันเขาเป็นอย่างไร
เขารู้สึกอย่างไร
เขามีความชื่นชมยินดีไหม...

นี่แหละ คือเครื่องวัดว่า...
หากการกลับคืนพระชนมชีพของพระคริสตเจ้า
เป็นข่าวดีสำหรับฉันแล้ว
ฉันได้กลับคืนชีพพร้อมกับพระองค์ในชีวิตของฉันหรือเปล่า
ชีวิตของฉันเป็นข่าวดีสำหรับเพื่อนพี่น้องแล้วหรือยัง ???
________________

น่าแปลกใจ และน่าสนใจไม่น้อยจริงๆ ครับ เมื่อบรรดาสมณะและผู้อาวุโสของชาวยิว พวกเขาเห็นว่าเปโตรและยอห์นพูดอย่างกล้าหาญ เปี่ยมด้วยปรีชาญาณ ทั้งที่พวกเขาไม่เคยได้รับการศึกษาอะไรเลย และก็ไม่มีความรู้พิเศษอะไรเลย พวกเขาประหลาดใจ และที่สุดก็นึกได้ว่า เขาทั้งสองเคยอยู่กับพระเยซูเจ้า... และนี่คือคำตอบจริงจากบทอ่านที่หนึ่งวันนี้ (กจ 4:13-21) ว่าพระเยซูเจ้าคือองค์ความจริง พระองค์คือปรีชาญาณครับ การมีชีวิตที่ชิดสนิทสัมพันธ์กับพระองค์นั้น คือปรีชาญาณ... ทำให้ผมคิดถึงปรัชญาการศึกษาของโรงเรียนแห่งหนึ่งที่ผมเคยทำงาน ผมยอมรับว่า นี่เป็นปรัชญาที่สูง ยาก ยาว มากที่สุดกว่าทุกโรงเรียนที่ผมเคยเห็นมา แต่จนวันนี้ ผมก็ไม่มีวันลืมเลย... “การศึกษาคือการพัฒนาคนทั้งครบ ร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์และสังคม เพื่อจะได้เป็นคนบริบูรณ์... ชีวิต คือการรู้จักความจริง และรักความดี เพื่อบรรลุถึงสันติสุข และความเจริญถาวร สัมพันธภาพระหว่างชีวิต กับความเชื่อทางศาสนา วัฒนาธรรมกับพระวรสาร (และ) ความรู้กับคุณธรรม (ต้อง) เป็นจิตสำนึกของมนุษย์ทุกคน” นั่นหมายความว่า ความรู้และปรีชาญาณทั้งมวลมาจากพระเจ้าเท่านั้นจริงๆ การชิดสนิทกับพระองค์ คือปรีชาญาณที่สูงสุดแล้ว... อดไม่ได้ที่จะคิดถึงอาคารเรียนวิทยาลัยแสงธรรม ที่มีการพัฒนาสิ่งนี้ขึ้นในสมัยที่ผมเป็นนักศึกษาที่นั่น และผมเองก็มอบตนเองอยู่เบื้องหลังสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่นี้อย่างเงียบๆ... ณ อาคารเรียนของพวกเราบรรดานักศึกษาปรัชญาและเทววิทยา เมื่อเดินขึ้นตึกเรียนของนักศึกษา พวกเขาจะพบพระเยซูเจ้าในวัดน้อยก่อนสิ่งอื่นใด เพื่อเป็นเครื่องหมายว่า พวกเราที่ศึกษา ปรัชญา และเทววิทยา พระองค์คือความรู้ทุกประการ และพระองค์คือคำตอบของเรา... วันนี้ ฉันมีมอบชีวิตชิดสนิทสัมพันธ์กับองค์ปรีชาญาณแห่งพระเจ้ามากน้อยเพียงใด เพื่อชีวิตของฉันจะมีประสบการณ์กับพระองค์ผู้เป็นข่าวดีของพระเจ้า และฉันจะประกาศข่าวดีแก่ทุกคน ด้วยชีวิตของฉัน... ฉันมีประสบการณ์ส่วนตัวกับพระเจ้ามากน้อยเพียงใด ฉันมีชีวิตที่ชิดสนิทสัมพันธ์กับพระองค์มากน้อยเพียงใด นี่คือคำถามที่ฉันต้องนั่งคุยกับหัวใจของตนเองในเช้าวันนี้...

บรรดาสตรีในพระวรสาร บรรดาสตรีในสมัยของพระเยซูเจ้า พวกเธอไม่มีความรู้อะไรมากมายนัก แต่เราเห็นว่า เพราะประสบการณ์ที่เธอได้อยู่ใกล้ชิดกับพระคริสตเจ้า หัวใจของผู้หญิงที่รักพระเยซูเจ้ามากจริงๆ พวกเธอพบพระองค์เป็นปรีชาญาณ และนั่นคือสิ่งที่พวกเธอภูมิใจที่จะประกาศว่า พระองค์คือการกลับคืนชีพ และเป็นชีวิต พระองค์คือความชื่นชมยินดีของพวกเธอ แม้อุปสรรคของพวกเธอคือความเป็นหญิง ที่พวกเธอไม่ได้รับการยอมรับ และคนมากมาย แม้บรรดาศิษย์ของพระเยซูเจ้าด้วย ก็ไม่เชื่อสิ่งที่พวกเธอประกาศ...

ตอนท้ายของพระวรสารที่เราได้ฟังในพิธีบูชาขอบพระคุณในวันนี้ ลงท้ายด้วยประโยคที่ว่า “ท่านทั้งหลายจงออกไปทั่วโลก ประกาศข่าวดีให้กับมนุษย์ทั้งมวล” สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ท้าทายเราจริงๆ ครับ ฉันจะเอาอะไรไปประกาศข่าวดี ชีวิตของฉันสามารถเป็นข่าวดีสำหรับคนอื่นๆ ได้มากน้อยเพียงใด ฉันคงต้องตอบตนเองก่อนว่า ฉันมีประสบการณ์ส่วนตัวกับพระเยซูเจ้ามากน้อยเพียงใด... กฤษฏีกาของพระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย ... “ศิษย์พระคริสตเจริญชีวิตประกาศข่าวดีใหม่” นั่นคือด้วยวิธีการใหม่ ไม่เพียงแต่ประกาศข่าวดีเท่านั้น แต่เป็นข่าวดีครับ... และเราจะเป็นข่าวดีได้อย่างไร... พระศาสนจักรตอบเราอย่างหนักแน่นว่า... เราจำเป็นต้องมีประสบการณ์ส่วนตัวกับพระเจ้าครับ

ในมิสซาตลอดอัฐมวารปัสกานี้ เราจบที่คำว่า “พิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณจบแล้ว จงชื่นชมยินดี และไปประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า พระคริสตเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพแล้ว อัลเลลูยา อัลเลลูยา...” พี่น้องที่รักครับทั้งผมเอง ทั้งพี่น้องด้วย วันนี้เราคงต้องทบทวนไตร่ตรองเรื่องนี้กันหนักหน่อยแล้วล่ะครับ เรามีประสบการณ์ส่วนตัวกับพระเยซูเจ้ามากน้อยเพียงใด เราเชื่อมากน้อยเพียงใดว่า พระองค์ทรงกลับคืนพระชนมชีพแล้ว และสิ่งนี้คือความชื่นชมยินดีของเราที่เราจะประกาศกับโลก... พี่น้องครับ อะไรคือสิ่งแสดงว่า เรามั่นใจว่า พระองค์ทรงกลับคืนพระชนมชีพแล้วจริงๆ สิ่งเดียที่เราสามารถเป็นพยานได้ คงต้องมาจากความเชื่อและประสบการณ์ที่เรามีกับพระองค์นั่นเอง การกลับคืนชีพของพระองค์จึงต้องเป็นข่าวดีในชีวิตของเราก่อน และเป็นสิ่งที่ส่งผลให้เรามีความชื่นชมยินดีในการเจริญชีวิตฉันพี่น้องกับทุกคน เราจะเพียรอดทน เราจะอ่อนโยน เราจะเปี่ยมเมตตา นี่แหละครับ คือผลของผู้ที่มีความหวังในการกลับคืนพระชนมชีพของพระคริสตเจ้า...

เมื่อวานนี้ ผมมีโอกาสได้ต้อนรับผู้สูงอายุจากกรุงเทพฯ ที่เดินทางลงไปสุราษฎร์ธานี เพื่องานชุมนุมผู้สูงอายุ ผมทราบว่า มีพี่น้องจากอีกหลายสังฆมณฑล ที่ได้เริ่มออกเดินทางตั้งแต่วันพุธแล้ว มันคือการเดินทางที่ยาวไกลจริง... ผมเองในวันเหล่านี้ที่เดินทางหนักหน่อย... เอาไปเลยครับ บรรดาผู้สูงอายุเหล่านี้ ได้ใจผมไปเลยจริง... ต้องร้องเพลงของไมโคร เมื่อหลายสิบปีก่อนแด่พวกท่านเลยครับ... เอาไปเลยครับ ให้ไปเลย ดวงใจเราให้ไปเลย คือได้ใจผมไปเลยจริงๆ ครับผมประทับใจมากครับ ... คำตอบคืออะไร ... จะไม่ใช่หรือ ที่เพราะความเชื่อของการเป็นคริสตชน ที่เชื่อมั่นในพระคริสตเจ้าผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพ ทำให้บรรดาเสาหลักแห่งความเชื่อเหล่านี้ มีพลังและกำลังใจในการเดินทางไกลขนาดนี้ แล้วผมล่ะ พี่น้องล่ะ อะไร หรือใคร ที่เป็นกำลังใจในการเจริญชีวิตของเราจริงๆ ในโลกเราวันนี้ครับ...

ข้าแต่พระเจ้า ขอให้ชีวิตของลูกเป็นบูชา ที่แสดงว่า ลูกมีความชื่นชมยินดี ฉลองพระธรรมล้ำลึกแห่งปัสกาอยู่เสมอในชีวิตประจำวันของลูก เพื่อความชื่นชมยินดีที่เป็นประจักษ์พยานอย่างเป็นรูปธรรม จะนำความชื่นชมยินดีนิรันดรมาให้ลูกทุกคนด้วยเทอญ (เทียบ บทภาวนาเตรียมเครื่องบูชาวันนี้)

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันเสาร์ที่ 27 เมษายน 19 อัฐมวารปัสกา
บทอ่าน กจ 4:13-21 / มก 16:9-15
เปโตรผู้เปี่ยมด้วยพระจิตเจ้า ได้ประกาศต่อหน้าทุกคนในที่ประชุมว่า “ท่านผู้ปกครองประชาชน และผู้อาวุโสทั้งหลาย วันนี้เราทำความดีรักษาผู้ป่วยคนหนึ่ง ...ชายคนนี้หายโรค มายืนอยู่ต่อหน้าท่านทั้งหลาย ก็เพราะพระนามของพระเยซูเจ้า”
ในพระนามแห่งพระเยซูคริสต์ ชาวนาซาเร็ธ จงลุกขึ้นจากความสิ้นหวังเถิด…ในพระนามแห่งพระเยซูคริสต์ ชาวนาซาเร็ธ จงสลัดทิ้งความท้อแท้ใจเถิด…ในพระนามแห่งพระเยซูคริสต์ ชาวนาซาเร็ธ จงสลัดพันธนาการแห่งความบาปเถิด…ในพระนามแห่งพระเยซูคริสต์ ชาวนาซาเร็ธ จงสลัดทิ้งชีวิตเก่าเถิด…ในพระนามแห่งพระเยซูคริสต์ ชาวนาซาเร็ธ จงรับชีวิตใหม่เถิด…ในพระนามแห่งพระเยซูคริสต์ ชาวนาซาเร็ธ สิ่งใดที่ยากเกินนั้นไม่มีอีกต่อไป
เมื่อเปรียบเทียบกับพระเยซูเจ้าแล้ว ปิศาจไม่มีอำนาจหรือลักษณะใดที่เหนือกว่าพระองค์ เพราะว่า:มารพูดสิ่งที่ “เทียมเท็จ” พระเจ้าตรัสสิ่งที่”เที่ยงแท้”...มารทำให้เราเป็น”ทาส” พระเจ้าทำให้เราเป็น”ไท”...มารชอบ”ปรักปรำ”เรา พระเจ้าชอบ”โปรดปราน” เรา...มารให้ร้าย “พยาบาท” พระเจ้าให้รัก”พยาบาล”...มารเน้นการ”ชอบทำ” พระเจ้าให้เรา “ชอบธรรม”...มารทำให้ชีวิตเรา”พัง” พระเจ้าทำให้เราได้”พัก”...มารทดลองให้เรา”ท้อแท้” พระเจ้าทดสอบให้เรา”ทนทาน”...ความเชื่อทำให้ทุกสิ่งเป็นไปได้.
ข้าแต่พระเยซูเจ้า พวกลูกอาศัยอยู่ในบ้านของพระองค์ ตื่นในขณะที่พระองค์ประทับอยู่ และพบสันติสุขและการพักผ่อนในอ้อมแขนของพระองค์ ลูกมีความเชื่อในพระนามของพระองค์ อ้อนวอนขอการบำบัดรักษาจากพระองค์ ลูกมีความเชื่อและวางใจในความรักของพระองค์ ลูกโมทนาคุณสำหรับการพลีบูชาของพระองค์ ได้รับทุกสิ่งที่พระองค์ประทานให้ สวดภาวนาและวิงวอนขอ ให้ลูกกลับสู่สภาพเดิม ลูกต้องการการสัมผัสจากพระองค์ ลูกรอคอยพระองค์ พระองค์คือพระผู้ไถ่ คือเพื่อน และคือความหวังของลูก ความหวังทำให้ทุกสิ่งเป็นรูปเป็นร่าง ...ความรักทำให้ทุกสิ่งเป็นความงดงาม โปรดประทานให้แก่ลูกเทอญ

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

เชิญฟังเสียงคพ.พงศ์เทพ ประมวลพร้อม อธิบายพระคัมภีร์มิสซาวันอาทิตย์นี้ค่ะ

https://youtu.be/O3bTqKTPjxg

view