สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอังคารที่ 14 พฤษภาคม 2016 ฉลองนักบุญมัทธีอัส

วันอังคารที่ 14 พฤษภาคม 2016 ฉลองนักบุญมัทธีอัส

🌻ความรักต่อโลก....
ทำให้คนยิ่งเหนื่อย ยิ่งล้า
แต่ยิ่งแสวงหาแผ่นดินของพระเจ้า
ก็จะยิ่งมีกำลัง มีพลัง มีชัยชนะ

📚บทอ่านประจำวันจันทร์ที่ 14 พฤษภาคม 2019
ฉลองนักบุญมัทธีอัส อัครสาวก
https://www.youtube.com/watch?v=5kmHz1T3X0A&t=43s

https://youtu.be/-ZU8bG78uMg

🌺Spirit Lead Me
https://youtu.be/-g3EdgZ34u0

🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷

วันอังคารที่ 14 พฤษภาคม 2016
ฉลองนักบุญมัทธีอัส
อ่าน :
กจ 1:15-17,20-26
ยน 15:9-17

เมื่อพระเยซูเจ้าเลือกศิษย์ มอบภารกิจให้ไปทำ..
บัญญัติสำคัญ ประการเดียวที่พระเยซูเจ้าสั่งคือ
... “จงรักกัน”..เหมือนอย่างที่เรารักท่าน..
ไม่มีใคร มีความรักย่ิงใหญ่ กว่าการสละชีวิตของตน
เพื่อมิตรสหาย

จิตตารมณ์ ความรัก ความเป็นหนึ่งเดียวของบรรดาศิษย์
แสดงออกในการ “อธิษฐานภาวนาร่วมกัน”..
ก่อนที่จะจับฉลาก เลือกศิษย์เข้ามาทำหน้าที่
แทนยูดาส ที่ได้ทรยศต่อพระเยซูเจ้า

ประสบการณ์ การติดตามพระเยซูเจ้าด้วยความรัก
ความเป็นหนึ่งเดียวกับบรรดาอัครสาวกคนอื่น ๆ
ทำให้นักบุญมัทธีอัส ได้รับการเลือกสรรจากพระเจ้า
ให้เข้ามาแทนที่ยูดาส

หมายเหตุ...
“มิใช่ท่านทั้งหลายได้เลือกเรา...
แต่เราได้เลือกท่าน”

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”
วันอังคารที่ 14 พฤษภาคม 2019
สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลปัสกา
ฉลองนักบุญมัทธีอัส อัครสาวก

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“พระบิดาทรงรักเราอย่างไร เราก็รักท่านอย่างนั้น...” (ยน 15:9-17)

นี่คือบรรทัดฐานของความรัก
ที่ไม่ต้องการคำอธิบายอะไรอีก
รักที่ไม่มีข้อกังขาอะไรอีก
เมื่อต้นแบบแห่งความรักคือ
รักอย่างที่พระเยซูเจ้าทรงรักเรา

นี่คือบทบัญญัติของเรา
คือ ให้ท่านทั้งหลายรักกัน เหมือนอย่างที่เรารักท่าน...

________________

จำนวนของอัครสาวกจำเป็นต้องครบสิบสอง เพราะความรอดพ้นที่พระคริสตเจ้าทรงนำมา นั่นคือความรอดพ้นของอิสราแอลทุกเผ่าพันธุ์ทั้งสิบสอง มัทธีอัสจึงเป็นพระพรประทานมาจากพระเจ้า เพื่อเติมเต็มและมอบความครบครันต่อประชากรผู้ได้รับเรียกให้ได้รับความรอดพ้น

พระวาจาพระเจ้าผู้ทรงรับสภาพมนุษย์เพื่อประทับอยู่ท่ามกลางเรา ไม่ได้เสด็จมาเพื่อลบล้าง แต่เสด็จมาเพื่อทำให้สมบูรณ์ขึ้นฉันใด พระวาจาที่เป็นความสมบูรณ์และสุดยอดคำสอนของพระองค์จึงสำเร็จลงเมื่อพระองค์จะต้องลาจากพวกเขาไป มากกว่านั้นคือสำเร็จลงในชีวิตของพระองค์เอง เพื่อเป็นแบบอย่างฉันนั้นด้วย

วันนี้ พระเยซูเจ้าได้ตรัสกับบรรดาศิษย์ ซึ่งสิ่งที่เป็นบัญญัติใหม่ของพระเจ้า คือความครบครันของคำสอนทั้งมวล... นั่นคือพระองค์ทรงมอบบัญญัติแห่งความรักไว้ให้แก่เรา... นั่นคือความแตกต่างจากบทบัญญัติที่บอกว่าสำคัญที่สุดสองประการที่พันธสัญญาเดิมได้กล่าวไว้ และที่พระเยซูเจ้าอ้างอิงในการตอบคำถามผู้ที่เข้ามาถามพระองค์ว่า บัญญัติข้อไหนสำคัญที่สุด และพระองค์ตรัสตอบว่า... “จงรักพระเจ้าด้วยสิ้นสุดจิตใจ สุดกำลัง สุดสติปัญญา และจงรักเพื่อนพี่มนุษย์เหมือนรักตนเอง...” นี่อาจจะเป็นธรรมบัญญัติดั้งเดิมที่สอนกันมา แต่มนุษย์ก็มักมีข้อกังขาอยู่เสมอ... บัดนี้ พระองค์ประทานบัญญัติใหม่ให้แก่เรา พระศาสนจักรที่เป็นประชากรใหม่ของพระเจ้า... นี่คือความครบครันของคำสอนทั้งมวลของพระคัมภีร์ และนี่คือความครบครันของแบบอย่างทั้งมวลที่สำเร็จลงในชีวิตของพระคริสตเจ้า

นี่คือบทบัญญัติของเรา... “ให้ท่านทั้งหลายรักกัน เหมือนดังที่เรารักท่าน”... ครับพี่น้อง... ไม่มีอีกแล้วคำสอนให้รักพระเจ้า นั่นคือสิ่งที่ผมบอกพี่น้องเหมือนกับที่นักบุญยอห์นบอกกับเราในจดหมายของท่านว่า ความรักไม่ได้อยู่ที่เรารักพระเจ้า แต่อยู่ที่พระเจ้าทรงรักเรา และประทานพระบุตรของพระองค์เพื่อเรา... ในบัญญัติใหม่ของพระเยซูเจ้า อันเป็นความสมบูรณ์ของคำสอนทั้งมวลของพระองค์ ไม่มีแล้วครับพี่น้อง ไม่มีแล้วที่บอกว่าให้เรารักพระเจ้า พระองค์ไม่ได้พูดถึงเลย นั่นหมายความว่า เราจะรักพระองค์หรือไม่รักพระองค์ พระองค์ก็ยังคงเดิมครับ พระเจ้าไม่ได้ต้องการความรักจากเรา แต่พระองค์ทรงรักเราก่อน... ดังนั้น การตอบแทนความรักของพระเจ้า การเป็นลูกของพระองค์นั้น คือการเป็นเหมือนพระองค์ เป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ เพราะพระเจ้าทรงเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ และคำสอนของพระองค์สำเร็จครบครันในชีวิตของพระบุตรของพระองค์ อันเป็นแบบอย่างของบรรดาบุตรของพระเจ้าอย่างเราๆ นี้ด้วย... เอาล่ะครับ พระองค์บอกเราครับ ไม่ได้บอกว่าให้รักพระองค์... ผมคิดถึงในหลวงรัชกาลที่เก้าที่น่ารักยิ่งของเราชาวไทย เมื่อได้ตรัสสอนว่า “พ่อไม่ได้ขอให้ลูกรักพ่อ แต่พ่อขอให้ลูกรักกัน...” พระองค์น่ารักที่สุดเลย... และนี่คือสุดยอดของแบบอย่างชีวิตของพระเจ้าแผ่นดินของเรา ที่ให้เราเห็นแบบอย่างความรักของพระเจ้าที่ทรงรักเราก่อน พระเจ้าไม่ได้ทรงขอให้เรารักพระองค์ แต่ทรงขอแบบนี้ครับ “ท่านทั้งหลายจงรักกันและกัน เราดังที่เรารักท่าน...” จบข่าวเลยครับ... รักแบบที่พระองค์ทรงรักเรา ไม่ต้องถามอะไรอีกว่าต้องรักอย่างไร นั่นคือรักแบบสุดจิตสุดใจ และไม่ต้องบอกรักอะไรพระเจ้าหรอก หากเรารักพระองค์จริงๆ นี่คือสิ่งที่พระองค์ต้องการจากเรา คือ ให้เรารักกันและกัน อย่างที่พระองค์ทรงรักเรา

พี่น้องที่รัก ให้เราขอบคุณพระเจ้าในคำสอนและความครบครันในชีวิตของพระศาสนจักร ที่พระองค์ทรงเรียกเรามาให้ร่วมเป็นสมาชิกในครอบครัวของพระองค์ เป็นความรอดครบครันสำหรับทุกคน บนหนทางที่ครบครันแห่งพระฉบับแบบของพระองค์ ที่จบลงในชีวิตที่ให้แบบอย่างของพระองค์ แบบที่ว่า เราไม่ต้องถามอะไรพระองค์อีก... ฉันต้องรักพระองค์อย่างไร แต่บัดนี้คำตอบอยู่ที่ตรงนี้ครับ แบบอย่างชีวิตที่พระองค์สอนเรา พระบิดาทรงรักพระองค์อย่างไร (นั่นหมายถึงความรักที่พระเจ้าทรงเริ่มรักเราก่อนด้วย) พระเยซูเจ้าก็ทรงรักเราอย่างนั้น และหากเราจะบอกรักพระองค์ หากเราจะเป็นลูกที่ดีของพระบิดาล่ะก็ นี่เลยครับ บัญญัติของพระเจ้า บัญญัติใหม่ที่ครบครันที่สุด คือ “ท่านทั้งหลายจงรักกันและกัน อย่างที่เรารักท่าน” พี่น้องครับ รักกันครับ รักอย่างไร... คงหมดข้อกังขาแล้วนะครับ... มองที่กางเขนเลยครับ... คือรักอย่างนี้ครับ รักอย่างที่พระองค์ทรงรักเรา พระองค์ทรงเป็นผู้เลี้ยงที่แสนดีต่อเราอย่างไร เราก็ต้องดีต่อกันและกันอย่างนั้นด้วย นี่คือความครบครันแห่งบัญญัติของพระเจ้า ที่สำเร็จลงในชีวิตขององค์พระบุตรของพระองค์ และพระองค์ทรงแสดงแบบอย่างให้เราเห็นอย่างชัดเจน... “พระบิดาของเราทรงรักเราอย่างไร
เราก็รักท่านทั้งหลายอย่างนั้น”

เอาเถอะ พี่น้องที่รัก พลังของเราอยู่ที่แบบอย่างของพระเยซูเจ้าที่ผลักดันหัวใจของเรา... เกิดคำถามในความรักเมื่อใด หันกลับมามองที่กางเขนของพระเยซูเจ้าเถอะครับ แล้วเราจะเข้าใจว่า รักแท้ควรเป็นเช่นใด คือ จงรักอย่างพระเยซูครับ...มองดูพระองค์บ่อยๆ ครับ แล้วเราจะมีพลังเพื่อรักเพื่อนพี่น้องของเรา และนั่นคือรักพระเจ้านั่นเองครับ

ข้าแต่พระเจ้า เมื่อมองที่กางเขนของพระองค์ ลูกเข้าใจแล้วพระเจ้าข้า ทำไมพระองค์ต้องทำถึงเพียงนี้ ลูกเข้าใจแล้วว่า พระองค์ทรงต้องการประทานแบบอย่างให้ลูกเห็นด้วยชีวิตที่เป็นรูปแบบครบครันของความรักของพระองค์ ที่พระบิดาทรงรักพระองค์ และพระองค์ทรงรักลูก... แต่ลูกอ่อนแอเหลือเกิน ขอพระองค์ทรงประทานพละกำลังในจิตวิญญาณของลูก เพื่อจะรักพระองค์ด้วยชีวิตที่เปี่ยมด้วยความรักต่อเพื่อนพี่น้องด้วยเถิด... เพราะนั่นแหละรักพระเจ้าอย่างแท้จริง อย่างที่ทรงให้แบบอย่าง.

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันอังคารที่ 14 พฤษภาคม 19 ฉลองนักบุญมัทธีอัส อัครสาวก
บทอ่าน กจ 1:15-17,20-26 / ยน 15:9-17
จากหนังสือกิจการอัครสาวก (กจ 1:15-26) หลังจากพระเยซูเจ้าได้เสด็จขึ้นสวรรค์แล้ว เปโตรได้ยืนขึ้นท่ามกลางพวกพี่น้อง ซึ่งเป็นผู้ได้ติดตามพระเยซูเจ้าประมาณ 120 คน เนื่องจากยูดาสได้ทรยศต่อพระองค์ เป็นความจำเป็นที่จะต้องหาคนมาแทน เปโตรได้พูดว่า “เพราะฉะนั้น เป็นความจำเป็น ที่เราจะต้องเลือกคนที่ได้ติดตามเรามาตลอดเวลา ขณะที่พระเยซูเจ้ายังคงอยู่กับพวกเรา นับตั้งแต่ยอห์นได้โปรดพิธีล้าง จนกระทั่งถึงวันที่พระองค์เสด็จขึ้นสู่สวรรค์ เราเป็นประจักษ์พยานถึงการกลับคืนพระชนม์ชีพของพระองค์ (กจ 1:21-22) พวกเขาได้เสนอชื่อสองชื่อ คือ โยเซฟ บาร์ซับบาส และมัทธีอัน พวกเขาได้สวดภาวนาและได้ใช้วิธีจับฉลาก ปรากฏว่ามัทธีอัสได้รับเลือก และได้เข้าเป็นสมาชิกของบรรดาอัครสาวกอื่นอีก12 คน มัทธีอัสไม่ปรากฏชื่อที่ไหนอีกในหนังสือพระธรรมใหม่
ความศักดิ์สิทธิ์ของมัทธีอัสอยู่ที่ไหน? แน่นอน ท่านเป็นผู้เหมาะสมที่จะเป็นอัครสาวก เพราะท่านได้อยู่กับพระเยซูเจ้า ตั้งวันที่พระองค์ทรงรับพิธีล้าง จนกระทั่งถึงวันที่พระองค์เสด็จขึ้นสวรรค์ ท่านจึงเป็นผู้ที่เหมาะสม ทั้งคุณสมบัติส่วนตัว และความรับผิดชอบของท่าน เราต้องระลึกว่า ความศักด์สิทธิ์พื้นฐานของมัทธีอัสนั้น คือ การได้รับความสัมพันธ์กับพระบิดาเจ้า ผ่านทางพระเยซูเจ้า โอยอาศัยพระจิตเจ้าใช่หรือไม่? ท่านบรรดาอัครสาวก คือ พื้นฐานของความเชื่อของเรา โดยอาศัยการะเป็นประจักษ์พยานของพวกท่าน ซึ่งระลึกว่า ความศักดิ์สิทธิ์ของพวกท่าน เป็นพระคุณพิเศษที่พระเป็นเจ้าทรงมอบให้ และทุกคนได้รับพระคุณพิเศษนี้ ตามสภาพของสิ่งแวดล้อมประจำวัน และเราได้ตอบรับอย่างเสรี
ข้าแต่ท่านนักบุญมัทธีอัสผู้ศักดิ์สิทธิ์ เป็นพระประสงค์ของพระเป็นเจ้า ที่ท่านได้รับเลือกให้ทำหน้าที่แทนยูดาส ผู้ทรยศต่อพระองค์ ท่านได้รับการเลือกด้วยเครื่องหมายสองประการ คือ ความศักดิ์สิทธิ์ในชีวิตของท่าน และเสียงเรียกของพระจิตเจ้า โปรดประทานพระหรรษทานให้แก่เรา เพื่อปฏิบัติความศักดิ์สิทธิ์เช่นเดียวกัน และตอบสนองพระจิตเจ้าด้วยการรับใช้พระศาสนจักรด้วยสิ้นสุดจิตใจ และหลังจากได้ทำหน้าที่ด้วยความร้อนรนแล้ว ให้เราได้เข้าร่วมกลุ่มกับท่าน เพื่อเข้าสู่สวรรค์ด้วยเทอญ

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view