สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคม 2019 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลปัสกา

วันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคม 2019 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลปัสกา

❤ ความรักมั่นคงขององค์พระผู้เป็นเจ้า
เปี่ยมล้นทั่วแผ่นดิน
พระวาจาขององค์พระผู้เป็นเจ้า
สร้างท้องฟ้า … อัลเลลูยา ...

📚บทอ่านประจำวันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคม 2019
สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลปัสกา
https://www.youtube.com/watch?v=vlACcQ5ChNk

https://youtu.be/quM97c7mI6A

🌷การกลับใจของชายคนหนึ่ง
http://youtu.be/F1AzrI4TPIw

💧💧💧💧💧💧💧💧💧

วันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคม 2019
สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลปัสกา
อ่าน กจ 9:1-20
ยน 6:52-59

อาหารที่จะผ่านเข้าไปในร่างกาย และทำให้เจริญเติบโตได้นั้น
จำเป็นต้อง กลืน กิน เข้าไป และเราก็ไม่สามารถรับรู้ รสชาติ ของอาหารนั้น
ถ้าไม่เข้าไปใกล้ ๆ สัมผัส ด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่ง

ประสบการณ์จุดเร่ิมต้นชีวิตใหม่ ที่เจริญเติบโตในพระเยซูคริสต์ของเปาโลนั้น
เริ่มต้นด้วยการเห็น เผชิญหน้ากับพระเยซู ผูกพัน
และรับพระองค์เข้ามาในชีวิต ติดตามด้วยการเป็นผู้ประกาศพระนามพระเยซู

หมายเหตุ...
คริสตชน คนของพระเจ้า
คงไม่สามารถรับรู้รสชาติของพระเยซูผู้เป็นอาหารแท้
ที่ลงมาจากสวรรค์ ถ้าไม่เข้าไปใกล้ ๆ พระองค์ที่ประทับอยู่ในตู้ศีล
หรือปล่อยให้พระคัมภีร์ที่มีนั้นปิดตายสนิท

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”
วันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคม 2019
สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลปัสกา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ผู้ที่กินปังนี้ จะมีชีวิตอยู่ตลอดไป...” (ยน 6:52-59)

คริสตชน ไม่ใช่ผู้ที่เอาตัวรอดคนเดียว
แต่คือผู้ที่ต้องนำความรอดพ้นไปสู่ทุกคน
และนำทุกคนไปพบความรอดพ้นด้วย...

ชีวิตนิรันดร ชีวิตที่เป็นหนึ่งเดียวกับพระคริสตเจ้า
ชีวิตที่คงอยู่ตลอดไป
ย่อมไม่ชีวิตที่ไม่สนใจใคร
แต่คือชีวิต ที่เฝ้ารัก ห่วงใย เอาใจใส่ต่อเพื่อนพี่น้องเสมอ

การทอดทิ้งกัน การไม่สนใจใยดีต่อกัน
ไม่ต่างอะไรกับการต้องเผชิญหน้าและตอบคำถามของพระเยซูเจ้าว่า
“เจ้าเบียดเบียนเราทำไม...”
วิญญาณข้าฯ เอ๋ย... แล้วเจ้าจะตอบอย่างไรเล่า.

________________

หลายวันแล้ว ที่เราไตร่ตรองถึงความหมายของการมีชีวิตสนิทสัมพันธ์กับพระคริสตเจ้า ซึ่งเป็นที่มาของการมีชีวิตอยู่ตลอดไปในพระองค์ คือชีวิตที่ไม่รู้ตายกับพระองค์นั้น หมายถึงชีวิตที่เป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ในพระธรรมล้ำลึกแห่งปัสกาของพระองค์ ภายใต้ความหมายที่ยิ่งใหญ่ของศีลศักดิ์สิทธิ์ยิ่งใหญ่ นั่นคือ “ศีลมหาสนิท” นั่นเอง

เช้าวันนี้ ผมพบแรงบันดาลใจบางอย่างจากบทอ่านที่หนึ่ง ที่นักบุญลูกาบันทึกเรื่องราวที่นักบุญเปาโลได้เล่าถึงประสบการณ์ของการได้พบกับพระคริสตเจ้าระหว่างทางไปเมืองดามัสกัส อันเป็นประสบการณ์ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของท่านทั้งหมด (กจ 9:1-20) อานาเนียเอง เมื่อได้พบกับท่าน แม้ท่ามกลางความหวาดกลัวต่อกิตติศัพท์ของเซาโลในการเบียดเบียนคริสตชนก็ตาม แต่หากเป็นผู้ที่พระเจ้าทรงเรียก โห้ ท่านเรียกเซาโลว่า “เซาโล น้องรัก” นั่นหมายความว่า เขากลับกลายเป็นพี่น้องกันในพระคริสตเจ้า เพียงเพราะการเรียกและเลือกของพระองค์เท่านั้นเอง

คำถามที่น่าไตร่ตรองเหลือเกินในเช้าวันนี้ เมื่อเราได้ไตร่ตรองถึงความสัมพันธ์อย่างแนบแน่นกับพระคริสตเจ้าแล้ว โดยอาศัยความหมายที่ลึกซึ้งของคำว่า “มหาสนิท”... นั่นคือคำถามของพระเยซูเจ้าที่ท่านพบระหว่างทาง “เซาโล เซาโล ท่านเบียดเบียนเราทำไม...” และท่านก็ได้ถามว่า “พระเจ้าข้า พระองค์คือใคร” และพระเยซูเจ้าได้ตรัสตอบว่า “เราคือเยซู ซึ่งท่านกำลังเบียดเบียน...” พี่น้องครับ บทสนทนาของพระเยซูเจ้ากับเซาโลตรงนี้น่าไตร่ตรองครับ... เซาโลเป็นผู้ที่ศรัทธาในพระเจ้าคนหนึ่ง เขาทูลว่า “พระเจ้าข้า พระองค์คือใคร” เขาเรียกพระองค์เป็นพระเจ้า นั่นแสดงถึงการเป็นผู้มีศาสนา มีพระเจ้าคนหนึ่งเช่นเราๆ มิใช่หรือ ท่านศรัทธาในพระเจ้ามิใช่หรือ... และท่านได้ทูลพระเยซูเจ้าว่า “พระองค์คือใคร...” และพระองค์ตรัสตอบว่า... “เราคือเยซู ซึ่งท่านกำลังเบียดเบียน...”

พี่น้องครับ แท้จริงแล้ว เซาโลอาจจะไม่ได้เบียดเบียนพระเยซูเจ้า แต่ทว่า การเบียดเบียนคริสตชนคนของพระองค์ นั่นคือการเบียดเบียนพระองค์นั่นเอง... สิ่งนี้ แสดงให้เราเห็นแบบอย่างของความเป็นหนึ่งเดียวของพระคริสตเจ้ากับคริสตชน ศิษย์ของพระองค์ เมื่อพระองค์ทรงรับผลกระทบในความยากลำบากของคริสตชนจากการถูกเบียดเบียน และการเบียดเบียนคริสตชนนั้นเอง ก็เป็นการเบียดหเบียนพระองค์ด้วย

พี่น้องที่รักครับ เราอาจจะเคยถามพระเยซูเจ้าบ้างหรือเปล่า ฉันเบียดเบียนอะไรพระองค์หรือ ฉันไม่มีบาปอะไรต่อพระองค์ ฉันไม่เคยทำร้ายอะไรพระองค์เลย ไม่ต่างกับบรรยากาศของพระวรสารนักบุญมัทธิวบทที่ 25 ที่เราทราบคำตอบว่า... “ทุกสิ่งที่ท่านได้ทำแก่พี่น้องของเราผู้ต่ำต้อย ท่านได้ทำต่อเราเอง” ... พี่น้องที่รักครับ แล้วเราจะว่าอย่างไร แม้ว่าเราจะกล้าที่จะเข้าไปรับพระคริสตเจ้าในศีลมหาสนิท เราบอกว่าเราเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ในศีลศักดิ์สิทธิ์ยิ่งใหญ่นี้แล้ว แต่เราก็กำลังเดินทางแบบเซาโลด้วยเช่นกัน คือหนทางของเรามุ่งหน้าไปสู่การเบียดเบียนเพื่อนพี่น้อง และนั่นก็คือการเบียดเบียนพระคริสตเจ้านั่นเอง

พี่น้องครับ นี่แหละ บทสอนของชีวิตคริสตชนครับ นี่แหละ ชีวิตที่เป็นหนึ่งเดียวกับพระคริสตเจ้าแบบที่เรียกว่า เราเป็นศิษย์พระองค์ นั่นหมายถึงชีวิตที่ต้องรักและห่วงใยต้องเพื่อนพี่น้องด้วย เราเบียดเบียนกันและกันไม่ได้เลย หรือเราไม่แยแสต่อกัน ไม่ใยดีต่อกัน นั่นไม่ใช่คริสตชนครับ นั่นหมายความว่า เราเมินเฉยต่อกันและกันไม่ได้ครับ นั่นคือการเมินเฉยต่อพระคริสตเจ้าเอง และสิ่งนั้นแหละครับ คือการเบียดเบียนพระองค์ ที่บัดนี้ เราต้องตอบคำถามของพระองค์ครับ “ท่านเบียดเบียนเราทำไม...”

ข้าแต่พระเยซูเจ้า ลูกขอโทษพระองค์ ที่หลายครั้งลูกไม่รู้ตัวเลยว่า ลูกกำลังเดินทางบนหนทางแห่งการเบียดเบียนกันและกัน และนั้นคือการเบียดเบียนพระองค์... พระเจ้าข้า ขอให้พลังแห่งพระวาจาของพระองค์ พลังแห่งความรักและความเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ในศีลมหาสนิท ปังทรงชีวิตที่ลูกเข้าไปรับ ทำให้หัวใจลูกได้รับการรักษา เพื่อตาของลูกจะเปิดออก และมองเห็นถึงความจำเป็นในความรักและความเป็นหนึ่งเดียวกับเพื่อนพี่น้องของลูกด้วย.

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคม 19 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลปัสกา
บทอ่าน กจ 9:1-20 / ยน 6:52-59
เป็นเวลามากกว่าสองพันปี ที่พระเยซูคริสตเจ้าได้เสด็จมาบังเกิดเป็นมนุษย์ พระองค์ได้เสด็จไปในที่ต่างๆ ได้ทรงทำอัศจรรย์มากมาย ได้ถูกตรึงกางเขน ได้ยอมเสียสละชีวิตของพระองค์ เพื่อไถ่กู้มนุษยชาติ พระองค์มีพระวรกายที่เหมือนกับเรา พระศาสนจักรได้สอนว่า ทุกครั้งที่มีพิธีมิสชาขอบพระคุณ ปังและเหล้าองุ่นได้เปลี่ยเป็นพระกายและพระโลหิตของพระเยซูเจ้า แต่บางครั้ง ปังและเหล้าองุ่นได้เปลี่ยนไป การประทับอยู่ของพระเยซูเจ้าในศีลมหาสนิท ได้ปรากฏขึ้นผ่านทางอัศจรรย์ของศีลมหาสนิท ตลอดระยะเวลาหลายศตวรรษที่ผ่านมา
อัศจรรย์เรื่องศีลมหาสนิทที่มีชื่อเสียงที่สุด ได้เกิดขึ้นที่เมืองลานซาโน ประเทศอิตาลี ในศตวรรษที่ 8 เมื่อพระสงฆ์ท่านหนึ่งได้เกิดความสงสัย ว่าพระเยซูเจ้าประทับอยู่จริงหรือไม่ในศีลมหาสนิท ขณะที่ท่านประกอบพิธีมิสซาเสกปังและเหล้าองุ่น ปรากฏว่ามีหยดเลือดออกมา ต่อมาเลือดได้จับตัวกันเป็นก้อนเลือดกลมๆห้าก้อน ในปี 1971 พระสันตะปาปาเปาโลที่ 6 ได้อนุญาตให้มีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ ปรากฏว่าพระธาตุของก้อนเลือดนั้นยังไม่เปลี่ยนแปลง ภายในหลายศตวรรษที่ผ่านมา และยังได้พบอีกว่า ก้อนเลือดนั้นเป็นกล้ามเนื้อของหัวใจมนุษย์จริงๆ ที่มีกรุ๊ปเลือดเอบี
เราเองเคยมีความสงสัยเหมือนโทมัส ซึ่งต้องการข้อพิสูจน์เรื่องการกลับคืนพระชนม์ชีพของพระเยซูเจ้า เป็นเรื่องง่ายมากที่เราจะสงสัย เรื่องการประทับอยู่ของพระเยซูเจ้าในศีลมหาสนิท เราจะสงสัย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่ปรกติ ขอให้อัศจรรย์ที่เกิดขึ้นนั้น เป็นการช่วยให้ความเชื่อของเราในพระเยซูเจ้านั้นเข้มแข็งขึ้น ในเวลาเดียวกัน เราก็ต้องทบทวนพระวาจาหลายครั้งของพระเยซูเจ้า ที่ได้ตรัสว่า “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ถ้าท่านไม่กินเนื้อของบุตรแห่งมนุษย์ และไม่ดื่มโลหิตของเขา ท่านจะไม่มีชีวิตในตนเอง ผู้ที่กินเนื้อของเรา และดื่มโลหิตของเรา ก็มีชีวิตนิรันดร เราจะทำให้เขากลับคืนชีพในวันสุดท้าย”

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view