วันอังคารที่ 16 กรกฏาคม 2019

 

 

โอ้ พระนางมารีย์ …

ผู้เป็นดอกไม้แห่งคาร์แมล

ช่วยวิงวอนเทอญ

 

บทอ่านประจำวันอังคารที่ 16 กรกฏาคม 2019

สมโภชพระนางพรหมจารีมารีย์ แห่งภูเขาคาร์แมล

https://youtu.be/w1p0f7Hd5gA

 

https://youtu.be/15ejzDzmNvY

 

Ave Maria Gratia Pleana

https://youtu.be/wczjido9Nzo

 

 

วันอังคารที่ 16 กรกฏาคม 2019

สมโภชพระนางพรหมจารีมารีย์ แห่งภูเขาคาร์แมล

อ่าน :

อพย 2:1-15 ก

มธ 11:20-24

 

พระเยซูทรงรู้สึกผิดหวังกับกลุ่มคน ที่มีใจแข็งกระด้าง 

ไม่ยอมเปลี่ยนวิถีทางดำเนินชีวิต แม้นว่า

พระองค์จะทรงทำดีต่อพวกเขามากเพียงใดก็ตาม

 

ผ่านทางใจเมตตา ปราณี ของพระธิดากษัตริย์ฟาโรห์

พระเจ้าทรงสามารถใช้เธอ ให้เป็นผู้มีส่วนร่วม

ในการเป็นผู้เตรียมโมเสส เพื่อเป็นผู้นำ

ประชากรของพระองค์ให้รอด

 

หมายเหตุ...

ผิดหวัง...ให้เร่ิมใหม่

ผิดใจ...ให้พูดจา

ผิดพลาด...ให้โอกาส

ผิดมหันต์...ให้รู้จักยอมรับ ปรับปรุง

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

“พลังแห่งพระวาจา”

วันอังคารที่ 16 กรกฎาคม 2019

สัปดาห์ที่ 15 เทศกาลธรรมดา

 

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

 

“จงวิบัติเถิด...” (มธ 10:20-24)

 

ระวังเถอะ...

ในวันพิพากษา

พี่น้องต่างความเชื่อจะได้รับโทษเบากว่าคริสตชน

 

หากว่า คริสตชนคือผู้ที่มีประสบการณ์กับความแสนดีของพระเจ้าแล้ว

ชีวิตของเราไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเลยในรักพระองค์

พี่น้องต่างความเชื่อจะลุกขึ้นฟ้องเราต่อพระองค์.

 

________________

 

เช้านี้ บทไตร่ตรองของผมมาถึงพี่น้องช้าหน่อยนะครับ เพราะผมเพิ่งจะมีโอกาสมานั่งพิมพ์ที่ห้องทำงานอีกที่หนึ่ง เนื่องจากเมื่อคืนนี้ ไฟฟ้าที่บ้านเข้าเงียบที่ผมพักอยู่มีปัญหา ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าหลายอย่างเสียหาย รวมทั้งคอมพิวเตอร์ของผมด้วย ที่ผมพบว่า ตื่นเช้ามาเช้านี้ มันไม่ทำงานให้ผมแล้ว ผมจึงต้องรอมาทำงานที่ห้องทำงานที่บ้านผู้ป่วย ทั้งนี้ทั้งนั้น การไตร่ตรองพระวาจาของพระเจ้าของผมยังเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในแต่ละวัน แม้จะมีอุปสรรคใดเข้ามา แต่พระวาจาของพระเจ้าที่ตรัสกับผมในแต่ละวันนั้น ต้องไม่ขาดไปจากชีวิตของผมเลย จึงขออภัยพี่น้องด้วย ที่ส่งบทไตร่ตรองมาช้านิดหน่อยในวันนี้ ขออภัยพี่น้องด้วยนะครับ ขอบคุณพี่น้องที่ทักมา ผมสบายดีครับ ไม่ได้เจ็บป่วยหรือหายไปไหนครับ เพียงแต่เผชิญหน้ากับอุปสรรคนิดหน่อยเท่านั้นเองครับ

 

นี่เป็นสิ่งที่ผมได้รับการเสริมกำลังใจมาจากพระวาจาของพระเจ้าในวันเหล่านี้ เรื่องราวของโยเซฟ ที่ใครเล่าจะเข้าใจ ทำไมต้องประสบความเลวร้ายเช่นนั้นด้วย แต่นั่นคือสิ่งที่พระเจ้าทรงเตรียมไว้เพื่อความดีของคนมากมาย ใครเล่าจะเข้าใจพระญาณสอดส่องของพระองค์ได้ สิ่งนี้เอง การไตร่พระวาจาของพระเจ้าในวันเหล่านี้ ดูเหมือนเป็นการเตรียมจิตใจของผม ให้พร้อมน้อมรับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันเหล่านี้ พร้อมทั้งสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ด้วย แม้ว่าของใช้หลายอย่างจะเสียไป แต่นั่นก็ไม่ใช่อุปสรรคของชีวิตคริสตชนที่เราฝากความวางใจไว้ในพระเจ้าใช่ไหมครับ

 

พี่น้องครับ พระวาจาของพระเจ้ามาทันเวลาในชีวิตของเราเสมอครับ เมื่อวานนี้เอง ผมได้มีโอกาสนั่งคุยกับคริสตชนผู้หนึ่งประดุจการสอนคำสอนเลยก็ว่าได้ และเราก็คุยกับเรื่องที่สำคัญมากในการเจริญชีวิตบนหนทางแห่งกระแสเรียกของการเป็นคริสตชนนี้ นั่นคือเรื่อง “ประสบการณ์ส่วนตัวกับพระเจ้า” สิ่งนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมากจริงๆ ที่ผมเองได้รับหลายๆ ครั้ง กว่าที่จะทำให้เด็กดื้ออย่างผมกลับกลายเป็นเด็กที่ไว้วางใจในพระเจ้า ก็เรียกว่าต้องโดนการตีสอนจากพระเจ้ามากมายหลายครั้งทีเดียว กว่าที่จะมาถึงวันนี้ ที่กล้าทำงานของพระเจ้า โดยไม่กังวลอะไรมากจนเกินไป และสิ่งนี้เองที่เกิดจากการมีประสบการณ์ส่วนตัวกับพระเจ้า เป็นดัง “พระเมตตาของพระเจ้าที่บันทึกในวิญญาณฉัน)

 

เช้าวันนี้ ผมโดนใจมากครับ “จงวิบัติเถิด...” คือพระวาจาที่พระเยซูเจ้าตรัสในวิญญาณผมเช่นกัน พระองค์ได้ตรัสกับเมื่อที่มีประสบการณ์กับพระองค์ ได้อยู่กับพระองค์ ได้รับสิ่งต่างๆ มากมายจากพระองค์ แต่สิ่งเหล่านั้นไม่ได้ทำให้หัวใจของพวกเขาเปลี่ยนแปลงไปบ้างเลย... โดนครับ โดนผมจริงๆ ครับ นี่คือสิ่งที่ทำให้ผมไตร่ตรองพระวาจาของพระเจ้าในเช้าวันนี้ด้วยพระวาจาแรงๆ นี้ของพระองค์ครับ... มันคงเป็นวิบัติแก่ผมด้วยเช่นกัน หากประสบการณ์ไม่น้อยเลยที่มีกับพระเยซูเจ้าในชีวิตคริสตชนของผมที่ผ่านมา ในชีวิตนักบวช ชีวิตพระสงฆ์ ที่พระเจ้าทรงอวยพระพร ที่บรรดาสัตบุรุษเอาใจใส่ฟูมฟักดูแลผม นี่คืออัศจรรย์แห่งชีวิต นี่คือพระพรของชีวิตของผมไม่น้อยเลยมิใช่หรือ แล้วชีวิตของผมเปลี่ยนไปมาน้อยเพียงใด เมื่อมีประสบกาณณ์นี้กับพระองค์

 

พี่น้องที่รักครับ โดยเฉพาะพวกเราที่เป็นคริสตชน เราที่ซื้อโปรโมชั่นของพระเยซูเจ้าด้วยชีวิตของเรา เป็นอย่างไรกันบ้างครับ เรามีประสบการณ์กับบริการหลังการขายของพระองค์อย่างไร ตั้งแต่วันที่เราเป็นคริสตชน วันที่เราเกิดมาเป็นลูกของพระเจ้า เรามีประสบการณ์กับพระเจ้าอย่างไรบ้าง พระพรมากมายในชีวิตที่เราได้รับ ทำให้ชีวิตของเราเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยเพียงใด ลมหายใจที่เรายังมีอยู่ อาหารที่พอมีทานในเช้าวันนี้ ชีวิตที่แม้ไม่สบายมากนัก แต่ก็ยังไม่ตาย พี่น้องครับ เรามีประสบการณ์กับพระเจ้าอย่างไร และชีวิตของเราเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร

 

เมื่อวานนี้ ผมได้คุยกับสัตบุรุษท่านนั้น เรื่องเหล่านี้นั่นแหละครับ ว่าพระเจ้าของเราทรงเป็นความรอดพ้นของทุกคนครับ ไม่ใช่เฉพาะของเราคริสตชนเท่านั้นแต่สำหรับเราทุกคน ทั้งพี่น้องต่างความเชื่อด้วย แต่ แต่ แต่ สำหรับเราคริสตชน พิเศษครับ พิเศษในการไตร่ตรองด้วย เรามีประสบการณ์กับพระเจ้ามากกว่าคนอื่นๆ ไม่ใช่หรือ ชีวิตของเราเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยเพียงใด คนอื่นเขาอาจจะรู้สึกยากลำบากในการรักและให้อภัยเพื่อนพี่น้อง แต่เราต้องรู้สึกง่ายกว่าเขาใช่ไหม เพราะประสบการณ์ที่เรามีกับพระเจ้า พระองค์ทรงรักและอภัยเราง่ายมากๆ เราจึงมีพลังจากความรักของพระองค์มิใช่หรือ ในการเจริญชีวิตใหม่อีกครั้งหลังผ่านประสบการณ์กับพระองค์ เราจึงทำสิ่งทียิ่งใหญ่กว่าใครๆ ได้ เพราะประสบการณ์ที่เรามีกับพระองค์

 

พี่น้องครับ เราต้องระวังให้ดีนะครับ เพราะในวันพิพากษา คริสตชนอาจจะมีโทษหน้ากว่าพี่น้องต่างความเชื่อ เพราะหากพี่น้องต่างความเชื่อได้มีประสบการ์ส่วนตัวกับพระเจ้าเช่นเราคริสตชนแล้ว พวกเขาอาจจะเจริญชีวิตได้ดีกว่าเรามากมายนัก ระวังนะครับ “จงวิบัติเถิด” พระวาจานี้ เตือนเรามากในเช้าวันนี้ หากเราไม่ฟังเสียงของพระเจ้า หากเราไม่เปลี่ยนแปลงชีวิต หลังจากเรามีประสบการณ์กับพระเจ้า ระวังครับ เราต้องระวัง เพราะในวันพิพากษา พี่น้องต่างความเชื่อจะมีโทษเบากว่าเรา...

 

ข้าแต่พระเจ้า ขอให้ประสบการณ์ส่วนตัวที่ลูกมีพระองค์ทรงประทับอยู่ ได้เป็นพลังของลูกในการเปลี่ยนแปลงชีวิต ให้สมกับการเป็นลูกของพระองค์ ยิ่งวันยิ่งมากขึ้นทุกวันด้วยเถิด เพราะมากมายเพียงนี้ สิ่งที่ลูกได้รับในชีวิตนั้น มันมากพอแล้ว ที่จะทำให้ชีวิตของลูกเปลี่ยนไปในพระองค์.

 

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

 

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

 

 

วันอังคาร์ที่ 16 กรกฏาคม 19 สัปดาห์ที่ 15 เทศกาลธรรมดา

บทอ่าน อพย 2:1-15ก / มธ 11:20-24

ตามประวัติศาสตร์ คณะคาร์เมไลท์ มีแหล่งกำเนิดจากบรรดาสานุศิษย์ของประกาศกเอลียาห์ ซึ่งได้เคยอาศัยอยู่ในถ้ำในภูเขาคาร์เมล ในศตวรรษที่ 12 ได้มีการใช้ระเบียบวินัยและคณะได้เริ่มขยายไปทั่วทวีปยุโรป เมื่อมีการเบียดเบียนเกิดขึ้นหลายครั้ง นักบุญซีมอน สต๊อก อธิการของคณะได้หันไปพึ่งพระแม่มารีอา และในขณะที่คุกเข่าสวดเมื่อวันที่ 16 กรกฏาคม 1251พระแม่ได้ประจักษ์มา และได้มอบเสื้อจำพวกสีน้ำตาลให้ท่าน พร้อมกับเครื่องแต่งกายไม่มีแขน จากบ่าลงมายังเข่า ที่เมืองลูร์ดในปี 1858 พระแม่ได้ประจักษ์มาครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 16 กรกฏาคม ตรงกับวันฉลองแม่พระแห่งภูเขาคาร์เมล และที่ฟาติมาเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 1917 แม่พระแห่งภูเขาคาร์เมลได้ประจักษ์มาแก่เด็กทั้งสามคน ตลอดทุกยุคทุกสมัย พระราชินีแห่งภูเขาคาร์เมลได้ดูแลพวกๆลูกๆบนแผ่นดินของพระแม่ด้วยความซื่อสัตย์ตลอดมา

จากหนังสืออพยพ เราได้รู้เกี่ยวกับการเกิดและชีวิตในวัยเด็กของโมเสส ท่านได้กลายเป็นผู้รับมอบหีบพระบัญญัติที่สำคัญที่สุด เป็นนักต่อสู้เพื่ออิสรภาพ และเป็นสหายกับพระเป็นเจ้า ทำให้เรามองเห็นท่านเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ จนมีคำกล่าวถึงท่านว่าเป็น “โมเสสผู้ศักดิ์สิทธิ์” พระเป็นเจ้าได้ดูแลท่าน ตอนที่เป็นเด็กอายุเพียงสามเดือน เมื่อท่านถูกลอยอยู่ในตะกร้าในแม่น้ำ พระเป็นเจ้ายังได้ทรงดูแลท่าน โดยได้รับการศึกษาอยู่ในราชสำนัก และได้รับแรงบันดาลใจ เพื่อทำพันธกิจในอนาคต ในตอนเป็นหนุ่ม ท่านได้ฆ่าชาวอียิปต์คนหนึ่งตาย เพราะรังแกชาวฮีบรู เมื่อกษัตริย์ฟาโรห์พยายามจะจับและลงโทษท่าน โมเสสได้หนีไปต่างแดน แม้มีคำกล่าวถึงท่านว่าเป็น “โมเสสผู้ศักดิ์สิทธิ์” แต่ท่านหาได้เป็นเข่นนั้นไม่ ท่านยังคงเป็นผู้ที่เจริญวัยเติบโตทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เช่นเดียวกับโมเสส พระเป็นเจ้ายังรักและมีพระเมตตาต่อเรา เราจึงไม่ควรจะเจริญชีวิตอยู่ในความล้มเหลวและบาป หรือเพราะมาจากตระกูลที่ต่ำต้อย แต่ให้เรามองไปยังพันธกิจข้างหน้า เรายังได้รับการเรียกให้เป็นนักต่อสู้เพื่ออิสรภาพ และเป็นสหายของพระเป็นเจ้า เช่นเดียวกับสมาชิกคณะคาร์เมไลท์ ที่พร้อมจะรับใช้พระแม่เจ้า แห่งภูเขาคาร์เมล ที่เราระลึกถึงในวันนี้.

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)