สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคม 2019 สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลปัสกา

วันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคม 2019 สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลปัสกา

💦โดยพระองค์ 
เราจึงมีชีวิตได้และมีชีวิตอยู่...
และ "โดยพระองค์" 
เราจึงได้รับ "ชีวิตนิรันดร

📚บทอ่านประจำวันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคม 2019
สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลปัสกา
https://www.youtube.com/watch?v=yU_EyQh9O7w&t=61s

https://youtu.be/1H40zHl-eLE

🌴ทรงเลี้ยงดูข้า
https://youtu.be/NTGvGWszWSs

🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼

วันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคม 2019
สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลปัสกา
อ่าน : 
กจ 13:14,43-52 
วว 7:9,14-17
ยน 10:27-30

พระเยซูเจ้ายืนยันจะทรงปกป้องคนของพระองค์
เหมือนคนเลี้ยงแกะ ที่จะสละชีวิตปกป้องแกะของตน 
แกะจะไม่พินาศ ถ้าฟังเสียงของผู้เลี้ยง
เพราะผู้เลี้ยง รู้จัก จดจำแกะของตน 
และ จะไม่ยอมให้มันได้รับอันตราย 
นอกเสียจากว่า แกะจะหนีจากผู้เลี้ยง

แม้ชาวยิวจะเกิดความอิจฉา
ในความสำเร็จ ของเปาโล และบารบัส
ที่ทำให้คนจำนวนมากกลับใจ และพยายามขัดขวาง
แต่พวกเขาก็ไม่สามารถทำอันตราย เปาโล และบารบัสได้
เพราะทั้งสอง ซื่อสัตย์ ปฎิบัติตามคำของพระเจ้า

จากวิวรณ์ ยอห์น ได้เห็น การเลี้ยงดูของพระเจ้า
ต่อคนที่เข้ามาหาพระองค์ ด้วยความทุกข์
พระเจ้าทำให้เขาลุกขึ้นอีกครั้ง
ทั้งยังปลอบโยน ช่วยเหลือ

หมายเหตุ...
ทุกชีวิต มีเวลาของการ “ขึ้น ลง”..
ยามขึ้น ก็อย่า หลง
ยามลง ก็อย่าท้อ
เพราะตราบใดที่ชีวิตยังไม่สิ้นลมหายใจ..
ยังต้องมี “ก้าวใหม่” ของวันพรุ่งนี้

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”
วันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคม 2019
สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลปัสกา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“แกะของเราย่อมฟังเสียงของเรา...” (ยน 10:27-30)

ทรงนำข้าฯ นอนบนหญ้า
ริมธาราพาชื่นกมล
เงียบสงบห่างไกลคน
ไม่ขัดสนในพระกรุณา...

นี่คือแกะของพระชุมพาบาลแสนดี
แม้จะอยู่ท่ามกลางโลกที่สับสน
ท่ามกลางความยากลำบากมากมาย
แต่บนหนทางนี้ ก็ไม่มีอะไรให้ต้องกังวล
หากฉันยังเดินตามพระองค์
หากฉันยังคงฟังเสียงของพระองค์อยู่เสมอ.

________________

วันอาทิตย์สัปดาห์ที่ 4 ในเทศกาลปัสกา เราเรียกวันนี้ว่า วันอาทิตย์พระชุมพาบาลแสนดี... ไม่ทราบพี่น้องยังอยู่ในบรรยากาศการไตร่ตรองพระวาจาเดียวกันกับผมอยู่หรือเปล่า จากที่ผมแบ่งปันกับพี่น้องมาตลอดสัปดาห์ที่สามที่ผ่านมา เป็นบรรยากาศที่พระเยซูเจ้าทรงสอนเรา และทรงเชื้อเชิญให้เรามีชีวิตเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ แม้สุดท้าย เมื่อวานนี้ เราอาจจะพบบรรยากาศที่เป็นอุปสรรคบ้าง พระวาจาที่ไม่เพียงแต่ขัดหู แต่บางครั้งดูขัดใจ ขัดความรู้สึก ท่ามกลางชีวิตของชาวเราที่ยังต้องเป็นประชากรในโลก และมีชีวิตอยู่ท่ามกลางโลก จนหลายครั้ง ผมและพี่น้องเองก็ตาม เราอาจจะคิดว่า คำสอนแบบนี้จะไปกันไหวไหมอ่ะท่ามกลางโลกวันนี้ เราคริสตชนจะไม่ดูงี่เง่าไปหน่อยหรือ ชีวิตของเราจะเดินไปอย่างไรเล่า... ซึ่งมันเป็นความรู้สึกที่ไม่ต่างกับความรู้สึกของบรรดาศิษย์ของพระองค์หรอก ที่หลานคนก็เริ่มจะถอยจากพระองค์บ้างแล้ว คือไม่อยากเป็นแล้วอ่ะคริสตชน ศิษย์พระเยซู ไม่เอาแล้วอ่ะ... แต่นักบุญเปโตรก็ยังยืนยันว่า “พวกเราจะไปหาใคร พระองค์ทรงมีพระวาจาแห่งชีวิตนิรันดร...” พระองค์มีและพระองค์เป็นครับ ทรงเป็นพระวาจาแห่งชีวิตนิรันดร...

ความคลอนแคลนสงสัยในสิ่งนี้ เราคงมีความอบอุ่นเข้ามาในหัวใจของเราบ้างหรือเปล่า เมื่อฟังพระวาจาของพระเจ้าในวันนี้ เมื่อพระองค์ทรงเปรียบพระองค์เป็นดังพระชุมพาบาลแสนดี ที่เฝ้าห่วงใยดูแลฝูงแกะของพระองค์เสมอ แม้มันจะก้มหน้าก้มตากินหญ้า อาจจะไม่เห็นอันตรายรอบกาย แต่สิ่งที่สำคัญที่พระองค์ตรัสในวันนี้คือ “แกะของเราย่อมฟังเสียงของเรา” สิ่งนี้สำคัญที่สุดครับ “การฟัง” ครับ การเงยหน้าและฟังเสียงของพระองค์ เพื่ออยู่กับพระองค์ เดินตามพระองค์ และที่นั่น เราก็จะพบความปลอดภัยที่เรามั่นใจตามสิ่งที่พระองค์ตรัสกับเราในวันนี้ว่า “1) เราจะให้ชีวิตนิรันดรกับแกะเหล่านั้น 2) มันจะไม่พินาศไปเลย และ 3) ไม่มีใครแย่งชิงแกะเหล่านั้นไปจากมือเราได้... ทั้งหมดนี้ ขึ้นอยู่กับการฟังพระองค์ครับ

พี่น้องที่รัก โลกเราวันนี้ไม่เงียบเลย สื่อมากมายที่ออกมาในโลกเรา ทำให้เราได้ยินได้ฟังอะไรมากมาย และในบรรดาสื่อเหล่านั้น เสียงของพระเจ้าก็ยังคงดังอยู่ด้วย โทรศัพท์มือถือในมือเราวันนี้ มันมีสื่อต่างๆ มากมายที่นั่น แต่พระเจ้าก็ไม่แพ้กัน สื่อของพระองค์ พระวาจาของพระองค์ยังคงดังอยู่ที่นั่นไม่แพ้กันด้วย วันนี้มีพระสงฆ์มากมายที่ทำงานเหล่านี้ เพื่อนำเสียงของพระเจ้ามาสู่พี่น้อง คุณพ่อหลายท่านอุทิศตนทำงานเหล่านี้ สื่อมวลชนคาทอลิกเอง ที่นั่นยังมีเสียงของพระเจ้า พระวาจาของพระองค์ที่อยู่ท่ามกลางเราอย่างแท้จริงด้วย แต่ แต่ แต่ พี่น้องที่รักครับ เราได้ฟังพระองค์บ้างไหม หรือเราเลือกฟังเสียงมากมายของสื่ออื่นๆ ซึ่งไม่ผิดหรอกครับที่เราจะฟังบ้าง แต่เราพลาดไปหรือเปล่า ที่จะได้ยินเสียงของนายชุมพาบาลแสนดีของเรา เสียงของพระเจ้าที่ตรัสกับเรา... และแท้จริงแล้ว โลกเราวันนี้เอง บางที แม้ลูกๆ เองก็อาจจะได้ยินยากเหลือเกิน ซึ่งเสียงของบิดามารดาที่บอกสอนเราด้วยซ้ำไป เพราะเรามีสื่อมากมาย เสียงมากมายที่ดังอยู่ในโลกเราวันนี้ แต่เราเลือกอะไร วันนี้ แกะของพระเยซูฟังใคร???

วันนี้ พระเยซูเจ้าตรัสครับ... “แกะของเราย่อมฟังเสียงของเรา” เท่านี้ก็พอครับ บนหนทางของการเป็นศิษย์ติดตามพระคริสตเจ้าวันนี้ แค่นี้คงพอแล้วจริงๆ ครับ ขอเพียงให้เราได้ฟังเสียงของพระองค์บ้างเท่านั้นก็พอ ฟังเพื่อเดินตามพระองค์ เพื่ออยู่ใกล้กับพระองค์... แม้บรรยากาศชีวิตจะเป็นเช่นใด เราก็สุขใจ เช่นในบทอ่านที่หนึ่งวันนี้ แม้ท่ามกลางบรรยากาศของการถูกเบียดเบียน บรรดาศิษย์ของพระเยซูเจ้าต่างก็ก้าวเดินหน้าต่อไปด้วยความชื่นชมยินดี (เทียบ บทอ่านที่หนึ่ง กจ 13:13-14, 43-52) เพราะความหวังมั่นคงที่ได้มอบไว้ที่นายชุมพาบาลแสนดี ที่จะนำเราไปพบพุน้ำ

หนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านไป ที่เราได้ฟังพระวาจาของพระเจ้าในสัปดาห์ที่สามเทศกาลปัสกา บัดนี้ เราเริ่มสัปดาห์ที่สี่ด้วยคำตอบที่อบอุ่นใจที่สุด เพราะพระองค์ทรงเป็นชุมพาบาลแสนดี ขอเพียงเราฟังเสียงของพระองค์และเดินตามพระองค์ไป เท่านี้ก็ไม่มอะไรจะมาทำร้ายเราได้ ไม่มีใครจะมาพรากเราจากความรักที่พระเจ้าทรงมีต่อเราได้

ข้าแต่พระเจ้า ลูกจะไปไหน ลูกจะไปหาใครเล่า ในพระองค์เท่านั้น ที่วิญญาณของลูกจะได้พักผ่อน... ขออย่าให้หูของลูกปิดต่อเสียงของพระองค์เลย ลูกของเป็นแกะที่เดินตามเสียงแห่งพระประสงค์ของพระองค์ตลอดไป เพราะพระองค์ทรงนำลูกไปพบทุ่งหญ้าแสนอุดม และจะทรงเช็ดน้ำตาทุกหยดบนใบหน้าของลูก.

สุขสันต์วันพระเจ้า สุขสันต์วันแห่งครอบครัวของพระองค์

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคม 19 สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลปัสกา
บทอ่าน กจ 13:14,43-52 / วว 7:9,13-16 / ยน 10:27-30
เรามีความมั่นใจในความเชื่อในพระเป็นเจ้าและความไว้วางใจในพระองค์หรือไม่? พระเยซูเจ้าได้ตรัสถึงความไว้วางใจในพระบิดาของพระองค์ และความไว้วางใจที่มั่นคง ที่เราต้องมีต่อพระองค์ เพราะพระองค์ทรงเป็นคนเลี้ยงแกะที่ดีของเรา (ยน 10:11) พระเยซูเจ้าหมายความว่าอะไร เมื่อพระองค์ได้เรียกตัวของพระองค์ว่า เป็นคนเลี้ยงแกะที่ดี? มีคนเลี้ยงแกะจำนวนมากมายในสมัยพระเยซูเจ้า ผู้เลี้ยงแกะคนหนึ่งอาจต้องดูแลลูกแกะเป็นจำนวนหลายร้อยตัว แกะที่ไม่มีคนดูและจะตกเป็นเหยื่อของสัตว์ร้าย เช่นสุนัขป่า หรือขโมย แกะตัวใดที่หลงฝูง อาจจะบาดเจ็บหรือตกลงไปในห้วย ผู้เลี้ยงแกะจะต้องคอยเฝ้ามองดูฝูงแกะของตัว ทั้งกลางวันและกลางคืน จึงต้องมีชีวิตอยู่กับฝูงแกะ และสามารถนำพวกมันไปยังทุ่งหญ้าที่อุดมสมบูรณ์ เพื่อเล็มหญ้าในตอนกลางวัน และนำพวกมันกลับมายังสถานที่ปลอดภัยในเวลากลางคืน พวกเขาจะต้องนับจำนวนแกะทุกเย็น สามารถเรียกชื่อแกะแต่ละตัว จนแกะจำเสียงได้ เมื่อต้องการให้พวกมันติดตามไป
พระเป็นเจ้าไม่ได้ละทิ้งเรา เหมือนอย่างที่พระองค์ละทิ้งมหาบุรุษโยบ พระองค์ไม่ทรงละทิ้งผู้ใด ที่พระองค์ได้มอบความรักให้ พระเยซูเจ้าก็จะไม่ละทิ้งผู้ใดเช่นเดียวกัน ในฐานะที่พระองค์เป็นคนเลี้ยงแกะที่ดี พระองค์จะไม่ละสายตาไปจากลูกแกะของพระองค์...เราต้องใช้เวลาตลอดชีวิต ที่จะเรียนรู้ว่า พระเยซูเจ้าทรงเป็นคนเลี้ยงแกะที่ดี ทรงรู้ว่าพระองค์กำลังกระทำอะไร พระองค์เข้าใจเราอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด...ที่จริง พระเป็นเจ้าได้ระลึกถึงเราตั้งแต่นิรันดรภาพ ทรงรักเราอย่างที่เป็นตัวเรา ทรงเรียกทุกคนตามชื่อของแต่ละคน ในฐานะเป็นคนเลี้ยงแกะเรียกชื่อแกะแต่ละตัวตามชื่อของมัน...,มีสัตบุรุษคนหนึ่งได้พบซิสเตอร์ท่านหนึ่งก่อนพิธีมิสซา และได้ถามว่า “ซิสเตอร์พบพระเป็นเจ้าตอนไหน?”ท่านได้ตอบว่า “เมื่อตอนที่ดิฉันป่วย” แน่นอน ความจริงเป็นเช่นนั้น พระเป็นเจ้าปล่อยให้เราป่วยทางด้านร่างกาย เพื่อให้เรามีเวลาระลึกถึงพระองค์ และหันมาหาพระองค์ คนที่มีสุขภาพดี หรือเป็นคนโชคดีจะมีความรู้สึกอย่างไร? ความทุกข์ทรมานก็เปรียบเหมือนสุนัขสีดำ ที่ติดตาแกะที่หลงทาง และเห่าเพื่อให้มันกลับมาหาคนเลี้ยงแกะ.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view