สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม 2019 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลปัสกา

วันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม 2019 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลปัสกา

🌹ถ้าเรารักพระเจ้า....
การรับใช้จะไม่เป็นภาระและไม่ใช่การจำใจทำ
แต่จะเป็นโอกาสและเป็นความยินดีที่ได้รับใช้
และสายตาของเราจะมองหาหนทางที่จะรับใช้
ให้ดีมากยิ่งๆ ขึ้นไปเสมอ...ถ้าเรารักพระองค์

📚บทอ่านประจำวันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม 2019
สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลปัสกา
https://www.youtube.com/watch?v=D9ePKNZlPzc

https://youtu.be/xx4I4IdIFR0

☘รอยเท้าบนผืนทราย
http://youtu.be/gD5hSSLHe70

🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷

วันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม 2019
สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลปัสกา
อ่าน :
กจ 5:27-32,40-41
วว 5:11-14
ยน 21:1-19

“ความรัก” ที่ออกมาจากปาก จะไม่เป็นเพียงคำพูด
เมื่อถูกนำไปปฎิบัติ ก่อนที่พระเยซูเจ้าจะมอบหน้าที่ให้กับเปโตร
ท่านจึงต้องยืนยันถึง 3 ครั้งว่า “รัก” พระองค์

ความรักต่อพระเจ้าของบรรดาอัครสาวก
แม้จะมีความขัดแย้งกับอำนาจวัตถุนิยมฝ่ายโลก
แต่พวกเขาก็ค้นพบว่า การเลือกเชื่อฟังพระเจ้า
แม้จะต้องพบกับความขัดแย้ง เจ็บปวด
แต่พวกเขาได้พบกับความสุขใจ ในการทำเพราะพระเจ้า
ซึ่งไม่มีใครช่วงชิงความสุขนี้ไปจากใจพวกเขาได้

อย่างไรก็ตาม “ความรักของเราต่อพระเจ้า”
..ผู้ที่เรามองไม่เห็น มีมากน้อยเพียงใดนั้น
สามารถสะท้อนออกมาได้ผ่านทางการรัก
และรับใช้เพื่อนมนุษย์

หมายเหตุ..
ไม่พอแค่รักกันด้วย “คำพูด”..
แต่จงถนอมรักด้วย “การกระทำ”

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”
วันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม 2019
สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลปัสกา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“จงเอาปลาที่เพิ่งจับได้มาบ้างซิ...” (ยน 21:1-19)

นี่คือพระพรที่พระเจ้าประทานให้
ความสามารถของฉันอาจจะทำอะไรไม่ได้เลย
แต่เมื่อพระองค์ทรงสั่ง ฉันได้ทำตาม
แล้วฉันก็พบความสำเร็จเกินกว่าที่ฉันคาดไว้

ที่บนฝั่ง มีทั้งปลา และขนมปังที่เตรียมพร้อมไว้
จะมีปัญหาอะไรอีกกับองค์พระผู้ทรงทวีขนมปังและปลาเลี้ยงคนมากมาย
แต่ที่นี่ พระองค์ตรัสว่า... “จงเอาปลาที่เพิ่งจับได้มาบ้างซิ”
นี่คือแรงกระตุ้นในจิตวิญญาณ
ที่สอนให้ฉันเรียนรู้การถวายคืนแด่พระองค์บ้างมิใช่หรือ
ด้วยทุกสิ่งที่ฉันมี ก็เป็นของพระองค์ แม้แต่ชีวิตของฉันก็ตาม
วันนี้ ฉันมีอะไรบ้างที่ได้ถวายคืนแด่พระองค์
สมค่ากับชีวิตที่ทรงไถ่ไว้ด้วยพระโลหิตของพระองค์บนไม้กางเขน...

________________

หลังการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจ้า พระองค์ทรงใช้ช่วงเวลาสั้นๆ อีกสักช่วงเวลาหนึ่ง เพื่ออบรมบรรดาศิษย์ของพระองค์เป็นบทสรุปอีกครั้ง ก่อนที่พวกเขาจะได้รับพระจิตเจ้า และถูกส่งให้ออกไปทั่วโลกประกาศพระวรสารแก่มนุษย์ทุกคน... เหมือนเป็นบทสรุปที่พวกเขาไม่เคยเข้าใจมาทั้งชีวิตแห่งการติดตามพระองค์ บัดนี้พระองค์กลับคืนชีพแล้ว นี่คือชัยชนะ ไม่ใช่ค่วามพ่ายแพ้บนกางเขนอย่างที่พวกเขากำลังท้อแท้และสิ้นหวัง จนกำลังคิดที่จะกลับไปทำอาชีพเดิมของตน ด้วยความหดหู่ เสียใจ และอาจจะเสียดายเวลา ที่ทั้งสามปีที่ติดตามพระองค์ บัดนี้พวกเขาไม่ได้อะไรเลย แต่เพราะพวกเขาไม่เคยเรียนรู้ธรรมชาติที่แท้จริงแห่งการเป็นศิษย์ของพระองค์หรือเปล่า หากว่าพระองค์ได้เคยตรัสไว้แล้ว แต่พวกเขาก็อาจจะคิดว่ามันไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น พวกเขาไม่เข้าใจ เมื่อพระองค์ตรัสว่า “เราไม่ได้มาเพื่อรับการปรนนิบัติรับใช้ แต่มาเพื่อรับใช้ และมอบชีวิตของตนเป็นค่าไถ่คนเป็นอันมาก” นี่อาจจะเป็นสิ่งที่สวนทางกับความคิด และเหตุผลของพวกเขา ในการก้าวเดินตามพระองค์มาตลอดเวลาสามปี วันนี้ พวกเขาเริ่มเรียนรู้จริงๆ เริ่มเข้าใจกันจริงๆ ซะที เมื่อเปโตร หัวหน้าบรรดาอัครสาวก ถูกถามว่า “ท่านรักเราไหม...” สามครั้งสามครานั้น ไม่ใช่มาเอาคืนที่ท่านได้ปฏิเสธพระองค์ แต่เพื่อเปิดโอกาสให้ท่านได้ทำสิ่งที่ตรงกันข้ามอย่างสมบูรณ์ สามครั้งคือความสมบูรณ์ที่สุด จากการปฏิเสธพระองค์อย่างถอนรากถอนโคน บัดนี้กลับกลายมาเป็นการบอกรักพระองค์จากส่วนลึกที่สุดของหัวใจ จนทำให้ท่านเข้าใจ และมีความสุขที่สุดในชีวิต เมื่อชีวิตท่านเริ่มเลียนแบบ และเดินตามรอยพระบาทของพระอาจารย์เจ้าจริงๆ ดังที่เราพบท่าทีของบรรดาศิษย์ในบทอ่านที่หนึ่งวันนี้ เมื่อพวกมีความสุขในการได้รับการเบียดเบียนเช่นเดียวกับพระอาจารย์ พวกเขามีความยินดี และถือเป็นเกียรติ ที่ถูกสบประมาทเพราะพระนามของพระเยซูเจ้า (กจ 5:27-32, 40ข-41)

จากประสบการที่อยู่ด้วยกันมาสามปี พวกเขาอาจจะไม่เข้าใจอะไรเลย และบัดนี้ พวกเขากำลังจะกลับไปสู่อาชีพเดิมของพวกเขา แต่ดูเหมือนว่า การพบปะกับพระอาจารย์ผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพในครั้งนี้ มันเป็นการทบทวนความทรงจำเดิมๆ หลายอย่างที่พวกเขามีประสบการณ์กับพระองค์ในอดีตที่ผ่านมา... การจับปลาอย่าน่าอัศจรรย์ เพราะทั้งคืนที่ทำงานมา พวกเขาคว้าน้ำเหลว คือไม่ได้อะไรเลย... คำถามของพระองค์ “ลูกเอ๋ย มีอะไรกินบ้างไหม...” เหมือนเป็นคำถามยั่วอารมณ์ของคนที่กำลังผิดหวัง และพวกเขาตอบห้วนๆ เหลือเกินว่า “ไม่มี” แต่ทว่า นี่เป็นคำถามที่พวกเขาต้องเข้าใจใหม่ว่า พระองค์ไม่ได้ขออะไรจากเขาเลย เมื่อพวกเขาขึ้นมาบนฝั่งก็เห็นขนมปัง และปลาวางอยู่บนไฟแล้ว... คือพระองค์ทรงถามด้วยความเป็นห่าง เป็นอย่างไรกันบ้าง... และทรงทำให้พวกเขาระลึกถึงประสบการณ์ที่มีกับพระองค์ในอดีต เมื่อทรงเรียกพวกเขาในครั้งแรกนั้น...

“ลูกเอ๋ย... มีอะไรกินบ้างไหม...” นี่คือพระวาจา ดังที่ได้ตรัสถามในถิ่นกันดาร เมื่อทรงต้องการเลี้ยงดูประชากรของพระองค์มิใช่หรือ และที่นั่น พวกเขาไม่มีอะไรเลย แต่ได้นำขนมปังห้าก้อนและปลาสองตัวที่เป็นของคนอื่นมาถวายพระองค์ มันไม่ใช่ของที่พวกเขามี แต่ของคนอื่น... แต่คำถามของพระองค์ ได้ตรัสถามพวกเขาครับ... “พวกท่านมีอะไรบ้าง” ไม่ใช่ “ใครมีอะไรบ้าง” แต่สิ่งที่พระองค์ได้รับ คือขนมปังและปลาของเด็กคนหนึ่ง ที่นำมาถวายพระองค์... อ้าว แล้วเด็กคนนั้นจะเอาอะไรกินอ่ะ... ไม่ทราบครับ แต่เวลานั้น เขากล้ากว่าใครๆ ที่เอาสิ่งที่มีนั้นออกมาถวายพระองค์... และมันก็กลับกลายเป็นความพอเพียงสำหรับทุกคนด้วย

วันนี้ พระองค์ขอร้องอีกครั้ง ไม่ถามล่ะ แต่ขอครับ... “จงเอาปลาที่เพิ่งจับได้มาบ้างซิ...” ปลานั้นเป็นของใคร นั่นเป็นความสามารถของพวกเขาหรือเปล่า... เปล่าเลย เพราะพวกเข้าทำงานกันมาทั้งคืน แต่ไม่ได้อะไรเลย... และที่ได้มานั้น คือเป็นพระองค์ไม่ใช่หรือ เป็นพระพรของพระเจ้าไม่ใช่หรือ... โอ้ คงเป็นฉันด้วยกระมัง ที่ต้องถามตนเองว่า ทำไมต้องรอให้พระองค์ขอ แต่ทำไมฉันไม่นำส่งเหล่านั้นกลับมาถวายพระองค์บ้างเล่า ฉันคิดอะไรอยู่...

“ท่านรักเราไหม...” คำถามที่ตามมาด้วยพันธกิจ... “จงเลี้ยงดูแกะของเราเถิด”... “จงทำการนี้ เพื่อระลึกถึงเราเถิด...”... พี่น้องที่รักครับ ถ้าพระเยซูเจ้าจะถามเราว่า “ท่านรักเราไหม...” เราคงมีคำตอบนะครับ... ฉันมาวัด ฉันรักพระองค์ล่ะ... แต่การบอกรักพระองค์ในวันนี้ ต้องเป็นการยืนยันสามาครั้งสามคราแบบนักบุญเปโตรครับ รักจริงคือ “จงเลี้ยงดูแกะของเราเถิด...” คือ “จงทำการนี้เพื่อระลึกถึงเราเถิด” ... “จงเอาปลาที่เพิ่งจับได้มาบ้างซิ...” คือการแบ่งปันพระพรที่พระเจ้าทรงประทานให้กับเราครับ... ชีวิตของเราวันนี้ หากเราได้ตายต่อตนเอง และได้กลับคืนชีพในพระคริสตเจ้าแล้ว นั่นคือชีวิตที่ต้องเรียนรู้บทสรุปแบบนี้ครับ... พระเจ้าไม่ได้ทรงต้องการอะไรเพื่อพระองค์ แต่เราครับ... รักพระองค์ไหม หากเรารักพระองค์... “จงเอาปลาที่เพิ่งจับได้มาบ้างซิ...”... “จงทำการนี้เพื่อระลึกถึงเราเถิด” จงทำครับ ทำสิ่งที่พระองค์ทำให้เห็นเป็นแบบอย่าง คือบทสรุปของความรักที่ฉันต้องตอบรักพระองค์อย่างครบครันด้วยชีวิตล่ะครับ คือเป็น “ประดุจปังที่ถูกบิ”... นี่คือชีวิตของฉัน เพื่อจะมอบเพื่อทุกคน...

พี่น้องที่รักครับ ชีวิตคริสตชนของเราวันนี้เป็นอย่างไร เมื่อเราได้ฉลองการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจ้าแล้ว เรายังจะกลับไปทำสิ่งเดิมหรือ... เมื่อวันนี้ เราได้เรียนรู้แล้วว่า ชีวิตนี้ ความสามารถของฉันทุกอย่างที่มีที่เป็น มันขึ้นอยู่กับพลังแห่งพระวาจาของพระองค์ทั้งนั้น “จงเหวี่ยงแหไปทางกราบเรือด้านขวาซิ...” คือลองทำซิ กล้าที่จะทำสิ่งที่พระองค์สอน แม้ว่าจะสวนทางกับประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของชาวประมงอย่างฉันก็เถอะ แต่ลองดูซิ เช้าๆ อย่างนี้นี่แหละ ที่ฉันจะจับปลาได้มากมาย หากนั่นคือพลังแห่งพระวาจา ที่ฉันเชื่อและวางใจ... “เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้านี่” ... เมื่อจำได้ สิ่งที่ต้องทำคือ ... “จงทำการนี้ เพื่อระลึกถึงเราเถิด” คือ จงทำตามแบบที่เราทำเถิด ให้ชีวิตของเราเป็นประดุจปังที่ถูกบิออก เพื่อแบ่งปันกันและกัน... จะได้ไหม...

ข้าแต่พระเจ้า ขอให้ประสบการณ์ของลูกที่อยู่กับพระองค์ สอนลูกให้เข้าใจความหมายของการเป็นศิษย์ที่แท้จริงของพระองค์ ขอให้การเลี้ยงดูของพระองค์ต่อลูก นำหัวใจของลูกให้เปิดออกสู่ทุกคน เพื่อมอบตนเองเพื่อทุกคน อย่างที่พระองค์ทรงมอบพระองค์เองเพื่อลูกเถิด

สุขสันต์วันพระเจ้า สุขสันต์วันแห่งครอบครัว

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม 19 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลปัสกา
บทอ่าน กจ 5:27ข-32,40ข-41 / วว 5:11-14 / ยน 21:1-19 หรือ 21:1-14
หลังการกลับคืนพระชนม์ชีพแล้ว พระเยซูเจ้าได้แสดงองค์อีกครั้งหนึ่ง บนฝั่งทะเลสาบกาลิลี “ทีเบรีอัส” (ยน 6:1) ในรุ่งเช้า พระองค์ได้ตรัสเรียงบรรดาผู้ติดตามพระองค์ จากชายฝั่งทะเลสาบ โดยบอกให้พวกเขาเหวี่ยงอวนลงไปทางด้านขวาของเรือ แม้พวกเขาจะจับปลามาทั้งคืน และจับปลาไม่ได้เลย แต่เมื่อพวกเขาเชื่อฟังคำสั่งของพระองค์ จึงสามารถจับปลาได้จำนวนมาก ยอห์นเป็นคนแรกที่เข้าใจความหมายของเครื่องหมายนี้ และได้ตะโกนว่า “เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้านี่” และเป็นเปโตรซึ่งเป็นคนแรกที่มีปฏิกิริยา โดยได้ว่ายน้ำ และได้ลากอวนเข้ามายังชายฝั่ง แม้ว่าอวนจะจับได้ปลาจำนวนมาก แต่อวนก็ไม่ขาด ที่แสดงว่า นี่คือเครื่องหมายของพันธกิจของพระศาสนจักรในอนาคต ที่จำนำวิญญาณจำนวนมากมาให้พระเยซูเจ้า ต่อจากนั้นเปโตรได้รับโอกาสสามครั้งด้วยกัน ที่จะประกาศอย่างเปิดเผย เพื่อเป็นการลบล้างการปฏิเสธของท่านทั้งสามครั้ง และในการประกาศความเชื่อแต่ละครั้ง พระเยซูเจ้าผู้ทรงกลับคืนพระชนม์ชีพได้มอบให้เปโตรดูแลฝูงแกะของพระองค์ ที่หมายถึงกลุ่มคริสตชน เปโตรในฐานะเป็นผู้เลี้ยงแกะในอนาคต จะต้องสละชีวิตเพื่อฝูงแกะ เช่นเดียวกับพระเยซูเจ้า ...ฉันยินดีเลี้ยงดูฝูงแกะที่พระเยซูเจ้าได้ทรงมอบให้ฉันดูแลหรือไม่?...ข้าแต่พระเยซูเจ้ผู้ทรงกลับคืนพระชนม์ชีพ โปรดประทานพระหรรษทานแก่ลูก เพื่อจะประกาศความเชื่อในพระองค์ ต่อหน้าคนทั้งหลาย.
ข้าพเจ้าสวดภาวนา เพื่อให้ข้าพเจ้ามีชีวิตอยู่เพื่อจับปลา จนกระทั่งถึงวันที่ข้าพเจ้าจะต้องตาย และเมื่อข้าพเจ้าจะต้องลงอวนเป็นครั้งสุดท้าย ข้าพเจ้าจะสวดภาวนาด้วยความสุภาพว่า: เมื่อพระเยซูเจ้าทรงลากอวนมายังพื้นดิน และพระองค์ทรงหลับอย่างสงบ ข้าพเจ้าจะได้รับการตัดสินตามพระเมตตาของพระองค์ และนั่นเป็นเรื่องใหญ่ที่ข้าพเจ้าจะต้องเก็บรักษาไว้...ขอให้งานที่น่าอัศจรรย์ของท่าน ไม่ว่าในสิ่งแวดล้อมใดๆ นั่นเป็นความยินดีสำหรับท่าน ท่านจะต้องสรรเสริญพระองค์ ที่ออกมาจากใจของท่าน และหวลกลับไปยังตัวท่าน ที่เป็นแหล่งที่มาของความยินดีของท่าน.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view