สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันพุธที่ 15 พฤษภาคม 2019 สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลปัสกา

วันพุธที่ 15 พฤษภาคม 2019 สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลปัสกา

🍄 ข้าแต่พระเยซูคริสตเจ้า
โปรดช่วยข้าพเจ้าให้อ่อนน้อม
ยอมรับน้ำพระทัยของพระเจ้า
โปรดสอนข้าพเจ้าให้รู้จัก
วางอดีต ในพระเมตตาของพระองค์
มอบปัจจุบัน ในความรักของพระองค์
และถวายอนาคต ในพระอารักขญาณของพระองค์ (~ น.ออกัสติน)

📚บทอ่านประจำวันพุธที่ 15 พฤษภาคม 2019
สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลปัสกา
https://www.youtube.com/watch?v=39EB9xb-rIw

https://youtu.be/Hl_Kakmr7xs

💠 Come to Jesus
http://youtu.be/PANiveIKVX0

🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓

วันพุธที่ 15 พฤษภาคม 2019
สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลปัสกา
อ่าน : กจ 12:24-13:5ก
ยน 12:44-50

การประกาศพระวาจาของพระเยซูเจ้า
ประสบความสำเร็จ พระองค์ยืนยันว่า
พระองค์มิได้พูดตามใจ แต่พูดด้วยประสบการณ์
ที่มีกับพระบิดา ผู้ทรงส่งมา

กิจการอัครสาวกตอกย้ำ ผู้มีความเชื่อ เพิ่มมากขึ้น
เพราะพระวาจาของพระเจ้า ได้รับการประกาศ
ทำให้เห็นว่า จำเป็นที่จะต้องมีผู้ที่ถูกแยกไว้
เพื่อถูกส่งไปทำหน้าที่ประกาศ

หมายเหตุ...
ความสำเร็จ เร่ิมที่การกระทำ
มิใช่คำ..ที่พูด

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”
วันพุธที่ 15 พฤษภาคม 2019
สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลปัสกา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“เราไม่ได้มาเพื่อตัดสินลงโทษโลก แต่มาเพื่อช่วยโลกให้รอดพ้น...” (ยน 12:44-50)

เราเข้ามาในโลกเป็นแสงสว่าง
เพื่อให้ผู้ที่เชื่อในเราไม่อยู่ในความมืด
ผู้ใดที่ได้ยินวาจาของเรา และไม่ปฏิบัติตาม
เราไม่ได้ตัดสินลงโทษเขา
เพราะเราไม่ได้มาเพื่อตัดสินลงโทษโลก
แต่มาเพื่อช่วยโลกให้รอดพ้น...

ผู้ที่เลือกเดินในทางแห่งความมืด
เขาก็ต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของเขา
ที่เขาต้องเผชิญกับอะไรบ้าง
เป็นเขาเองที่ได้เลือกเดินทางนั้น
ไม่ใช่พระเจ้าที่นำเขาไป
ไม่ใช่พระองค์ ที่ตัดสินลงโทษเขา.

________________

ผมอ่านพระวรสารนักบุญยอห์นเช้าวันนี้ ทำให้หวนคิดถึงวันวานในอดีต เมื่อผมเป็นเด็กๆ ซนๆ คนหนึ่ง ย่าของผมเป็นคนศรัทธามาก สอนผมให้เป็นคนดี รักและศรัทธาต่อพระเจ้าตลอดเวลา หากผมทำอะไรไม่ดี ย่ามักจะบอกว่า “เดี๋ยวพระเจ้าจะลงโทษ” เรากลัวไหมเวลานั้น ก็ไม่กลับครับ เพราะยังมีอีกมุมหนึ่ง ที่ย่าคงลืมไปด้วย เพราะย่ามักสอนผมเช่นกันว่า “พระเจ้าใจดี” สองคำนี้แหละ แม้คำหนึ่งดูน่ากลัว แต่อีกคำหนึ่ง คำที่สองนั้นเป็นกำลังใจมากกว่า ทำให้ผมมักชอบบอกย่ากลับไปว่า “ไหนย่าบอกว่าพระเจ้าใจดีไง...”

พี่น้องที่รักครับ ประโยคหนึ่งของพระวาจาวันนี้ “เราไม่ได้มาเพื่อตัดสินลงโทษโลก แต่มาเพื่อช่วยโลกให้รอดพ้น...” โดยโดนใจจริงครับ เพราะแท้จริงแล้ว หากเราไตร่ตรองพระเจ้าของเราดีๆ พระเจ้าที่เราประกาศว่า พระองค์ทรงเป็นองค์ความรัก พระองค์ทรงเป็นองค์ความดีนั้น นั่นหมายความดังนี้ไม่ใช่หรือ นั่นหมายความว่า จะไม่มีสิ่งใดไม่ดีมาจากพระองค์เลย... เอาเถอะ ผมมั่นใจเช่นนั้นครับ และพระวาจาวันนี้ พระเยซูเจ้าได้ตรัสเช่นนี้จริงๆ

พี่น้องครับ วันนี้พี่น้องมั่นใจเช่นนี้กับผมหรือเปล่าครับ พระเจ้าของเราไม่ใช้พระเจ้าแห่งการตัดสินลงโทษ เพราะหากเรามองดีๆ แล้ว พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าที่เปี่ยมล้นด้วยความดีและพระพรต่างหากครับ แต่อีกมุมหนึ่ง พี่น้องครับ หากพระเจ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว พระองค์ไม่จำเป็นต้องตัดสินลงโทษ หรือนำเราไปสู่ความพินาศหรอกครับ เอาแค่ว่า หากพระเจ้าไม่ทรงอวยพระพรเรา แค่นี้ก็พอ หากวันหนึ่งพระองค์ไม่ทรงอวยพระพรเรา เราก็แย่แล้ว เราก็ไม่เหลืออะไรแล้วมิใช่หรือ... ดังนี้แล้ว หากเรามองกลับมาที่ชีวิตที่เรามี ที่เราเป็น นี่ไม่ใช่หรือที่เป็นพระพรที่ยิ่งใหญ่แล้ว และแม้เราจะต้องตายไป แต่นี่ก็เป็นประตูไปสู่สวรรค์มิใช่หรือ หากชีวิตที่ผ่านมา เราเปี่ยมล้นด้วยพระพรของพระเจ้า เมื่อเราเดินตามเสียงของพระองค์...

ผมคิดว่า เอาแค่นี้ก็พอครับ ผมไม่เคยคิดถึงการลงโทษของพระเจ้าหรอก และผมมั่นใจเหลือเกินว่าพระเจ้าไม่ได้มีความจำเป็นต้องลงโทษเราหรอก เอาแค่วันหนึ่ง เพียงแค่พระองค์ไม่อวยพระพรเรา เราก็ไม่เหลืออะไรแล้วล่ะครับ

“ผู้ใดได้ยินวาจาของเราและไม่ปฏิบัติตาม เราไม่ได้ตัดสินลงโทษเขา เพราะเราไม่ได้มาเพื่อตัดสินลงโทษโลก แต่มาเพื่อช่วยโลกให้รอดพ้น...” เรามั่นใจได้ครับพี่น้อง พระวาจาของพระองค์เป็นจิตและชีวิต พระวาจาของพระองค์เป็นพระวาจาแห่งชีวิต ใครที่รับไว้ก็จะมีชีวิต แต่ใครที่ไม่รับไว้ นั่นหมายความว่าเป็นเขาเองที่เลือกเช่นนั้น พระเจ้าไม่ได้บังคับใคร และพระองค์ก็ไม่ได้ตัดสินลงโทษผู้ที่ไม่ได้รับพระวาจาของพระองค์ แต่เป็นเขาเองที่เลือกหนทางนั้น ที่ไม่ใช่หนทางแห่งพระพร และเมื่อไม่ใช่หนทางแห่งพระพรแล้วนั้น มันคือสิ่งที่ตรงกันข้าม นั่นคือการไม่ได้รับพระพรครับ และนั่นแหละครับ คือความพินาศ

อยากบอกผู้อาวุโสครับ เวลาที่เราอบรมลูกหลาน อย่าบอกว่า “เดี๋ยวพระเจ้าลงโทษ” นะครับ เพราะพระองค์ไม่ใช่พระเจ้าที่โหดร้าย เฝ้าตัดสินลงโทษ... แต่เราลองมาเปลี่ยนคำพูดใหม่ ในความเข้าใจใหม่ ลองใช้คำว่า “เดี๋ยวพระเจ้าไม่อวยพระพรนะ...” เพราะเมื่อไม่มีพระพรของพระเจ้า แท้จริง แค่นี้เราก็แย่แล้วครับ แค่นี้เราก็ไม่เหลืออะไรแล้วไม่ใช่หรือ นะ นะ นะ พระเจ้าเป็นพระพรของเราครับพี่น้อง พระองค์ไม่ใช่การตัดสินลงโทษอะไรทั้งสิ้น ขอให้ชีวิตของเราทุกคน จงได้รับพระพรจากพระองค์เสมอเถิด เท่านี้ก็พอแล้ว

ข้าแต่พระเจ้า ชีวิตที่ฟังและดำเนินตามพระวาจาของพระองค์ คือชีวิตที่ได้รับพระพร นอกนั้นก็คือสิ่งที่ตรงกันข้าม... พระเจ้าข้า ขอพระวาจาของพระองค์แทงทะลุจิตวิญญาณของลูก ขอให้พระวาจาของพระองค์เป็นพระพรรักษาลูกไว้ใกล้ชิดกับพระองค์ตลอดไป เพื่อลูกจะไม่พรากจากพระองค์เลย.

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันพุธที่ 15 พฤษภาคม 19 สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลปัสกา
บทอ่าน กจ 12:24-13:5ก / ยน 12:44-50
ในการเลี้ยงอาหารค่ำครั้งสุดท้าย พระเยซูเจ้าได้ตรัสกับบรรดาอัครสาวกของพระองค์ เกี่ยวกับเรื่องเกียรติมงคล ของพระองค์และของพระบิดาเจ้า เกียรติมงคลดังกล่าวเป็นอะไร? มันเป็นไม้กางเขน ที่พระองค์ทรงยินดีมอบชีวิตของพระองค์ให้แก่เรา ไม้กางเขนเผยแสดงให้เห็นเกียรติมงคลได้อย่างไร? บนไม้กางเขนนั้น พระองค์ได้มอบความรักอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ให้แก่บรรดาคนบาป และการพลีชีพของพระองค์สามารถไถ่กู้บาป และการถูกตัดสินลงโทษ (รม 8:1)
พระเยซูเจ้ายังได้มอบเกียรติมงคลอันสูงส่งให้แก่พระบิดาเจ้า ผ่านทางความนบนอบและยินดีรับความตายบนไม้กางเขนเพื่อไถ่กู้บาปของเรา ในการต่อสู้ป้องกันตัวนั้น เกียรติมงคลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่ใช่เป็นของคนที่ต่อสู้และมีชีวิตอยู่ แต่เป็นของคนที่เสียสละชีวิตของตน เพื่อความรอดของเพื่อนร่วมชาติ พระเยซูเจ้าทรงอุทิศชีวิตของพระองค์ด้วยความเต็มใจ ผ่านทางความนบนอบต่อพระบิดา และความรักที่มีต่อเรา
ฉันเลือกที่จะอยู่กับธรรมชาติ เพราะฉันอยากใช้ชีวิตอย่างมีสติ อยู่ท่ามกลางปัจจัยที่จำเป็นต่อการมีชีวิตเท่านั้น และค้นหาว่ายังมีสัจธรรมใดที่ยังไม่ได้เรียนรู้อีกไหม เพื่อที่วินาทีสุดท้ายของชีวิต ฉันจะได้ไม่ต้องรู้สึกเสียดาย ที่ยังไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างแท้จริง...ไม่มีอะไรที่น่าพอใจมากไปกว่า การที่เรามองย้อนกลับไปในอดีต และได้พบว่าตัวเองเติบโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ทั้งในเรื่องการควบคุมอารมณ์ การตัดสินผู้อื่น การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และการไม่เห็นแก่ตัว... เรามักพูดว่า เรายังตามหาตัวเองไม่เจอ ทั้งที่ตัวตนของเราไม่ใช่สิ่งที่เราต้องตามหา แต่เป็นสิ่งที่เราต้องสร้างขึ้นด้วยตัวเอง…มีเพียงตัวเราเองเท่านั้นที่รู้ว่าเรารู้จักตัวเองแค่ไหน เพราะตัวเราเองเท่านั้นที่มีโอกาสค้นหาบางอย่างเกี่ยวกับตัวเองก่อนตาย... ผู้คนออกเดินทางไปรอบโลก เพื่อตามหาสิ่งที่เขาต้องการ และกลับมาที่เดิมเพื่อพบว่า สิ่งที่เขาตามหาอยู่กับเขามาตลอด…คนเราออกเดินทางไกล เพื่อจะได้ตื่นตาตื่นใจกับจุดสูงสุดของภูเขา คลื่นใหญ่ในทะเล แม่น้ำที่ทอดตัวยาว ท้องทะเลที่กว้างใหญ่ วงจรการเคลื่อนไหวของดวงดาว และมองผ่านจิตใจของตัวเองไป โดยไม่ใส่ใจค้นหามัน.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view