สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันพุธที่ 1 พฤษภาคม 2019 ระลึกถึงนักบุญโยเซฟ กรรมกร

วันพุธที่ 1 พฤษภาคม 2019 ระลึกถึงนักบุญโยเซฟ กรรมกร

🍀 เหนือกว่ารักทั้งมวลในโลกหล้า
ยิ่งใหญ่กว่าสัมพันธ์ใดใดในโลกนี้
คือความรักของพระคริสต์ผู้ยอมพลี
ถวายสิ้นพระชนม์นี้เพื่อชาวเรา

📚บทอ่านประจำวันพุธที่ 1 พฤษภาคม 2019
ระลึกถึงนักบุญโยเซฟ กรรมกร
https://www.youtube.com/watch?v=Fv1ojaAjMpE

https://youtu.be/NM_un6Lzp0c

♥For God So Loved The World
http://youtu.be/bst1cglOZwo

🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄

วันพุธที่ 1 พฤษภาคม 2019
ระลึกถึงนักบุญโยเซฟ กรรมกร
อ่าน กจ 5:17-26
ยน 3:16-21

ความรักที่แท้ ไม่เห็นแก่ตัว ไม่มัวเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง
พระเจ้าทรงเป็นแบบอย่างของความรักแท้ ที่มีต่อโลก
ด้วยการให้แม้กระทั่งสิ่งที่รักที่สุด คือพระบุตร
เพื่อให้โลกไม่สะดุด และต้องพินาศไป ...

สาเหตุ ที่ทำให้มหาสมณะ และบรรดาชาวสะดูสี
ไม่ประสบความสำเร็จ และอิจฉา บรรดาอัครสาวก
ที่ได้รับการดูแลจากพระเจ้า และการตอบสนองที่ดีจากบรรดาประชาชน
นั่นก็เพราะว่า มหาสมณะ และชาวสะดูสี
เรียกร้องกฎเกณฑ์แห่งความรัก เพื่อตนเอง
ในขณะที่บรรดาอัครสาวก เรียกร้องให้ประชาชนปฎิบัติด้วยความเคารพ
รักยำเกรงต่อพระเจ้า

หมายเหตุ...
แต่ละคน อาจจะมีพื้นฐานประสบการณ์ของความรัก ที่แตกต่างกัน
แต่คุณค่าพื้นฐานเหมือนกันที่ความรักแท้ ต้องการคือ ไม่เห็นแก่ตัว

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”
วันพุธที่ 1 พฤษภาคม 2019

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“แต่มนุษย์รักความมืดมากกว่ารักความสว่าง...” (ยน 3:16-21)

เพราะการกระทำของเขานั้นชั่วร้าย
เพราะทุกคนที่ทำความชั่วย่อมเกลียดความสว่าง และไม่เข้าใกล้ความสว่าง
นั่นคือเขาย่อมเกลียดชังพระเยซูเจ้า
ผู้ทรงประกาศว่า พระองค์ทรงเป็น “ความจริง”

ผู้ที่เจริญชีวิตสวนทางกับความจริง
ย่อมเดินสวนทางกับความสว่าง และไม่สามารถเข้าใกล้ความสว่างได้เลย

แต่ผู้ที่ปฏิบัติตามความจริง
ย่อมเข้าใกล้ความสว่าง
เพื่อให้เห็นชัดว่า
สิ่งที่เขาทำ ได้ทำโดยพึ่งพระเจ้า...

________________

เมื่อวานนี้ พบภาพของนิโคเดมัส อาจารย์แห่งอิสราแอล ผู้เป็นภาพของความรู้ของโลก ซึ่งเมื่ออยู่ต่อหน้าองค์แห่งความสว่าง เขากลับไม่เหลืออะไรเลย... และความสว่างนี้เองที่พระเจ้าทรงประทานให้กับโลก คือความสว่างแห่งองค์พระเยซูเจ้า นี่คือความสว่างที่ส่องนำทางให้เราเดินไปสู่ความรอดพ้น

ที่สุด เราก็พบเหตุของการเบียดเบียนเข้าจนได้ เมื่อบรรดาสมณะและคนที่อยู่กับพวกสะดูสี ซึ่งหนังสือกิจการอัครสาวกที่เราอ่านในวันนี้ (กจ 5:17-26) บันทึกว่า พวกเขามีความอิจฉาบรรดาอัครสาวกเป็นอย่างยิ่ง พวกเขาจับกุมบรรดาอัครสาวกขังไว้ในคุก แต่ในเวลากลางคืน ทูตสวรรค์ได้มาปล่อยพวกเขาออกไป และสั่งให้ไปประกาศพระวาจาของพระเจ้าในพระวิหาร และบรรดาอัครสาวกก็เข้าไปเทศน์สอนในพระวิหาร ซึ่งทำให้พวกเขาไม่พอใจ ทั้งๆ ที่พวกเขาก็ไม่เข้าใจว่า บรรดาศิษย์ออกมาจากคุกได้อย่างไร ในขณะที่คุกยังปิดไว้แน่นหนา และมีทหารยามเฝ้าอยู่ด้วย...

พี่น้องที่รักครับ พระวาจาของพระเจ้าเป็นความจริง และไม่มีอะไรที่จะปิดบังความจริงนี้ได้ แต่สิ่งที่พวกเขาไม่ยอมรับความจริงคืออะไร... เพราะความจริงเรียกร้องให้พวกเขา “กลับใจ” ครับ เรื่องราวในพระวิหาร และเรื่องราวของผลประโยชน์ที่พวกเขาพยายามกำจัดพระเยซูเจ้าออกไปนั้น เวลานี้เป็นเรื่องราวเดียวกันกับที่เกิดขึ้นกับบรรดาศิษย์ของพระองค์ ซึ่งพวกเขาก็พยายามกำจัดพระองค์ แต่เสียงของความจริง เสียงของพระวาจาของพระเจ้ายังคงดังก้องอยู่ในจิตใจของประชาชน และพวกเขาเอง แท้จริงแล้ว หนังสือกิจการอัครสาวกบันทึกว่าพวกเขากลัวประชาชน แต่หนักไปกว่านั้น พวกเขากำลังกลัวความจริง ไม่กล้ายอมรับความจริง และสิ่งนี้เอง ที่พระเยซูเจ้าตรัสในวันนี้ เราไม่กล้าที่จะยอมรับความจริง เพราะเรากลัวการต้องเปลี่ยนแปลงตนเอง ต้องกลับใจ และสิ่งที่เราต้องสูญเสียนั้นคือ ผลประโยชน์ครับ

วันนี้ วันแรงงานแห่งชาติ... มันคือช่วงเวลาที่ให้โอกาสเราพิจารณาไตร่ตรองเป็นพิเศษ สำหรับเรามนุษย์ที่เราต้องทำงานกันทุกคน เราทำงานกันไปทำไม เราทำเพื่ออะไร หรือเราทำเพื่อใครจริง คำถามหนักแน่นกว่านั้น... เรามีความจริงใจในชีวิตของเราจริงๆ หรือเปล่า หรือความอิจฉาเข้ามาในชีวิตเรา เข้าครอบงำชีวิตของเรา จนทำให้ทั้งชีวิตของเราต้องเหนื่อยตลอดเวลากับความเป็นจริงในโลกเราวันนี้ ที่เต็มไปด้วยการโกหก และเป็นการโกหกที่ไม่ผิดกฎหมายด้วย... หลายครั้งหลายครา ที่ผมพบว่าเราต้องเผชิญชีวิตด้วยความยากลำบาก ท่ามกลางความเสแสร้งของโลกเราวันนี้ “ภาพเพื่อการโฆษณาเท่านั้น” แสดงความความจริงไม่ใช่สิ่งที่เห็นในภาพ... “ภาพเพื่อสื่อถึงกลิ่นและรส” นี่ก็อีก แล้วความจริงคืออะไร เรากินภาพ หรือกินอาหารกันจริงๆ ล่ะ ไส้กรอกวันนี้ ที่มีส่วนใหญ่เป็นหมูผสมไก่ทั้งนั้น มันคือตัวอักษรที่เขียนตัวเล็กมากๆ จนแทบจะอ่านไม่ได้ หรือซ่อนอยู่ใต้ซองบรรจุภัณฑ์... ขนมขบเคี้ยวหลายๆ อย่าง ที่มีแต่รสชาติ กลิ่น สี ที่เขียนไว้ว่า “เลียนแบบธรรมชาติ” แต่มันก็ไม่ใช่ธรรมชาติอ่ะ... แล้วเราทานอะไรกันเข้าไปจริงๆ ... “วันนี้วันเดียว” โฆษณาชวนเชื่อที่ได้ยินได้เห็นกันในแต่ละวัน ที่แทบไม่มีอะไรเชื่อได้เลย... เมื่อในความเป็นจริง โฆษณานี้ก็มาทุกวัน แล้ว “วันนี้วันเดียว” มันคืออะไร... จรรยาบรรณนั้นคืออะไร เมื่อจรรยาบรรณข้อแรกของตัวแทนขายประกันชีวิต บอกเขาว่าเขาไม่สามารถเสนอให้โรงพยาบาลจ่ายยาที่ดีที่สุดให้กับคนไข้ที่เป็นลูกค้าของเขาได้ เพราะมันผิดจรรยาบรรณข้อที่หนึ่ง... โอ้ พระเจ้า แล้วคำพูดที่สวยหรูว่า “จรรยาบรรณ” แท้จริงแล้วมันคืออะไรกันแน่... งานของโลกนี้มันคืออะไรกันแน่... นี่คือความเจ็บปวดในหัวใจผมเสมอ เมื่อต้องเผชิญกับโลกที่ไร้ซึ่ง “ความจริงใจ” การดำเนินชีวิตที่ดูเสแสร้งอยู่ตลอดเวลา และที่สุด นั่นก็กลับเป็นชีวิตที่เดินสวนทางกับความจริงแห่งพระวาจาของพระเจ้าที่ประกาศก้องอยู่ในหัวใจที่ไม่ต้องการการกลับใจ ไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงตนเอง เพราะผลประโยชน์บางอย่างที่อาจจะต้องสูญเสียไป

แล้วเราจะเจริญชีวิตอย่างไรในโลกวันนี้ล่ะ... คำตอบของการไตร่ตรองอยู่ที่ประโยคสุดท้ายของพระวรสารวันนี้คือ “แต่ผู้ที่ปฏิบัติตามความจริงย่อมเข้าใกล้ความสว่าง เพื่อให้เห็นชัดว่าสิ่งที่เขาทำ ได้ทำโดยพึ่งพระเจ้า” แล้วชีวิตคริสตชนของเราจะเดินต่อไปในโลกนี้อย่างไรล่ะ... พี่น้องที่รักครับ อย่าท้อใจครับ ประสบการณ์ของบรรดาศิษย์ของพระเยซูในหนังสือกิจการอัครสาวกในวันนี้เตือนให้เรามั่นใจว่า ไม่มีอะไรที่จะปิดกั้นพระวาจาของพระเจ้าและความจริงของพระองค์ได้ การเบียดเบียนอาจจะเกิดขึ้น เพราะความอิจฉา แต่ไม่มีความมืด หลุมดำใดๆ ของความชั่วร้ายในโลกนี้ จะเอาชนะความสว่าง และความจริงของพระเจ้าได้ ขอให้เราภาวนาและเข้าพึ่งพระเจ้าครับ เพื่อเราจะสามารถเดินต่อไปข้างหน้า บนหนทางแห่งความจริง ด้วยความรักจริงใจ เพราะพระเจ้าได้เลือกเราออกจากโลกมอบภารกิจให้เราไปทำจนเกิดผล และผลนั้นจะคงอยู่ตลอดไป... (เทียบเพลงรับศีลวันนี้) พี่น้องครับ เราได้รับพระเจ้า เรามีชีวิตพระเจ้าในชีวิตของเรา เราอาจจะยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกวันนี้ได้ง่ายนัก แต่เราสามารถมานะบากบั่น เรียนรู้ที่จะมีชีวิตในโลกวันนี้ ด้วยการฟังและเชื่อพระวาจาของพระเจ้า คือการเจริญชีวิตในความจริง สัตย์ซื่อและจริงใจจนถึงที่สุด และเราทำสิ่งนี้ได้ โดยการเข้าพึ่งพระเจ้าเท่านั้นเอง

ข้าแต่พระเจ้า เรือของลูกอยู่ท่ามกลางทะเลที่มีมรสุม โปรดทรงคุ้มครองและนำลูกให้ปลอดภัย ให้ลูกมานะบากบั่น มั่นคงบนหนทางของพระองค์ และมุ่งหน้าสู่พระองค์ได้ในที่สุด ด้วยการดำเนินชีวิตที่แสวงหาความจริง และรักความดีอยู่เสมอ... พระเจ้าข้า อย่าให้ชีวิตคริสตชนของลูก เป็นเพียงชีวิตที่แต่งสี แต่กลิ่น แต่งรสเลียนแบบพระองค์ เพื่อให้ดูดีเท่านั้น แต่ขอให้เป็น ขอให้เป็นจริงๆ ซึ่งชีวิตคริสตชนร่วมในชีวิตพระคริสตเจ้า ขอให้ชีวิตของลูก เป็นชีวิตของผู้ที่เป็นศิษย์ของพระองค์จริงๆ และเป็นเช่นนี้ตลอดไปเถิด.

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันพุธที่ 1 พฤษภาคม 19 ฉลองนักบุญโยเซฟกรรมกร
บทอ่าน กจ 5:17-26 / ยน 3:16-21
ในหนังสือปฐมกาลได้เล่าเรื่องศักดิ์ศรีของงานของมนุษย์ ที่มีส่วนร่วมในงานสร้างโลกของพระเป็นเจ้า โดยอาศัยงาน มนุษย์ได้ทำให้คำสั่งของพระเป็นเจ้าสำเร็จไป เมื่อพระองค์ทรงสั่งให้เอาใจใส่ดูแลโลก (ปฐก 2:15) และให้สร้างผลผลิตผ่านทางการทำงาน นักบุญโยเซฟช่างไม้ และเป็นบิดาเลี้ยงของพระเยซูเจ้า คือ ตัวอย่างของความศักดิ์สิทธิ์ของงานของมนุษย์
เพื่อที่จะเข้าใจความศรัทธาต่อนักบุญโยเซฟในพิธีกรรมของพระศาสนจักร ในปี 1870 พระสันตะปาปาปีโอที่ 9 ได้ประกาศว่านักบุญโยเซฟ คือ องค์อุปถัมภ์ของพระศาสนจักรสากล ในปี 1955 พระสันตะปาปาปีโอที่ 12 ได้รวมวันฉลองนักบุญโยเซฟกรรมกรเข้าไปด้วย นักบุญที่มีแต่ความเงียบท่านนี้ ได้รับมอบหมายให้ทำงาน เพื่อดูและพระแม่มารีย์และพระเยซูเจ้า บัดนี้ ท่านได้เอาใจใส่และดูแลพระศาสนจักร และเป็นตัวอย่างสำหรับศักดิ์ศรีของผู้ใช้แรงงาน
พระเยซูเจ้าได้เสด็จมาในโลกนี้ ไม่ใช่ในฐานะเป็นนักปรัชญา หรือนายพล แต่ในฐานะเป็นช่างไม้ งานทุกชนิดจึงมีความสำคัญต่อหน้าพระเป็นเจ้า...ข้าแต่พระเป็นเจ้า พระองค์ได้มอบสิ่งดีดีให้แก่พวกลูก เพราะงานที่พวกลูกได้กระทำไม่มีงานใดที่ไม่มีความสำคัญ งานทุกชนิดที่ช่วยมนุษย์ล้วนแต่มีศักดิ์ศรีทั้งนั้น......ข้าแต่พระเป็นเจ้า พระองค์ได้มอบสิ่งดีดีให้แก่พวกลูก เพราะงานที่พวกลูกได้กระทำ...เกียรติยศล้วนแต่อยู่ในงานที่ซื่อสัตย์สุจริต...เราไม่ได้เรียกร้องทรัพย์สมบัติ แต่ขอให้มีศักดิ์ศรีก็พอ...งานอาชีพจึงไม่ใช่เพียงเพื่อนำเงินกลับมาบ้านประจำสัปดาห์ งานอาชีพคือสิ่งที่นำท่านมาในโลก เพื่อให้ลงมือทำ ด้วยความกระตือรือร้น ด้วยความเข้มข้น... ไม่ใช่เงินเดือนที่ทำให้ท่านเป็นคนรวย แต่เป็นการใช้เงินต่างหากที่ทำร่ำรวย...ทรัพย์สมบัติที่แท้จริงของชาวสวน ไม่ใช่เงินเดือนที่เขาได้รับ แต่เป็นดอกไม้ที่สวยงาม ที่เขาได้ปลูกในสวน…เมื่อคุณ จะทำธุรกิจใดๆ ก็ตาม หากคุณชอบและรัก และพร้อมที่จะทุ่มเทให้กับมัน คุณจะต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน แต่คุณต้องลงมือศึกษาอย่างเป็นจริงเป็นจังด้วย.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view