สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอาทิตย์ที่ 28 เมษายน 2019 สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลปัสกา ฉลองพระเมตตา

วันอาทิตย์ที่ 28 เมษายน 2019 สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลปัสกา ฉลองพระเมตตา

🌷มองคนอื่นด้วยความเมตตา....
แสวงหาโอกาสที่จะทำดีแก่ทุกคนเสมอ

📚บทอ่านประจำวันอาทิตย์ที่ 28 เมษายน 2019
สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลปัสกา
https://www.youtube.com/watch?v=0PZQzqQbo_I

https://youtu.be/XsrpfHNx9N0

❤น้ำจากพระทัย
https://youtu.be/h13iWX7I_QI

💞💞💞💞💞💞💞💞

วันอาทิตย์ที่ 28 เมษายน 2019
สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลปัสกา
ฉลองพระเมตตา
อ่าน
กจ 5:12-16
วว 1:9-11,12-13,17-19
ยน 20:19-31

“ความกลัว” ทำให้บรรดาศิษย์ “ปิด” ทุกอย่าง
แม้กระทั่งใจของตน พระเยซูเจ้าจึงจำเป็นต้อง
เข้ามาเติมเต็มจิตใจของพวกเขา ด้วยพระวาจา
ของพระองค์......“สันติสุขจงดำรงอยู่กับท่าน”..

พร้อมกับทรงเพิ่มพลังแห่งความเชื่อ จากพระจิตเจ้า
ให้กับพวกเขา

กิจการอัครสาวก ยืนยันว่า
เมื่อบรรดาอัครสาวก มีความเชื่อ พวกเขาไม่กลัว
ที่จะออกไปทำหน้าที่ประกาศข่าวดี และเมื่อนั้น
อัศจรรย์มากมายหลายประการจึงเกิดขึ้น
ผ่านทางมือของพวกเขา

เมื่อนักบุญยอห์น เปิดใจให้กับพระจิตเจ้า
พระองค์ทรงเปลี่ยนความกลัว และใช้
ความสามารถของท่าน ในการเขียน
เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น คริสตชนรุ่นหลัง
จึงยังมีพระวรสารที่ทรงคุณค่า

หมายเหตุ...
อย่ากลัว อุปสรรค เพราะมันจะเป็นหลัก
พิสูจน์ ความแข็งแกร่ง
อย่ากลัว คู่แข่ง เพราะมันพิสูจน์ หัวใจนักสู้

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”
วันอาทิตย์ที่ 28 เมษายน 2019
ฉลองพระเมตตาของพระเจ้า

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“สันติสุขจงสถิตอยู่กับท่านทั้งหลายเถิด...” (ยน 20:19-31)

สันติสุข จงสถิตอยู่กับท่านทั้งหลาย
เพราะพระองค์คือ “เจ้าชายแห่งสันติ”

พระองค์ไม่ต้องการทวงคืนคำสัญญาใดๆ
แต่ ขอให้เราได้เริ่มต้นใหม่กับพระองค์
สันติสุขจงสถิตอยู่กับท่านทั้งหลาย

ฉันพร้อมแล้วหรือยัง
ที่จะเริ่มต้นใหม่กับพระองค์
เพราะเวลานี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ
สิ่งที่กำลังเป็นอยู่ในปัจจุบัน
และสิ่งที่จะเกิดขึ้นในภายหลัง

จงวางใจในเราเถิด...
พระเยซูเจ้าข้า ลูกวางใจในพระองค์.

________________

สวัสดีวันอาทิตย์ วันพระเจ้า และสุขสันต์วันฉลองพระเมตตาของพระเจ้าแด่พี่น้องทุกคนครับ... วันอาทิตย์หลังสมโภชปัสกา พระศาสนจักรฉลองพระเมตตาของพระเจ้าตามคำขอของพระเยซูเจ้า และในวันนี้เอง ที่เป็นวันแห่งความชื่นชมยินดีมากที่สุดอีกวันหนึ่งของเราคริสตชน เมื่อพระคริสตเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพ พระองค์ไม่ทรงมองถึงอดีตที่ผ่านไปในชีวิตเรา แต่ทรงขอให้เราได้เริ่มต้นใหม่กับพระองค์ จะได้ไหม...

พี่น้องผู้ร่วมทุกข์ในการถูกเบียดเบียนกับท่านทั้งหลาย... (บทอ่านที่สอง วว 1:9-11ก, 12-13, 17-19) ในความเป็นจริง คงไม่ได้หมายถึงยอห์นเท่านั้น แต่หมายถึงท่านผู้นั้น คือ มหาสมณะผู้ผ่านความทุกข์ทรมาน สิ้นพระชนม์ และทรงกลับคืนพระชนมชีพ และในวันนี้ พระองค์ได้ตรัสกับศิษย์ของพระองค์ในห้องที่พวกเขาชุมนุมกันเพราะกลัวชาวยิว แม้ประตูจะปิดอยู่ แต่ค่ำวันนั้นซึ่งเป็นวันต้นสัปดาห์ พระเยซูเจ้าได้เสด็จมาประทับอยู่ท่ามกลางเขา และอะไรจะเป็นความรู้สึกของพวกเขาล่ะ... และหากเป็นฉัน... วันนี้หากเป็นผม สิ่งหนึ่งที่อาจเกิดขึ้นในความรู้สึกของผมอาจจะเป็นสิ่งนี้ครับ... เวลานั้น ผมคงไม่กลัวชาวยิวอย่างเดียวแล้ว แต่คงกลัวพระองค์ด้วยล่ะ... ทำไมหรือ...

พระองค์เสด็จมาประทับอยู่ท่ามกลางพวกเขา... สิ่งที่ผมกลัว อาจจะเป็นสิ่งนี้ครับ... มันคือสิ่งที่ผมได้พูดไว้ มันคือสิ่งที่เราแต่ละคนอาจจะสัญญากับพระองค์อย่างมั่นเหมาะเหมือนนักบุญเปโตรครับ “ข้าพเจ้าพร้อมที่จะอยู่กับพระองค์ทุกที่ ข้าพเจ้าพร้อมที่จะตายพร้อมกับพระองค์” และศิษย์ทุกคนก็ยืนยันเช่นเดียวกับเปโตร แต่ว่าเวลานี้... เมื่อเห็นพระองค์ ผมจะว่าอย่างไรกับคำสัญญาอย่างมั่นเหมาะกับพระองค์ วันนี้ ผมอยู่ที่ไหน ผมอยู่กับพระองค์หรือเปล่า... การมาครั้งนี้ของพระองค์น่ากลัวครับ พระองค์คงมาทวงสัญญาแน่ๆ ไหน เปโตรอยู่ไหน ไหนเธอบอกว่าจะตายแทนเราได้... ไหน พ่อเจ้าวัดประจวบฯ อยู่ที่ไหน ไหนเธอสัญญาอะไรไว้กับเรา แล้ววันนี้ ชีวิตของเธอเป็นเช่นได้ ทำไมเธอไม่กล้าเผชิญความจริงพร้อมกับเรา เธอเฝ้าแต่หนี หนี หนี และปิดประตูอยู่ด้วยความกลัวเช่นนี้หรือ... โอ้ พระองค์มาวันนี้ ผมจะเงยหน้ามองพระองค์ได้ไหม และจะมองพระองค์อย่างไรเล่า...

แต่พระวาจาของพระองค์เป็นไปในทางตรงกันข้ามกับความคิดและความรู้สึกของฉันเสมอ คือตรงกันข้ามกันจริงๆ... เมื่อพระองค์ไม่ได้มาทวงสัญญาอะไรทั้งสิ้น พระองค์ไม่ได้มาเอาคืนอะไรเลย... แต่พระวาจานั้น... และคงเป็นพระวาจานี้เอง ที่ทำใหฉัน แม้ว่ากำลังก้มหน้าลงไม่กล้ามองพระองค์ คงจะสามารถค่อยๆ เงยหน้าขึ้นได้บ้าง เมื่อพระองค์ เจ้าชายแห่งสันติได้ตรัสว่า “สันติสุขจงสถิตอยู่กับท่านทั้งหลายเถิด...” พอแล้ว พอจริง เงิยหน้าได้แล้วล่ะคราวนี้ เพราะพระองค์มาหาเราโดยไม่ได้มาทางหนี้ ทวงสัญญาอะไรทั้งสิ้น พระองค์ไม่ได้มาถามว่า ไหนล่ะ ใครที่จะอยู่กับเรา ใครที่จะตายแทนเรา ใครที่สัญญาอะไรไว้กับเรา แต่ พระองค์มาเพื่อ... บอกเราว่า... “ให้เราเริ่มต้นกันใหม่ได้ไหม... สันติสุขจงสถิตอยู่กับท่านทั้งหลายเถิด...”

พอแล้วครับ คำนี้คำเดียวพอเลยสำหรับการไตร่ตรองในเช้าวันนี้ของผม ที่ผมจะแบ่งปันกับพี่น้อง คำนี้ ประโยคนี้ พอแล้วจริงๆ ที่ทำให้ผมเงยหน้าขึ้นได้... “สันติสุขจงสถิตอยู่กับท่านทั้งหลายเถิด...” เมื่อพระองค์เสด็จมาหากเราในวันนี้ ไม่ใช่มาทวงอะไรคืนทั้งสิ้น แต่มาเพื่อขอให้เราได้เริ่มต้นใหม่กับพระองค์อีกครั้ง พระเจ้าผู้ไม่เคยท้อถอยที่จะรักเราจนถึงที่สุด แล้วฉันล่ะ วิญญาณข้าเอ๋ย เจ้าจะว่าอย่างไร เจ้าจะยังจมอยู่ในความทุกข์ ในความบาปกระนั้นหรือ เมื่อเจ้าชายแห่งสันติได้ตรัสดังนี้...

จงขอบพระคุณพระเป็นเจ้า เพราะพระองค์พระทัยดี... บทเพลงสร้อยที่เราร้องในวันนี้ คือสิ่งที่เราสรรเสริญพระทัยดีของพระเจ้าจริงๆ ครับ วันนี้ เราได้รับพระพรมากมายเหลือเกิน สิ่งที่เราได้รับในวันนี้ ในวันฉลองพระเมตตาของพระเจ้า คือพระเมตตาของพระองค์จริงๆ ไม่ใช่พระคุณการุญครบบริบูรณ์อะไรทั้งนั้น พระคุณการุญ คือสิ่งที่พระศาสนจักรวอนขอจากพระเจ้า เพื่อลูกของพระองค์ แต่สิ่งที่เราได้รับในวันนี้ คือพระเมตตาของพระเจ้าล้วน คือสิ่งที่มาจากพระองค์โดยตรง ขอเพียงเราได้กลับเข้ามาพึ่งพระเมตตาของพระองค์เท่านั้น ขอเพียงเราเป็นหนึ่งเดียวในความเมตตาของพระองค์เท่านั้น ขอเพียงเราไม่จบปรักอยู่ในความบาปและความพลาดพลั้งทั้งหลายของเรา เรากล้าพอไหม ที่จะเงยหน้าขึ้น มองดูพระเมตตาของพระเจ้า มอบความวางใจของเราไว้ในพระองค์ และเราก็จะพบสันติสุขในพระองค์ เพราะวันนี้ พระมหาสมณะยิ่งใหญ่ผู้ทรงผ่านความทุกข์ทรมาน สิ้นพระชนม์ และกลับคืนพระชนมชีพ ได้ตรัสกับเรา และนักบุญยอห์นได้บันทึกไว้ให้เราได้อุ่นใจ... เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุด เมื่อพระองค์ทรงกลับคืนพระชนมชีพ สิ่งที่สำคัญที่สุดนั้นคือ... สิ่งที่กำลังเป็นอยู่ในปัจจุบัน และสิ่งที่จะเกิดขึ้นภายหลัง... ไม่ใช่สิ่งที่ผ่านไปแล้ว เมื่อพระเจ้าจะไม่ทรงจดจำสิ่งที่ผ่านไปในชีวิตของเรา แต่วันนี้ พระองค์ตรัสกับเราว่า “สันติสุขจงสถิตอยู่กับท่านทั้งหลายเถิด...” (ยน 20:19-31) แล้วเราจะมัวก้มหน้าอยู่ด้วยความกลัวในห้องที่ปิดประตูนั้นหรือ จงวางใจในพระเมตตาของพระองค์เถิด

ข้าแต่พระเยซูเจ้า ลูกวางใจในพระองค์... โปรดประทานพลังใจให้ลูกอย่างเพียงพอ เพื่อวันนี้ เมื่อได้พบพระองค์ และได้พบพระเมตตาของพระองค์ ลูกจะไม่จบปรักอยู่ในอดีตของลูก แต่จะเริ่มต้นใหม่ด้วยพระเมตตาของพระองค์.

สุขสันต์วันพระเจ้า

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันอาทิตย์ที่ 28 เมษายน 19 สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลปัสกา (ฉลองพระเมตตา)
บทอ่าน กจ 5:12-16 / วว 1:9-11ก,12-13,17-19 / ยน 20:19-31
สตีฟ จอบส์ กล่าวว่า “วิธีคิดว่าคนเราอาจจะตายวันตายพรุ่ง เป็นเครื่องมือที่สำคัญที่สุดเท่าที่เขาเคยรู้จักมา ซึ่งได้ช่วยให้เขาสามารถตัดสินใจครั้งใหญ่ๆ ในชีวิตได้ เพราะเมื่อความตายมาอยู่ตรงหน้า แทบทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความคาดหวังของคนอื่น ชื่อเสียงเกียรติยศ ความกลัวที่จะต้องอับอายขายหน้าหรือล้มเหลว จะหมดความหมายไปสิ้น เหลือไว้ก็แต่เพียงสิ่งที่มีคุณค่าความหมายและความสำคัญที่แท้จริงเท่านั้น”
โทมัสที่มีสมญานามว่า “ฝาแฝด” และยังมีคนเรียกท่านว่า “โทมัสผู้สงสัย” เพราะท่านได้เคยประกาศว่า “ถ้าข้าพเจ้าไม่เห็นรอยตะปูที่พระหัตถ์ และไม่ได้เอานิ้วแยงเข้าไปรอยตะปู และไม่ได้เอามือคลำที่ด้านข้างพระวรกาย ข้าพเจ้าจะไม่เชื่อเป็นอันขาด” โทมัสมีความยากลำบากในการเชื่อ ท่านสงสัยเมื่อเพื่อนอัครสาวกได้อ้างว่า พระเยซูเจ้าได้ปรากฏองค์แก่พวกท่าน ในค่ำวันต้นสัปดาห์ ในห้องที่บรรดาสานุศิษย์ได้ชุมนุมกันปิดอยู่ เพราะกลัวชาวยิว แม้พวกท่านยังมีความเศร้าโศก แต่ก็มีความมั่นใจในการกลับคืนพระชนม์ชีพของพระเยซูเจ้า และในบรรยากาศของความลำบากนี้เอง พระเยซูเจ้าได้ปรากฏองค์เป็นครั้งที่สอง เพื่อทำให้โทมัสหมดความสงสัย พระองค์ได้เสด็จเข้ามาอยู่ตรงกลาง แม้ประตูห้องยังปิดอยู่ พระองค์ได้แสดงพระหัตถ์และพระสีข้างแก่โทมัส และเตือนมิให้ท่านสงสัยอีกต่อไป โทมัสที่บัดนี้มีความสุภาพ ได้ตะโกนว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้า และพระเจ้าของข้าพเจ้า”
“เวลาของเรามีจำกัด เราจะต้องมีความกล้าที่จะก้าวไปตามที่หัวใจปรารถนา และสัญชาตญาณของเราจะพาไป เพราะหัวใจและสัญชาตญาณของเราทราบดีว่า เราต้องการจะเป็นอะไรและเชื่ออะไร ”ดูเหมือนว่าโทมัสเองก็รู้ดีว่า ตัวเองต้องการพระเยซูเจ้า ความสงสัยของท่านไม่ใช่เกิดจากความเย่อหยิ่งจองหองแต่อย่างใด แต่เป็นความต้องการที่จะพบพระองค์ตัวต่อตัว และเมื่อพบพระองค์องค์จริงๆ ท่านก็ยอมสยบให้กับพระองค์ และยืนยันความเชื่อในพระองค์ ไม่น้อยกว่าบรรดาสานุศิษย์อื่นๆ

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view