สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันพฤหัสบดีที่ 9 พฤษภาคม 2019 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลปัสกา

วันพฤหัสบดีที่ 9 พฤษภาคม 2019 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลปัสกา

🍄 พระเจ้าทรงอยู่ทุกหนแห่ง...
ทรงพร้อมเสมอสำหรับทุกคนที่เชื่อ
พระองค์ทรงเป็นอยู่เหมือนเดิม...
ตั้งแต่กาลก่อน .. ปัจจุบัน .. อนาคต

📚บทอ่านประจำวันพฤหัสบดีที่ 9 พฤษภาคม 2019
สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลปัสกา
https://www.youtube.com/watch?v=_KVnZOp_8DI

https://youtu.be/rGbqslMDivs

♥ บูชาแห่งรัก
http://youtu.be/GozgM2nYEHU

☘☘☘☘☘☘☘☘☘☘☘

วันพฤหัสบดีที่ 9 พฤษภาคม 2019
สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลปัสกา
อ่าน : กจ 8:26-40
ยน 6:44-51

การจะรู้จัก และรักพระเจ้ามากขึ้น ก็โดยผ่านทางประสบการณ์
ของการอ่าน ฟัง รำพึงถึงพระวาจาของพระเจ้า เท่านั้นยังไม่พอ
จำเป็นที่จะต้องภาวนา ให้ความเชื่อทวีมากขึ้นในแต่ละวัน
เพราะพระเจ้าทำได้เพียงเชื้อเชิญให้แต่ละคนเข้ามาหาอย่างใกล้ชิด
ส่วนชีวิตเป็นของแต่ละคนที่จะต้องตัดสินใจด้วยตนเอง

เมื่อขันที ชาวเอธิโอเปีย ได้ฟังการอธิบายพระคัมภีร์จากฟิลิป
และท่านเองเป็นผู้ขอรับศีลล้างบาป
หากเราปรารถนาที่จะเป็นผู้ประกาศพระวาจาที่ประสบความสำเร็จ
จงเรียนรู้จากตัวอย่างของฟิลิป ที่เร่ิมประกาศด้วยการฟังเสียงของพระจิตเจ้า
ตอบสนองด้วยการทำตาม และเร่ิมพูดคุยในสิ่งที่ขันทีสนใจ
นำไปสู่การอธิบายพระวาจา และกลับใจในที่สุด

หมายเหตุ...
สิ่งรอบตัว คนรอบข้าง ทำได้เพียง ชักนำ เชื้อเชิญ
ส่วนการตัดสินใจ ขึ้นอยู่กับแต่ละคน

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”
วันพฤหัสบดีที่ 9 พฤษภาคม 2019
สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลปัสกา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ไม่มีใครมาหาเราได้ นอกจากพระบิดาผู้ทรงส่งเรามาจะชักนำเขา...” (ยน 6:35-40)

การที่คนหนึ่งจะเข้ามาเป็นคริสตชน
ด้วยรูปแบบชีวิตของพระเยซูเจ้านั้น
คืองานของพระเจ้า พระบิดา
คืองานแห่งการนำทางขององค์พระจิตเจ้า
และเป็นพลังแห่งพระวาจาที่หล่อเลี้ยงชีวิตของเขาบนหนทางสายนี้
และพลังชีวิตนี้ ยังมาจากชีวิตที่สนิทสัมพันธ์กับพระคริสตเจ้า
แบบศีลศักดิ์สิทธิ์ “มหาสนิท”
คือแบบอย่างชีวิตที่พระองค์ตรัสว่า
“จงทำการนี้ เพื่อระลึกถึงเราเถิด”
นั่นคือ จงดำเนินชีวิตตามแบบอย่างของพระองค์

วันนี้ ฉันภูมิใจในคุณค่าแห่งชีวิตคริสตชนมากน้อยเพียงใด
ฉันฟังเสียงของพระเจ้าที่ได้ตรัสกับฉันมากน้อยแค่ไหน
ฉันเดินตามเสียงของพระจิตเจ้าผู้ทรงนำฉันหรือไม่
หรือฉันยังมีอุปสรรคใดอีกเล่า จงทูลต่อพระเจ้าด้วยความวางใจเถิด …

________________

พี่น้องที่รัก... การได้รับกระแสเรียกให้เดินตามรูปแบบชีวิตของพระคริสตเจ้านั้น อาจจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หรือเป็นความตั้งใจดีของเราที่เรากระเสือกกระสนแสวงหาได้ด้วยตัวเราเอง แต่ทว่า นี่เป็นการทรงนำของพระเจ้า พระจิตเจ้าที่ทรงนำทางเขา พระวาจาของพระเจ้าที่ตรัสกับเขาในรูปแบบต่างๆ กัน ดังชีวิตของขันทีชาวเอธิโอเปีย ที่ได้พบกับฟิลิป และการได้มีโอกาสพบกันของคนทั้งสองนี้เอง เราพบว่า นี่เป็นการทรงนำของพระเจ้า ผ่านทางเสียงขององค์พระจิตเจ้า และเรายังเห็นได้ชัดเจนว่า พระวาจาของพระเจ้าเข้ามาในชีวิตของใครบางคน และหากใครได้ฟังพระวาจานั้น จิตใจของเขาก็เกิดความเร่าร้อน แสวงหาพระประสงค์ของพระเจ้า แสวงหาความเข้าใจในพระประสงค์นั้น และความศรัทธาวางใจนี้เอง ทำให้เขาสามารถเดินตามเสียงของพระจิตเจ้า และพระวาจาของพระเจ้าที่ได้ตรัสกับเขาด้วยความวางใจ และพลังแห่งพระวาจาจะเป็นพลังแห่งชีวิต ที่จะไม่ทำให้เขาสูญเสียกำลังใจใดเลยในการติดตามพระองค์ (เทียบ บทอ่านที่หนึ่ง กจ 8:26-40)

ข้อความที่เป็นพระวาจาของพระเจ้า ซึ่งดลใจขันทีชาวเอธิโอเปียคนนั้น แท้จริงแล้ว คือหนทางใหม่ที่พระเจ้าทรงเปิดเผยให้เขาเดิน แม้เขาจะไม่สามารถเข้าใจพระวาจาของพระเจ้าที่ได้อ่านได้ด้วยตนเอง แต่เราเห็นว่า เวลานั้น พระเจ้าได้ทรงประทานความช่วยเหลือ เพื่อประคับประคองความเชื่อในจุดเริ่มต้นของเขาแบบทันเวลาเสมอ การที่เขาได้พบกับฟิลิป จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ เพราะหลังจากนั้น เขาก็ไม่ได้พบกับฟิลิปอีกเลย เมื่อเขาได้รับศีลล้างบาปแล้ว การเป็นคริสตชนของเขาก็อยู่ในการทรงนำขององค์พระจิตเจ้า... นี่คือพลังแห่งพระวาจาของพระเจ้า ที่เกิดขึ้นในชีวิตเรา แต่แบบอย่างการแสวงหาความเข้าใจของขันทีชาวเอธิโอเปียผู้นี้ คือคำตอบและแบบอย่างของการแสวงหาพระประสงค์ของพระเจ้า เขาได้มีโอกาสพบกับฟิลิป และได้รับการอธิบายความหมายของพระวาจาของพระเจ้า... ต่างอะไรกับชีวิตของเราหรือ หากพระเจ้าทรงประทานผู้อภิบาลไว้สำหรับลูกของพระองค์ที่ที่ทรงเรียกให้เป็นศิษย์ของพระองค์ พระองค์ประทานพระสงฆ์ ให้อยู่ท่ามกลางชุมชนคริสตชน เพื่อเป็นผู้อธิบาย สอนพระวาจาของพระเจ้าแก่ประชากรของพระองค์... สิ่งนี้เอง ที่วันนี้ ผมเองได้รับแรงกระตุ้นดลใจจากพระวาจาของพระเจ้าด้วย เพื่อแสวงหาความเข้าใจในพระประสงค์ของพระองค์ และในขณะเดียวกัน ในฐานะที่ผมเป็นผู้อภิบาล เป็นพระสงฆ์ด้วยแล้ว พระวาจาของพระเจ้าวันนี้ทำให้ผมคิดถึงสโลแกนของตนเองในวันบวชจริงๆ ครับ สิ่งที่ผมต้องเป็น ต้องทำ... “นำพระพร สอนพระวาจา ถวายบูชาทุกวัน นำวิญญาณสู่ที่รอดปลอดภัย”… การเรียนรู้ การสอนพระวาจาของพระเจ้าแก่ผู้อื่นนั้น คือสิ่งที่จำเป็นจริงๆ ในชีวิตคริสตชนที่ต้องเป็นและนำความรอดไปสู่ทุกคน...

อุปสรรคที่สำคัญประการหนึ่ง ที่อาจจะเกิดขึ้นในชีวิตคริสตชน คือ... ทำไมบางครั้งชีวิตคริสตชนของฉันนั้นมันดูขาดพลัง ดูเป็นชีวิตที่แห้งแล้งเหลือเกิน... บางครั้งเมื่อฉันมองเห็นบนทางแห่งพระวรสาร ฉันไม่มีพลังเพียงพอในการเดินตามเสียงแห่งข่าวดีนั้น...พี่น้องที่รักครับ พระเจ้าเอง พระองค์ทรงประทานแบบอย่างการเป็นคริสตชนให้กับเรา แบบอย่างชีวิตที่เป็นดังอาหารและพลังแห่งจิตวิญญาณ เป็นกำลังใจของเราในการเดินทางตามแบบอย่างของพระคริสตเจ้าสู่ปัสกานิรันดรของเราร่วมกับพระองค์ นั่นคือแบบอย่างชีวิตของพระองค์ ดุจดังลูกแกะของพระเจ้าในบทอ่านที่หนึ่ง ที่พระองค์ประทานชีวิตพระและความศักดิ์สิทธิ์นี้ไว้ในชีวิตของเรา ศีลมหาสนิท... คำว่า “มหาสนิท” นี้ ต้องเป็นสิ่งที่ทำให้เราตระหนักถึงชีวิตที่เราต้องเรียนรู้ที่จะก้าวออกจากตนเองเหมือนกับพระเยซูเจ้า ก้าวออกมาเพื่อเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ เพื่อชิดสนิทสัมพันธ์กับพระองค์ สุดท้ายคือ เราก็สามารถมีชีวิตดังชีวิตของพระองค์ เพราะผู้ที่รับปังนี้ ผู้ที่กินปังนี้ จะมีชีวิตอยู่ตลอดไป และปังที่พระองค์จะประทานให้เรานี้ คือเนื้อของพระองค์ เพื่อให้โลก เพื่อให้ตัวฉันมีชีวิต และมีชีวิตอยู่ตลอดไป... ฉันกล้าออกมารับพระองค์ประทับในชีวิตของฉัน และฉันกล้าที่จะต้อนรับพระองค์ในหัวใจและจิตวิญญาณของฉันจริงๆ ไหม...

ข้าแต่พระเจ้า ลำพังลูกเอง ลูกคงอ่อนแอและอ่อนไหวเหลือเกินบนหนทางสายนี้... พระเจ้าข้า ขอพลังแห่งพระวาจา นำลูกให้เข้าไปหาพระเยซูเจ้า และรับเอาชีวิตของพระองค์มาเป็นหนึ่งเดียวกับชีวิตของลูก เพื่อลูกจะเดินทางสู่ปัสกานิรันดรอันเป็นเป้าหมายชีวิตของลูกได้สำเร็จ พระเจ้าข้า โปรดเป็นพลังของลูกด้วยเทอญ

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันพฤหัสที่ 9 พฤษภาคม 19 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลปัสกา
บทอ่าน กจ 8:26-40 / ยน 6:44-51
การเลี้ยงลูกก็เหมือนการปลูกต้นไม้ ต้องหมั่นรดน้ำ พรวนดิน เหนื่อยนะ แต่ก็รอดูผลทุกวัน รอดูการเจริญเติบโตของต้นไม้น้อยๆ เพียงแค่รอยยิ้มหวานๆ เสียงหัวเราะใสๆ แค่นี้แม่ก็ไม่เหนื่อยแล้ว…ภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุดของเด็กคือ"ความรักจากครอบครัว"…ครอบครัวคือเรื่องที่เกี่ยวกับความรัก ความห่วงใย การช่วยเหลือ และการอยู่เพื่อกันและกันในเวลาที่ดีและเลวร้าย...ความสงบสุข เริ่มต้นจากภายในครอบครัว…สุขใดก็ไม่เท่า พ่อแม่ลูก ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตา…คำว่าครอบครัว ไม่มีคำว่าของคุณหรือฉัน มีแต่คำว่า "ของเรา"…คนอื่นจะดีแค่ไหน ก็ไม่ห่วงใยเราเท่าคนในครอบครัว อย่าทำดีแต่กับคนไกลตัวเพราะถึงคราวที่ชีวิตหมองมัว ก็มีแต่คนในครอบครัวที่อยู่เคียงข้าง... ลูกคือของขวัญที่พระเป็นเจ้าทรงมอบให้พ่อและแม่ พี่น้องชายหญิง และยังเป็นของขวัญของกลุ่มคริสตชนด้วย ครอบครัวจึงเปรียบเสมือนวัด ที่ไฟแห่งชีวิตได้ถูกต่อไปเรื่อยๆ เป็นวัดที่สร้างอุทิศให้พระเป็นเจ้า ครอบครัวจึงเปรียบเสมือนสถานที่ตอบสนองพระวรสาร การที่มีเด็กคนใดคนหนึ่งเกิดมาจึงเป็นข่าวดีสำหรับทุกคน
พ่อแม่ทุกคนต้องเรียนรู้ว่า พวกเขาเป็นครูคนแรกของลูกๆ มีหน้าที่ในการอบรมลูก เป็นหน้าที่ที่ไม่มีผู้ใดจะมาทำหน้าที่แทนได้ สิทธิและหน้าที่ของพ่อแม่ในเรื่องนี้ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ศีลแต่งงานได้มอบหน้าที่ในการอบรม เพื่อสร้างสมาชิกในครอบครัวให้รู้จักศักดิ์ศรีและกระแสเรียกของตนเอง ให้แก่พ่อแม่
พ่อแม่มีความสำคัญในการอบรมสั่งสอนลูกๆ จนกระทั่งนักบุญโทมัสเคยกล่าวว่า มันเป็นพันธกิจที่เทียบเท่ากับพันธกิจของพระสงฆ์“มีบางคนรับหน้าที่ให้ประกาศและดูแลเรื่องที่เกี่ยวกับชีวิตฝ่ายจิต นี่คือพันธกิจของพระสงฆ์ เมื่อท่านได้รับศีลบวช แต่บางคนได้รับมอบพันธกิจให้ดูแลทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เมื่อพ่อแม่ได้รับศีลแต่งงาน พวกท่านร่วมมือกันในการให้กำเนิดบุตร และพาพวกเขาให้มานมัสการพระเป็นเจ้า” พ่อแม่จึงต้องปฏิบัติตามพระวาจาของพระเยซูเจ้า ที่จะต้องอบรมให้ลูกๆ ได้รับปังทรงชีวิต คือ ได้รับองค์พระเยซูเจ้า และถ้าพวกลูกๆได้รับปังทรงชีวิตนี้แล้ว พวกเขาจะไม่ตาย แต่จะมีชีวิตนิรันดร.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view