วันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม 2019

 

 

 

ทุกหนทางที่พระเจ้าทรงนำ...

คือทุกหนทางที่ฉันจะเดินด้วยความวางใจ

 

บทอ่านประจำวันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม 2019

สัปดาห์ที่ 14  เทศกาลธรรมดา

https://youtu.be/ZMxVEUVMiy4

 

https://youtu.be/glIEkx5vvug

ขอให้ลูก

http://youtu.be/iFAadXH975M

วันศุกร์ที่ 12 กรกฏาคม 2019

สัปดาห์ที่ 14  เทศกาลธรรมดา

อ่าน

ปฐก 46:1-7,28-30

มธ 10:16-23

 

ท่ามกลางสถานการณ์ที่น่ากลัว 

พระเยซูเจ้าไม่ได้สอนให้ศิษย์กลัว

แต่แนะนำวิธีเอาตัวรอด โดยให้รู้ตัว

ระมัดระวังตน แต่มิใช่กังวลไปซะทุกเรื่อง

 

ปฐมกาลบอกเล่า เมื่อยาโคบจะต้องไปอียิป

ตามพระประสงค์ของพระเจ้านั้น สิ่งแรก

ที่พระเจ้าทรงเตือนท่านคือ “อย่ากลัว” 

เพราะพระเจ้าทรงไปกับท่าน และ

จะทำให้ท่านได้รับพระพร กลับเป็น

ผู้นำพระพรเพื่อคนอื่น  สิ่งเดียวที่จำเป็นคือ

ความเชื่อมั่น ไว้วางใจ

 

หมายเหตุ...

"ความกังวล"..อาจทำให้เรา เสียเวลาวิตก

มากมายกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง

แต่ "ความเอาใจใส่"... ช่วยให้เรา ใช้เวลามากมาย

เพื่อเตรียมตัวอย่างดี ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

 

“พลังแห่งพระวาจา”

วันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม 2019

สัปดาห์ที่ 14 เทศกาลธรรมดา

 

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

 

“เราส่งท่านไปเหมือนแกะในฝูงสุนัขป่า” (มธ 10:16-23)

 

ศิษย์ของพระเยซูถูกส่งออกไปเพื่อเป็นข่าวดี

แต่พวกเขาถูกส่งออกไปดังลูกแกะท่ามกลางสุนัขป่า

แต่พละกำลังของเขาอยู่กับพระเจ้า

และพระเจ้าทรงเสด็จไปพร้อมกับเขาด้วยพลังของพระองค์

เพราะพระองค์จะอยู่กับเราเสมอไปจวบจนสิ้นพิภพ

และประตูนรก จะไม่มีวันเอาชนะพระองค์ได้เลย

 

ฉันมั่นใจในสิ่งนี้หรือไม่

วันนี้ชีวิตคริสตชนของฉันยังมีความหวดกลัวหรือความห่วงกังวลใดๆ หรือเปล่า

ในการมอบชีวิตทั้งหมดด้วยความกล้าหาญ เพื่อเป็นข่าวดีของพระองค์.

 

________________

 

จะบ้าหรือ... ส่งแกะท่ามกลางสุนัขป่า สิ่งนี้ดูจะเป็นไปไม่ได้เลย นอกจากความสูญเปล่าเท่านั้นเอง เพราะลูกแกะไม่มีเล่ห์เหลี่ยม ไม่มีเล็บมีเขี้ยวจะไปสู้อะไรกับฝูงสุนัขป่ามากมาย แต่นั่นเป็นการเปรียบเทียบให้เราเห็นว่า ชีวิตคริสตชนคงเป็นประมาณนั้นด้วย ลำพังของเราท่ามกลางโลกนั้น เราก็ไม่ต่างอะไรกับลูกแกะน้อยๆ ตัวหนึ่งท่ามกลางฝูงสุนัขป่าเลยจริง แต่พลังของเรานั้นมาจากพระเจ้า เมื่อพระองค์จะทรงเสด็จไปพร้อมกับเราด้วยพลังของพระองค์ เพราะพระเจ้าตรัสกับอิสราเอลว่า “เราจะไปอียิปต์กับท่านด้วย เราจะให้ท่านเป็นชนชาติใหญ่ที่นั่น” (เทียบ บทอ่านที่หนึ่ง ปฐก 46:1-7, 28-36)

 

ดูว่าจะเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เอาเสียเลย ชีวิตคริสตชนท่ามกลางโลกวันนี้ เราเหมือนจะเป็นคนโง่เท่านั้น ที่จะทำเช่นนั้นได้ เพราะเราจะต้องถูกเบียดเบียน ถูกเอารัดเอาเปรียบ และต้องเผชิญหน้ากับความไม่ถูกต้อง ความอยุติธรรม เราเองต่างหากที่จะต้องบอกว่า โลกวันนี้อยู่ยาก และยิ่งอยู่ยาก หากด้วยจิตตารมณ์แบบพระเยซูแบบนี้ แต่ทว่า จิตตารมณ์แบบพระเยซูนี่แหละ เราจะอยู่ได้ แต่ไม่ใช่ด้วยพลังของเราที่เป็นเช่นลูกแกะ แต่ด้วยพลังของพระเจ้าที่ทรงฤทธานุภาพ พระเจ้าผู้ทรงอำนาจในความรัก ความดี ความเมตตาสิ่งนี้ต่างหาก ที่จะทำให้เราสามารถเจริญชีวิตอยู่ท่ามกลางโลกวันนี้ได้อย่างมีความสุข เพราะเรามั่นใจในการประทับอยู่ของพระเจ้าในชีวิตและทุกสถานการณ์แห่งชีวิตของเราที่พระองค์ทรงเรียกให้เราเดินไป นั่นคือการเดินไปพร้อมกับพระองค์ โดยมีพระองค์ประทับอยู่ด้วย สุนัขป่าจึงไม่สามารถเอาชนะลูกแกะได้เลย

 

ชีวิตคริสตชน คือชีวิตที่ต้องก้าวเดินไปด้วยความกล้าหาญเด็ดเดี่ยว จนบางครั้งอาจจะอยู่ในจุดที่ต้องเลือกและตัดสินใจจริงๆ เมื่อพี่จะฟ้องน้อง น้องจะฟ้องพี่ พ่อจะฟ้องลูก และลูกจะลุกขึ้นกล่าวโทษพ่อแม่ให้ถึงตาย คนทั้งปวงจะเกลียดชังเราเพราะนามของพระเยซู และเราจะต้องมีคามเพียรอดทน มานะบากบั่นที่สุด จากเมืองหนึ่ง ต้องหนีไปอีกเมืองหนึ่ง แต่นั่นแหละ ชีวิตคริสตชนของเรา แม้ในทางเลือกที่หนักแน่นเช่นนี้ คงต้องเป็นพลังและอานุภาพของพระผู้สูงสุดเท่านั้นเอง ที่จะทำให้เราสามารถเผชิญอุปสรรคและฟันผ่าอุปสรรคต่างๆ ได้อย่างปลอดภัย แต่วันนี้ ฉันเลือกอะไร ฉันเลือกใคร... หรือฉันจะยอมแพ้เสียล่ะ...

 

พี่น้องที่รักครับ ปราศจากการประทับอยู่ของพระเจ้าในชีวิตของเรา ปราศจากการเข้าพึ่งพระเจ้าในเหตุการณ์ต่างๆ ในชีวิตคริสตชนของเราแล้วนั้น เราจะเอาอะไรไปต้านทานสุนัขป่าในโลกวันนี้ แต่ความสัตย์ซื่อเช่นนกพิราบ และฉลาดรอบคอบดังงู ร่วมกับพระหรรษทานของพระเจ้าแล้ว ก็ไม่มีอะไรให้ต้องหวาดกลัวหรือกังวล เราจงมอบความไว้วางใจในการเจริญชีวิตแห่งการเป็นศิษย์ของพระองค์ไว้ที่พลังและอานุภาพของพระองค์ แล้วเราจะได้มีพลังมากพอ เพื่อเจริญชีวิตอยู่อย่างกล้าหาญ และมีความสุขในโลกวันนี้ ด้วยประจักษ์พยานชีวิตแห่งการเป็นศิษย์พระเยซู และการเป็นลูกของพระเจ้า

 

ข้าแต่พระเจ้าพลังของชีวิตคริสตชนอยู่ที่พระองค์เท่านั้น ปราศจากพระองค์ ลูกแกะก็ไม่อาจต้านทานฝูงสุนัขป่าได้เลย แต่ด้วยมั่นใจว่า พลังทั้งหลายมากจากพระองค์ ลูกแกะที่อ่อนแอ ก็ไม่มีอะไรให้ต้องเกรงกลัวหรือกังวลอีก ขอพระองค์ทรงประทับอยู่กับลูกในทุกเหตุการณ์แห่งชีวิตของลูกเถิด

 

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

 

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

 

 

วันศุกร์ที่ 12  กรกฏาคม 19 สัปดาห์ที่ 14 เทศกาลธรรมดา

บทอ่าน ปฐก 46:1-7,28-30 / มธ 10:12-23

การประกาศข่าวดี คือ กาารเผยแพร่พระวรสารหรือประกาศข่าวดีตามความเชื่อของคริสตชนว่าพระเยซูเจ้าเป็นพระเจ้าผู้มารับสภาพมนุษย์และถูกตรึงกางเขนจนสิ้นพระชนม์ เพื่อไถ่กู้เราคนบาป หลังจากนั้น 3 วัน ก็ทรงคืนพระชนม์แล้วเสด็จขึ้นสวรรค์ คริสตชนเชื่อว่าผู้เชื่อข่าวดีนี้จะถูกไถ่จากบาปทันทีและได้ขึ้นสวรรค์หลังจากเสียชีวิต จนถึงการพิพากษาครั้งสุดท้ายก็จะได้รับบำเหน็จจากพระเจ้า

การประกาศข่าวดีถือเป็นพันธกิจสำคัญที่พระเยซูเจ้าฝากไว้แก่บรรดาอัครสาวกของพระองค์ก่อนจะเสด็จขึ้นสวรรค์ ดังปรากฏในพระวรสารนักบุญมัทธิวว่า "ท่านทั้งหลายจงออกไปและนำชนทุกชาติ ล้างบาปพวกเขาในพระนามของพระบิดา พระบุตร และพระจิต"

ผู้อุทิศตนทำงานประกาศข่าวดีเรียกว่า ผู้ประกาศข่าวดี

การกลับใจเป็นมิติที่สำคัญอห่งการเป็นศิษย์ที่แท้จริง ใครที่ได้ยินพระเยซูเจ้า และเห็นกิจการอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ แต่ไม่กลับใจ ก็จะพบกับการสูญเสียที่ใหญ่กว่าเมืองไทระ ไซดอน และโสโดม ที่เป็นเมืองของคนต่างศาสนา ในบทอ่านจากหนังสือปฐมการในวันนี้ เมื่อยากอบและครอบครัวเดินทางไปประเทศอียิปต์ ยอแซฟจึงมีโอกาสได้พบกับบิดาและพี่น้องอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่แยกจากกันหลายปี แน่นอน แม้พวกพี่ๆจะเคยขายยอแซฟให้แก่พ่อค้า ชีวิตของยอแซฟต้องประสบกับความเลวร้าย แต่พระเป็นเจ้าได้ปกป้องท่าน จนได้กลายเป็นอุปราชของกษัตริย์ฟาโรห์และมีโอกาสได้ช่วยเหลือพี่น้องให้พ้นจากความอดอยาก ด้วยการมอบข้าวให้โยเซฟคือรูปแบบล่วงหน้าของพระเยซเจ้า ผู้ทรงสอนให้เราสุภาพ เรียบง่าย และแสดงพระองค์เป็นเมตตาต่อคนบาป พระองค์ประทานพระพรให้เราเปล่าๆ เราก็ต้องช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทนแต่อย่างใด ในฐานะเป็นผู้ปรกาศข่าวดี เราจะต้องเลียนแบบพระองค์ เป็นต้นในการช่วยเหลือบุคคลที่เราพบทั้งด้านวัตถุ ด้านจิตใจ ด้วยการให้กำลังใจ เพื่อให้พวกเขามีโอกาสกลับใจ ถ้าเคยผิดพลาดไปในชีวิต และยึดเอาพระวาจาของพระเยซูเจ้าเป็นเหมือนพระวาจาทรงชีวิต ที่เตือนเราว่า เราจะต้องมีใจเมตตากรุณาเหมือนพระบิดาเจ้าในสวรรค์ 

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)