สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอังคารที่ 30 เมษายน 2019 สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลปัสกา

วันอังคารที่ 30 เมษายน 2019 สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลปัสกา

☘ถ้าคุณรักใครอย่างจริงใจ...
คุณก็พร้อมจะละความปรารถนาของตัวเอง
เพื่อตอบสนองต่อความปรารถนาของเขา
ถ้าคุณรักพระเจ้า คุณก็จะเชื่อฟังพระองค์

📚บทอ่านประจำวันอังคารที่ 30 เมษายน 2019
https://www.youtube.com/watch?v=MmWrlwyFyJo&t=37s

https://youtu.be/j9tvsn87Z1M

♦Hallelujah (Easter Version)
https://youtu.be/VmO5C2XadgY

☘☘☘☘☘☘☘☘☘☘

วันอังคารที่ 30 เมษายน 2019
สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลปัสกา
อ่าน : กจ 4:32-37
ยน 3:7-15

พระเยซูเจ้าสามารถเปลี่ยนความคิดของนิโคเดมัส
จากที่เคยมีท่าทีของการเป็นศัตรู มาสู่การเป็นมิตรแท้
เพราะพระองค์ทรงพูดในสิ่งที่รู้ ยืนยันในสิ่งที่พระองค์เห็น
เป็นพยานด้วยการดำเนินชีวิตของพระองค์เอง

เมื่อศิษย์ของพระเยซูเจ้า เลียนแบบในสิ่งที่พระองค์สอน
กลุ่มของพวกเขา ได้รับความเคารพนับถือ
ไม่มีใครขัดสน เพราะพวกเขา จริงใจต่อกัน
เป็นพยานด้วยการดำเนินชีวิต เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
ไม่ยึดติดกับสิ่งที่ตนมี แต่พร้อมแบ่งปันให้กับคนที่ต้องการ

หมายเหตุ..
ผู้คน จะยอมรับในสิ่งที่เรารู้ และพูด
เมื่อเขาเห็นเราทำมันในชีวิต

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”
วันอังคารที่ 30 เมษายน 2019

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ท่านเป็นอาจารย์ของชาวอิสราแอล ท่านไม่รู้เรื่องเหล่านี้หรือ...” (ยน 3:7-15)

อาจารย์ของโลกนี้สอนอะไร
ปรีชาญาณของโลกนี้คืออะไร
ความสำเร็จของโลกควรเป็นเช่นใด...

แต่เมื่ออาจารย์ของโลกนี้เผชิญหน้ากับอาจารย์แห่งสวรรค์
เข้ากลับไม่รู้อะไรเลย เพื่อนำชีวิตของตนไปสู่ความรอดพ้น

และนี่คือปรีชาญาณที่มาจากเบื้องบน
นี่คือคำสอนของอาจารย์แห่งสวรรค์
ท่านทั้งหลายจำเป็นต้องเกิดใหม่จากเบื้องบน
มีชีวิตอยู่เพื่อทุกคน
และนำความรอดพ้นไปสู่ทุกคน
ด้วยชีวิตที่อุทิศถวายตน
เยี่ยงบุคคลที่ถูกตรึงบนไม้กางเขนนี้
เขาคงไม่ได้โง่ที่ทำเช่นนี้
แต่นี่คือปรีชาญาณแห่งสวรรค์.

________________

บทอ่านที่หนึ่งวันนี้ (กจ 4:32-37) เป็นบทอ่านที่ผมชอบมากตอนหนึ่งครับ และตลอดช่วงเวลาการเป็นพ่อเจ้าวัดของผมที่กำลังจบสิ้นลง พระวาจาตอนนี้แหละคือสิ่งที่ผมและสัตบุรุษ เราพยายามทำให้เป็นความจริงขึ้นมาในชีวิตของเรา ความรัก ความเมตตาและการแบ่งปัน คือสิ่งที่มองเห็นได้เสมอที่หน้าพระแท่นบูชาที่วัดของเราในวันอาทิตย์ สัตบุรุษ ร่วมทั้งพ่อเจ้าวัดด้วย ที่แม้เราจะไม่มีความสามารถจัดขบวนแห่ของถวายได้ระหว่างบูชาขอบพระคุณ แต่ที่หน้าพระแท่นที่วัดของเรา คือภาพของหนังสือกิจการอัครสาวกตอนนี้จริงๆ อันเป็นผลจากการฟังพระวาจาของพระเจ้า พระวาจาของพระองค์ที่เป็นแรงผลักดันในหัวใจของเรา และทำให้หัวใจของพวกเราเปิดออก นำสิ่งที่ตนมี พระพรของพระเจ้าที่แต่ละคนได้รับ เอามาวางไว้ที่ใต้พระแท่นบูชา เพื่อร่วมถวายพร้อมกับพระเยซูเจ้าในบูชาขอบพระคุณ และนำผลแห่งการบูชานี้ไปแบ่งปันกับพี่น้องที่ยากจน และนี่แหละ คือภาพของพระศาสนจักร กลุ่มผู้มีความเชื่อดำเนินชีวิตเป็นหนึ่งเดียวัน ไม่คิดว่าสิ่งที่ตนมีเป็นกรรมสิทธิ์ของตน แต่ทุกสิ่งเป็นของส่วนรวม ในกลุ่มของเขาไม่มีใครขัดสน (เทียบบทอ่านที่หนึ่งวันนี้) การแสวงหาผลประโยชน์เข้าตนเองให้มากที่สุด อาจจะเป็นคำสอนของโลกนี้ แต่ลูกของพระไม่ได้โง่หรอก ที่การให้ความรักเมตตาและแบ่งปัน จะกลายเป็นปรีชาญาณจากสวรรค์สำหรับพวกเขา

ในพระวรสาร นิโคเดมัส อาจารย์แห่งอิสราแอล ได้เข้ามาคุยกับพระเยซูเจ้าในเวลากลางคืน นี่คือภาพของผู้ที่เข้ามาหาองค์ความสว่างในเวลากลางคืน พระองค์เป็นความสว่าง... ประโยคที่สะกิดใจผมจริงๆ ในเช้าวันนี้ เมื่อพระเยซูเจ้าได้ตรัสกับนิโคเดมัสว่า “ท่านเป็นอาจารย์ของชาวอิสราแอล ท่านไม่รู้เรื่องเหล่านี้หรือ...” โอ้ ความรู้และปรีชาญาณของอาจารย์แห่งอิสราแอล เมื่ออยู่ต่อหน้าพระเยซูเจ้า เขาไม่เหลืออะไรเลยจริงๆ เพราะพระองค์คือองค์แห่งปรีชาญาณสำหรับทุกคน พระองค์คือองค์ความสว่างสำหรับทุกคน และนี่คือคำตอบของบทอ่านที่หนึ่ง นี่คือคำตอบของชีวิตคริสตชน คำสอนของพระเยซูเจ้าด้วยพระชนมชีพของพระองค์ที่จบลงที่ไม้กางเขนนั้น คือปรีชาญาณที่แท้จริง ของชีวิตของผู้ที่เป็นผู้ให้อย่างแท้จริง ความรักและการแบ่งปัน ไม่ใช่ความโง่เขลาสำหรับลูกของพระศาสนจักร...

โลกที่สอนให้เราเรียนรู้แบบว่า “มือใครยาว สาวได้สาวเอา” ซึ่งอาจจะดูว่าเป็นปรีชาญาณของโลกนี้ และอาจารย์ของโลกสอนอะไร... และเมื่อต้องเผชิญหน้ากับพระเยซูเจ้า เมื่อพระองค์ทรงเป็นปรีชาญาณที่แท้จริงจากพระเจ้า พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงเป็นผู้ให้ และให้จนหมดสิ้นพระชนมชีพของพระองค์ ดังเมล็ดข้าวที่ตกลงบนพื้นดิน และยอมถูกแดดแผดเผา ตายไป และเกิดผลมากมาย...

รูปงูถูกยกขึ้นในถิ่นทุรกันดารฉันใด บุตรแห่งมนุษย์ก็จะต้องถูกยกขึ้นฉันนั้น... ในถิ่นทุรกันดาร ที่ปรีชาญาณและความคิดของอิสราแอลกำลังคิดหวลกลับไปที่หม้อเนื้อ อาหารในประเทศอียิปต์ ที่พวกเขามองกลับไป และใช้เป็นเหตุผลที่จะบ่นว่าพระเจ้า ทำไมทรงนำพวกเขามาตกระกำลำบากที่ดินแดนแห้งแล้งและขาดอาหารนี้... งูที่เข้ามาทำร้ายพวกเขาทำให้พวกเขาล้มตายไปมากมาย จนหันกลับเข้าพึ่งพระเจ้าอีกครั้งหนึ่ง... พระเจ้าทรงให้พวกเขาได้มองดูรูปงูที่แขวนอยู่บนที่สูง เพื่อสำนึกว่าพวกเขาได้ทำอะไรลงไป และนี่คือผลการกระทำของพวกเขา การมองดูรูปงูนี้ นำผลให้เกิดการสำนึกกลับใจ ขอโทษต่อพระเจ้า และเขาก็รอดพ้น... ที่บนกางเขน เรามองเห็นอะไร โทษที่เราควรจะได้รับเพราะความผิดและความบาปของเรานั้น ถูกวางบนชีวิตของพระบุตร... เมื่อสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ ในวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ เราออกไปจูบไม้กางเขนแห่งสิริรุ่งโรจน์ของพระเจ้า เรามองดูพระองค์แล้วเราคิดอะไรได้บ้างไหม เมื่อทรงรักเราถึงเพียงนี้ อะไรคือผลของสิ่งที่เราได้ทำลงไป ที่ทำให้พระองค์ต้องถูกแขวนบนไม้กางเขนแบบนี้เพื่อมอบปรีชาญาณของชีวิตที่รักและเสียสละพระองค์เองเพื่อเรา เพื่อให้เราเลียนแบบพระองค์ ด้วยการเจริญชีวิตตามปรีชาญาณใหม่นี้ ที่นำความรอดพ้นมาสู่ทุกคน

เมื่อวานขณะที่ผมกำลังเดินท่อน้ำประปากับสัตบุรุษของผมท่านหนึ่ง เราทำงานกันเอง แบบไม่มีช่างที่ไหนมาช่วยเรา เราไม่มีเงินมากพอที่จะจ้างช่าง เราเรียนรู้ที่จะทำกันเอง อาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อย เพราะเราไม่เชี่ยวชาญแต่เราก็ศึกษาและเรียนรู้ในความเรียบง่าย และความพอเพียงของเรา เพื่อทำงานจุดสุดท้ายที่ค้างอยู่ของผมให้เสร็จ นั่นคือการเดินท่อน้ำขึ้นห้องพักของพระสังฆราช เพราะท่านกำลังจะมาเยี่ยมเรา... ขณะที่ทำงานอยู่นั้น ผมได้รับโทรศัพท์จากคุณพ่อท่านหนึ่งโทรเข้ามาหาผม ท่านไม่ได้โทรเข้ามารบกวน หรือขอความช่วยเหลืออะไรผมเลย แต่ท่านกำลังเดินทางมาจากสามพราน และพักครึ่งทางที่บ้านแสงอรุณ ท่านรู้ว่า ช่วงนี้บรรดาพระสงฆ์ เรากำลังมีงานยุ่งมากหลายๆ งาน มันคือเวลาที่เราต้องออกจากตนเอง และช่วยกันครับ และผมเองต้องไปถวายมิสซาที่บ้านแสงอรุณในวันรุ่งขึ้น และต่อไปอีกมิสซาปลงศพที่จังหวัดชุมพรในเวลากระชั้นชิด ผมมีเวลาชั่วโมงครึ่งเพื่อขับรถจากบ้านแสงอรุ่ณไปชุมพร แต่คงเป็นไปได้ครับ... คุณพ่อท่านนั้น ท่านโทรมาเพื่อการนี้ครับ... ฟังเสียงท่านแล้วผมประทับใจจริงๆ ครับ “มีอะไรให้ผมช่วยไหม... ผมช่วยถวายมิสซาที่บ้านแสงอรุณให้ได้นะ...” พี่น้องครับ นี่คือความภูมิใจที่สุดของผมครับ ที่ผมภูมิใจเล่าให้พี่น้องฟังเช้านี้ ผมภูมิใจในแบบอย่างของพี่น้องพระสงฆ์ในสังฆมณฑลสุราษฎร์ธานีมากๆ ครับ ณ ที่ที่ผมเติบโตและใช้ชีวิตในวัยเด็กส่วนใหญ่ที่บ้านเณรแห่งสังฆมณฑลสุราษฎร์ธานีนี้ ตลอดระยะเวลาสี่เกือบห้าปีของชีวิตสงฆ์ของผม ผมอยู่ท่ามกลางพี่น้องพระสงฆ์ นักบวช ในสังฆมณฑลสุราษฎร์ธานีด้วยความอบอุ่น เรามีแต่รัก และช่วยเหลือกัน เป็นกำลังใจให้กันและกันเสมอมา ชีวิตพ่อเจ้าวัดมือใหม่ของผม ที่บวชแล้วก็เป็นพ่อเจ้าวัดทันที แม้ว่าจะเป็นสิ่งที่ผมกังวลมากในช่วงเวลาแรกๆ แต่ผมก็ผ่านมาถึงวันนี้ได้ด้วยความอุ่นใจจริงๆ ครับ ในความเป็นหนึ่งเดียวกับพี่น้องพระสงฆ์ในสังฆมณฑล... ผมตอบคุณพ่อท่านนั้นไปว่า “คุณพ่อพักผ่อนอย่างดีเถอะครับ คุณพ่อต้องขับรถอีกเกือบสิบชั่วโมง ผมแค่ไม่กี่ชั่วโมงเองครับ...” พี่น้องครับ นี่คือแบบอย่างชีวิตสงฆ์ของพวกเรา ที่ผมภูมิใจที่จะแบ่งปันแบบอย่างนี้ให้พี่น้อง เมื่อวานนี้ท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัด เราทำงานกลางแดด เราเหนื่อย เหงื่อท่วมกาย แต่เราต้องเสร็จงานนี้ โทรศัพท์สายนั้นของพระสงฆ์รุ่นพี่ท่านนั้น ทำให้ผมหายเหนื่อยจริงๆ ครับ ผมมีแรงทำงานนั้นจนเสร็จเรียบร้อย และเวลานี้ ระบบน้ำในวัดของเราทั้งหมดก็สมบูรณ์เรียบร้อยก่อนที่ผมจะย้ายไปครับ เหนือสิ่งอื่นใด ผมอยากบอกว่า ผมอบอุ่นในครอบครัวพระศาสนจักรสังฆมณฑลสุราษฎร์ธานีจริงๆ ครับ นี่คือพระศาสนาจักรที่เป็นหนึ่งเดียว นี่คือพระศาสนจักรที่มีปรีชาญาณจริงๆ เป็นปรีชาญาณขอพระเยซูเจ้า ที่อาจเดินสวนทางกับความคิดของโลก... คุณพ่อท่านนั้นที่โทรหาผมเมื่อวานนี้ ท่านเหนื่อยกว่ามาก ท่านอาจจะไม่ต้องโทรหาผมก็ได้ ท่านอาจจะไม่ต้องให้ผมรู้ว่าท่านมาที่นี่ก็ได้ ท่านจะเก็บโอกาสนั้นไว้เพื่อตนเอง พักผ่อนให้สบายก็ได้ แต่ท่านกลับแสดงออกด้วยความใจกว้าง เพียงรู้ว่าพระสงฆ์รุ่นน้องคนหนึ่งกำลังทำงานหนัก ท่านก็คิดที่จะแบ่งเบา ทั้งๆ ที่ท่านเองยังต้องเดินทางอีกไกลกว่าผมมาก และมีงานที่คอยท่านอยู่อีกมาก นี่แหละครับ ชีวิตพระศาสนจักรที่เป็นหนึ่งเดียวกัน ชีวิตที่ไม่เคยคิดถึงแต่ตนเอง แต่เป็นชีวิตที่อุทิศเพื่อพี่น้องทุกคน... ผมเล่าให้พี่น้องฟังด้วยความภูมิใจ และอยากแบ่งปันความสุขนี้กับพี่น้อง เพื่อพี่น้องจะได้มีโอกาสดีๆ อย่างผมบ้าง ในความคิดที่สวนทางกับโลก เมื่ออยู่ต่อหน้าองค์ คือปรีชาญาณใหม่ นั่นคือชีวิตที่อุทิศเพื่อกันและกัน แบบพระเยซูครับ

ข้าแต่พระเยซูเจ้า ต่อหน้าพระองค์ผู้ถูกตรึงบนไม้กางเขนเพื่อลูก ความรู้ทั้งหมดของลูกนั้น ไม่เหลืออะไรเลย เมื่ออยู่ต่อหน้าพระองค์ ผู้ทรงเป็นปรีชาญาณของการดำเนินชีวิตที่ประสบความสำเร็จ คือก้าวไปสู่พระราชัยองค์ ขอทรงประทานพระพรที่เพียงพอ เพื่อลูกจะเลียนแบบปรีชาญาณและปรัชญาการดำเนินชีวิตของพระองค์ พระเจ้าผู้ทรงเป็นผู้ให้จนหมดสิ้น และดังนี้ เราจึงพอเพียงและเพียงพอในพระองค์.

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันอังคารที่ 30 เมษายน 19 สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลปัสกา
บทอ่าน กจ 4:32-37 / ยน 3:7ข-15
ในประเทศอินเดีย ชาวบ้านหาวิธีจับลิง ที่มาขโมยผลไม้ โดยใช้ขวดโหลแก้ว ที่มีปากพอที่ลิงจะสอดมือเข้าไปได้ แล้วใส่เมล็ดถั่วที่ลงไปในขวดโหล ลิงมองเห็นขวดโหลที่เต็มไปด้วยเมล็ดถั่ว จึงสอดมือเข้าไปในขวดโหลเพื่อหยิบถั่ว แต่พอลิงกำถั่วไว้ในมือ ลิงก็ไม่สามารถเอามือออกจากขวดโหลได้ เพราะมือที่กำถั่วไว้มีขนาดใหญ่กว่าปากขวด แม้ลิงจะพยายามดึงมือออกอย่างไร ก็ไม่สามารถถอนมือออกจากปากขวดได้ ชาวบ้านก็ตรงเข้าจับลิง ลิงก็วิ่งหนี แต่ครั้งนี้ไม่สามารถวิ่งได้เหมือนเดิม ไม่สามารถปีนต้นไม้ เพราะมีมืออยู่ข้างเดียว มืออีกข้างยังคงกำถั่วไว้และติดอยู่กับขวดโหลตลอดเวลา ในที่สุด ชาวบ้านก็สามารถจับลิงได้ โดยที่ลิงหาเฉลี่ยวใจไม่ว่าเพียงแค่มันคลายมือออกจากการกำถั่ว มันก็จะสามารถเอาตัวรอดได้ แต่เพราะกลัวสูญเสียถั่วและกำไว้อย่างเหนียวแน่น ไม่ยอมปล่อย มันจึงต้องเอาทั้งชีวิตเข้าแลกนั่นเอง….
ขณะที่พระเยซูเจ้าได้ตรัสกับนิโคเดมัสเรื่องการบังเกิดใหม่จากเบื้องบน พระองค์ได้ช่วยให้เขาให้พิจารณาเรื่องนี้ให้ลึกซึ้งขึ้น พระองค์มีสิทธิ์ที่จะทำเช่นนั้น เพราะว่าพระองค์เป็นผู้ที่เสด็จมาจากเบื้องบน จึงรู้ว่าพระองค์กำลังตรัสถึงเรื่องอะไร จะมีเวลาที่พระองค์จะได้รับการยกขึ้น เหมือนกับงูทองสัมฤทธิ์ในทะเลทรายในหนังสือพระธรรมเก่า ที่โมเสสได้ช่วยรักษาคนที่ถูกงูกัด ให้พ้นจากพิษร้ายของงู นิโคเดมัสไม่สามารถคาดเดาได้ว่าชีวิตนิรันดรหมายความว่าอะไร เพราะเขามีความคิดว่า การบังเกิดใหม่ หมายความถึงการเข้าไปอยู่ในครรภ์ของมารดาอีกครั้งหนึ่ง แต่พระเยซูเจ้ากลับพูดถึงการบังเกิดใหม่จากเบื้องบน เนื่องจากว่า เขายังไม่ได้รับพระจิต ซึ่งจะพัดไปเหมือนลมในที่ที่ลมต้องการ แม้ได้ยินเสียงลมพัดก็ไม่รู้ว่าพัดมาจากไหน และจะพัดไปยัง ณ ที่ใด เขาเป็นอาจารย์ของประชากรอิสราเอล และได้รับการอบรมในเรื่องพระคัมภีร์ แต่เขาก็ยังไม่เข้าใจในสิ่งที่พระองค์ตรัส. เขาจึงเหมือนกับลิง ที่เอามือล้วงลงไปในขวดโหล ที่ไม่สามารถจะเอาออกมาได้ เพราะมือยังกำถั่วอยู่ และมือที่กำถั่วอยู่นั้นไม่ใช่อะไรอื่น นอกจากความยึดติดกับความคิดและความเข้าใจเดิมๆของตัวเอง ที่เขาไม่อยากคลายออก.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view