สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม 2019 ฉลองนักบุญฟิลิป และยากอบ อัครสาวก

วันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม 2019 ฉลองนักบุญฟิลิป และยากอบ อัครสาวก

🌸ถ้าเราดำเนินชีวิตในความจริง..
เราก็ดำเนินชีวิตในความยำเกรงพระเจ้า

📚บทอ่านประจำวันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม 2019
ฉลองนักบุญฟิลิป และยากอบ อัครสาวก
https://www.youtube.com/watch?v=5RfVxsj-CVY

https://youtu.be/OFqCJk1c8qk

🌷Lead me Lord
https://youtu.be/Y3UV4WDeEHI

🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻

วันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม 2019
ฉลองนักบุญฟิลิป และยากอบ อัครสาวก
อ่าน :
1 คร 15:1-8
ยน 14:6-14

ข่าวดี ที่พระเยซูเจ้าบอกกับ โทมัสว่า
เราเป็นหนทาง ความจริง และชีวิต
พร้อมกับย้ำว่า พระองค์ไม่ได้พูดอะไร ตามใจ
แต่เป็นพระเจ้าผู้ทรงกระทำกิจการยิ่งใหญ่
สิ่งเดียวที่จำเป็น และสำคัญ สำหรับศิษย์
ในเวลานี้คือ ความเชื่อ

เปาโล ชี้ให้เห็น ข่าวดีที่ได้รับการส่งต่อ
จะก่อให้เกิดความยั่งยืน ก็โดยอาศัย
ความเชื่อ ที่แสดงออกในกิจการงานที่ทำ

เมื่อชีวิตสงสัย ในความเชื่อ ท่านนักบุญฟิลิป
ไม่รีรอ ที่จะหาหนทางเข้าไปหาพระเยซูเจ้า
เพื่อจะแสวงหา และค้นพบความจริง

ความเชื่อ ได้แสดงออกในชีวิตของท่านนักบุญยากอบ
เมื่อท่านดูแลเอาใจใส่ คนยากจนที่ทนทุกข์
พร้อมกับกล่าวว่า ความเชื่อจะไร้ผล
หากไม่มีกิจการของความยุติธรรม

หมายเหตุ..
ความเชื่อ ที่ไม่ยึดมั่น ก็ไร้ประโยชน์..

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”
วันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม 2019
ฉลองนักบุญฟิลิป และ ยากอบ อัครสาวก

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ผู้ที่เชื่อในเรา ก็จะทำกิจการที่เรากำลังทำอยู่...” (ยน 14:6-14)

เชื่อในพระคริสตเจ้า
คือชีวิตที่อยู่ในพระคริสตเจ้า
และเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์

กิจการของผู้ที่เชื่อในพระองค์
คือประจักษ์พยานที่สอดคล้องกับความเชื่อ
เป็นสิ่งที่ต้องแสดงออกมาโดยชีวิตและจิตวิญญาณ

เพื่อทุกคนที่เห็นเรา
จะเห็นถึงความรักของผู้ที่เราเชื่อในพระองค์

วันนี้ ชีวิตของฉันเป็นประจักษ์พยาน
เพื่อให้พระเจ้าของฉันเป็นที่รู้จักอย่างไร...

________________

เทศกาลปัสกา ช่วงเวลาที่เรากำลังเฉลิมฉลองกันอยู่นี้ เป็นคำถามที่ถามใจผมอยู่ตลอดเวลา ว่าปัสกาของพระคริสตเจ้านั้นมีความหมายมากน้อยเพียงใดกับชีวิตคริสตชนของผม หรือเป็นเพียงการฉลองที่ผ่านไปแต่ละปีๆ เท่านั้น... ต้องไม่ซิครับ ต้องไม่เป็นเช่นนั้น... แต่ปัสกาที่เราฉลองกันอยู่เสมอในพิธีบูชาขอบพระคุณ และในธรรมชาติชีวิตของพระศาสนจักร กลุ่มชนผู้มีความเชื่อในพระเจ้า ย่อมเป็นสิ่งที่ต้องทำให้ชีวิตของเรามีชีวิตชีวาไม่ใช่หรือ ไม่ใช่เต็มไปด้วยความท้อแท้ที่ไม่สามารถเอาชนะ แต่ทว่า ความหวังในการกลับคืนชีพนั้น ส่งผลอะไรกับการเดินทางสู่ปัสกาที่สามของเราบ้างล่ะ ปัสกาที่สามนี้ คือปัสกานิรันดรในสวรรค์กับพระเจ้า เรามีความเชื่อในสิ่งนี้ ที่ชีวิตของเราได้แสดงออกท่ามกลางเพื่อนพี่น้องของเราอย่างไร หรือศาสนายังคงเป็นสิ่งที่ไม่ได้ช่วยอะไร ไร้ค่า ไร้ความหมาย และไม่ได้มีความจำเป็นอะไรกับเราเลยกระนั้นหรือ...

ท่ามกลางบรรยากาศของการเบียดเบียนศาสนาในปัจจุบัน สิ่งที่เราพบในหลายรูปแบบ ที่ทำร้ายความรู้สึกของศาสนิกอย่างเราๆ นี้... บางที พระศาสนจักรอาจจะต้องถือเป็นช่วงเวลาของการทบทวนตนเองจริงๆ แล้วก็เป็นได้... ทำไมเหตุการณ์ต่างๆ เหล่านี้จึงเกิดขึ้นกับเราซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำไมเราจึงถูกกระทำสิ่งที่ทำร้ายจิตใจของเรามากมายเช่นนี้ หรือว่าเราไม่คิดอะไรเลย...

พระเยซูเจ้าได้ตรัสว่า “เราเป็นหนทาง ความจริง และชีวิต” แม้บรรดาศิษย์ก็ไม่เข้าใจพระวาจานี้ แต่พระองค์ได้ตรัสอธิบาย ถึงวิถีชีวิตของพระองค์ที่เป็นแบบอย่างที่แท้จริงอันนำชีวิต คือชีวิตที่เป็นหนึ่งเดียวกับพระบิดาเจ้า ทั้งในกิจการและคำพูด... พระองค์ตรัสอีกว่า “ผู้ที่เชื่อในเรา ก็จะทำกิจการที่เรากำลังทำอยู่...” นี่เป็นคำถามที่สำคัญของผมในการไตร่ตรองในเช้าวันนี้ ที่ผมนำมาแบ่งปันกับพี่น้อง... กิจการของชีวิตคริสตชนของเราเป็นอย่างไร กิจการนั้นคืออะไร เพื่อแสดงให้คนอื่นเขาเห็นว่า เราเป็นศิษย์ของพระเยซู ผู้ที่เชื่อในพระองค์... เราเจริญชีวิตเป็นประจักษ์พยานอย่างไร... หรือในทางตรงกันข้าม ชีวิตของเรากลับเป็นการทำลายคุณค่าชีวิตที่พระคริสตเจ้าทรงสละเพื่อเรา บางที ชีวิตของเราเป็นเช่นนั้นบ้างหรือเปล่า...

โลกเราวันนี้ ดังที่ผมแบ่งปันกับพี่น้องไปเมื่อสองวันก่อน โลกที่มีแต่ กลิ่น สี รส ที่แต่งเสริมกันเลียนแบบธรรมชาติ แต่ว่ามัน “ไม่ใช่” มากกว่านั้น สิ่งต่างๆ ที่ตระเตรียมกันไว้ให้ปรากฏแก่สายตา ที่เป็นสิ่งที่เรียกว่า “ดูดี” เท่านั้น แต่บางทีมันอาจจะไม่ดีจริง ๆ... ไม่จริงใจ เสแสร้ง หวังผลประโยชน์ จนกลายเป็นความเห็นแก่ตัว ไว้ใจอะไรไม่ได้เลย ภาพและสื่อต่างๆ ที่ดูดี แต่ก็เป็นแค่สื่อแสดงความรู้สึกว่ามันใช่ แต่สุดท้ายมันก็ “ไม่ใช่” มันเป็นเพียงภาพลวงตา ที่เขาบอกว่า “สื่อถึง...” เท่านั้นเอง... เป็นได้ดังโฆษณาชวนเชื่อเท่านั้นเอง แล้วก็เชื่ออะไรไม่ได้ เพราะมันเป็นเพียง “ของเทียบ” ที่มักมีสิ่งบดบังเล็กใต้ภาพว่า “เพื่อการโฆษณาเท่านั้น” แล้วมันก็เป็นการโกหกที่ไม่ผิดกฎหมายอ่ะ...

วันนี้ ผมรู้สึกสะท้านในจิตใจอีกครั้ง หากชีวิตของผมที่เป็นคริสตชน เป็นนักบวช เป็นพระสงฆ์ มันไม่ได้สะท้อนภาพชีวิตของผู้ที่ผมได้เชื่อในพระองค์ ผมต้องถามใจตนเองอีกครั้งในเช้าวันนี้ว่า ชีวิตของผมเป็นเช่นใด ผมเป็นคริสตชน เป็นนักบวช เป็นพระสงฆ์ แบบเพียงกลิ่น สี รส เลียนแบบธรรมชาติเท่านั้นหรือเปล่า... นะ นะ นะ ขอให้เราเป็นนะครับ เป็นคริสตชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่แต่งกลิ่น แต่งรสเลียนแบบให้ดูเหมือนศักดิ์สิทธิ์ น่าศรัทธา แต่ในความเป็นจริง นั่นเป็นของปลอมเลียนแบบหรือภาษาโลกเราวันนี้ คือ “ของเทียบ” เท่านั้น

ข้าแต่พระเจ้า ผู้ที่เห็นพระองค์ก็เห็นพระบิดา... แต่ลูกยังไม่มั่นใจเลยว่า ผู้ที่เห็นลูก เขาเห็นพระองค์หรือเปล่า... พระเจ้าข้า ขออย่าให้ลูกเป็นเพียงคริสตชนแต่งกลิ่นแต่งสี ของเทียบ เลียนแบบ แต่ขอให้ความเชื่อของลูกในพระองค์ ทำให้ลูกเป็นดังพระองค์ ในกิจการและการดำเนินชีวิต เพื่อเป็นประจักษ์พยานความเชื่อในพระองค์ ให้เป็นชีวิตที่ละม้ายคล้ายคลึงกับพระองค์ ในความเป็นคริสตชนแท้ด้วยเถิด

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม 19 ฉลองนักบุญฟิลิปและยากอบ อัครสาวก
บทอ่าน 1คร 15:1-8 / ยน 14:6-14
ความทุกข์ยากลำบาก คือ เครื่องหมายของการเป็นสานุศิษย์ที่แท้จริงของพระเยซูเจ้า ศิษย์ย่อมไม่อยู่เหนืออาจารย์ฉันใด การติดตามพระองค์ คือ การยอมรับว่า เราต้องทนทุกข์ทรมานเพื่อพระองค์…พระเยซูเจ้าทรงสิ้นพระชนม์เพื่อไถ่กู้เราให้พ้นจากบาป และเราก็พยายามจะพูดถึงพระเมตตาของพระองค์ แต่เราก็ต้องยอมรับว่า พระองค์ได้ทรงเจริญชีวิตเพื่อแสดงให้เห็นวิธีการเจริญชีวิตให้พ้นจากบาป เราต้องเลียนแบบพระองค์ เพราะนั่นคือยาชนิดหนึ่ง ที่จะป้องกันมิให้เราทำบาป
วันนี้พระศาสนจักรฉลองนักบุญฟิลิปและนักบุญยากอบอัครสาวก ศพของนักบุญทั้งสองได้ย้ายจากกรุงคอนสตันติโนเปิล ไปที่วัดอัครสาวกสิบสององค์ที่กรุงโรมในวันเดียวกัน พระศาสนจักรจึงฉลองพร้อมกันคือ 3 พฤษภาคมของทุกปี ฟิลิปเป็นชาวเมืองเบธไซดา แคว้นกาลิลี ประเทศปาเลสไตน์ เหมือนกับเปโตร อันดรูว์ ยากอบ (ใหญ่) และยอห์น บัปติสต์มาก่อน ท่านกับอันดรูว์คือศิษย์สองคนของยอห์น บัปติสต์ที่ตามไปดูพระเยซูคริสต์ไปดูที่อยู่ของพระองค์(ยน.1.37) และคงเลื่อมใสและกลายเป็นศิษย์ของพระองค์ในเวลาต่อมา แล้วยังได้ไปพานาธานาแอล (บาร์โธโลมิว )มาสมัครเป็นศิษย์ของพระองค์อีกคนหนึ่งด้วย(ยน.1.44-4) คนต่างชาติอยากเข้าพบพระเยซูเจ้าได้ไปหาฟิลิปให้ช่วย (ยน 12:21) เมื่อพระเยซูเจ้าจะทวีขนมปังเลี้ยงประชาชน ทรงถามฟิลิปว่าจะทำอย่างไร (ยน 6:5-7) ในพระวรสารวันนี้ ฟิลิปได้ถามพระเยซูเจ้าว่า “โปรดแสดงพระบิดาให้เราได้เห็นเถิด” (ยน 14:8-9) ธรรมเนียมของพระศาสนจักรเชื่อกันว่าฟิลิปไปประกาศพระวรสารแถบเอเชียน้อย และถูกฆ่าตายโดยการตรึงกางเขนกลับหัวสมัยจักรพรรดิโดมีเซียน
นักบุญยากอบ เป็นบุตรของอัลเฟอัส ( มธ 10:3; มก 3:18 ; ลก 6:15 ) ตามธรรมประเพณีถือว่าเป็นองค์เดียวกันกับ “ลูกพี่ลูกน้องของพระเยซูเจ้า” (มก 6:3; มธ 13:55) และเป็นผู้เขียน “จดหมายของนักบุญยากอบ” โดยใช้ชื่อว่า “ผู้รับใช้ของพระเจ้าและของพระคริสตเยซู” ท่านได้เป็นพยานของพระผู้ได้ทรงกลับคืนชีพ (1คร 15:7) และเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในสภาสังคายนาที่กรุงเยรูซาเลม (กจ 15: 13-29).

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view